เนื่องจากในลานบ้านไม่มีแสงไฟ คังอิงจึงมองไม่ออกว่าใครเป็ใคร เธอจึงรู้สึกเครียดอยู่ครู่หนึ่ง
แต่โชคดีที่บ้านหลังนี้กับบ้านเพื่อนบ้านรอบข้างไม่ได้อยู่ห่างไกลกันมากนัก หากคนคนนี้มีเจตนาร้ายกับเธอจริงๆ ขอแค่เธอะโเรียกเสียงดังๆ ก็ต้องมีคนมาช่วยเธอแน่
คังอิงปลอบใจตัวเองพลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ อย่างไม่รู้ตัว เธอ้าหาอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันตัวมากำไว้ในมือ เพื่อให้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น
เงาร่างสูงใหญ่ตรงหน้ากำลังเดินโซเซเข้ามาใกล้ คังอิงมองอย่างละเอียดแล้วพบว่าเป็สือเจียงหย่วน
อีตาบ้านี่อีกแล้ว วันๆ เอาแต่มาที่นี่ เข้ามาก็ไม่รู้จักบอกกล่าวล่วงหน้าเธอสักคำ จริงสิ เขาคงใช้ลูกกุญแจสำรองที่มีไขประตูเข้ามา
คังอิงโกรธมาก เธอกำลังจะเอ่ยถามพร้อมตำหนิอีกฝ่าย แต่กลับได้กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งโชยมาจากตัวสือเจียงหย่วนเสียก่อน
"คุณดื่มเหล้ามาเหรอ? ดื่มไปเยอะแค่ไหน? ทำไมถึงได้เมาขนาดนี้?" คังอิงเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
สือเจียงหย่วนต้องเมาแน่ๆ จากฝีเท้าที่โซเซของเขา แถมยังได้กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งมาแต่ไกลขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ได้ดื่มเหล้าธรรมดาทั่วไปด้วย
คังอิงได้กลิ่นเหล้าเหมาไถ เธอไม่รู้ว่าเขาดื่มไปมากแค่ไหน เหล้าดีกรีสูงขนาดนั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเมา
สือเจียงหย่วนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เขาเอียงคอมองเธอพร้อมกับยิ้มแปลกๆ แล้วพยักหน้าให้ จากนั้นก็ไม่สนใจคำถามของเธอ เดินตรงไปยังห้องทางปีกตะวันออกทันที
คังอิงจ้องมองสือเจียงหย่วนเดินเข้าไปในห้อง เขาไม่ได้ปิดประตู จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียง ‘โครม!’ เหมือนเขาจะทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างแรง
คังอิงยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะกลัวว่าพอสือเจียงหย่วนเมาแล้วเขาจะทำเื่แปลกๆ
ทุกคนรู้กันดีว่าพอคนเราเมา ก็จะสูญเสียสติสัมปชัญญะ จนทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง
เธอไม่อยากมีเื่กับสือเจียงหย่วนในตอนนี้ ทางที่ดีควรถอยห่างจากเขาตอนเมาแบบนี้จะดีกว่า หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ถือว่าไม่เป็ไร
ไม่คิดว่าสือเจียงหย่วนแค่ยิ้มให้เธอ จากนั้นก็เดินเข้าห้องทางปีกตะวันออกไป คังอิงจึงลังเลใจขึ้นมาทันที
เธอเดินไปที่หน้าประตูห้องทางปีกตะวันออกอย่างเงียบๆ แล้วแอบฟังเสียงอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ จากห้องของสือเจียงหย่วน หรือว่าเขาจะหลับไปแล้ว?
พอคังอิงคิดแบบนั้น จู่ๆ เสียงกรนของสือเจียงหย่วนก็ดังออกมาจากห้องทางปีกตะวันออกราวกับ้ายืนยันการคาดเดาของเธอ คิดว่าเขาคงเมาจนหลับไปแล้วจริงๆ
คังอิงนึกถึงคำพูดของสือเจียงหย่วนที่เคยบอกว่า พอเขาดื่มเหล้าแล้วจะนอนหลับอย่างสงบเสงี่ยม ที่แท้ก็เป็แบบนั้นจริงๆ
คังอิงเดินไปผลักประตูห้องทางปีกตะวันออก ประตูไม่ได้ล็อกเอาไว้ เธอจึงเปิดประตูแล้วเปิดไฟ จากนั้นก็เห็นสือเจียงหย่วนนอนหลับสนิทหงายเหยียดยาวอยู่บนเตียง
คังอิงรู้สึกทั้งโกรธและขำ เธอเดินไปจัดท่าทางของเขาโดยยกหัวให้หนุนหมอน และปรับให้นอนตะแคงข้าง เผื่อว่าดึกดื่นเขาเมามากแล้วอาเจียนจนสำลักอาหาร หากเกิดเื่แบบนี้ขึ้นมาจริงๆ มันจะกลายเป็เื่เศร้า
คังอิงหยิบผ้าห่มผืนบางๆ มาคลุมตัวสือเจียงหย่วน แล้วก็ถอดรองเท้าที่เขายังไม่ได้ถอดออกให้
พอเธอถอดรองเท้าของเขาออก “ะเิแก๊สพิษ” ก็กระจายไปทั่วห้อง คังอิงขมวดคิ้วแล้วปิดไฟ
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เดินไปที่ห้องครัวแล้วต้มน้ำแกงหวานหัวไชเท้าแก้วหนึ่ง วางไว้ที่หัวเตียงในห้องนอนของสือเจียงหย่วน เพื่อเขาจะกระหายน้ำกลางดึก
หัวไชเท้าต้มน้ำตาลกรวดเป็น้ำแกงแก้เมาที่ดีที่สุด ก่อนหน้านี้ตอนที่คังอิงทำธุรกิจ เธอมักจะต้องออกไปสังสรรค์กับลูกค้าอยู่เสมอ เธอได้ลองผิดลองถูกมาหลายวิธี ก่อนจะพบว่านี่เป็น้ำแกงที่ดีที่สุด
หลังจากที่วางน้ำแกงแก้เมาค้างไว้ให้เขาแล้ว เห็นว่าสือเจียงหย่วนยังคงนอนหลับอย่างสงบ คังอิงก็หันหลังเดินออกไปแล้วปิดประตู
พอจัดการเื่ต่างๆ เสร็จแล้ว เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบห้าทุ่ม เปลือกตาของคังอิงหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย เธอก็เข้านอน
เช้าวันต่อมา คังอิงตื่นนอนตอนหกโมงเช้า วันนี้เธอตั้งใจว่าจะเข้าเมือง
เื่การเช่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้ากับผู้อำนวยการหลี่ต้องรอสักพัก ด้วยความกระตือรือร้นของผู้อำนวยการหลี่ที่้าเห็นผลงานอย่างรวดเร็ว คังอิงคิดว่าเขาคงกำลังปรึกษาหารือกับเบื้องบนอยู่
ตอนนี้การได้สิทธิ์ในการเป็ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวจากบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าถือเป็เื่เร่งด่วน
แม้สือเจียงหย่วนเคยบอกว่าจะช่วยเธอสอบถามจากคนรู้จักที่กระทรวงพาณิชย์ แต่พอเห็นเขาเอาแต่เดินลอยชายอยู่ข้างนอก ก็ไม่รู้ว่าเขาใส่ใจเื่นี้จริงหรือเปล่า คังอิงจึงคิดว่าทางที่ดีเธอควรจะไปติดต่อบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองจะดีกว่า
คังอิงลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว พอคิดว่าอีกเดี๋ยวสือเจียงหย่วนคงตื่น และต้องกินอาหารเช้า เธอจึงทำโจ๊กถั่วเขียว ผัดผักกาดดองเสฉวนรสอร่อย ไข่กวนหนึ่งชาม อาหารเช้าแบบง่ายๆ แต่สดชื่น โจ๊กถั่วเขียวช่วยแก้ร้อนในและขับความชื้น เหมาะมากสำหรับคนที่ดื่มเหล้าเมื่อคืน
พอคังอิงทำอาหารเสร็จ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องทางปีกตะวันออก เสียงเปิดประตู 'เอียด' ดังขึ้น สือเจียงหย่วนเดินออกมาจากห้องพลางขยี้ตา
ดูเหมือนเมื่อคืนนี้เขาดื่มไปเยอะมาก บนใบหน้าของสือเจียงหย่วนจึงมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าหลังจากดื่มหนัก แต่โดยรวมแล้วเขายังคงดูสดใสดี
สือเจียงหย่วนเห็นคังอิงแล้วก็มองอย่างงงๆ ราวกับสมองของเขาค้างไปชั่วขณะ เขาเพ่งมองเธออีกครั้งพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เมื่อคืนนี้ผมมาที่นี่เหรอ?"
เมื่อคังอิงได้ยินคำพูดของเขา ก็รู้ว่าเมื่อคืนสือเจียงหย่วนต้องเมาหนักแน่ๆ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมาที่นี่ได้อย่างไร
คังอิงให้อภัยความมุทะลุบุ่มบ่ามของอีกฝ่ายในทันที เธอพอจะนึกออกว่าตอนที่สือเจียงหย่วนเมาไม่ได้สติขนาดนั้น หากมีคนจะพาเขากลับบ้าน พวกนั้นต้องถามว่าเขาพักที่ไหน และด้วยสัญชาตญาณ สือเจียงหย่วนคงตอบที่อยู่บ้านของป้ารองของเขาออกไป
คนที่เมาแล้ว ที่อยู่ที่ผุดขึ้นมาในหัวย่อมเป็สถานที่ที่เขาประทับใจมากที่สุด ป้ารองของสือเจียงหย่วนเพิ่งย้ายออกจากที่นี่ได้ไม่นาน คาดว่าสือเจียงหย่วนคงไม่ค่อยผูกพันกับบ้านหลังใหม่มากนัก
ั้แ่เด็กๆ ทุกครั้งที่เขากลับมายังอำเภอหลี่ว์ เขาจะมาที่นี่เสมอ ดังนั้นต่อให้เขาเมาสักแค่ไหน เขาก็ยังจำที่นี่ได้อยู่
ทันใดนั้น คังอิงก็ให้อภัยการกระทำที่บุ่มบ่ามของสือเจียงหย่วนที่บุกเข้ามาที่นี่เมื่อคืน
ยิ่งไปกว่านั้นสือเจียงหย่วนก็ทำตามที่เขาเคยพูดจริงๆ พอเมาแล้วเขาก็นอนหลับอย่างสงบ ไม่ได้ทำเื่แปลกๆ เลยสักนิด
คังอิงจึงยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า “เมื่อคืนคุณเมาแล้วเปิดประตูเข้ามาเองเลยค่ะ ฉันถามอะไรคุณก็ไม่พูด แค่ยิ้มให้ฉันแล้วก็เดินเข้าห้องนอนไป”
สือเจียงหย่วนมองอย่างงงๆ เขาย่นคิ้วราวกับกำลังพยายามนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ จากนั้นก็ตบหน้าผากตนเองพลางกล่าวว่า
“จริงสิๆ ผมจำได้ลางๆ ตอนนั้นพวกเขาถามผมว่าจะกลับไปที่ไหน ผมก็ตอบว่าที่นี่ พอกลับมาถึง เห็นว่าในลานบ้านมีผู้หญิงที่หน้าตาสวยราวกับนางฟ้าคนหนึ่ง ทำเอาผมใจนไม่กล้ามองหน้าเธอ ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยวิ่งเข้าห้องไปนอน
“อืม ผมคงจะเมาหนักจริงๆ ทำไมถึงเห็นคุณเป็นางฟ้าไปได้”
สือเจียงหย่วนเกาหัวแล้วหัวเราะอย่างเขินอาย ราวกับว่ากำลังบอกว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด
ประโยคแรกๆ ยังฟังดูดีอยู่ แต่ประโยคหลังๆ กลับทำลายบรรยากาศ คังอิงพูดอย่างฮึดฮัดไม่พอใจ
“ฉันไม่ใช่นางฟ้าหรือไงคะ? หรือว่าคุณจะเห็นฉันเป็นางฟ้าก็ต่อเมื่อคุณเมาเท่านั้น?”
คังอิงรู้สึกพึงพอใจกับรูปร่างหน้าตาของตนเองในตอนนี้ เธอไม่ได้ศัลยกรรม ไม่ได้ฉีดโบท็อกซ์ ไม่ได้กินยา ไม่ได้ทำตาสองชั้น ไม่ได้เสริมจมูก การที่จะมีหน้าตาสวยงามแบบธรรมชาติเช่นนี้ได้นับว่าไม่ง่ายเลย
ประโยคนี้เหมือนกับมีพายุเข็มดอกสาลี่ [1] พุ่งซัดเข้าใส่สือเจียงหย่วน…
เชิงอรรถ
[1] พายุเข็มดอกสาลี่ อาวุธลับอันดับสองจากนวนิยายจีนแฟนตาซีเื่ 斗罗大陆 (Douluo Continent) ซึ่งได้ดัดแปลงเป็แอนิเมชันและซีรีส์ในชื่อภาษาไทยว่า จอมยุทธ์ภูติถังซาน ลักษณะของอาวุธสร้างจากแร่เงินใต้ทะเลลึกเป็รูปดอกสาลี่ มีกลไกซ่อนอยู่ เมื่อกดเปิดจะมีเข็มขนาดเล็กยี่สิบเจ็ดเล่มพุ่งใส่ศัตรูพร้อมกัน
