ไข่เจียวหมูสับพร้อมแกงจืดเต้าหู้ใส่เห็ดที่เก็บมาได้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั้งบ้าน แม้จะไม่ได้อยู่บ้านเกิดแต่ก็สามารถหาอาหารของบ้านเดิมกินได้ไม่ยาก มิติวิเศษช่วยให้หายคิดถึงอาหารที่คุ้นชินได้ดีเกินคาด รวมไปถึงของใช้จำเป็ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน นางจึงไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก เสียดายก็แต่ไม่สามารถพอกพูนเงินทองให้ได้ไม่เช่นนั้นก็คงจะดีไม่น้อย
ร่างบางตักแกงจืดใส่ชามเป็อย่างสุดท้าย ก่อนจะยกอาหารทุกอย่างไปวางไว้บนโต๊ะ เตรียมพร้อมลงมือทานอาหารมื้อกลางวัน ทว่ายังไม่ทันจะได้ตักอาหารเข้าปาก กลับมีเสียงคนเรียกหน้าบ้าน แต่เมื่อชะโงกหน้าออกไปดูจึงได้รู้ว่าคนที่มารบกวนเวลาอาหารของนางคือใคร
ติงเฉิงกำลังยืนเกาะขอบรั้วพลางชะเง้อคอมองว่าเ้าบ้านอยู่หรือไม่ เขาได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมาแต่ไกล จึงเผลอตามกลิ่นกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของไป๋เหลียน ไม่ผิดแน่นั่นมันกลิ่นของเนื้อ เขาจึงไม่พลาดที่จะมาฝากท้องในมื้อสำคัญนี้แน่ แค่คิดว่าต้องกลับไปกินแผ่นแป้งแห้ง ๆ กับผัดผักรสชาติไม่ได้เื่ที่บ้าน ยอมหน้าด้านขอกินดีกว่า
“ไป๋เหลียนเ้าอยู่หรือไม่ เปิดประตูให้ข้าหน่อย ข้ามีเื่จะคุยด้วย”
ทว่าไม่ว่าส่งเสียงเรียกอย่างไรกลับไม่มีเสียงตอบรับจากเ้าของบ้าน แต่แล้วอย่างไรไม่เชื่อหรอกว่านังโง่นั่นจะใจแข็งไม่เปิดประตูออกมาต้อนรับ คิดได้ดังนั้นติงเฉิงจึงดัดเสียงให้ดูนุ่มนวลขึ้น ใส่ความเว้าวอนคนึงหา หวังเรียกความสนใจเพิ่มมากขึ้น
“ไป๋เหลียน นี่ข้าเองติงเฉิงคนรักของเ้า ข้าคิดถึงเ้ามากรู้ไหมเปิดประตูให้ข้าเถอะนะ”
แต่แล้วความพยายามของเขาก็เป็ผล เมื่อไป๋เหลียนยอมออกมาเปิดประตูรั้วต้อนรับเข้าบ้าน ติงเฉิงส่งยิ้มหวานหวังปะเหลาะกินของอร่อยอย่างเต็มที่ ไม่ผิดอย่างที่ตนคิดสักนิด อย่างไรนางก็ต้องรีบแจ้นมาเปิดประตูให้ คนที่ไม่มีใครเอานอกจากตนก็ไม่เหลือใครให้คบแล้ว
ไป๋เหลียนเ้าคิดถูกแล้ว มีแค่ข้าเท่านั้นที่ยังอยู่กับเ้า...
“ติงเฉิงมาหาข้ามีธุระอะไรหรือเ้าคะ” หญิงสาวแสร้งทำเป็เหมือนปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยอมเปิดประตูรั้วให้อีกฝ่ายเข้ามาก็จริง ทว่านางกลับไม่ยอมให้เข้าในตัวบ้าน ไอ้สารเลวคนนี้คิดวางยาแล้วจะหวังย่ำยีเ้าของร่าง คอยดูเถอะเมื่อมีโอกาสข้าก็จะวางยาเ้าเช่นกัน ติงเฉิงไอ้บุรุษหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่เื่สำคัญอะไร ข้าไม่คิดว่าจะมาตอนที่เ้ากำลังกินข้าวพอดี ขอโทษที่มารบกวนเวลากินของเ้า ประเดี๋ยวข้าค่อยมาใหม่ก็ได้เ้าไปกินข้าวก่อนเถอะ” ติงเฉิงถูมือไปมาอย่างขัดเขิน พลางเหลือบมองถ้วยอาหารบนโต๊ะในบ้าน ปากบอกไม่รบกวนทว่าตัวกลับยืนนิ่งไม่ขยับ กลิ่นอาหารมันช่างหอมเรียกน้ำย่อยนัก แต่ครั้นจะขอเข้าไปกินโต้ง ๆ ก็ไม่อยากเอ่ย ได้แต่สงวนท่าทีไว้ให้เ้าบ้านเอ่ยชวนเอง
“ไม่เป็ไร เ้ากินอะไรมาหรือยัง”
“ยังเลย นี่ก็เพิ่งกลับจากทำไร่ อีกประเดี๋ยวว่าจะไปตัดฟืนขาย ตอนเย็นข้าจะแวะเอาฟืนมาให้เ้านะ เ้าอยู่คนเดียวคงลำบากแย่” ชายหนุ่มแสดงถึงความห่วงใย แต่แท้ที่จริงแล้วฟืนอะไรนั่นไม่มีแต่แรกแค่แสร้งพูดเอาใจก็เท่านั้น เมื่อใดถูกทวงถามแค่บอกว่าติดธุระสำคัญก็สิ้นเื่ คนโง่ไม่ว่าพูดอะไรก็เชื่อ
“ดีเลย ข้าทำน้ำแกงไว้เยอะเชียว กินข้าวก่อนนะค่อยไปทำงาน เ้านั่งรอข้าตรงนี้ประเดี๋ยวข้าไปตักข้าวมาให้” ไป๋เหลียนดันหลังให้อีกฝ่ายนั่งรอที่แคร่หน้าบ้าน ขืนให้เข้าไปก็รู้น่ะสิว่าบ้านหลังน้อยมิใช่บ้านเก่าทรุดโทรมดั่งแต่ก่อน คนหน้าหนาผู้นี้ยิ่งปากสว่างอยู่ด้วย ดีไม่ดีอาจเอาไปโพนทะนาแล้วหาเื่ยึดของนางไปเป็ของตนเองก็ได้ เหมือนดั่งที่เคยทำกับเ้าของร่าง
“ได้ ข้าจะรอเ้าตรงนี้”
ติงเฉิงนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ ไม่นานนักไป๋เหลียนก็กลับมาพร้อมกับถ้วยน้ำแกงและข้าวสวยร้อน ๆ ชายหนุ่มถึงกับตาโตเมื่อได้เห็นข้าวขาวเต็มเม็ดส่งกลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูก คนทั้งหมู่บ้านต้องกินข้าวชั้นต่ำไม่เต็มเม็ด มิหนำซ้ำบางบ้านจะต้องผสมกับถั่วกินประทังความหิว ช่างลาภปากเขาเสียจริง จะกินให้เต็มคราบเลยคอยดู
“เ้าไม่กินด้วยกันหรือ”
“ไม่เ้าค่ะ ข้ากินอิ่มแล้ว” กินอิ่มอะไรกันนางยังไม่ได้แตะเลยสักคำ แค่เห็นหน้าก็พานกลืนไม่ลง
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ”
ไป๋เหลียนถึงกับเบือนหน้าหนีแอบเบ้ปากอย่างนึกรังเกียจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายกินข้าวมูมมามเกินจะรับไหว เม็ดข้าวเศษอาหารติดตามใบหน้าและเสื้อผ้าเต็มไปหมด โดยเฉพาะเสียงเรอระหว่างกินก็แทบอยากลุกไปอาเจียนให้รู้แล้วรู้รอด น่ารังเกียจยิ่งนัก ไม่รู้ว่าคนเช่นนี้มีอะไรดีถึงได้ทำให้สตรีสองคนแย่งกันได้ หน้าตาหรือก็งั้น ๆ ทว่ามารยาทนี่สิไม่ไหวจริง ๆ
“ว่าแต่มีเื่อะไรจะคุยกับข้าหรือเ้าคะ”
“ข้าเป็ห่วงเ้าน่ะ มาหาก็ตั้งหลายครั้งแต่ก็ปิดบ้านเงียบ กลัวว่าเ้าจะไม่สบายก็เลยแวะมาดู” นอกจากจะไม่เจอเ้าตัวแล้ว ยาปลุกกำหนัดที่เตรียมไว้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน ลงทุนจ่ายเสียเงินไปไม่น้อยแต่กลับทำหาย คิดแล้วก็ได้แต่โมโหในความสะเพร่าของตนเอง
