2
ทุกอย่างมันแค่เริ่มต้น
“ฉันดีใจที่เธอยอมมานะอลิส ง้อเสียหลายรอบกว่าจะยอมใจอ่อนได้”
ทามดีใจ ที่วันนี้เพื่อนของเขา ยอมมาเจอกับ รุ่นพี่ของทาม ที่เป็ช่างแต่งหน้า และยังเป็คนที่คอยหานักแสดงหน้าใหม่ ไปแจ้งเกิดในวงการบันเทิงด้วย
“ความจริงแล้วเราอยากมาตั้งนานแล้ว แต่ติดเื่เรียน” อลิสให้เหตุผล
“ไม่จริงมั้ง ถ้าวันนี้ไข่มุกยังอยู่ เธอคงโดนห้ามแน่ๆ เฮ้อ ! พูดแล้วก็คิดถึง ชีวิตดี เกิดมาพร้อมทุกอย่าง แต่ทำไม เพื่อนเราถึงได้มาคิดสั้นแบบนี้”
ทุกคนที่รู้จักไข่มุกต่างก็คิดไม่ออกว่าสาเหตุที่ทำให้เด็กสาว หน้าตาน่ารักเรียบร้อย เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมทุกอย่าง ทำไมถึงได้ตัดสินใจ ฆ่าตัวตายแบบนั้น
“หนังเื่นี้ แน่ใจแล้วใช่ไหม ว่าพี่ตะวันจะมาเล่นเป็พระเอก”
อลิสเปลี่ยนเื่พูด เพราะเธอไม่อยากได้ยินเื่นี้แล้ว ถึงแม้จะไม่อยากได้ยิน แต่เธอก็ไม่เคยลืม และจำได้ดี ว่าไข่มุก ตายเพราะใคร
“แน่ใจสิ แล้วเขาอยากได้นางเอกหน้าลูกครึ่งแบบเธอด้วย ฉันว่าเธอผ่านแน่ๆ” ทามชื่นชมเพื่อน
“ดูสนับสนุนจริงได้ค่าหัวคิวไหม ถามจริงๆ” อลิสส่งยิ้มแบบรู้ทันให้เพื่อนชายหนุ่มแสนสวย
“ก็พูดไป...ก็ได้แค่พอกรุบกริบ แต่ถ้าทางช่องเลือกเธอ ฉันก็ได้พอซื้อกระเป๋าหรูสักสองสามใบ เป็ค่าตาถึง”
ทามยิ้มหัวเราะ อย่างสนุกสนานร่าเริง ความจริงแล้ว เขาเคยชวนอลิสั้แ่เข้าปี1 แต่หญิงสาวปฏิเสธตลอด เพราะเธอไม่คิดว่า คนจนๆธรรมดาอย่างเธอ จะสามารถมาเป็ดาราได้
เวลาเปลี่ยนไป หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป อลิสก็เช่นกัน วันนี้เธอ้าเข้าวงการบันเทิงให้ได้ โดยเฉพาะถ้าเธอทำสำเร็จ ละครเื่แรกของเธอจะได้เล่นเป็นางเอก ซึ่งพระเอกคนนั้นก็คือตะวัน ผู้ชายที่อลิสไม่เคยลืมและจะไม่มีวันลืม เพราะเขาคือสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปตลอดชีวิต และมันจะช่วยให้แผนที่เธอวางไว้ง่ายยิ่งขึ้น
“สวยจริงๆด้วย ทามแกนี่ก็ตาถึงเหมือนกันะ”
ช่างแต่งหน้าที่มีชื่อเสียงของวงการเอ่ยปากชมทันที ที่เจอหน้าของอลิส เพียงไม่กี่นาที หญิงสาวก็ถูกแต่งหน้าทำผม เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดตัวนักแสดง
“เป็ไงบ้างคะคุณพี่ เพื่อนทามใช้ได้ไหม”
เมื่อประตูถูกเปิดออก อลิสและพี่ๆทีมงานที่หวังจะปั้นเธอเดินออกมา จากห้องคัดตัวนักแสดง ทามก็รีบเดินไปถามทันที ด้วยความอยากรู้ ว่าเขาพอจะมีสิทธิ์ได้ค่าแมวมองสักสามสี่หมื่นไหม
“นี่อีคุณทาม ใจเย็นๆนะ อีกสักพักแหละกว่าจะรู้ผล ทางคณะกรรมการ เขาต้องประชุมกันก่อน ไม่ใช่อยู่ดีๆเห็นหน้าแล้วจะมาตัดสินกันได้เลย ”
มกราหรือพี่มูมู่ที่บรรดา คนในวงการเรียกกัน เธอก็เป็ชายหนุ่มที่มีเกือบทุกอย่างเหมือนกับผู้หญิง โดยเฉพาะจิตใจ มูมู่มีจิตใจที่เป็ผู้หญิงเต็มตัว เธอรู้ว่าทามกำลังอยากรู้เพราะอะไร จึงพูดขัดคอไว้ก่อน
“อลิสขอบคุณพี่มูมู่มากๆเลยนะคะ ที่ให้โอกาสผู้หญิงอย่างอลิสได้มีโอกาสมาคัดตัวในครั้งนี้”
หญิงสาวยกมือไหว้ อย่างรู้สึกขอบคุณจากหัวใจของหญิงสาว ที่ไม่คิดว่าตัวเอง จะมีหน้าตาหรือรูปร่างดี พอที่จะมีโอกาสมาคัดตัวแบบนี้
“ไม่ต้องมาทำหน้าซึ้งอะไรแบบนี้ พี่เขินหมด อลิสหนูเป็คนสวยแถมยังมีความสามารถ พี่ก็แค่ช่วยหาเส้นทางให้แค่นั้น ส่วนผลจะเป็ยังไง ก็ขึ้นอยุ่กับความสามารถของหนูและก็สายตาของกรรมการ”
มูมู่มั่นใจว่าอลิสต้องได้รับเลือกให้แสดงเื่นี้ เพราะเธอสามารถแสดงต่อหน้ากรรมการได้ดีมาก น้ำตาที่ไหลเต็มใบหน้าในฉากเสียใจ ที่อลิสแสดงไป ทำเอากรรมการต่างมองหน้ากันอย่างชื่นชมในความเก่ง
“ดังเมื่อไหร่อย่าลืมเรานะอลิส”
ทามหันมาทำท่าเหมือนกำลังจะฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อนสาว ที่อนาคตอาจจะได้เป็ดาราดัง
“ไม่ลืมแน่นอน จะเอากระเป๋ากี่ใบดีนะ....” อลิสเดินหันหลังมามองหน้าเพื่อนแบบรู้ทัน
“อุ๊ย!”
“ขอโทษครับ ผมไม่ทันเห็น คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
หญิงสาวมัวแต่เดินหันหลังจนไม่ทันได้เห็นว่ามีชายหนุ่ม กำลังเดินออกมาจากห้องแต่งตัว
“อุ๊ย! พี่ตะวัน”
ยังไม่ทันที่อลิสจะได้พูดอะไร เพราะเธอกำลังจับมือชายหนุ่มที่เดินชนเธอ เพื่อให้ตัวเองลุกขึ้นยืนได้ แต่ชื่อที่ทามเรียก ทำเอาอลิสรีบลุกขึ้นและหันไปมองหน้าคนที่เดินชนเธอ
“ไม่เป็ไรค่ะ แต่เป็ถึงดาราดัง ทำไมกับแค่เื่เดิน ยังทำให้คนอื่นต้องล้ม ยังดีนะคะที่ไม่เจ็บ ทีหลังก็หัดมัดระวัง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะให้อภัยคุณได้”
อลิสพูดจบก็เดินไปจากตรงนั้น เพราะเธอยังไม่พร้อมเห็นหน้าคนที่ทำให้เพื่อนเธอต้องตายในเวลานี้
ตะวันและทามต่างมองหน้ากับแบบไม่เข้าใจ ในสิ่งที่อลิสพูด เื่ก็มีแค่เธอถูกเดินชน ทำไมหญิงสาวพูดเหมือน ชายหนุ่มเคยไปทำร้ายใครอย่างนั้น
อลิสขอตัวกลับบ้านเอง ไม่ยอมให้ทามขับรถไปส่ง เพราะเธออยากไปที่สวนสาธารณะ สถานที่ ที่เธอกับไข่มุกชอบพากันมานั่งเล่นในวันหยุดด้วยกัน
*******************************************
“อลิสขอโทษนะ ที่ไม่ได้โทรศัพท์ไปหาเื่งานเลยเมื่อคืน พอดีเราไปดูหนังกับพี่ตะวันมา”
ไข่มุกรีบเดินมาขอโทษเพื่อนทันที ที่เธอมาถึงมหาวิทยาลัย เพราะเมื่อคืน เธอ อลิส และมาวิน นัดกันทำรายงาน ผ่านวิดีโอคลอ
“ไม่เป็ไร เรากับมาวิน ทำด้วยกันเสร็จแล้ว ก็เหลือแต่ให้เธอเอาไปเข้าเล่มแค่นั้นก็เรียบร้อยแล้ว ”
อลิสไม่เคยโกรธไข่มุกเลยสักครั้ง เพราะถ้าไม่มีไข่มุก ป่านนี้เธออาจไม่ได้เรียนต่อแล้วก็ได้
“พี่ตะวันเขาไม่อยากให้ใครเห็นก็เลยเลือกดูรอบดึก กว่าจะจบก็ดึกมาแล้ว เราคิดว่าพวกเธอคงหลับกันหมดแล้ว เลยไม่ได้โทรหาเลย”
“อิจฉาจริงๆ คนมีแฟน สวีทกันทุกวันเลยมั้งนี่” อลิสพูดแซวเพื่อน
“ทุกวันก็ดีสิ พี่ตะวันมีงานเยอะจะตาย นี่ขนาดยังไม่ได้เล่นละครนะ แค่ถ่ายโฆษณา เดินแบบ เล่นมิวสิค แค่นี้ก็แทบจะไม่มีเวลากินข้าวแล้ว”
อลิสอดยิ้มไปกับเพื่อนไม่ได้ ทุกครั้งที่ไข่มุกเล่าถึงแฟนหนุ่มของเธอ สีหน้าแววตา ท่าทางของเธอ จะแสดงออกถึงความสุขได้อย่างชัดเจน
ความสุขของไข่มุก มันก็คือความสุขของอลิสเหมือนกัน หญิงสาวชอบมองเวลาไข่มุกยิ้ม มันเหมือนโลกทั้งใบดูสวยงามขึ้นทันที
“เกือบลืมเลยอลิส วันนี้คนงานที่โรงงานจะเอางานไปส่งที่บ้านเธอนะ อย่าลืมบอกแม่ด้วย งานเร่งด้วย แต่งานยิ่งเร่งยิ่งเยอะ เงินก็ยิ่งดี น้ามณีเหนื่อยหน่อยนะ”
ไข่มุกที่บ้านของเธอทำโรงงาน และบางขั้นตอน ต้องใช้ฝีมือคนทำ ใช้เครื่องจักรไม่สามารถไม่ได้
หญิงสาวก็จะให้คนงานเอาไปส่งที่บ้านของอลิส เพื่อให้มณีแม่ของอลิสทำ แต่ถ้างานมีมาก ก็จะแบ่งไปให้บรรดาคนแถวบ้านที่ว่างงานทำ แม่ของอลิสก็จะกินค่าหัวคิวอีกที
“ขอบใจมากเลยนะไข่มุก เธอช่วยเราทุกเื่เลย ค่าลงทะเบียน ไม่เกินสิ้นเดือน เราจะหามาใช้ให้หมดนะ”
ค่าลงทะเบียนครั้งล่าสุด อลิสมีเงินแค่เพียงครึ่งเดียว หญิงสาวจึงตัดสินใจจะลงทะเบียนไม่ครบวิชา ยอมจบช้าเอา แต่ไข่มุกไม่ยอม เธอให้อลิสยืมเงินเธอก่อน
“ไม่ต้องรีบ แล้วถ้าน้ามณีทำงานนี้เสร็จ ก็ไม่ต้องเอาเงินทั้งหมดที่ได้รีบมาใช้หนี้เรานะ เก็บไว้ใช้ไว้กินก่อน เหลือแล้วค่อยเอามาให้เรา”
ไข่มุกไม่เคยอยากได้เงินคืนจากอลิสเลย แต่เพราะเธอรู้ว่า ถ้าเธอไม่ยอมเอาคืน อลิสจะไม่มีทางรับความช่วยเหลือจากเธออีก
“คิวทองจังเลยนะ แม่แฟนนายแบบคนดัง”
มาวินมาถึงมหาวิทยาลัยเป็คนสุดท้าย พอมาถึงก็เริ่มแซวไข่มุกทันที
“วันนี้เราเลี้ยงชาบู เพื่อเป็การไถ่โทษ ใครไม่ไปเราโกรธจริงๆด้วย” ไข่มุกแกล้งขู่
“ไม่ไปได้ไง มีเ้ามือแบบนี้”
ชายหนุ่มกอดคอเพื่อนผู้หญิงทั้งสองคน อย่างสนิทสนม ด้วยที่มาวินเป็ผู้ชาย ที่มาสนิทกับเพื่อนต่างเพศ จนหลายๆคนพากันคิดว่า มาวินเป็สาวตามเพื่อนไปแล้ว
********************************
ภาพรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และทุกอย่างที่เธอ มาวิน และไข่มุกทำด้วยกัน มันยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจ ของอลิสไม่มีวันรู้ลืม
“ไข่มุก เราจะแก้แค้นให้เธอ คนที่ทำให้เธอเจ็บ มันก็ต้องเจ็บเหมือนกัน”
อลิสหันไปพูดกับผีเสื้อที่บินมาเกาะที่แขนของเธอ เหมือนว่ามันกำลังเป็ตัวแทนของเพื่อนที่เธอรักที่สุดในชีวิต
“นึกแล้ว ว่าเธอต้องมาที่นี่”
เสียงมาวินดังมาจากด้านหลัง ของหญิงสาวที่กำลังนั่งคุยกับผีเสื้ออยู่
“แล้วแปลกอะไรที่เราจะมาที่นี่ เพราะนายเองก็ยังมา เพราะที่สวนแห่งนี้ เป็ความทรงจำของพวกเราสามคน”
อลิสกระเถิบตัวเองให้นั่งชิดที่นั่ง เพื่อให้มาวินสามารถนั่งข้างๆเธอได้
“ใช่ที่นี่คือความทรงจำที่ดีของพวกเรา และที่นี่มีแต่ความรักไม่ใช่ความแค้น”
มาวินหันมามองหน้า หญิงสาวที่นั่งข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง
“นายพูดเื่อะไร ใครแค้นใคร” อลิสทำท่าไม่เข้าใจ
“วันนี้ที่เธอไปกับทาม เรารู้นะอลิส ว่าเธอ้าอะไร ลองคิดใหม่นะ มันคุ้มกันแล้วเหรอ ที่เธอจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ เพื่อแก้แค้น แทนเพื่อนที่จากเราไปแล้ว”
“สำหรับเราไข่มุกไม่ใช่แค่เพื่อน ถ้าไม่มีไข่มุกก็ไม่มีเราวันนั้น ไม่ใช่แค่เรา แม่เรา ครอบครัวของเราเป็หนี้บุญคุณไข่มุกและครอบครัว นายไม่มีวันเข้าใจหรอกมาวิน”
ชายหนุ่มเตรียมใจก่อนพูดไว้แล้ว ว่าหญิงสาวไม่มีทางฟังเขาแน่นอน เพราะอลิสผูกใจไว้กับความแค้นแล้ว ไข่มุกจากทุกคนไปเกือบเดือนแล้ว แต่สำหรับอลิส ไข่มุกอยู่ในหัวใจเธอตลอดเวลา
“เราเข้าใจ แต่เราอยากให้เธอลองคิดอีกสักรอบ ว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดจะทำ มันจะทำให้ไข่มุกมีความสุขใช่ไหม”
มาวินไม่อยากฟังถ้อยคำเชิงต่อว่าของอลิสแล้ว เมื่อพูดจบ ตามที่ชายหนุ่มตั้งใจมาพูด เขาก็ลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินกลับไปยังทางที่เขาเดินมาทันที ด้วยความรู้สึกที่โล่งใจ ที่อย่างน้อย วันนี้เขาก็ได้พูดในสิ่งสิ่งที่อยากพูดแล้ว
