ซุนเฟยวางตะเกียบลง เขามองไปยังกล่องดำที่อยู่ตรงหน้าด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองปีศาจสาวพลางถามกลั้วหัวเราะว่า “ไม่มีอาหารกลางวันฟรีบนโลกนี้ นี่คือความจริงที่แม้แต่วณิพกยังรู้เลย หากข้ารับของขวัญชิ้นนี้ไป คงไม่ใช่ว่าข้าจะต้องมีของที่มีราคาสมน้ำสมเนื้อจ่ายให้เ้าคืนหรือ?"
“ทำไม กลัวงั้นหรือ?” ปีศาจสาวพูดเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงใจกว้าง ในขณะที่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความยั่วยุ
“อันที่จริงแล้วข้อมูลประเภทนี้มันไม่มีความหมายสำหรับข้าหรอกนะ ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงจะเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง ไม่ว่าศัตรูจะเป็ใคร ก็แค่ใช้หมัดปิดปากมันเสีย!” ซุนเฟยพูดออกมาด้วยท่าทางมั่นใจ แต่มือของเขากลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วยิ่งกว่างูฉกเหยื่อ แสงสีเงินพลันสว่างวูบ ก่อนที่กล่องสีดำจะถูกดูดเข้าไปในแหวนเก็บของ
“ท่าน...ข้าไม่เคยพบเจอาาที่มีนิสัยเช่นท่านมาก่อนเลย!” ปีศาจสาวเ้าเสน่ห์เห็นฉากตรงหน้าก็พูดไม่ออกไปชั่วครู่ นางมองหน้าซุนเฟยด้วยสายตาที่ยากจะอธิบายได้
“ยกย่องกันเกินไปแล้ว!” าาผู้ไม่มียางอายตอบกลับมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวงามดุจหยกชั้นดีตรงหน้า นอกจากจะไม่ทำตัวเป็สุภาพบุรุษแล้ว ยังแสดงท่าทาง ‘หน้าหนา’ ที่เหนือชั้นกว่าออกมาอย่างไม่อาย ซุนเฟยพูดต่อไปด้วยท่าทางสบายๆ ว่า “ข้าคิดว่าเ้าคงอยากจะพูดว่า 'ข้าไม่เคยเห็นาาคนไหนที่ไร้ยางอายเท่าท่านมาก่อน' แบบนี้หรือเปล่า? ฮ่าๆๆ แต่ข้าไม่สน เพราะอะไรรู้ไหม...เพราะเ้ากำลังบังคับข้าอย่างไรเล่า ข้าไม่อยากเห็นเ้าเสียใจ หากข้าปฏิเสธไม่รับมัน ดังนั้นข้าจึงกล้ำกลืนฝืนทนรับมันอย่างเสียไม่ได้ แต่เ้าอย่าได้หวังเชียว ว่าข้าจะมอบของที่เท่าเทียมกันให้นะ เพราะข้าไม่มี”
แพรีสลุกขึ้นมาเทเหล้าให้แก่ซุนเฟยด้วยท่าทางสง่างาม ใบหน้าสวยเผยรอยยิ้มที่น่าหลงใหลเล็กน้อย “ใช่แล้ว ท่านเดาถูก ข้าอยากจะพูดแบบนั้นจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นาาคนไหนที่ไร้ยางอายเท่าท่านมาก่อน ไม่มีใครเหมือนท่านสักคน!”
ซุนเฟยกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วดื่มอีกครั้ง เขาเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง มองดวงจันทร์ที่กำลังสาดแสงลงมาอย่างเงียบๆ ทันใดนั้นก็ก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา “ก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกเรายังถือมีดไล่สังหารกันประหนึ่งเ้าตายข้ารอด แต่มาตอนนี้กลับมานั่งทานอาหารพูดคุยกันแบบสบายๆ โชคชะตาช่างทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ตอนนี้พวกเราหันมาเป็สหายแทนศัตรูกันแล้วหรือ?”
“อะไรคือการพูดคุยกันแบบสบายๆ ฝ่าา ท่านช่างหยาบคายยิ่ง” ในดวงตาของแพรีสเป็มีร่องรอยความโกรธเคืองขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้ เดี๋ยวสงบเดี๋ยวมีเสน่ห์ เดี๋ยวดูสูงส่งเดี๋ยวดูบริสุทธิ์ บางครั้งอบอุ่นบางครั้งก็น่าหลงใหล อารมณ์ที่ไม่แน่นอนของนางทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหล
ซุนเฟยหัวเราะออกมา ก่อนจะพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาจนน่าใว่า “ฮ่าๆๆ มันเป็นิสัยเสียที่ข้าแก้ไม่หายจริงๆ เวลาพบสาวงาม ข้ามักจะชอบกระเซ้าเย้าแหย่นางเช่นนี้...จริงสิ ข้านึกขึ้นมาได้ว่า ที่เมืองแซมบอร์ดของข้าได้สถานที่ตั้งค่ายใกล้ๆ แม่น้ำนี้ น่าจะเป็เ้าที่จัดการให้ใช่ไหม!”
“ฝ่าาทรงทราบขนาดนี้ก็น่าจะรู้ว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่!” ปีศาจสาวแสร้งพูดกระเง้ากระงอด
ซุนเฟยใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ สีหน้าเริ่มเคร่งขรึมขึ้นมา “เื่ของพวกเ้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า หากไม่มากระตุ้นข้า ข้าก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว”
“หากองค์หญิงกำลังตกอยู่ในอันตราย ฝ่าาจะลงมือช่วยนางไหม?” แพรีสถามออกมา คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
ซุนเฟยเงียบไปสักพัก
ผ่านไปชั่วครู่จึงค่อยตอบคำถามนี้ “ถ้านางมีอันตรายถึงชีวิต ข้าก็จะช่วยนาง”
สีหน้าของแพรีสดูแปลกไปเล็กน้อย ราวกับทั้งพอใจและไม่พอใจกับคำตอบนี้ ท่าทีแปลกๆ เช่นนี้ปรากฏออกมาเพียงวูบเดียวก่อนจะหายไป ทำให้ซุนเฟยไม่ทันสังเกตเห็น สีหน้าของแพรีสเริ่มจริงจังขึ้น ก่อนที่นางจะถามต่อไปว่า “แล้วถ้าข้าฉันมีอันตรายถึงชีวิต ฝ่าาจะช่วยข้าไหม?”
“ช่วยสิ!” ซุนเฟยตอบกลับมาอย่างหนักแน่น
“หือ? ทำไมเล่า?”
“เพราะเ้าเป็สาวงามไงเล่า ข้าคนนี้คงทนไม่ได้ที่จะต้องมาเห็นสาวงามอย่างเ้าถูกใครก็ไม่รู้มาทำลายไปต่อหน้าต่อตา อีกอย่างข้าไม่ชอบโศกนาฏกรรม!” ราวกับกินอิ่มแล้ว ซุนเฟยยกผ้ามาเช็ดปากก่อนจะตบท้ายด้วยสุราชั้นดีอีกหนึ่งแก้ว
แพรีสหัวเราะอย่างพอใจครู่หนึ่ง “ดีเลย งั้นตอนนี้ฝ่าาเชิญช่วยสาวงามอย่างข้าได้เลย!”
“อะไรนะ?” ซุนเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง
ตอนนี้เอง ด้านนอกร้านเหล้าก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา
ลูกธนูสีดำที่ดูเหมือนกับจะหลอมรวมเข้ากับความมืด ถูกยิงเข้ามาทางหน้าต่างแล้วพุ่งทะยานมายังร่างของแพรีสที่กำลังยืนยิ้มอยู่
ลูกธนูดอกนี้ปรากฏขึ้นมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า นี่มันจะแปลกเกินไปแล้ว!
แต่แพรีสดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ นางชักดาบออกมาจากฝักแล้วสะบัดดาบฟันเข้ากับลูกธนูในอากาศจนเกิดเสียงดังติ้งขึ้นมา สะเก็ดไฟกระจายไปทั่วความมืด ลูกธนูที่แฝงไปด้วยพลังที่น่ากลัวถูกแพรีสใช้ดาบฟันขาดสะบั้นเป็สองท่อน
ปีศาจสาวเ้าเสน่ห์อย่างแพรีส นอกจากจะมีใบหน้าที่สวยงามชวนหลงใหลแล้ว ยังเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งอีกด้วย
“ฟุ่บๆๆ!”
วินาทีต่อมา ลูกธนูจำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยเข้ามาอีกครั้ง ห่าธนูนี้ยิงทะลุเข้ามาจากกำแพงไม้ของร้านเหล้ากระซิบสายลมเป็รูเล็กรูใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วน แล้วลอยไปยังร่างที่บอบบางของแพรีสท่ามกลางฝุ่นขี้เลื้อยไม้!
เปลวไฟสีฟ้าอมเขียวพลันะเิออกมา
ทั่วร่างของแพรีสปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีฟ้าอมเขียว นางโคจรคลื่นพลังธาตุไม้อย่างบ้าคลั่ง ร่างอรชรของนางเคลื่อนไหวไปมาไม่มีหยุดด้วยความเร็วที่น่าตื่นตะลึง นางตวัดดาบฟันห่าธนูที่พุ่งเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว ทำลายพวกมันเป็ชิ้นๆ ห้องโถงชั้นหกที่เคยเงียบสงบและอบอุ่น ตอนนี้เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน เสียงปะทะกันของโลหะและสะเก็ดไฟที่กระจายไปทั่วห้องโถง ฉากนี้ราวกับบทเพลงซิมโฟนีหมายเลขห้าที่กำลังบรรเลงอยู่ก็ไม่ปาน
แน่นอนว่าดาบและคลื่นพลังธาตุธาตุไม้ของแพรีสไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
แต่ห่าธนูที่ลอยเข้ามากลับดูเหมือนจะพุ่งเข้ามาเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด คล้ายฝูงตั๊กแตนกระหายเืที่หิวจนหน้ามืดตามัวะโออกมาจากเงามืดแล้วทะยานเข้าไปหาแพรีส
ในที่สุดผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านล่างก็รู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่ผิดปกตินี้
“คุ้มครองท่านแพรีส!”
เหล่าผู้คุ้มกันทั้งใทั้งโมโห พวกเขารีบวิ่งขึ้นบันไดมายังชั้นหกเพื่อเข้าไปปกป้องปีศาจสาวเ้าเสน่ห์นางนี้
แต่ตอนนี้เอง เื่ราวไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
เสียงสั่นะเืเลือนลั่นก็ดังขึ้น ทันใดนั้นกำแพงชั้นห้าก็ะเิ
ท่ามกลางฝุ่นขี้เลื่อยไม้ มีเงาร่างสีดำหกสายะโข้ามซากกำแพงเข้ามาจู่โจมผู้คุ้มกัน เสียงดาบปะทะกันอุตลุด เปลวไฟหลากหลายสีส่องสว่างสดใสท่ามกลางความมืด ไม่ช้า ผู้บุกรุกก็ทำลายบันไดที่จะขึ้นไปยังชั้นหกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พุ่งไปหาผู้คุ้มกันที่พยายามขึ้นไปสนับสนุนแพรีส ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าโรมรันกันอย่างดุเดือด ประกายกระบี่ดาบปะทะกันวุ่นวาย เสียงร้องโหยหวน เืสาดกระจาย อวัยวะต่างๆ ปลิวว่อนเต็มไปหมด...
ในขณะเดียวกัน แพรีสที่อยู่บนชั้นหกก็พบกับความยากลำบาก
คลื่นดาบสามสายที่แหลมคมทำลายกำแพงไม้ชั้นหกจนย่อยยับ ท่ามกลางฝุ่นขี้เลื่อยไม้สีขาวที่กระจายไปบริเวณ ปรากฏร่างนักฆ่าสามคนที่สวมชุดเกราะสีดำกระโจนเข้ามา หลังจากห่าธนูเพิ่งหยุดลงไปครู่หนึ่ง แพรีสไม่ทันจะได้พักหายใจ ก็มีร่างของนักฆ่าสามคนที่มีเปลวไฟสีฟ้าปกคลุมทั่วร่างวิ่งเข้ามาหา!
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!!!”
ทั้งสามคนต่างกู่ร้องเป็คำเดียวกัน ราวกับเป็เสียงร้องที่ดังมาจากในนรก
ชิ้งๆๆ!
แพรีสมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย ดาบในมือขยับเคลื่อนไหว ชุดกระโปรงสีขาวพลิ้วไหวไปมา ผมสีบลอนด์ทองสะบัดไปตามแรงลม คล้ายเปลวไฟสีทองกำลังลุกไหม้ ร่างบอบบางขยับดาบอย่างว่องไว เหลือเพียงแสงสีเงินเลือนรางในอากาศ แพรีสเข้าโจมตีนักฆ่าทั้งสาม เสียงดาบปะทะกันดังขึ้นไม่หยุดท่ามกลางห้องโถงชั้นหกเต็มไปด้วยสะเก็ดไฟที่กระจายไปทั่วบริเวณราวกับพลุที่ะเิอยู่ในความมืด
ั้แ่ต้น ซุนเฟยก็แค่นั่งนิ่งๆ อยู่บนเก้าอี้ มองตาปริบๆ
ก่อนหน้านี้ที่ห่าธนูทำลายกำแพงพุ่งเข้ามา ซุนเฟยเองก็ถูกปกคลุมด้วยห่าธนูเช่นกัน แต่สิ่งที่ซุนเฟยทำกลับเหนือชั้นกว่าแพรีส เขานั่งนิ่งๆ อยู่กับที่ หลังจากลูกธนูที่สามารถเจาะทะลุกำแพงไม้ที่หนากว่าห้านิ้วเข้ามาได้ ทันทีที่มันพุ่งเข้ามาในรัศมีหนึ่งเมตรรอบกายของเขา ฉับพลัน ลูกธนูเ่าั้ก็เหมือนติดอยู่ในบึงที่มองไม่เห็น มันไม่สามารถทะลวงเข้าไปด้านหน้าได้ ในอากาศปรากฏระลอกคลื่นน้ำโปร่งใสขึ้นมา ก่อนที่มันจะร่วงลงสู่พื้น
ห่าธนูพวกนี้ ไม่มีค่าพอให้ซุนเฟยต้องเคลื่อนไหว
จนกระทั่งมีเสียงดาบแหลมคมลอยเข้ามา พร้อมๆ กับร่างของใครอีกคนที่ปรากฏตัวขึ้นมา
----------------
