เล่มที่ 3 บทที่ 75 บุกทะลวง
เมื่อเห็นปราณกระบี่สีขาวที่สลายไป ถังเทียนตูก็รู้สึกสะใจกับภาพตรงหน้าไม่น้อยเลย…
เพราะปราณกระบี่นี้ถือเป็หนึ่งในท่าไม้ตายสำคัญของหลินเฟย หากทำลายไปได้ ก็เท่ากับได้ทำลายส่วนสำคัญของหลินเฟยจนบอบช้ำสาหัสเลยทีเดียว
“หึหึ เ้ารู้สึกเสียใจกับคำพูดที่เคยเอ่ยไปบ้างหรือยัง?”
“ข้าเองก็อยากถามเ้าพอดี…” ใบหน้าของหลินเฟยยังคงเผยรอยยิ้มเช่นเดิม มิหนำซ้ำยังมีท่าทีอารมณ์ดีอีกด้วย
“รู้สึกเสียใจที่อัดปราณกระบี่สายนั้นออกไปบ้างหรือไม่…”
“หื้อ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถังเทียนตูก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไร ต่อให้เก็บมาคิด หลินเฟยก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้อยู่ดี...
“คงยังไม่เข้าใจสินะ” ดูเหมือนหลินเฟยเองก็พอจะอ่านความคิดของถังเทียนตูออก เขาไม่รีรอคำตอบจากอีกฝ่ายพร้อมกล่าวเสริมขึ้นมาอีกครั้ง
“ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็ลองค่อยๆทบทวนดูแล้วกัน ถึงอย่างไรการทำลายปราณกระบี่อิ๋นเหวินของข้าด้วยน้ำแข็งห้าสี ก็คงจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก เ้าเองก็พยายามคิดให้ได้เข้าล่ะ…”
“…”
คราวนี้ไม่ใช่แค่ถังเทียนตูที่งุนงง แต่เหล่าศิษย์ที่ชมการประลองอยู่ก็พากันงงตามไปกันหมด หรือว่าหลินเฟยจะเสียสติไปแล้ว?
‘ไม่ได้ดูเวลาเลยหรืออย่างไร ถึงได้มีท่าทีมั่นใจเสียขนาดนั้น หรือว่ายังมีท่าไม้ตายอื่นอีก?’
“หรือว่าจะเป็ปราณกระบี่สีทอง?”
‘ไม่ใช่หรอก ต่อให้ปราณกระบี่สีทองนั่นจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่มันก็มีคุณสมบัติคล้ายกับปราณกระบี่สีขาว เมื่อเจอเข้ากับน้ำแข็งห้าสีของถังเทียนตู รวมทั้งยังมีเงาัเก้าตนคุ้มกายด้วยอีก ต่อให้เป็ปราณกระบี่สีทองเองก็ยากที่จะเอาชนะได้ ดีไม่ดีอาจจะสลายไปด้วยเช่นกัน…’
ทันทีทันใดบรรยากาศบนแท่นประลองกลับดูไม่ชอบมาพากลขึ้น
แม้ปราณกระบี่สีขาวกำลังสลายไปอย่างช้าๆ แต่ถังเทียนตูกลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆขึ้นมา เพราะเหตุใดหลินเฟยที่เป็ฝ่ายเสียเปรียบมาตลอด ถึงได้มีทีท่ามั่นอกมั่นใจขนาดนี้ เขามั่นใจมาก จนทุกคนที่เห็นก็อดที่จะประหลาดใจไปด้วยไม่ได้…
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ…
ปราณสีขาวก็เล็กลงเรื่อยๆ…
ในที่สุดภายใต้การโคจรพลังครั้งสุดท้ายของถังเทียนตู ปราณกระบี่สีขาวก็สูญสลายหายไปจนหมด…
บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้นมาทันที
เพราะพวกเขารู้ดีว่า เมื่อใดที่ปราณกระบี่สีขาวหายไป นั่นแปลว่าการประลองได้เดินทางมาถึง่ของการตัดสินเสียที
แล้วก็เป็ตามคาด ชั่วขณะที่ปราณสีขาวสลายไป หลินเฟยก็มีปฏิกิริยาบางอย่างขึ้นมา
และการกระทำของเขานี้เอง ที่ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
บัดนี้หลินเฟยกุมกระบี่หงส์คำรนไว้ในมืออย่างมั่นคง ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยปราณกระบี่สีทองซึ่งกำลังพุ่งทะยานเข้าชนน้ำแข็งห้าสีซึ่งๆหน้า ไม่ว่าใครที่ได้เห็นย่อมเชื่อว่าตนเองตาฝาดไปแน่ๆ เพราะกระบวนท่านี้เป็ท่าเดียวกับที่ถังเทียนตูตอนที่บุกทะลวงทะเลเพลิงของหลินเฟยไม่มีผิดเพี้ยน
‘หลินเฟยบ้าไปแล้วหรือ?’
ที่ถังเทียนตูกล้าบุกทะเลเพลิงเพราะเขาฝึกเคล็ดกระบี่ไร้พ่าย มีกายแข็งแกร่ง ฟันแทงไม่เข้า บัดนี้ยิ่งมีเงาัเก้าตนคุ้มกายอีกด้วย ส่วนหลินเฟยล่ะ?
เพียงไม่นานหลินเฟยก็แสดงให้พวกเขาเห็นว่าเพราะเหตุใดเขาถึงกล้ากระทำเช่นนี้…
ปราณกระบี่สีทองที่รายล้อมรอบตัวราวกับัร้ายที่กำลังกางกรงเล็บ ชั่วขณะที่บุกเข้าชนน้ำแข็งห้าสี ก็เห็นเพียงสะเก็ดน้ำแข็งที่แตกกระจายกลางอากาศซึ่งไม่สามารถสะกิดหลินเฟยได้แม้แต่น้อย ที่เป็เช่นนี้ไม่ใช่เพราะน้ำแข็งห้าสีไม่ได้เื่ แต่เป็เพราะหลินเฟยนั้นว่องไวเกินไป เพียงชั่วพริบตาปราณกระบี่สีทองก็บดขยี้น้ำแข็งห้าสีที่เข้าใกล้ร่างหลินเฟยจนแหลกละเอียด รวดเร็วจนถังเทียนตูเองก็ตั้งสติไม่ทัน…
ยังโชคดีที่ก่อนหลินเฟยทะลุชั้นน้ำแข็ง ถังเทียนตูก็ได้สติขึ้นมา กระบี่อู๋ซางในมือกระตุกตอบรับ เงาัเก้าตนก็หลอมรวมกัน กลายเป็ปราณกระบี่ขนาดั์สูงนับสิบจ้าง จากนั้นถังเทียนตูก็สะบั้นเข้าใส่หลินเฟยทันที…
ชั่วขณะนั้นถังเทียนตูคิดขึ้นมาว่าหากหลินเฟยใช้ปราณสีทองต่อกรกับน้ำแข็งห้าสีของเขาล่ะก็ เกรงว่าจะหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายไม่ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน แต่ใครจะคิดว่าหลินเฟยกลับเสนอตัวบุกเข้ามาซึ่งๆหน้าเองเช่นนี้ ‘หรือเขาเข้าใจว่านอกจากน้ำแข็งห้าสีนี้แล้ว เขาก็ไม่มีกระบวนท่าอื่นอีกแล้วหรือไร?’
ในสามกระบี่ห้าเคล็ดวิชา กระบี่ไร้พ่ายถือว่าโดดเด่นทั้งในด้านการรุกและการรับ หากจะใช้ตั้งรับก็แข็งแกร่งดุจผาหิน แต่หากคิดจะเป็ฝ่ายรุกก็แสนจะเกรี้ยวกราดน่าเกรงขาม กระบี่ที่สะบั้นออกไปครั้งนี้ มีพลังถึงขนาดสามารถสะบั้นภูผาจนถล่มเลยทีเดียว!
ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างรู้สึกราวกับฝันไป…
ทันใดนั้นเองกลุ่มควันสีดำที่พันรอบมือหลินเฟยก็ขยับขึ้นมา…
ทุกอย่างก็พลันเงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงใดๆ
กระบี่ที่สามารถทำลายทุกสิ่งให้พินาศ บัดนี้ได้อันตรธารหายไปเสียแล้ว กว่าทุกคนจะได้สติ หลินเฟยก็บุกเข้าประชิดถึงตัวถังเทียนตูจนได้…
“บัดซบ!”
เหล่าศิษย์ที่ชมการประลองพากันอุทานด้วยความตกตะลึง…
“ข้ายังคงถามเช่นเดิม เ้ารู้สึกเสียใจที่อัดปราณกระบี่สายนั้นหรือไม่…” ระหว่างที่พูด กระบี่หงส์คำรนก็พลางต้านทานกระบี่อู๋ซ่างอยู่ด้วย ทำให้คนทั้งคู่ไม่อาจขยับเขยื้อนไปทางไหนได้เลย
ในตอนนี้เอง ถังเทียนตูก็เห็นควันดำที่พันรอบแขนหลินเฟย ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านกระบี่หงส์คำรนมาที่กระบี่อู๋ซาง…
“เสียใจอะไร?” ถังเทียนตูแค่นหัวเราะเ็าออกมา เงาัเก้าตนะเิขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พลังกระบี่ไร้พ่ายถูกโคจรจนถึงขีดจำกัดเสียแล้ว พลังอันมหาศาลอัดกระแทกหลินเฟยจนกระเด็นออกไป…
ผู้าุโหุบเขาเทียนเฉวียนที่ดูอยู่บนบัลลังก์ ปรับสีหน้าที่ตื่นตระหนกกลับไปเป็สีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม
“สุดท้ายพวกหุบเขาอวี้เหิงก็ยังมีความคิดที่ตื้นเขินอยู่มาก ทั้งที่มีโอกาสดีๆเข้ามาก็ไม่รู้จักไขว่คว้า ดีแต่พูด ใช้โอกาสได้เสียเปล่าจริงๆ เสียโอกาส…”
ทว่า…
ในขณะที่ผู้าุโกำลังพูด ถังเทียนตูที่อยู่บนแท่นประลองก็เกิดกระตุกกายฉับพลัน แม้แต่กระบี่อู๋ซางในมือก็ไม่สามารถกุมไว้ได้อีกต่อไป เขาหงายตัวล้มลงไปกับพื้น…
เหล่าคนดูที่รับชมการประลองอยู่ต่างก็พากันแตกตื่น
‘เกิดอะไรขึ้น?’
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในขณะนี้
เว้นแต่หลินเฟย…
หลินเฟยบรรจงเก็บกระบี่ จากนั้นค่อยๆเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าถังเทียนตู ก่อนจะก้มลงกระซิบแ่เบาที่ข้างหูของเขา
“เ้าอัดปราณกระบี่ใส่ซงหยางอย่างไร ข้าเองก็ทำแบบเดียวกัน”
“เ้าทำอะไรกับข้า?” ใบหน้าของถังเทียนตูถอดสีไม่สู้ดีขึ้นมาทันที ในใจก็พลางคิดไปว่าทั้งที่เป็ร่างกายของเขาแท้ๆ เหตุใดถึงไม่อาจรู้ตัวเองได้ จากนั้นจึงตวาดกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวออกไป
“จะบอกให้เอาบุญนะ ปราณกระบี่สีขาวนั่นถูกน้ำแข็งห้าสีของข้าทำลาย หากไม่มีตัวข้าแล้วล่ะก็ ชั่วชีวิตนี้อย่าหวังว่าจะได้ใช้ปราณกระบี่นั่นอีกเลย…”
“หึหึ…” คิดไม่ถึงว่าหลังจากสิ้นคำถังเทียนตู หลินเฟยจะหัวเราะออกมาได้อีก
“จะว่าไป เื่นี้ก็ต้องขอบคุณเ้าด้วย…”
พูดจบหลินเฟยก็ไม่แยแสถังเทียนตูอีก หลังจากเ้าสำนักประกาศจบการประลอง เขาก็หันหลังเดินลงจากแท่นประลองไปทันที
‘น้ำแข็งห้าสี?’
‘หากไม่ใช่เพราะน้ำแข็งห้าสี เกรงว่าตอนนี้อักขระกระบี่หยินหลีคงอัดใส่ร่างเ้าจนแหลกสลายไปแล้ว…’
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
