เชียนมู่เซวี่ยดูอยู่เพียงนาทีกว่า หลังจากรับรู้ถึงความร้อนจากลูกะุที่เพิ่งผลิตเสร็จใหม่ๆ แล้ว เธอก็เดินออกมาและขอให้ถังฮ่าวช่วยสอนทักษะการต่อสู้ระยะประชิดให้กับทุกคน
ข้อเสนอนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทุกคนทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่วนผิงอันและคนอื่นๆ!
ใน่บ่ายที่ผ่านมา พวกเขาได้เห็นความกล้าหาญของถังฮ่าวและคนอื่นๆ อีกสามคนด้วยตาตัวเอง รวมถึงเคยประสบกับความโหดร้ายของวันสิ้นโลกมาก่อน จึงทำให้ย่วนผิงอันและคนอื่นๆ อยากแข็งแกร่งขึ้น ยิ่งตอนนี้ยังเช้าอยู่ ทุกคนก็ล้วนพัฒนาเป็ผู้วิวัฒนาการแล้ว พอได้พักผ่อนหนึ่งถึงสองชั่วโมงจึงมีเรี่ยวแรงมากขึ้น
เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของทุกคนแล้ว ถังฮ่าวก็ไม่ปฏิเสธ!
ด้วยประสบการณ์สองชาติที่แล้ว รวมถึงระดับที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไล่ล่าลิงกลายพันธุ์ระดับ 4 จึงทำให้ถังฮ่าวเข้าใจถึงวิชาตัวเบาที่ยอดเยี่ยม และการต่อสู้กับสัตว์ทะเลกลายพันธุ์ในตอนกลางวันที่ผ่านมา ก็ทำให้เขาเข้าใจทักษะนกกับปลา พอเป็เช่นนี้แล้วจึงทำให้ถังฮ่าวมีความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการต่อสู้และทักษะต่างๆ มากขึ้น
บางทีทักษะของผู้วิวัฒนาการอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่วิวัฒนาการขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความเป็ไปได้อีกอย่างหนึ่งคือจะเกิดทักษะได้ด้วยการฝึกฝนอย่างหนัก!
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นคาดหวัง และความกังวลของทุกคนที่อยู่ตรงหน้าแล้ว สีหน้าของถังฮ่าวก็เคร่งขรึมลง ก่อนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น
“ฉันคงไม่ต้องพูดย้ำถึงความโหดร้ายของวันสิ้นโลกแล้ว เพราะทุกคนก็น่าจะรู้ดี ศัตรูของพวกเราไม่ใช่แค่ซอมบี้และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์เท่านั้น แต่บางครั้งยังต้องเผชิญกับภัยคุกคามหรือแม้แต่การล่าสังหารจากกลุ่มผู้รอดชีวิตอื่นๆ ด้วย
ผู้วิวัฒนาการในระดับเดียวกัน หากมีทิศทางการวิวัฒนาการและทักษะที่แตกต่างกัน ก็จะมีพลังต่อสู้ที่แตกต่างกันมาก ผู้แข็งแกร่งสามารถสังหารผู้วิวัฒนาการในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าสิ่งนี้มีสาเหตุมาจากพื้นฐานร่างกายดั้งเดิม หรือเกิดจากคริสตัลวิวัฒนาการที่กลืนกินเข้าไป แต่เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือทักษะการต่อสู้ขั้นสูง
เหมือนกับก่อนวันสิ้นโลกมาถึง นักมวยอาชีพ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้แบบผสมผสานสามารถเอาชนะคนแข็งแรงได้สามถึงห้าคน หรือแม้แต่มากกว่านั้นก็ยังทำได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นแล้วเื่นี้ก็มีหลักการแบบเดียวกัน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้ผู้วิวัฒนาการของพวกเราไม่เพียงแต่มีทักษะเท่านั้น แต่ยังมีอาวุธเช่นดาบ ปืน หอก ง้าว และอื่นๆ อยู่ จึงทำให้มีพลังทำลายล้างเพิ่มขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็พลัง ความเร็ว ผู้วิวัฒนาการพลังธาตุ หรือผู้วิวัฒนาการที่มีความสามารถพิเศษอื่นๆ หากได้ฝึกฝนอย่างขยันหมั่นเพียร และเสริมสร้างทักษะการต่อสู้ระยะประชิดแล้ว ก็ไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าศัตรูเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเพิ่มจะโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น
วันนี้พวกเราจะไม่ฝึกทักษะ แต่จะเริ่มจากพื้นฐานก่อน นั่นก็คือการยืนม้า หรือที่เรียกว่าการท่ายืนม้า!”
หลังจากที่พูดจบ ถังฮ่าวก็สาธิตการยืนม้าด้วยตัวเอง นี่เป็ท่ายืนม้าแบบมาตรฐาน และท่าแรกที่ถังฮ่าวทำก็เป็ท่าสำหรับผู้ชาย จากนั้นถังฮ่าวค่อยสาธิตท่ายืนม้าสำหรับผู้หญิง ซึ่งเป็ท่ายืนม้าแบบกึ่งหมอบและแยกฝ่ามือออก โดยให้เท้าทั้งสองข้างงอลงเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างอยู่ในระดับเดียวกับไหล่และเหยียดตรงไปข้างหน้า ฝ่ามือคว่ำลง นิ้วมือก็ให้ผ่อนคลายตามธรรมชาติ ส่วนสายตาก็ต้องมองตรงไปข้างหน้า
ไม่มีใครตั้งคำถามว่าทำไมไม่ฝึกทักษะ แต่กลับเลือกที่จะเริ่มจากการยืนม้าก่อน ต่อให้เป็เชียนมู่เซวี่ย เย่ชิงเฉิง หรือโอวหยางมี่มี่ก็ล้วนทำตามท่าทางที่ถังฮ่าวสาธิตให้ดู
“ผู้วิวัฒนาการที่ต่ำกว่าระดับ 3 ให้ ยืนม้า 15 นาที ส่วนระดับ 3 ก็ยืน 20 นาที จากนั้นทุกๆ ระดับวิวัฒนาการที่เพิ่มขึ้น จะต้องเพิ่มเวลาอีกห้านาที” ถังฮ่าวเอ่ยเสียงเข้ม!
สิ้นเสียงเขาก็ลุกขึ้นยืน และเริ่มตรวจสอบท่าทางการยืนม้าของทุกคน รวมถึงช่วยชี้แนะถึงข้อบกพร่องด้วย!
เดิมทีทุกคนคิดว่าพวกเขาได้กลายเป็ผู้วิวัฒนาการแล้ว การยืนม้าเป็เวลา 15 นาทีหรือครึ่งชั่วโมงนั้นไม่ใช่เื่ยากอะไร!
แต่ไม่นานทุกคนก็พบว่าการเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนง่ายนี้กลับยากมาก
นักศึกษาหญิงหลายคนที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 2 เพิ่งยืนไปได้ห้าถึงหกนาทีเท่านั้น ขาทั้งสองข้างก็เริ่มสั่น พอถึงนาทีที่แปดถึงเก้านาที แขนทั้งสองข้างที่ยื่นไปข้างหน้าก็เริ่มปวดเมื่อย!
แต่ต่อให้เป็เช่นนี้ก็ไม่มีใครยอมแพ้ ทุกคนต่างก็กัดฟันและยืนหยัดต่อไป!
ตอนนาทีที่ 11 ถึง 12 ชายวัยกลางคนหลายคนที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 2ก็เริ่มตัวสั่น เหงื่อได้ไหลย้อยลงมาจากหน้าผากทีละหยด!
จนกระทั่งผ่านไป 15 นาที ถังฮ่าวก็ะโว่าหมดเวลา ชั่วขณะนั้นผู้วิวัฒนาการระดับ 2 เกือบทั้งหมดก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทันที เวลานี้ก็เหลือเพียงสามคนเท่านั้น ซึ่งก็คือหญิงสองคนและชายหนึ่งคนที่ยังคงยืนหยัดต่อไป!
ถังฮ่าวรู้สึกดีใจ เพราะมีเพียงการดึงศักยภาพของตนเองออกมาอย่างเต็มที่เท่านั้น ถึงจะเติบโตและพัฒนาได้เร็วขึ้น
“อย่านั่งเฉยๆ ให้เหยียดกล้ามเนื้อด้วย อีกห้านาทีค่อยเริ่มใหม่!” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของถังฮ่าว ทุกคนที่นั่งอยู่บนพื้นก็เริ่มแกว่งแขนและนวดขาเพื่อคลายกล้ามเนื้อ
สิ่งที่ทำให้ถังฮ่าวใก็คือ หญิงสองคนและชายหนึ่งคนนี้กลับยืนหยัดต่อไปจนกระทั่งครบ 20 นาทีซึ่งเป็เวลาสำหรับผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ได้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้น!
ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ล้วนเป็สมาชิกเก่าที่เคยติดตามถังฮ่าวมาก่อน
ยวี่ซื่อห่าว จางอวิ๋นจือ ชิวอวิ๋นเอียน แบงก์กิ้ง จ้าวเสี่ยวเยว่ และจ้าวฮุ่ยจื่อ ล้วนเป็ระดับ 4 และยังเป็ระดับ 4 ขั้นสูงสุดอีกด้วย พวกเขาอยู่ห่างจากระดับ 5 เพียงก้าวเดียว ส่วนเจิ้งอวี้ที่เพิ่งวิวัฒนาการยังง่วนอยู่กับการผลิตลูกะุอยู่! จางหยุนเจียนและจ้าวเจียิที่าเ็สาหัสก็ไม่ได้เข้าร่วมการฝึกยืนม้า!
หลังจากที่ถังฮ่าวประกาศว่าหมดเวลา ยวี่ซื่อห่าว จางอวิ๋นจือ และชิวอวิ๋นเอียนทั้งสามคนก็ยังคงยืนหยัดต่อไปอีกสองถึงสามนาทีค่อยหยุดลง
เดิมทีเจียงอี้อิงที่เป็ระดับห้า แต่ตอนถังฮ่าวไล่ล่ากลุ่มคนที่เหลือของฐานที่มั่นบงกชทมิฬก็ได้ช่วยเลื่อนระดับให้เจียงอี้อิง จึงทำให้เวลานี้คนในทีม 63 คนนี้ไม่มีผู้วิวัฒนาการระดับ 5 เลย!
แต่กลับมีผู้วิวัฒนาการระดับ 6 เพิ่มขึ้นเป็หกคน
ผู้วิวัฒนาการระดับ 6 ต้องยืนม้าเป็เวลา 35 นาที ซึ่งถือเป็เวลานานมาก แม้ว่าจางเสี่ยวเหาและคนอื่นๆ จะเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 6 แต่พอผ่านไป 30 นาที ร่างกายของพวกเขาก็สั่นเทาเหมือนกับกำลังจะล้มลง
พอครบ 35 นาที จางเสี่ยวเหาก็เป็คนแรกที่ทรุดลงนั่งกับพื้น จากนั้นเจียงอี้อิงก็ยืนหยัดต่อได้อีกหนึ่งถึงสองวินาทีก็หยุดพัก!
มีเพียงเชียนมู่เซวี่ย เย่ชิงเฉิง และโอวหยางมี่มี่ทั้งสามคนที่ยังคงยืนหยัดต่อไป ต่อให้เวลาจะผ่านไปหนึ่งนาที สองนาที สามนาทีแล้ว พวกเธอก็ยังคงยืนม้าต่อ!
ถังฮ่าวมองไปที่หยาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาจากหน้าผากของเชียนมู่เซวี่ยแล้วก็รู้สึกจนปัญญาและสงสาร เพราะเห็นอยู่ชัดๆ ว่าถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ทำไมยังดื้อดึงอยู่อีกนะ
ในฐานะคนนอก ถังฮ่าวจึงมองออกได้อย่างชัดเจนว่าในบรรดาหญิงสาวทั้งสามนี้ คนที่มีสภาพดีที่สุดคือโอวหยางมี่มี่ เพราะสาวน้อยคนนี้ฝึกการเต้นมาั้แ่เด็ก บวกกับอายุน้อยที่สุด ปีนี้เธอยังอายุไม่ถึง 19 ปี จึงมีพละกำลังดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอวหยางมี่มี่หลังจากวิวัฒนาการขึ้น ก็ได้เข้าร่วมการต่อสู้บ่อยกว่าผู้หญิงอีกสองคน แถมยังเป็การต่อสู้ระยะประชิดด้วย จึงทำให้เธอมีข้อได้เปรียบมาก
ส่วนคนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาผู้หญิงทั้งสามคนนี้ก็คือเชียนมู่เซวี่ย!
ถังฮ่าวที่จนปัญญาจึงได้แต่ส่งสายตาให้โอวหยางมี่มี่!
ตอนแรกโอวหยางมี่มี่ก็มึนงงเล็กน้อย ทว่าไม่นานก็เข้าใจ
อ๊ะ! และส่งเสียงร้องเบาๆ
“ไม่ไหว! ฉันไม่ไหวแล้ว! ขอพักหน่อย!” พูดจบเธอก็นั่งลงบนพื้นทันที!
เย่ชิงเฉิงที่อยู่ข้างๆ ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงตาม!
เมื่อเห็นว่าในที่สุดเย่ชิงเฉิงก็ยอมแพ้ เชียนมู่เซวี่ยก็ผ่อนคลายลงก่อนจะนั่งลงกับพื้น!
เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว ถังฮ่าวก็รู้สึกเหงื่อตก และปวดหัวขึ้นมา เพราะดูเหมือนเชียนมู่เซวี่ยจะแข่งกับเย่ชิงเฉิงอยู่!
แค่ยืนม้า ทำไมถึงกลายเป็ละครชิงดีชิงเด่นของหญิงงามสามคนไปได้?
