“ไม่ใช่ ไม่ใช่ข้า แปดอักษรนี่ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ไม่ใช่ข้านะเ้าคะ”
ไป๋ชิงโหรวร้องไห้และะโไม่เป็ประโยค หากนางถูกคุมขังในโถงบรรพบุรุษ ชะตากรรมที่โชคร้ายของนางจะถูกตัดสิน! ราชวงศ์จะ้าให้สตรีเช่นนี้เข้ามาในวังในฐานะนางสนมและฮองเฮาได้อย่างไร! แม้แต่ธรณีประตูของจวนขุนนางก็ยังยากจะก้าวข้าม ทางข้างหน้าของนางก็ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง! ดังนั้นนางจะต้องไม่เข้าไปในโถงบรรพบุรุษนี้! ไม่ได้!
ไป๋เซียงจู๋ค่อยๆ เหยียดริมฝีปากยิ้ม ตอนนี้เ้ากลัวแล้วหรือ? อย่าเพิ่งรีบ ยังมีสิ่งที่เ้าต้องกลัวมากกว่านี้อยู่อีก!
อวี๋ซื่อนั้นซับซ้อนกว่าไป๋ชิงโหรวมาก นางสูญเสียความสงบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ปกปิดมันไว้ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มจอมปลอม “ท่านแม่ นี่มันมากเกินไปหรือเปล่าเ้าคะ? คืนนี้ถูกทำให้ยุ่งเหยิงไปแล้ว ดวงของโหรวเอ๋อร์เป็อย่างไรก็ยังไม่แน่ชัด มิสู้รอให้ท่านนักบวชคำนวณดวงชะตาใหม่ค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายนะเ้าคะ”
ฮูหยินเฒ่าไป๋ยิ้มด้วยความหมายที่ยังไม่สมใจ “เมื่อครู่ยามที่เกิดเื่กับเ้าหลานคนโต มิใช่เ้ากล่าวเสียดิบดีหรือ เหตุใดยามที่เื่หล่นใส่หัวของเ้าหลานรองถึงได้แตกต่างออกไปเล่า หรือว่าจะดูดวงก็ต้องดูคนด้วย? ข้าอายุมากแล้วยังอยากมีชีวิตอยู่อีกสักสองสามปี”
สิ่งที่ฮูหยินเฒ่าไป๋หมายถึงคือถ้าไป๋ชิงโหรวไม่เข้าไป หากเกิดเื่อันใดขึ้นกับตน เช่นนั้นก็เพราะดวงพิฆาตของไป๋ชิงโหรวแล้ว
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้า แปดอักขระเหล่านี้ต้องผิดแน่ แน่นอนว่าต้องเป็ของไป๋เซียงจู๋ ถ้านางไม่ใช่ดาวหายนะ เหตุใดท่านปู่ถึงเกือบ...”
“ผู้ใดบอกว่าการไปชายแดนคือเื่โชคร้ายกัน?”
ทันใดนั้น เสียงดังและทรงพลังคล้ายกับระฆังเก่าก็ดังขึ้น
ทุกคนมองไปด้านข้างและเห็นท่านผู้เฒ่าไป๋เดินอย่างรวดเร็วทว่าสีหน้ากลับสดใสมาพร้อมกับไป๋ฉางอวิ๋น บุตรชายคนที่สามของเขา และไป๋จื่อจิน หลานชาย
“นายท่านกลับมาแล้ว!”
แม่เฒ่าจางรีบร้อนเข้าไปต้อนรับ ก่อนจะรีบชงชาหรืออะไรทำนองนั้น
เมื่อฮูหยินเฒ่าไป๋เห็นการกลับมาของคู่ชีวิตก็ตื่นเต้นจนน้ำตาไหล เสียงของนางเจือรอยสะอื้นเล็กน้อย "กลับมาแล้วหรือ! กลับมาก็ดีแล้ว”
“ดูสิ อายุเท่าไรแล้ว ยังร้องไห้อยู่อีก!” ผู้เฒ่าไป๋ยื่นมือออกมาอย่างงุ่มง่ามเพื่อพยายามเช็ดน้ำตาให้ ท่าทางนั้นดึงดูดให้ทุกคนอิจฉา
ฮูหยินเฒ่าไป๋อายเล็กน้อย ขณะที่นางกำลังจะพูดบางอย่าง ไป๋ชิงโหรวก็คุกเข่าลงกับพื้นและดึงมุมเสื้อของฮูหยินเฒ่าไป๋ทันที
“ท่านปู่ ท่านปู่เ้าคะ ทั้งหมดมิใช่เพราะโหรวเอ๋อร์นะเ้าคะ ล้วนเป็เพราะพี่หญิงใหญ่ ในเรือนของพี่หญิงใหญ่มีแมวตายมากมายถึงเพียงนั้น นางคือดาวหายนะ...”
เพียะ--
นางคิดว่าผู้เฒ่าไป๋จะพูดอะไรออกมาสักคำ เช่น ครอบครัวปรองดองทุกคนมีความสุข หรือไม่ก็แค่ไล่พวกนางให้ออกไป ทว่าในยามนั้นนางกลับถูกตบอย่างกะทันหัน
การตบนี้เป็ผู้เฒ่าไป๋ที่ตบด้วยตนเอง แรงที่ลงมือนั้นไร้ความปรานียิ่ง
“ท่านพ่อ!”
“ท่านพ่อ แม้ว่าโหรวเอ๋อร์จะผิด ท่านพ่อก็ไม่ควรตีนาง...”
เมื่อเห็นแก้มสีแดงบวมของไป๋ชิงโหรว ไป๋ฉางชิงและอวี๋ซื่อต่างก็รู้สึกเ็ปใจ
“ยังตีได้เบานัก ผู้ใดใช้ให้นางพูดเื่ไร้สาระ!” ผู้เฒ่าไป๋มีใบหน้าที่มืดมน เขามองไปที่ไป๋ฉางชิง เกลียดชังที่เหล็กไม่กลายเป็เหล็กกล้า
ไป๋จื่อจินเดินไปที่ด้านข้างของไป๋เซียงจู๋และพูดเบาๆ ว่า “เ้าไม่เป็ไรกระมัง?”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ” ไป๋เซียงจู๋ส่ายหัว
คนเหล่านี้อ่อนหัดเกินไปที่จะจัดการกับนาง
“คราวนี้ข้าสามารถมีชีวิตกลับมาจากชายแดนได้ ต้องขอบใจแม่นางน้อยผู้นี้ จู๋เอ๋อร์ ถ้าไม่ใช่เพราะนาง เกรงว่ากระดูกของข้าคงถูกกลบฝังไปแล้ว” ทันทีที่ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยปากพูด ทุกคนก็ตกอยู่ในความโกลาหลและมองไปที่ไป๋เซียงจู๋ทันที
อวี๋ซื่อและไป๋ชิงโหรวยิ่งสับสนงงงวยมากกว่าเดิม นางแพศยาไป๋เซียงจู๋จะเกี่ยวข้องกับเื่นี้ได้อย่างไร
ไป๋ฉางอวิ๋นเหลือบมองอวี๋ซื่อและคนอื่นๆ อย่างเ็า พี่สะใภ้รองผู้นี้น่ารำคาญยิ่งนัก เขาไม่ลงรอยกับนางเป็อย่างยิ่ง อีกทั้งร้านค้าเ่าั้ก็ไม่ได้รับการดูแลที่ดีจากนาง ดังนั้นเื่นี้ต้องได้รับการจัดการ
“หากยาที่จู๋เอ๋อร์ปรุงออกมาไม่ได้ถูกจวินมู่ซีส่งไปที่ชายแดน พวกเราก็คงไม่อาจกลับมาได้!” ผู้เฒ่าไป๋กวนคลื่นนับพันด้วยหินก้อนเดียว ฮูหยินเฒ่าไป๋ไม่อาจทนนั่งนิ่งต่อไปได้ ทันใดนั้นใบหน้าของนางก็ซีดเซียวและถามอย่างกระวนกระวาย
“เ้าสาม พูดออกมาเร็วๆ เข้า นี่มันเกิดเื่อันใด พวกเ้าได้รับาเ็หรือไม่”
ฮูหยินเฒ่าไป๋แก่แล้ว นางทนไม่ได้กับความกลัวเช่นนี้ นางมองพวกเขาทั้งสามทันทีั้แ่หัวจรดเท้าด้วยความกังวลใจยิ่งนัก
“ไม่ต้องกังวล ท่านยาย ข้าไม่เป็ไร ต้องขอบใจน้องหญิงแล้ว” ไป๋จื่อจินปลอบฮูหยินเฒ่าไป๋และเล่าเื่ั้แ่ต้นจนจบ
ปรากฏว่าพวกเขาไปซื้อหนังแกะนอกประตูชายแดนเพราะคิดจะขายต่อในฤดูหนาวเพื่อหารายได้เสริมฉลองปีใหม่ ทว่ากลับเจอาเข้าจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ในที่สุดพวกเขาก็หนีกองทัพออกมาได้ แต่กลับพบฮ่องเต้ที่ติดอยู่กลางหุบเขา
ขณะนั้นอากาศเย็น ลมและหิมะพัดโหม ผู้เฒ่าไป๋แก่ชราและอ่อนแอ หลังจากป่วยเพราะต้องลมเย็นก็พักฟื้นอยู่ในหมู่บ้าน าโหมกระหน่ำข้างนอก ทุกคนต่างวิ่งหนีรักษาชีวิต ดังนั้นแล้วจะมีหมอมารักษามียาได้ที่ใด
จวินมู่ซีพบไป๋จื่อจินโดยอาศัยนกพิราบขาวตัวเดียวกับไป๋จื่อจินในการส่งยา ไม่เพียงแต่สามารถรักษาไข้ของท่านตาได้เท่านั้น แต่เขายังช่วยให้ฮ่องเต้ที่ทรงาเ็สาหัสและคนอื่นๆ หลุดพ้นออกจากปัญหาได้ สุดท้ายก็อาศัยพละกำลังต่อสู้และโจมตีกลับได้สำเร็จ
“นี่... หมายถึง พวกเรา... คือขุนนางลึกลับที่มีข่าวลือว่าได้ช่วยเหลือองค์ฮ่องเต้ไว้หรือ?” ที่แท้แล้วหัวสมองของไป๋ฉางชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างจะขบคิดได้เร็วที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่พูดถึงเื่ที่ให้ผลประโยชน์ไร้ขีดจำกัดแก่เขา
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ทุกคนก็ประหลาดใจ ก่อนจะตามมาด้วยความปีติยินดี
นี่เป็ข่าวดี! โดยไม่คาดคิด คุณูปการจากการช่วยเหลือดังกล่าวจะตกอยู่ที่ศีรษะของจวนไป๋ และถึงแม้จะเป็เพียงประชาชน ทว่าก็ยังคงรุ่งโรจน์ได้อย่างงดงาม!
สีหน้าของอวี๋ซื่อและไป๋ชิงโหรวเองก็มีความสุขเช่นกัน ดวงตาของไป๋ชิงโหรวเป็ประกาย
บุญคุณจากการช่วยชีวิต นางเคยได้ยินคนนอกพูดถึงมัน นี่คือความรุ่งโรจน์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่ฮ่องเต้ยังอำนาจ เช่นนั้นแล้วพวกเขา!! จวนไป๋ของพวกเขาถูกกำหนดให้รุ่งเรืองอย่างไร้ขีดจำกัด และในฐานะบุตรีภรรยาเอกของตระกูลไป๋ นางสามารถจินตนาการได้เลย...
ดวงดาวเปล่งประกายระยิบระยับในดวงตา นางรู้สึกราวกับว่ากำลังลอยขึ้นไปบนก้อนเมฆ ตื่นเต้นและมีความสุข
เพียงครู่เดียว ทั้งเรือนก็ไม่มีบรรยากาศที่แปลกประหลาดเหมือนเมื่อครู่อีก บรรยากาศที่อึมครึมก็ค่อยๆ หายไป
มุมปากของไป๋เซียงจู๋หยักยิ้มเยาะเย้ย คนเหล่านี้ช่างเป็มนุษย์ที่แท้จริง
แต่อย่าคิดว่าไป๋ชิงโหรวจะรอดด้วยวิธีนี้ นางจะยอมแพ้ปล่อยไปโดยไม่จัดการได้อย่างไร
“น้องหญิงรอง ยังเร็วเกินไปสำหรับเ้าที่จะมีความสุข มันคงไม่ดีนักถ้าชะตาของตระกูลเราถูกดวงพิฆาตของเ้าสาปส่ง เราต้องหาใครสักคนที่จะเปลี่ยนชะตาเ้าได้โดยเร็วที่สุดจะดีกว่า”
ไป๋เซียงจู๋เทถังน้ำเย็นใส่ทุกคน รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋ชิงโหรวแข็งทื่อ นาง้าโต้ตอบและ้าชี้ไปที่จมูกของไป๋เซียงจู๋เพื่อด่าว่านางต่างหากที่เป็ดาวหายนะ
แต่มิอาจเอ่ยได้แล้ว ก่อนหน้านี้สามารถพูดได้ ทว่ายามนี้มิอาจทำได้ ความรุ่งโรจน์ของจวนไป๋ในตอนนี้ ทั้งหมดก็เพราะนาง เพราะนาง ฮ่องเต้จึงทรงรอดชีวิต นางกลายเป็ผู้มีพระคุณขององค์ฮ่องเต้!!
ถ้านางยังเอ่ยเื่นี้กับไป๋เซียงจู๋อยู่ จะถือว่านางดูิ่ราชวงศ์หรือไม่? เว้นแต่นางจะไม่้าที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!
“เ้านั่นแหละ! เ้านั่นเอง นักบวชลัทธิเต๋าหน้าเหม็น สาดเืใส่ผู้อื่น ไอ้คนต่ำทราม ทำแม้กระทั่งขโมยแปดอักขระของคุณหนูและสมรู้ร่วมคิดกับลัทธิเต๋าเพื่อใส่ร้ายโหรวเอ๋อร์ของข้า!”
จู่ๆ อวี๋ซื่อก็พุ่งเข้าหานักบวชลัทธิเต๋าอย่างคลุ้มคลั่ง ดึงและทุบตีเหมือนหญิงบ้าข้างถนนก็มิปาน
ไม่ว่าในกรณีใด ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตที่ดี นางต้องไม่ปล่อยให้ลูกสาวของนางเกิดเื่อันใด ไม่เช่นนั้นมันจะจบเห่แล้วจริงๆ
ในความเห็นของนาง ชีวิตของแม่เฒ่าเฉินผู้นี้และชีวิตของนักบวชลัทธิเต๋าผู้เหม็นเน่า ไม่คู่ควรให้พูดถึง!
นักบวชลัทธิเต๋าพยายามหลบหนีไปพร้อมกับหลีกเลี่ยงการต่อสู้ของอวี๋ซื่อ ทว่ากลับถูกไป๋จื่อจินจับตัวไว้
