หลิ่วซานกับสิงอวี๋ประจักษ์กายบนท้องฟ้าเหนือขุนเขากระบี่เทียนหยวน สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
แม้ว่าพวกเขาจะเคยชินกับพฤติกรรมหยาบคายของสำนักปีศาจที่บุกบั่นขุนเขากระบี่เทียนหยวนทุกครั้งที่มีการประลอง แต่ครั้งนี้สำนักปีศาจกลับส่งมือเหล็กซึ่งเป็หนึ่งในแปดผู้พิทักษ์แห่งสำนักปีศาจมา หากมิใช่เพราะผู้าุโลองกระบี่ปรากฏตัวทันเวลา ผู้าุโชิงมู่ก็คงาเ็แสนสาหัสแล้ว
“มือเหล็ก สำนักปีศาจต้องชดใช้กับเื่ในครั้งนี้!” สิงอวี๋แค่นเสียงหึ
สิงอวี๋กับมือเหล็กเป็จอมยุทธ์ที่อยู่ในยุคสมัยเดียวกัน พวกเขาเคยประมือกันมาก่อนในการประลองระหว่างสำนัก ถึงทั้งคู่จะเป็ผู้าุโ ทว่าคุณสมบัติของผู้าุโชิงมู่นั้นยังด้อยกว่าสิงอวี๋อยู่หลายขุมนัก
“ชดใช้? เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร!” มือเหล็กคำราม ไม่ไว้หน้าสิงอวี๋แม้แต่น้อย
มือเหล็กมองศิษย์ที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านล่างแล้วหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “หนึ่งร้อยแปดประตูของขุนเขากระบี่เทียนหยวนฟังอาจดูน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วก็เป็แค่ถุงสุราห่อข้าว[1] หากคนพวกนี้อยู่ในสำนักปีศาจคงกลายเป็อาหารให้กับสัตว์อสูริญญาไปแล้ว!”
หลิ่วซานยิ้มเล็กน้อย “ในการประลองระหว่างสำนักครั้งที่แล้วสำนักปีศาจเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ไม่ใช่รึ ผ่านมาตั้งนานหลายปีเดาว่ารากฐานของโม๋จึที่ถูกฮว๋างชิงฟันขาดในกระบี่เดียวน่าจะฟื้นกลับคืนมาดั่งเดิมแล้วใช่หรือไม่”
แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมือเหล็ก มันเป็เื่น่าอัปยศของสำนักปีศาจ โม๋จึเป็อัจฉริยะมีความสามารถโดดเด่นแสนพรรณนา ในหมู่คนรุ่นราวคราวเดียวกันไม่มีใครทัดเทียม
ในการประลองระหว่างสำนักครั้งก่อน เขาเอาชนะศิษย์อันดับัหลายคนของขุนเขากระบี่เทียนหยวน แต่สุดท้ายกลับถูกฮว๋างชิง ศิษย์อันดับหนึ่งของอันดับัทำลายรากฐานขาดสะบั้น สำนักปีศาจต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลกว่าจะซ่อมแซมรากฐานของโม๋จึกลับคืนมาได้สำเร็จ
“ใจกล้ายิ่งนัก!” มือเหล็กจ้องเขม็งมองหลิ่วซาน
หลิ่วซานยิ้มบางๆ “ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว แวะเยี่ยมเยือนหนึ่งร้อยแปดประตูชั้นนอกเสียหน่อยสิ!”
“ข้าเกรงว่าพวกเ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนจะรับมือไม่ไหว!” มือเหล็กแผดเสียง
“ถ้าพวกเ้ากล้ามา พวกข้าก็กล้ารับ!” แสงเย็นสะท้อนออกมาจากั์ตาของหลิ่วซาน
มือเหล็กแสยะยิ้ม “มั่นใจมากขนาดนี้ ข้าอยากรู้เสียจริงว่าครั้งนี้พวกเ้าสำนักนอกจะมีอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมสักกี่คน!”
ศิษย์สำนักปีศาจนับร้อยคนโจนทะยานลงมาจากเรือเหล็กทมิฬ จากนั้นเรือแต่ละลำก็ค่อยๆ แล่นลงจอดข้างในหนึ่งร้อยแปดประตูชั้นนอก!
“เป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาหมดเลยอย่างนั้นรึ!” จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พวกเขาเ่าั้ไม่ได้มาดี เห็นทีคงต้องต่อสู้อย่างเลี่ยงไม่ได้
จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาเป็รากฐานสำคัญของสำนัก ไม่ว่าจะมีผู้เยี่ยมยุทธ์กี่คนก็ตามแต่ ทว่าล้วนแล้วเริ่มต้นจากขั้นหลอมกายาทั้งสิ้น
การกระทำของสำนักปีศาจนั้นเป็การยั่วยุขุนเขากระบี่เทียนหยวนอย่างเห็นได้ชัด พวกเขา้าแสดงอำนาจข่มขวัญขุนเขากระบี่เทียนหยวน!
หนึ่งร้อยแปดประตูชั้นนอกเป็รากฐานของขุนเขากระบี่เทียนหยวน ถ้าพวกเขาเอาชนะหนึ่งร้อยแปดประตูชั้นนอกได้ย่อมสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับสำนักขุนเขากระบี่เทียนหยวน
ขณะที่ศิษย์สำนักปีศาจพริ้วกายลงมา เหล่าศิษย์ประตูโลกันตร์เบิกตาทั้งสองกว้างจ้องมองศิษย์สำนักปีศาจสวมชุดคลุมดำสองคนที่ดูโดดเด่นกว่าเพื่อน ทันใดนั้นหัวใจพลันสั่นสะท้านอย่างอดมิได้!
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็เพียงขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้า ทว่ากลิ่นคาวเืกลับฉุนกึกเกินหยั่งถึง เดาว่าจำนวนผู้ที่ถูกพวกเขาสังหารน่าจะไม่ต่ำกว่าสามหลักแล้ว
มีศิษย์ประตูโลกันตร์เพียงไม่กี่คนที่เคยลงมือสังหารผู้อื่นมาก่อน ลำพังแค่กลิ่นเืที่ลอยโชยออกมาก็ทำให้พวกเขาทรงตัวยืนแทบไม่อยู่แล้ว!
จูชิงมองศิษย์สำนักปีศาจสองคนนั้นด้วยความประหม่า ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้น ศิษย์สำนักปีศาจจะต้องฆ่าพวกเขาทันทีอย่างไม่ลังเล!
“บ้านหลังนั้นไม่เลว ข้าขอก็แล้วกัน!” ศิษย์สำนักปีศาจทั้งสองชี้นิ้วไปทางบ้านของจูชิง
ก่อนที่พวกเขาจะมาขุนเขากระบี่เทียนหยวน ศิษย์พี่ของพวกเขาเล่าให้กับพวกเขาฟังว่า ศิษย์ในสำนักมีฝีมืออยู่ในระดับพอใช้ได้ ส่วนศิษย์ที่อยู่นอกสำนักล้วนเป็สุราห่อข้าวทั้งสิ้น มีแต่พวกไร้ความสามารถ พวกเขาจึงกล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของศิษย์นอกสำนักโดยไม่กลัวเกรง
เมื่อต้องรับมือกับหนึ่งร้อยแปดประตูชั้นนอกของขุนเขากระบี่เทียนหยวน สำนักปีศาจจึงคัดเลือกศิษย์ขั้นหลอมกายาจำนวน 240 คน ออกมาซึ่งพวกเขาเหล่านี้อยู่ระหว่างความเป็และความตายมาั้แ่ยังเด็ก พลังแกร่งกล้ายิ่งกว่าจอมยุทธ์ขั้นพลังเดียวกันหลายเท่า สามารถประมือกับศิษย์นอกสำนักของขุนเขากระบี่เทียนหยวนได้อย่างง่ายดาย!
หงเชียนว่านและคนอื่นๆ ส่งสายตาวิงวอนไปที่จูชิง หวังว่าจูชิงจะไม่ไปยั่วโทสะของพวกศิษย์สำนักปีศาจ ไม่อย่างนั้นประตูโลกันตร์จะต้องเผชิญกับหายนะ
ก่อนหน้านี้เคยมีศิษย์นอกสำนักประมือกับศิษย์สำนักปีศาจ แม้ว่าจะไม่มีใครตายแต่ก็มีศิษย์เกินกว่าครึ่งได้รับาเ็ บ้างก็ถูกทำลายตันเถียน ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรตลอดชีวิต!
ขณะนั้นนกไม้ตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งก็บินมาหาจูชิง จูชิงเปิดช่องท้องของนกไม้เหมือนที่เคยเห็นเด็กสาวหางม้าทำ ในนั้นมีกระดาษอยู่แผ่นหนึ่ง
“จูชิง ถ้าเ้าขี้ขลาดตาขาว เ้าไม่สมควรเป็ผู้ชาย!” จูชิงอ่านข้อความในกระดาษที่อยู่ในมือ รอยยิ้มขื่นขมปรากฏบนใบหน้า
นอกจากตัวอักษรพวกนี้แล้วยังมีกลิ่นหอมจางๆ ติดอยู่บนกระดาษ เขาอยู่กับนางมานาน เขาย่อมรู้ดีว่าคนที่เขียนข้อความส่งมาให้ตนนั้นเป็ใคร!
จูชิงกลอกตา “ข้าติดหนี้เ้าก็จริง ทว่าทำไมชอบหาเื่มาให้ข้าอยู่เรื่อย!”
จูชิงมองนกไม้ที่บินออกไปไกลพลางส่ายหัว เห็นทีการที่รู้จักกับนางจะไม่ใช่เื่ดี
“พวกเ้ามีความสามารถพอรึ?” คิดแบบนั้นแล้วจูชิงก็หันไปมองศิษย์สำนักปีศาจทั้งสองพลางยิ้ม
ศิษย์สำนักปีศาจหน้าเปลี่ยนสี “เ้ากำลังยั่วยุพวกข้าอย่างนั้นรึ?”
“ยั่วยุ คิดว่าตัวเองสูงส่งเกินไปหน่อยกระมัง พวกเ้ามีคุณสมบัตินั้นด้วยรึ?” รอยยิ้มของจูชิงยังคงอยู่เช่นเดิม ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกหยิ่งยโสอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าไม่ได้เห็นศิษย์สำนักปีศาจสองคนอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
ศิษย์สำนักปีศาจทั้งสองเห็นดังนั้นเป็ปีติสุดแสน เดิมทีพวกเขามาที่นี่ก็เพื่อสร้างปัญหาแต่ยังหาเหตุผลไม่ได้ คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็ฝ่ายยั่วยุเสียเอง
“พวกเราสำนักปีศาจเป็แขก พวกเ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนต้อนรับแขกเช่นนี้รึ?” ศิษย์สำนักปีศาจแค่นเสียง
“ถ้าเป็แขกจริงๆ พวกเราย่อมยินดีต้อนรับ แต่ถ้าเป็แขกสารเลวคงต้องปล่อยหมาวิ่งไล่กัด” มุมปากจูชิงกระตุกยกยิ้ม
“แขกสารเลวงั้นรึ ฮ่าๆๆ อย่างนั้นเ้าก็เป็หมาที่ว่าน่ะสิ?” ศิษย์สำนักปีศาจหัวเราะใส่จูชิง
“ปากดีเสียจริง เห็นทีคงต้องใช้เืล้างปากหน่อยแล้ว!” จูชิงปล่อยหมัดพุ่งเข้าใส่ศิษย์สำนักปีศาจ!
“ข้ากำลังรออยู่เลย!” ศิษย์สำนักปีศาจผู้นั้นเหยียดยิ้ม เหวี่ยงกระบี่ยาวมาดหมายแทงทะลวงขั้วหัวใจของจูชิง!
พวกหงเชียนว่านตกตะลึง พวกเขาคิดไม่ถึงว่าทั้งสองคนจะลงมือทันที ทั้งยังคิดไม่ถึงว่าศิษย์สำนักปีศาจจะโจมตีอำมหิตเหี้ยมเฉกเช่นนี้ อีกฝ่ายมุ่งตรงไปที่จุดสำคัญของจูชิง ถ้าจูชิงหลบไม่พ้นมีเพียงต้องตายสถานเดียว!
จูชิงก้าวเท้าและหันไปด้านข้างในทันทีทำให้กระบี่ยาวของศิษย์สำนักปีศาจแทงวืดกลางอากาศ
จากนั้นจูชิงก็กวาดเท้าเตะเป็รูปจันทร์เสี้ยว ทว่ากลับไม่รู้สึกถึงเนื้อหนังของอีกฝ่าย ในทางกลับกันกลับยังรู้สึกเย็นวาบแทน!
“อ่อนหัด!” ศิษย์สำนักปีศาจผู้นั้นเย้ยหยัน ประสบการณ์ในการต่อสู้ของเขามากกว่าจูชิงหลายเท่า กลอุบายเด็กๆ แบบนี้ทำอะไรเขาไม่ได้!
“เป็ไปได้ยังไง ถ้าเป็ข้าไม่มีทางหลบได้อย่างแน่นอน เหตุใดเ้านั่นถึงรู้ล่วงหน้าว่าจูชิงจะทำแบบนั้น?” หงเชียนว่านใมาก!
“เห็นแก่ความใจกล้าของเ้า ถ้าเ้าคุกเข่ายอมรับผิดต่อหน้าข้าแล้วพูดว่าขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็ขยะ ข้าจะไว้ชีวิตเ้า!” ศิษย์สำนักปีศาจหัวเราะ
“เ้าเองก็พูดว่าสำนักปีศาจกินสิ่งปฏิกูลสิ ข้าจะพิจารณาดูว่าจะไว้ชีวิตเ้าดีหรือไม่!” จูชิงเหยียดยิ้ม
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง อยากตายมากนักข้าจะสนองให้!” ศิษย์สำนักปีศาจแค่นเสียงในลำคอ ปราณทมิฬปกคลุมทั่วทั้งกระบี่ยาวก่อนที่โครงกระดูกจักประจักษ์!
จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ลมปราณปัดป้องครอบคลุมสรรพางค์กายเตรียมหลบเลี่ยงแสงกระบี่!
“ห้ามปะทะเด็ดขาด มันคือ《เคล็ดกระบี่สังหาร》เ้าต้านทานไม่ไหวแน่” หงเชียนว่านะโ ทว่ามันสายไปเสียแล้ว!
แสงกระบี่ทมิฬฟาดฟันลงมา จูชิงไม่มีทางหลบพ้น!
ถึงแม้《เคล็ดกระบี่สังหาร》ของสำนักปีศาจจะเป็แค่วรยุทธ์มนุษย์ระดับสูง แต่พลานุภาพโเี้เหลือแสน ไม่มีจอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาคนใดสามารถต่อต้านเคล็ดกระบี่นี้ได้
“เคร้ง!” ลมปราณของจูชิงพุ่งพล่านดุจดั่งมหาสมุทร พลานุภาพมหาศาลโถมกระหน่ำซัดใส่พวกเขาทั้งสอง!
“ผลาญลมปราณของตัวเองอย่างนั้นรึ แต่มันสายไปแล้ว ข้าจะฆ่าเ้าซะ!” ศิษย์สำนักปีศาจหนึ่งคนในนั้นเลียริมฝีปาก ในไม่ช้าเขาก็จะได้เป็คนแรกที่สังหารศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนแล้ว
“จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายามีลมปราณมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ น่าสนใจดีนี่ ทว่าเ้าไม่มีวิชากลั่นหลอม ไม่มีธาตุพลังพิเศษ สุดท้ายก็เป็แค่ขยะ!” ศิษย์สำนักปีศาจอีกคนหัวเราะคล้ายกับเห็นผลลัพธ์ของการต่อสู้ในครั้งนี้แล้ว
“โครม!” ทันใดนั้นร่างเงาร่างหนึ่งลอยกระเด็นไปชนกับต้นไม้ใหญ่ กิ่งก้านหักทะลุร่างของเขา!
ศิษย์ประตูโลกันตร์หลับตาปี๋ พวกเขาทนเห็นสภาพน่าสังเวชของจูชิงไม่ได้!
ขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้ากับขั้นหลอมกายาเก้าชั้นฟ้า เรียกได้ว่าเสียเปรียบั้แ่ยังไม่เริ่มการต่อสู้ ถ้าจูชิงเป็ขั้นหลอมกายาเจ็ดชั้นฟ้าอาจยังพอมีหวัง ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ขั้นพลังย่อยห่างกันมากเกินไป
“เ้าตายซะ!” เสียงคำรามด้วยโทสะของศิษย์สำนักปีศาจอีกคนดังก้องข้างหู!
พวกหงเชียนว่านลืมตาขึ้น ทว่าก็ต้องประหลาดใจเพราะจูชิงยังยืนอยู่ที่เดิม ส่วนคนที่ห้องต่องแต่งอยู่บนต้นไม้กลับกลายเป็ศิษย์สำนักปีศาจอีกคน!
“แหวะ!” เมื่อเห็นสภาพศพของศิษย์สำนักปีศาจพวกเขาถึงกับสำรอกออกมาอย่างอดไม่ได้ แม้ว่าร่างกายที่ถูกกิ่งไม้ทิ่มแทงจะไม่ได้น่าคลื่นเหียนเท่าใดนัก แต่ศีรษะถูกบดขยี้แหลกเละจนเห็นสมอง!
โลหิตอาบชโลมทั่วร่างของจูชิงซึ่งเืนั่นมิใช่ของเขาแต่เป็เืของคู่ต่อสู้!
“ตายซะเถอะ!” ศิษย์สำนักปีศาจเหวี่ยงกระบี่ด้วยพลังทั้งหมดที่มี ปราณทมิฬเดือดพล่านมาดหมายฟันร่างของจูชิงให้แหลกเป็ชิ้นๆ!
ทว่าจูชิงเพียงหมุนควงแขนขวาแล้วปล่อยหมัด จากนั้นศิษย์สำนักปีศาจก็กลายเป็ศพปราศจากลมหายใจ หน้าอกถูกทะลวงเป็รูขนาดใหญ่ กระทั่งกระบี่ยาวยังถูกทำลายกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
“พฤฒาสามเสียง!” มุมปากจูชิงโค้งขึ้นเล็กน้อย แท้จริงแล้วการฆ่าคนมันง่ายดายเพียงนี้เองอย่างนั้นรึ!
[1] คำเสียดสีหมายถึง คนไม่มีประโยชน์ ทำได้เพียงกินดื่มไปวันๆ
