ตอนที่ 3
ไลฟ์สดตบหน้าผีฉาดใหญ่
แสงไฟสว่างจ้าทิ่มตาพลันสว่างพรึ่บขึ้น เปลือกตาของชิงหลี่สั่นระริก เธอปรือตาขึ้นมอง พบว่าคมมีดผ่าตัดที่สะท้อนแสงเย็นวาบอยู่ห่างจากใบหน้าเธอเพียงไม่กี่เิเเท่านั้น
“คุณหมอคะ ในห้องไลฟ์สดเขาห้ามใช้ของมีคมนะคะ ไม่อย่างนั้นห้องจะถูกสั่งปิดเอาได้ง่ายๆนะ”
ชิงหลี่ยกมือขึ้นดันเบาๆ คมมีดผ่าตัดก็หยุดกึกอยู่ที่ปลายจมูกของเธอพอดี ห่างไปเพียงมิลลิเมตรเดียวเท่านั้นมันเกือบจะทิ่มทะลุผิวเธอเสียแล้ว
“เธอกำลังป่วย... ฉันต้องรักษาเธอ”
ผีสาวในสภาพร่างกายเน่าเฟะจนดูเค้าเดิมไม่ได้ สวมชุดเครื่องแบบทำงานที่ชุ่มไปด้วยคราบเื ลูกตาของเธอหลุดออกมาห้อยต้อยแต่งอยู่ตรงเบ้าตาโดยมีเส้นเอ็นยึดไว้ เืเน่าเสียค่อยๆ ไหลรินออกมาจากเบ้าตาอย่างน่าสยดสยอง
เมื่อเห็นว่าเืเน่านั้นจวนเจียนจะหยดลงบนเสื้อคลุมผ้าฝ้ายตัวโปรด ชิงหลี่ก็สปริงตัวออกจากเตียงผ่าตัดด้วยความเร็วสูง ทว่าอาจเป็เพราะออกแรงมากเกินไปหน่อย เธอจึงเผลอไปกระชากเอาแขนของผีสาวหลุดติดมือมาด้วย!
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ชิงหลี่เกาหัวแกรกๆ พลางทำหน้าซื่อตาใสแสดงความรู้สึกผิด
“เอาอย่างนี้ไหมคะ เดี๋ยวฉันเย็บคืนให้?”
ไม่รู้ว่ากล่องเข็มกับด้ายมาอยู่ในมือเธอั้แ่เมื่อไหร่ ชิงหลี่พึมพำงึมงำกับตัวเอง “วางใจได้เลยค่ะ ฝีมือฉันเทพมากนะ เสื้อผ้าอาจารย์ขาดฉันก็เป็คนซ่อมให้ตลอด แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันเผลอลืมเข็มไว้ในเสื้อแล้วมันไปปักเข้าที่หัวนมอาจารย์พอดี ั้แ่นั้นเขาก็ไม่ยอมให้ฉันซ่อมเสื้อให้อีกเลย...”
พูดจบชิงหลี่ก็ทำหน้าเสียดายสุดซึ้ง
[ ยัยหนูบ้านนอกนี่มันสายบวกชัดๆ ชนแขนเขาหลุดได้นี่ต้องโหดขนาดไหนเนี่ย ]
[ ฉันเริ่มจะตั้งตารอดูยัยหนูนี่แล้วสิ คนอื่นๆ ต่างก็กลัวและร้องไห้เมื่อมาถึงที่นี่ครั้งแรก แต่เธอกลับคุยกับผีได้อย่างใจเย็นได้เฉย ]
[ มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่สงสัยว่ากล่องเย็บผ้าโผล่มาจากไหน? ]
[ ยัยหนู ถ้าเธอตบหน้าผีสาวนั่นสักฉาด ฉันจะเปย์ของขวัญให้! ]
[ เชี่ย... เมนต์บนนี่โคตรใจร้ายเลย ]
ทว่าสายตาของชิงหลี่กลับถูกคำว่า “ของขวัญ” ดึงดูดไปเสียแล้ว
แค่ตบผีทีเดียวก็ได้ของขวัญเหรอ นี่มัน... คุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีก!
“ถ้าฉันแถมให้อีกสักหลายๆ ฉาด จะได้ของเพิ่มไหมคะ?” ชิงหลี่ถามเสียงอ่อย
ห้องไลฟ์สด: [ ...... ]
ไม่นึกเลยว่าจะเจอคนประเภท "เงินมางานเดิน" ไม่สนชีวิตขนาดนี้
[ ตบหนึ่งฉาดแลกกับรถสปอร์ตหนึ่งคัน ไม่จำกัดจำนวน! ]
“ฮิๆ ได้เลยค่า!”
ใบหน้าจิ้มลิ้มของชิงหลี่ประดับด้วยรอยยิ้มจนเห็นเขี้ยวซี่เล็กๆ ดูน่าเอ็นดู
ตอนนี้เองที่ทุกคนเพิ่งสังเกตเห็นว่า ภายใต้รอยยิ้มซื่อบื้อของยัยหนูบ้านนอกคนนี้ แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ซุกซนอยู่จางๆ
“สวัสดีค่ะ ฉันขอตบหน้าคุณสักหมื่นทีได้ไหมคะ?”
ชิงหลี่เอ่ยทักทายผีสาวแขนด้วนอย่างมีมารยาท
ใจจริงเธออยากจะขอสักสองสามล้านที แต่กลัวว่าถ้าฟาดไปล้านกว่าครั้ง ยัยผีนี่คงแหลกละเอียดไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก!
ใบหน้าเน่าเฟะของผีสาวบิดเบี้ยวจนดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม เธออ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยเืก่อนจะแผดเสียงคำราม “แกป่วยหรือไง! ฉันเป็หมอ ฉันจะรักษาให้แกเดี๋ยวนี้แหละ!”
สิ้นเสียงคำราม เศษเนื้อเน่าและหนอนสีขาวที่ไย้วเยี้ยพุ่งกระเด็นออกมาจากลำคอของเธอ โชคดีที่ชิงหลี่ไหวตัวทันรีบเอี้ยวตัวหลบไปด้านข้าง
“คุณหมอ นิสัยแบบนี้ต้องแก้นะคะ จะมาตะคอกใส่คนไข้แบบนี้ไม่ได้” ชิงหลี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในเมื่อผีบอกว่าเธอป่วย เธอก็สวมบทบาทเป็คนไข้ทันที
มุมปากของผีสาวกระตุกจนเนื้อเกือบจะหลุดออกมา ลูกตาที่ห้อยโตงเตงเริ่มมีเส้นเืแดงก่ำขยายใหญ่จนแทบะเิ เธอจ้องเขม็งไปที่ชิงหลี่ด้วยความแค้น เสียงกัดฟันกรอดดังสะท้อนไปทั่วห้องผ่าตัดที่เงียบสงัดชวนขนลุก
เมื่อเห็นแรงอาฆาตของผีสาวพุ่งสูงปรี๊ด ชิงหลี่ก็เริ่มมีท่าทีระมัดระวังขึ้นบ้าง เธอถอยหลังกรูดไปก้าวใหญ่ จนผู้ชมในไลฟ์นึกว่าเธอจะเผ่นหนีเสียแล้ว
ทว่าชิงหลี่กลับตั้งท่าม้าถ่วงเท้า มือซ้ายแบรองข้อศอกขวา ส่วนมือขวาชูขึ้นกำหมัดแน่นก่อนจะกระดิกนิ้วกลางเรียก พร้ะโกนก้องว่า: “แก—เข้ามานี่ดิ๊!”
ห้องไลฟ์สดเงียบกริบราวกับป่าช้า…
แม้แต่ดวงตาสองข้างของผีสาวก็ยังฉายแววเหมือนกำลังมองคนปัญญาอ่อน
มนุษย์คนนี้... ป่วยหนักจริงๆ ด้วย!
“ทนไม่ไหวแล้ว ฉันจะฆ่าแกเดี๋ยวนี้แหละ!” ผีสาวด่ากราดพลางพุ่งเข้าใส่ชิงหลี่
ทว่าในวินาทีต่อมา ร่างของเธอกลับถูกหยุดค้างไว้ห่างจากชิงหลี่เพียงหนึ่งฟุต
[ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมผีหยุดอยู่กับที่ล่ะนั่น ]
[ หรือว่าจะโดนรังสีความติ๊งต๊องของยัยหนูนี่รมจนสลบไปแล้ว? ]
[ ต้องยอมรับเลย ยัยหนูบ้านนอกนี่มันตัวประหลาดชัดๆ ]
ไอ้ท่า “เข้ามาดิ๊” เมื่อกี้ทำเอาทุกคนช็อกจนพูดไม่ออกจริงๆ
ตอนนี้เองที่กล้องในไลฟ์แพลนไปที่หน้าผีสาว ผู้ชมถึงได้เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น
แต่ว่า…
ใครก็ได้ช่วยบอกที ทำไมบนหน้าผากผีสาวถึงมี "ยันต์เหลือง" แปะอยู่แผ่นนึงล่ะนั่น!?
“เฮ้อ... ฉันอุตส่าห์คุยด้วยดีๆ แล้วแท้ๆ แต่พี่ดันจะใช้มีด ใช้ไม้ ใช้กำลัง ในเมื่อเป็แบบนี้ ฉันก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” ชิงหลี่กะพริบตาปริบๆ ทำหน้าไร้เดียงสา
เธอยกมือขึ้น แล้วฟาดลงบนหน้าผีสาวเบาๆ (ที่ไม่เบา) หนึ่งฉาด
“เพียะ! ——”
เสียงตบดังกังวานใสแจ๋ว
ห้องไลฟ์สดกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง
ยัยหนูบ้านนอกคนนี้... ตบหน้าผีได้สำเร็จจริงๆ ด้วย!
“สัญญาแล้วว่าจะมีของขวัญ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดเลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งพี่สาวผีคนนี้ไปปีนหน้าต่างบ้านพวกคุณตอนกลางคืนแน่!”
เมื่อเห็นว่าในห้องไลฟ์ยังคงนิ่งสงบ ไม่มีของขวัญสักชิ้น ชิงหลี่ก็ทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ
ทันใดนั้นเอง ในห้องไลฟ์สดก็มีทั้งเสียงพลุฉลอง รถสปอร์ต เครื่องบิน เรือสำราญ และจรวดพุ่งขึ้นมาจนหน้าจอแทบไหม้!
ในขณะที่ทุกคนหวาดกลัวผีจนตัวสั่น แค่ได้ยินชื่อก็ขวัญหนีดีฝ่อ แต่จู่ๆ กลับมีคนโผล่มาตบหน้าผีโชว์แบบนี้ มันจะรู้สึกยังไงล่ะ?
ฝ่ามือนั้นไม่ได้แค่ตบหน้าผี แต่มันช่วยตบไล่ความหวาดกลัวในใจผู้คนให้หายวับไปเป็ปลิดทิ้ง ช่างเป็การกระทำที่สะใจสุดๆ!
เมื่อเห็นแต้มความนิยมพุ่งจาก 0 ไปเป็ 1 หมื่น... 5 หมื่น... 1 แสน และยังคงพุ่งทะยานไม่หยุด ดวงตาของชิงหลี่ก็เป็ประกายรูปดาว
เงิน... ทั้งนั้นเลย!
[ ยัยหนูบ้านนอกโครตเจ๋ง ]
[ 666 (สุดยอด) ]
[ ยัยหนูบ้านนอกที่ไหนล่ะ ต่อไปนี้คือนายหญิงของพวกเรา! ]
ในขณะเดียวกัน เมื่อแต้มความนิยมของชิงหลี่สูงขึ้น คำใบ้ที่ซ่อนอยู่สองข้อก็ปรากฏขึ้นมา
คำใบ้ที่ 2: พี่สาวไม่ได้ป่วย
คำใบ้ที่ 3: อย่าเล่นซ่อนแอบกับ "เขา" เชียวนะ
“ตุ๊บ... ตุ๊บ... ตุ๊บ...”
ร่างเล็กจ้อยร่างหนึ่งกำลังเล่นเดาะลูกบอลอยู่ลำพังในโถงทางเดินที่มืดมิดของโรงพยาบาล
“พี่สาวครับ... พี่สาว... เล่นลูกบอลสนุกไหมครับ?”
เสียงเด็กใสซื่อไร้เดียงสาดังสะท้อนไปตามโถงทางเดิน
“ตุ๊บ... ตุ๊บ... ตุ๊บ...”
ลูกบอลเด้งขึ้นเด้งลง ทว่าพอมองชัดๆ กลับพบว่านั่นคือใบหน้าของมนุษย์ที่ชุ่มไปด้วยเื…
..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
“เสิ่นรั่ว พวกเราต้องไปจากที่นี่จริงๆ เหรอ?” หลินเสวี่ยเอ๋อร์ถามด้วยความกังวล แม้จะโบกแป้งหนาเตอะแค่ไหนก็ยังปกปิดใบหน้าที่ซีดเผือดของเธอไม่ได้
“ขืนอยู่ที่นี่ต่อ ไอ้อสูรกายพวกนั้นต้องกลับมาแน่ ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แทนที่จะนั่งรอความตาย สู้เราเป็ฝ่ายรุกก่อนดีกว่า” เสิ่นรั่ววิเคราะห์อย่างใจเย็น
“ตามสูตรเดิม หลังจากที่มีผู้เล่นตายไปคนแรก มักจะมี่เวลาที่เรียกว่าระยะปลอดภัยอยู่พักหนึ่ง ยิ่งเวลาผ่านไปความอันตรายจะค่อยๆ สูงขึ้น เราต้องใช้เวลานี้ออกไปหาเบาะแส” โจวหย่าเสริม
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจตรงกัน และอนุมานไปแล้วว่าชิงหลี่ที่ถูกพาตัวไป... ไม่รอดแน่ๆ
ตอนนี้เสิ่นรั่วและโจวหย่ากลายเป็แกนนำของกลุ่ม พวกเขาตัดสินใจออกจากห้องพักฟื้นเพื่อเริ่มค้นหาเบาะแสทันที
