“ท่านแม่พักเถอะขอรับ เดี๋ยวหลังจากจัดการกับไก่แล้วข้าจะมาขุดต่อ เราจะทำสักหลายแปลง ไว้ปลูกผักกินกัน”
“ท่านพ่อต้องตัดไม้มาทำกรงขังไก่ ตัวที่ยังไม่ตายก่อนขอรับ”ลี่ถังบอกผู้เป็พ่อ
“ไก่สามตัวนี้ได้รับาเ็บางตัวก็ตายแล้ว เอาไปชำแหละทำอาหารเถอะ กรงไก่เดี๋ยวตัดไม้ไผ่มาสานเอาก็ได้ ไม่ยากหรอก”ลี่จูพูดกับลูกหลาน
ชีวิตพวกเขาเริ่มลงตัว ลี่ถังได้ไปเรียนในสำนักศึกษา ขี่ลาไปกลับระยะทางประมาณห้าลี้ หวังจิ้นเรียนตัดเย็บปักผ้าอยู่บ้าน ซินหยางศึกษาตำราอยู่ในห้อง ผู้ใหญ่ก็พากันทำไร่ทำสวน ปลูกพืชอายุสั้นไว้กิน
“ขาดแผ่นไม้ที่จะมาเขียนอักษรโบราณ พี่รองก็ไม่อยู่ด้วย ท่านพ่อท่านปู่ตัวก็ยุ่ง สงสัยต้องไปหาตัดเองแล้ว”ซินหยางถือมีดที่พี่ชายเคยใช้ ใส่ถุงย่ามเดินเข้าไปในป่า
เดินไปบอกแต่พี่สาว “พี่ใหญ่ข้าออกไปตัดแผ่นไม้ มาเขียนอักษรโบราณในป่านะ ถ้าเกิดว่ามีใครถามหา”ซินหยางพูดได้แค่นั้นก็เดินลงบ้านไป พี่สาวได้แต่มองตามไม่พูดสิ่งใด
“เข้าป่าคิดถึงพี่รองจัง? กับพี่ใหญ่ไม่ได้สนิทกัน คงเป็เพราะอายุที่ห่างกันหลายปี แล้วอีกอย่างหนึ่งพี่ใหญ่ไม่ค่อยพูดเหมือนที่รอง และไม่ค่อยเข้ามาใกล้ หรือเป็เพราะพี่ใหญ่เริ่มโตแล้ว”
“รู้สึกแขนขาจะมีแรงเพิ่มขึ้น ทดสอบโดยการวิ่งเข้าป่าดู ให้เลยตรงที่เคยเจอไก่ ตอนนั้นใช้เวลาเกือบครึ่งวัน ตอนนี้ทดสอบดู”พูดได้เท่านั้นซินหยางก็วิ่ง แบบไม่คิดถึงขาจะเล็กสั้นเตี้ย วิ่งไวเจอหญ้าต้นเล็กต้นน้อยก็ะโข้าม
“ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยามก็มาถึงแล้ว ไม่เหนื่อยเลยด้วย เดินไปสำรวจไกลหน่อยก็ได้ ก่อนไปสำรวจหาต้นตัดเอาเนื้อข้างในมันก่อน”
ซินหยางตัดต้นไม้ลอกเอาเนื้อสีขาวข้างใน ที่ต้นไม่ใหญ่นัก “แค่นี้ก็น่าจะพอ เอาไปตากแล้วตัดน่าจะได้เกือบห้าสิบแผ่น ยังพอมีเวลา เดินสำรวจในป่าอีกสักพักเผื่อจะได้ผลไม้อร่อยกลับไปกิน”
ซินหยางเดินเข้ามาอีกพักหนึ่ง ไม่เจอผลไม้ก็เลยคิดจะเดินกลับ “เอ๊ะ?เสียงอะไร เหมือนเสียงจะมาจากใต้ดิน”ซินหยางไม่ได้กลัว กลับเดินตามหาที่มาของเสียง ที่คล้ายกลับมีสัตว์ตกลงไปในหลุม
“ช่วยด้วยท่านพ่อ! ช่วยข้าด้วย! ข้าตกลงหลุมอยู่ตรงนี้ขึ้นไปไม่ได้”เสียงเด็กชายที่ดังแ่เบา เหมือนเ้าของเสียงจะอ่อนล้า และเริ่มไม่มีเสียงแล้ว
“โอ้! เสียงมนุษย์ตกลงไปในหลุมอย่างนั้นหรือ”พอรู้ว่าเป็มนุษย์ซินหยางรีบวิ่งไปยังที่มาของเสียง
“มีคนตกอยู่ในหลุมจริงด้วย พี่ชายได้รับาเ็หรือไม่ รอสักครู่ข้าจะหาเถาวัลย์ มาช่วยดึงท่านขึ้นมา”หยางตี้มองหน้าคนในหลุมไม่ชัด มีต้นไม้ใหญ่บดบังแสง
“มีคนมาช่วยแล้ว แต่เป็เด็กน้อยผู้หนึ่ง น้องสาวไปตามผู้ใหญ่มาเถอะ เ้าจะมีแรงดึงข้าขึ้นไปหรือ ข้าได้รับาเ็ที่ขาไม่สามารถปีนขึ้นไปได้”
“ได้รับาเ็อย่างนั้นหรือ พี่ชายรับอักษรโบราณศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ลึกลับ ถ้าท่านพกแล้วจะหายเ็ป สามารถมีแรงปีนขึ้นมาจากหลุมได้
“พี่ชายรับดีๆนะข้าจะค่อยๆโยนลงไป”
“เดี๋ยวเด็กน้อย ของศักดิ์สิทธิ์เ้าจะโยนลงมาได้ยังไง หาเถาวัลย์มัดห้อยลงมาดีกว่า”
ซินหยางรีบวิ่งไป ตัดเถาวัลย์มากองใหญ่ เพื่อใช้ดึงตัวคนที่อยู่ในหลุมขึ้นมาด้วย “มัดแผ่นอักษรโบราณกับกระบอกน้ำ ลงไปให้น่าจะดีกว่า”
“พี่ชายข้าจะส่งลงไปแล้วนะ มีแผ่นอักษรโบราณและกระบอกน้ำ แผ่นอักษรโบราณนั้นให้ใส่ไว้ในอกเสื้อ”ซินหยางค่อยๆหย่อนเถาวัลย์ลงไป หลุมนี้มีความลึกหนึ่งจั้ง (3.33เมตร)โชคยังดีที่ไม่มีไม้แหลมอยู่ข้างใน
“พี่ชายนั่งพักก่อน พอมีแรงค่อยปีนขึ้นมา ข้าจะมัดเถาวัลย์อีกด้านหนึ่งไว้กับต้นไม้ก่อน แล้วจะปล่อยอีกด้านหนึ่งลงไปให้ท่านปีนขึ้นมา”
ซิงหยางเอาเถาวัลย์เส้นใหญ่ เอามาพันกันแล้วมัดกับต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่ เอาต้นที่อยู่ใกล้สุด “ต้นขนาดนี้น่าจะใช้ได้ฟังจากเสียงแล้ว น่าจะรุ่นเดียวกับพี่ใหญ่หรือโตกว่านิดหน่อย”
“ข้ามัดเชือกอีกด้านหนึ่งไว้แล้ว ถ้ามีแรงก็ปีนขึ้นมาเลยไม่มีใครช่วยดึง เพราะแถวนี้ก็มีข้าอยู่ผู้เดียว”ซินหยางส่งเถาวัลย์ลงไปในหลุม
“ข้ามีแรงและหายเจ็บแล้ว อักษรโบราณนี้ศักดิ์สิทธิ์จริง ถ้าได้ไปให้ท่านย่าที่เจ็บป่วยอยู่ก็คงจะดี”เด็กกำลังโตวัยสิบเอ็ดปีพูดขึ้น หลังจากปีนขึ้นมาจากหลุม
“ช่างมหัศจรรย์จริงเด็กน้อย ข้าที่ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะส่งเสียง ขาก็เจ็บจนไม่มีแรง นั่งหมดหวังอยู่ก้นหลุม แค่ได้อักษรโบราณศักดิ์สิทธิ์จากเ้าไป ดูสิข้ากับแข็งแรงไม่เ็ปเลย”
“พี่ชายขึ้นมาได้และหายเ็ปก็ดีแล้ว ข้าได้ยินเสียงพี่ชายเรียกหาท่านพ่อ พวกท่านมากันหลายคนใช่หรือไม่ มาทำอะไรกันที่นี่หรือ”
“พอดีท่านพ่อได้ข่าวว่าูเาที่นี่มีสมุนไพร หายากอยู่เลยออกมาตามหา เพื่อเอาไปรักษาท่านย่าที่ป่วย พวกเรากระจายกันหา แต่ข้าโชคร้ายตกไปในหลุม”
“สมุนไพรอะไรหรือ ที่พวกท่านตามหาอยู่เผื่อข้าจะเคยเห็น ข้าเดินเข้ามาในป่านี้บ่อย”
“เด็กน้อยเ้ามาเดินในป่านี้ผู้เดียวอย่างนั้นหรือ ดูเหมือนเ้ายังไม่เกินห้าขวบด้วยซ้ำ เ้าไม่กลัวหรือ”
“ข้าไม่กลัวหรอก เพราะว่าข้ามีอักษรโบราณศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัว ป้องกันได้หลายอย่าง”
“พูดถึงอักษรโบราณศักดิ์สิทธิ์ เ้ามีหลายแผ่นหรือ มีที่รักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ที่ไม่ทราบสาเหตุไหม ข้ายินดีจ่ายตำลึงให้เ้า”
“ท่านย่าของท่านป่วยเป็อะไรหรือ แล้วสมุนไพรที่หาคือตัวไหน”
“ท่านย่าป่วยเรื้อรังมานานแล้ว เป็สารพัดโรค สมุนไพรที่ข้าและท่านพ่อมาหาในป่าแห่งนี้ ก็คือเกล็ดัสีดำ ท่านพ่อได้ข่าวว่าอยู่ในป่าแห่งนี้”
“ข้าให้อักษรโบราณศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้หายป่วยและรักษาอาการาเ็ไปก็แล้วกัน ให้เอาพกติดไว้ตรงหน้าอกอาการจะดีขึ้น”ซินหยางยื่นแผ่นอักษรโบราณให้ไป
“เด็กน้อยเ้ามีชื่อว่ากระไร ส่วนข้าหลีจวิน ข้ามีตำลึงติดตัวมาอยู่แค่ห้าสิบตำลึงทองเอง แถมยังเอาอักษรโบราณศักดิ์สิทธิ์จากเ้ามาตั้งสองแผ่น”
“แค่นี้ก็พอแล้วเ้าค่ะ ข้ามีชื่อว่าซินหยาง บ้านของข้าก็ออกจากป่าไปทางทิศตะวันออกไม่ไกลจากที่นี่”
“ข้าไม่เอาเปรียบเ้าเด็กน้อย นี่คือป้ายหยกพกประจำตัวของข้า ถ้าวันหนึ่งเ้ามีเื่เดือดร้อน สามารถถือเข้าไปขอความช่วยเหลือที่จวนตระกูลจ้าว ในเมืองได้”
“มันขายได้ไหม ถ้าเกิดข้าเดือดร้อนเดือดร้อนเื่ตำลึง”
“เ้าเก็บไว้อย่าขาย ถ้าเ้าเดือดร้อนเื่ตำลึงแล้วล่ะก็ ถือไปที่จวนได้ ถ้าจะสั่งพ่อบ้านไว้ จวนขอข้าหาง่าย ท่านพ่อของข้าคืออดีตแม่ทัพ ตอนนี้พี่ใหญ่ของข้าก็เป็รองแม่ทัพอยู่”
“ทหารแม่ทัพ ทำไมข้าถึงไม่ชอบคนเป็ทหารกันนะ ช่างเถอะข้าเก็บไว้ก่อนก็ได้ เผื่อเดือดร้อนเื่อื่นจะได้ไปขอความช่วยเหลือได้ ท่านกลับถูกใช่ไหม คนที่มาด้วยไปไหนกันหมด”
“พวกเรานัดกันไว้ตรงชายป่า บ้านทิศใต้ว่าถ้าเกิดพลัดหลงกัน ก็ให้ไปเจอกันที่นั่น ขอบใจเ้ามากนะเด็กน้อยข้าไปก่อนละ”เด็กชายวิ่งไปทางทิศใต้ของป่า
“ไม่คิดว่าอักษรโบราณ จะมีราคาเยอะขนาดนี้ สองแผ่นได้ตั้งห้าสิบตำลึงทอง และป้ายหยกอีกหนึ่งชิ้น ถ้าถือไปแลกที่จวน ไม่รู้ว่าจะได้กี่ตำลึงเงิน ได้ราคาดีกว่าขุดหินสีเป็เดือนเสียอีก น่าสนใจต้องกลับไปทบทวนแล้วล่ะ”
จากที่จะรีบกลับบ้าน ซินหยางหาต้นไม้ขนาดเล็ก เพื่อลอกเอาเยื่อไม้ข้างในเพิ่ม จนหอบเต็มสองมือ ถึงรีบวิ่งกลับบ้านไปด้วยความไว
“ตากแดดยังทัน ตอนเย็นค่อยมารีด ต้องไปบอกข่าวดีกับท่านพ่อและท่านปู่ก่อน”ซินหยางเอาแผ่นไม้ตากไว้บนหลังคา คอกของลาน้อยแล้วเดินไปหาพ่อกับปู่ ที่พากันทำสวนอยู่ไม่ไกล
“ทุกท่านอยู่กันพร้อมหน้าข้ามีเื่จะเล่าให้ฟังเ้าค่ะ หยุดมือแล้วฟังข้าพูดสักครู่หนึ่ง”ทุกคนหยุดมือจากการถอนต้นหญ้าหันมามองเด็กน้อยอย่างซินหยาง
“คือวันนี้ข้า เข้าไปในป่าเพื่อไปตัดเอาแผ่นไม้ มาทำป้ายอักขระโบราณเพิ่ม พอดีได้ไปช่วยเหลือคุณชายน้อยตระกูลจ้าว ที่ตกหลุมขึ้นมาได้ เพราะว่าข้าให้อักษรโบราณแก่เขา ที่ได้รับาเ็อยู่ในหลุม”
“ที่เขาตกหลุมเพราะว่ามาหาสมุนไพร ไปรักษาท่านย่าที่เจ็บป่วยเรื้อรัง ข้าเลยให้แผ่นอักษรโบราณรักษาอาการเจ็บป่วย ให้เขาไปหนึ่งแผ่น พี่ชายคนนั้นเลยให้ตำลึงข้ามา ห้าสิบตำลึงทองเ้าค่ะ”
“ห้ะ!! ห้าสิบตำลึงทอง?” ทั้งสี่คนอุทานออกมาพร้อมกัน และมองหน้ากันเหมือนจะสื่ออะไรบางอย่าง
“ยังไม่พอนะเ้าคะ ยังมีป้ายหยกอันนี้อีก พี่ชายหลีจวินบอกว่า ถ้ามีเื่เดือดร้อนให้ถือป้ายหยกนี้ไป ที่จวนตระกูลจ้าว หรือจะเอาไปแลกเปลี่ยนเป็ตำลึงก็ได้ เ้าค่ะ”
“พี่ชายบอกว่า พ่อของเขาเป็อดีตแม่ทัพ ตอนนี้พี่ชายเขาก็ไปรองแม่ทัพอยู่ ท่านปู่จะถือไปแลกตำลึงก็ได้นะเ้าคะ”
“ตระกูลจ้าวแม่ทัพ! ปู่ว่าไม่ต้องเอาไปแลกหรอก เอาไปคืนเขาเลยดีกว่า ได้มาแค่ห้าสิบตำลึงทองก็พอแล้ว”
“ท่านพ่อข้าว่าเก็บไว้ก่อนก็ดีนะขอรับ เผื่อเรามีเื่เดือดร้อนจะได้ไปขอความช่วยเหลือ ถ้าไม่มีวันหน้าค่อยเอาไปคืนก็ได้”ลี่กันหันไปพูดกับผู้เป็พ่อ
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้ท่านปู่เก็บไว้ก่อน เผื่อมีเหตุจำเป็ต้องใช้ในวันข้างหน้าเ้าค่ะ”ซินหยางเอาถุงตำลึงทอง และป้ายหยกยื่นให้กับผู้เป็ปู่ แล้วเดินกลับที่พัก
“แปลกจังทำไมผู้ใหญ่ทั้งสี่คนถึงไม่สนใจ เื่ของอักษรโบราณศักดิ์สิทธิ์ล่ะ ขายได้ราคาดีน่ะ มากกว่าหินสีหรือสมุนไพรเสียอีก ช่างเถอะกลับไปดูแผ่นไม้ดีกว่า”
ซินหยางศึกษาอักษรโบราณที่ทำให้ตัวเองแข็งแรง “เขียนด้วยเืของตัวเอง ไว้ตรงจุดรวมลมปราณ ตรงท้องน้อย”เด็กน้อยที่กลัวเจ็บ พลิกหนังสือไปมา
“ไม่ต้องใช้เืเป็ถ้วยเล็กหรอกหรือ ถ้าใช้เข็มเจาะแล้วบีบเมื่อไหร่จะพอ แต่ถ้าแผลใหญ่ก็เจ็บ หรือว่ารอให้ครบห้าขวบก่อน ตอนนี้ก็ทำให้ตัวเองอ้วนจะได้มีเืเยอะๆ”
“แต่เอ๊ะ!เรามีอักษรโบราณ แก้อาการาเ็นี่นา ถ้าใช้ปลายมีดสะกิดตรงปลายนิ้วมือ แล้วรีบบีบเืใส่ถ้วยเอาแผ่นอักษรโบราณที่พกออกจากตัวก่อน ได้เืแล้วค่อยเอาพกติดตัว ต้องซ้อมเอาน้ำเขียนก่อน ถ้าใช้เืแล้วเขียนผิดแล้วจะเสียเืเปล่า”
ซินหยางที่มัวแต่ศึกษาตำราส่วนมากจะอยู่แต่ในห้อง จะออกมาดูแค่แผ่นไม้ตากแห้ง รีดแล้วตัดเก็บไว้ ไม่ได้ออกไปคุยกับใครเลย ข้าวก็ไม่ค่อยหิว และพี่ชายตอนหลังก็พักอยู่ที่สถานศึกษา
“สำเร็จ! น้ำผสมดอกไม้สีแดงวาดออกมา ได้เหมือนแล้วขั้นตอนต่อไป ต้องใช้ของจริง ต้องเขียนตอนพระจันทร์เต็มดวง ถึงจะมีแรงดึงดูดพลังให้ศักดิ์สิทธิ์กว่าเดิม”
“แล้วกี่วันกันล่ะพระจันทร์จะเต็มดวง เดี๋ยวคืนนี้ต้องดูก่อน ไม่ใช่ว่าพระจันทร์มันเต็มดวงไปแล้วรึ หรือต้องรอรอบหน้า”
พระอาทิตย์ลับขอบเขาไปสักพักหนึ่ง พระจันทร์ขึ้นมา “ห้ะ! วันนี้พระจันทร์เต็มดวง นึกว่าเต็มดวงไปวันก่อนแล้ว โอ้!เร็วขนาดนี้ ยังทำใจไม่ได้เลย หรือจะรอพระจันทร์เต็มรอบหน้าดี”เด็กน้อยครุ่นคิดเดินวนไปมาในห้อง
