“ลูกจัน...เอ่อ...ลูกจัน...ฮึก...ฮึก”
ฉันพึมพำสะอึกสะอื้นกับตัวเองด้วยเพราะตอนนี้ตนเองไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเริ่มตรงไหนจะจับต้นชนปลายยังไง เพราะเอาเข้าจริงบอกตามตรงตอนนี้ฉันเหมือนกับโดนทุบด้วยค้อนปอนด์ซ้ำ ๆ จนสมองอื้ออึงไปหมด
“อ๋อ...มีนี่ด้วยค่ะ”
ก่อนที่พี่นิดเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นพี่นิดก็รีบวิ่งไปหยิบซองสีน้ำตาลที่อยู่ถัดจากร่างของพ่อของฉันที่นอนอยู่เพื่อเอามาให้ฉัน
“นะ...นี่ค่ะ เอกสารนี้พี่เห็นพอคุณท่านอ่านจบท่านก็เป็ลมล้มพับไปเลยค่ะ”
ฉันรับเอกสารจากมือพี่นิดมาเปิดอ่าน และด้วยความจริงที่อยู่ในกระดาษด้านในนั้นก็ทำให้ฉันแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“นะ...นี่...มัน...มันเกิดอะไรขึ้น” (O_O”)
เมื่อตัวอักษรที่อยู่ในกระดาษขาวได้เรียงร้อยเล่าความจริงที่ฉันต้องเผชิญนับต่อจากนี้ได้อย่างชัดเจน แต่ละบรรทัดที่บอกว่าบ้านของฉันเป็หนี้เท่าไรและทรัพย์สินอะไรบ้างที่ถูกยึดไป โดยเฉพาะชื่อของผู้รับจำนองที่ปรากฏตรงหน้าดันเป็ชื่อของคนที่ฉันคุ้นเคย
“คะ...คุณป้า...ทิตยา...ปะ...เป็ไปได้ยังไง...!! แล้วแม่เฮียทิศมาเกี่ยวกับอะไรกับเื่นี้ด้วย??”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเอ่ยตะกุกตะกักไม่ต่างจากมือที่สั่นไหวบีบกระดาษแน่นจนยับยู่ยี่ สมองที่ยุ่งเหยิงอย่างไม่เข้าใจว่า ณ วินาทีมันเกิดอะไรขึ้น เพราะถึงแม้ว่าที่ผ่านมาทางบ้านของเฮียทิศจะคอยช่วยเหลือแนะนำเื่การลงทุนหรือพวกเื่คอนเนคชั่นที่เป็ประโยชน์ต่อธุรกิจอสังหาฯ ของบ้านฉันมาโดยตลอดก็ตาม แต่ที่ฉันไม่เข้าใจเลยก็คือในวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นทำไมในหน้าเอกสารการยึดทรัพย์สินบ้านฉันถึงมีชื่อของแม่เฮียทิศเป็เ้านี้...!!
ความสับสนมึนงงพลันเกิดขึ้นในทันทีเพราะยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ดังนั้นสิ่งที่ฉันจะทำได้ในวินาทีนี้เลยก็คือฉันต้องโทรไปหาคนที่พอจะให้คำตอบกับฉันได้
“พี่นิดค่ะ รบกวนพี่นิดช่วยไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าให้ลูกจันหน่อยค่ะ”
และทันทีที่ฉันได้รับมือถือจากมือแม่บ้าน หลังจากที่ฉันกดไปยังปลายสายที่้า...เสียงตอบรับจากระบบอัตโนมัติที่ตอบกลับมาก็ทำให้หัวใจฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
(หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...)
มือที่จับโทรศัพท์สั่นระริกพร้อมกับสายตาที่มองไปยังหน้าจอที่ปรากฏชื่อของผู้ชายที่ฉันรักที่ตอนนี้ฉันไม่สามารถติดต่อเขาได้
“ฮะ...เฮียทิศ ทำไมถึงปิดเครื่อง...ระ...หรือว่า”
หัวใจดวงน้อยพลันเต้นระรัวพร้อมกับความคิดอกุศลบังเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ฉันไม่สามารถติดต่อคนปลายสายได้ ก่อนที่สุดท้ายฉันจะตัดสินใจไปหาเขาแทนที่จะมารออยู่แบบนี้
“พี่นิดค่ะลูกจันฝากพี่นิดเรียกรถพยาบาลมารับคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนได้ไหมคะ ลูกจันมีเื่ต้องไปจัดการก่อนแล้วจะตามไปที่โรงพยาบาลทีหลังนะคะ”
ฉันเอ่ยปากสั่งแม่บ้านเสร็จก็รีบบึ่งรถไปยังจุดหมายปลายทางทันที
ณ คฤหาสน์ต้นตระกูลรุ่งเรือง
“สวัสดีค่ะ ลูกจันเองค่ะเฮียทิศอยู่ไหมคะ”
ฉันเปิดกระจกรถเลื่อนลงเพื่อคุยกับคนดูแลหน้ารั้วบ้านของเฮียทิศหลังจากมาจอดยังหน้าบ้านของเฮียทิศแล้ว แม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อการกระทำของคนดูแลตรงหน้า เนื่องด้วยเพราะปกติแล้วคนดูแลหน้ารั้วบ้านมักจะเปิดประตูบ้านให้ฉันเข้าไปทันทีเพราะจำรถของฉันได้ แต่วันนี้ทุกอย่างกลับดูแปลกไปหมด ฉันที่ในเวลานี้กลับถูกกันเอาไว้หน้าบ้านเหมือนกับเป็คนแปลกหน้าที่มาบ้านนี้เป็ครั้งแรก...
“เดี๋ยวผมแจ้งให้นะครับ กรุณารอสักครู่นะครับ”
“นี่ลูกจันเองนะคะ พี่จำลูกจันไม่ได้หรอ??”
ฉันขมวดคิ้วถามย้ำด้วยเพราะฉันนั้นจำได้ดีว่าคนตรงหน้าเป็คนดูแลประจำรั้วหน้าบ้านที่คุ้นเคยดีและมักจะยิ้มแย้มเปิดประตูต้อนรับฉันอยู่เสมอ เพียงแต่วันนี้ทุกอย่างที่เขาแสดงออกมามันกลับดูตรงกันข้ามกับที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง...เขาทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักฉันเลยสักนิด...
“ผมทราบครับ แต่ผมเองคงต้องแจ้งคุณท่านก่อนนะครับ”
เสียงหนักแน่นที่ตอบกลับมายิ่งทำให้หัวใจของฉันดำดิ่งไปสู่ห้วงลึกของลางสังหรณ์ที่คิดเอาไว้ แม้ว่าในใจลึก ๆ จะไม่อยากให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นแต่ด้วยสถานการณ์ตรงหน้ามันอาจเลี่ยงไม่ได้แล้วว่าสิ่งที่ฉันคิดกำลังจะเกิดขึ้นจริง ๆ
หัวใจที่ดำดิ่งในขณะที่นั่งรออยู่ในรถเพื่อรอฟังคำตอบว่าฉันจะได้ผ่านรั้วขนาดใหญ่ตรงหน้านี้ที่แต่ก่อนเคยผ่านไปได้อย่างง่ายดายเพื่อเข้าไปหาคำอธิบายได้ไหม และจากนั้นไม่นานเสียงเคาะกระจกรถก็ได้ดังขึ้นเรียกสติที่หลุดลอยให้กลับคืนมา...
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
ครืดดดดด ~~
“ลูกจันเข้าไปได้ไหมคะ...??”
“เอ่อ...ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณลูกจัน ตอนนี้คุณท่านไม่สะดวกที่จะให้เข้าพบครับ”
สิ้นคำตอบของคนดูแลประตูรั้วหน้าบ้านใหญ่มือที่กำพวงมาลัยพลันกำแน่นอีกทั้งหัวใจยังสั่นระรัวเต้นเต็มแรงสูบ ความรู้สึกวูบโหวงหัวสมองว่างเปล่าจนขอบตาเริ่มที่จะร้อนผ่าวคลอไปด้วยหยาดน้ำใส
และด้วยความรู้สึกที่แหลกสลายจากการผิดหวังก็มาพร้อมกับสติที่ขาดสะบั้นจนอดไม่ไหวที่จะะเิอารมณ์ออกไปอย่างที่ตัวเองไม่คาดคิดจะทำมาก่อน...
บรื้นนนนน...
ปังงงงง...!!
เสียงเร่งเครื่องยนต์เต็มสูบก่อนที่จะถูกกดเหยียบคันเร่งจนมิดเท้าทำให้รถหรูหลักหลายล้านพุ่งชนเข้ากับรั้วประตูไทเทเนียมสุดแข็งแรง จนรถที่เป็เหล็กเหมือนกันถึงกับบู้บี้หน้ารถยู่แทบจะกินเข้ามาเกือบถึงคอนโซลรถ
“…เฮ้ย...!!”
“โอ๊ยยยยย...ซี๊ดดดดดด ~~”
มือบางพลางกุมไปที่หน้าผากหลังจากที่มันถูกกระแทกเข้ากับพวงมาลัยรถยนต์เข้าอย่างจัง ก่อนตัวฉันจะรับรู้ได้ถึงของเหลวสีแดงที่เปียกเต็มฝ่ามือ
ปึงๆๆๆ
“คุณลูกจันครับคุณลูกจัน...เป็อะไรไหมครับ”
เสียงของคนดูแลหน้าประตูรั้วบ้านต้นตระกูลรุ่งเรืองเคาะกระจกรถรัว ๆ ร้องถามด้วยความใหลังจากเห็นการกระทำของฉันที่ทำลงไป
เพียงแต่ฉันไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว เพราะวินาทีนี้สิ่งที่ฉัน้ารู้มากที่สุดก็คือคำอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวฉัน
“เปิดประตู...!! ฮึก...ฮึก...เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวฉัน อธิบายมาซิอธิบายมา...ออกมาคุยกันซิ...ฮึก...ฮึก...ออกมา...!!”
เสียงะโร้องโวยวายที่ดังออกมาจากริมปากที่สั่นระริกหลังจากที่ตัวฉันเดินโซซัดโซเซลงจากรถ ชุดนักศึกษาที่บัดนี้เต็มไปด้วยสีแดงฉานของทั้งเืผู้เป็มารดาที่จากไปรวมกับเืที่ไหลเป็ทางลงมาจากหัวตัวเอง
และแม้ว่าตรงบริเวณหัวมันจะเริ่มทวีความเ็ป แต่วินาทีนี้ความเจ็บที่เกิดขึ้นกลับไม่อาจหยุดยั้งความ้าที่อยากรู้ถึงความจริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเองได้
“คุณลูกจันครับพอเถอะครับคุณาเ็อยู่นะครับ คุณกลับไปก่อนเถอะครับ”
พี่ที่ดูแลรั้วบ้านคนเดิมเดินมาพูดด้วยความเป็ห่วงด้วยเห็นสภาพของฉันที่เต็มไปด้วยเื พร้อมกับเอ่ยบอกให้ฉันกลับบ้านไปก่อน
“ปล่อยฉัน...!! ไปบอกคนที่อยู่ในบ้านให้ออกมาฉัน้าคำอธิบาย ไปบอกคุณทิศให้ออกมาหาฉัน ฉัน้าพบเขา...ฮึก...ฮืออออ ~~”
“กลับไปก่อนเถอะนะครับ เืคุณไหลออกมาเยอะแล้ว”
“ไม่...!! ฉัน้าเจอคุณอาทิตย์ ไปเรียกเขามาพบฉัน ฮึก...ฮึก...”
“แต่ว่าคุณอาทิตย์ไม่อยู่นะครับ”
สิ้นคำตอบของคนดูแลที่ประจำอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ฉันถึงกับหน้าเหวอหันไปหาคนพูดทันที เพราะมันไม่มีทางเป็ไปได้ในเมื่อเมื่อวานซืนฉันยังได้คุยกับผู้ชายที่ฉันถามหาอยู่เลย
“ว่ายังไงนะ...!! อย่ามาโกหกฉันนะ” ฉันตวาดลั่นใส่คนตรงหน้าอย่างไม่เคยทำมาก่อน ก่อนจะหันไปะโเรียกคนในบ้านอีกครั้ง
“เฮียทิศ...เฮียทิศศศศศ ออกมาคุยกับลูกจันเดี๋ยวนี้นะ...เฮียทิศศศศศ...”
ฉันที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่เชื่อในสิ่งที่คนดูแลหน้ารั้วบ้านพูดยังคงะโไม่หยุด ก่อนที่อาการเจ็บแปล๊บที่บริเวณหัวอีกทั้งอาการเสียเืจนหน้าเริ่มมืดก็ได้ทำให้เสียงที่ะโเรียกชื่อผู้ชายที่ฉัน้าเจอในยามนี้ที่สุดได้เป็เสียงสุดท้ายที่ะโออกไปก่อนที่สติของฉันจะดับวูบลง...
