บรรยากาศในเมืองัทมิฬวันนี้เต็มไปด้วยความครึกครื้น เพราะพรุ่งนี้เป็วันจัดงานยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นทุกๆ สามปี ร้านค้าต่างคึกคักเป็พิเศษ ลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย
ผู้คนจากต่างถิ่นมากมายหลั่งไหลเข้ามาในเมืองเพื่อชมการแข่งขันทำอาหาริญญา โรงเตี๊ยมเต็มทุกที่ บางคนถึงกับยอมนอนข้างถนน นอนกองฟาง หรือนอนในศาลเ้าร้าง ไม่ยอมพลาดงานยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเพียงสามปีครั้งนี้เด็ดขาด
“ได้ยินมาว่าแม้แต่สุสานก็ยังเต็มไปด้วยคนต่างถิ่นที่อยากชมการแข่งขันเลยทีเดียวเชียว” คนเดินทางผู้หนึ่งกล่าว
การแข่งขันปรุงอาหาริญญามีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้คนอย่างเหลือเชื่อ
แต่ตรงกันข้ามกับบรรยากาศรื่นเริงของผู้คน ลู่เต้ากลับเดินไปตามถนนด้วยสีหน้ากังวล
“อืม...ตอนนี้ปลากระดี่มุกตัวใหญ่ๆ ก็หายากแล้ว ปลากระดี่มุกดำในตำนานจะยังมีอยู่หรือไม่นะ ถ้าเป็เช่นนั้น อาฮวาคงไม่ชนะแน่” ลู่เต้าครุ่นคิด
ด้วยความกังวลของเขา ใน่ก่อนการแข่งขัน เขาจึงไปที่ตลาดปลาเพื่อสอบถามข่าวคราวเกี่ยวกับปลากระดี่มุกดำจากชาวประมงสูงวัยหลายคน
“ปลากระดี่มุกดำงั้นหรือ ยังมีอยู่สิ! บางครั้งตอนลากอวน ข้ายังเจอมันหนีออกจากอวน! น่าโมโหจริงๆ! อะไรนะ เ้าถามว่าจะจับมันได้อย่างไร ขำกลิ้ง! ถ้าข้ารู้วิธีจับมันแล้ว ข้าจะมายืนขายปลาอยู่ตรงนี้หรือ” ชาวประมง ก ไล่ลู่เต้าไปอย่างหัวเสีย
ชาวประมง ก นิสัยดี แต่ก็ได้คำตอบเหมือนกัน “ปลากระดี่มุกดำงั้นหรือ บางครั้งตอนตกปลาก็ตกมันขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่น่าเสียดายที่มันแข็งแรงและอดทนนัก ทำคันเบ็ดข้าหักไปหลายคันก็ยังจับมันไม่ได้! ถ้าเ้าอยากตกปลากระดี่มุกดำ เ้าลองไปถามซูเหล่าซานดู”
“เขาอยู่ที่ไหนหรือ”
“ไม่รู้ ข้าก็ไม่เห็นเขามาตกปลาขายเกือบครึ่งเดือนแล้ว ได้ยินมาว่าตอนหนุ่มๆ ซูเหล่าซานเคยจับปลากระดี่มุกดำได้ตัวหนึ่ง เขาได้เงินมามากมายจนกลายเป็เศรษฐี แต่เงินทองที่ได้มาง่ายเกินไปทำให้เขาไม่รู้สึกอะไร จึงใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่ถึงปีก็กลับมากลายเป็คนจนตกปลาอยู่ริมทะเลสาบดังเดิม”
“ซูเหล่าซานงั้นหรือ”
หลังจากลาชาวประมง ข ในตลาดปลา ลู่เต้าก็ได้เบาะแสเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็เหมือนเดินมาถึงทางตันอีกครั้ง
คนในตลาดปลาต้องรู้จักชื่อของซูเหล่าซานผู้เป็ตำนานเป็อย่างดี แต่กลับไม่มีใครเห็นเขาใน่นี้
คนที่เคยตกปลากระดี่มุกดำได้สำเร็จกลับหายตัวไปราวกับอากาศธาตุ ไม่ว่าจะถามใครก็ไม่มีใครรู้ข่าวคราวของเขา
ลู่เต้าเดินไปตามถนนด้วยความหดหู่ ในใจคิดว่าโลกนี้กว้างใหญ่ เขาควรไปที่ไหนถึงจะพบซูเหล่าซานที่หายตัวไป และขอคำแนะนำวิธีตกปลากระดี่มุกดำจากเขาได้
นักเดินทางสองคนเดินสวนทางกับลู่เต้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ทันใดนั้นคนหนึ่งก็ร้องขึ้น “พี่ใหญ่! นั่นไง!”
อีกคนรีบหันกลับไปมอง และพบว่าเป็ลู่เต้าจริงๆ เขาจึงรีบคว้าตัวอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความโมโห “ในที่สุดข้าก็เจอเ้าแล้ว! ลู่เต้า!”
ลู่เต้าที่เหม่อลอย ใจคิดถึงแต่เื่ปลากระดี่มุกดำ หลังจากโดนจับตัวไว้ ก็ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะได้สติกลับคืนมา
“พวกเ้าสองคนนี่เอง”
ที่แท้ก็คือหวังเหล่ยและหลี่หูที่เป็คนหมู่บ้านเมฆาขาวเช่นเดียวกับลู่เต้า ทั้งสองคนแต่งกายเหมือนพ่อค้าขายปลา ทั่วทั้งร่างมีกลิ่นคาวปลาเหม็นคลุ้ง
หวังเหล่ยคว้าคอเสื้อลู่เต้าเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วเอ่ยด้วยความโมโห “เ้าหนูนี่ กล้าผิดนัดข้าหรือ”
เมื่อถูกอีกฝ่ายพูดเตือนความจำ ลู่เต้าก็นึกขึ้นได้ว่าเคยมีเื่แบบนั้นเกิดขึ้น หวังเหล่ยเคยท้าดวลกับเขา แต่เมื่อเทียบกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานแล้ว เื่นี้เล็กน้อยเกินไป ลู่เต้าจึงลืมไปเสียสนิท
หลี่หูพูดเสริม “ใช่! เ้าไม่มา ข้ากับหวังเหล่ยเสียเวลาไปวันหนึ่ง ไม่ได้ไปทำงานที่ตลาดปลาเพื่อรอเ้า!”
“หลี่หู!” เมื่อเห็นว่าหลี่หูหลุดปาก หวังเหล่ยจึงรีบห้ามเอาไว้
“พวกเ้าออกจากหมู่บ้านแล้วก็มาทำงานที่นี่ตลอดเลยงั้นหรือ” ลู่เต้าเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “พ่อเ้ายังคุยโวกับคนอื่นว่าเ้าออกไปฝึกวิชาอยู่อีก”
ใบหน้าของหวังเหล่ยแดงก่ำ เขาแย้งว่า “เื่ของข้า! ฝึกวิชาก็ต้องใช้เงินมากนะ!”
ถึงแม้ลู่เต้าจะไม่ค่อยมีความหวังนัก แต่การถามออกไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร “ในเมื่อพวกเ้าทำงานที่ตลาดปลา พวกเ้าน่าจะรู้จักซูเหล่าซานใช่หรือไม่”
ทั้งสองคนมองหน้ากัน ก่อนหัวเราะลั่น หวังเหล่ยปล่อยมือจากคอเสื้อลู่เต้า แล้วกอดอกหัวเราะ “แน่นอนว่ารู้จัก!”
หลี่หูยิ้มแล้วเสริม “ก็คือนายจ้างของพวกเราน่ะสิ!”
์ไม่ใจร้ายกับคนขยันจริงๆ! เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เต้าก็ดีใจยิ่ง “ข้ามีเื่สำคัญอยากจะขอคำแนะนำจากนายจ้างของพวกเ้าพอดี!”
“น่าเสียดายจริงๆ” หวังเหล่ยหัวเราะมีเลศนัย “นายจ้างไร้ญาติมิตรในเมือง หลายวันก่อนท่านหายตัวไป และยังหาตัวไม่พบเลย”
ลู่เต้ารู้สึกผิดหวังนัก เบาะแสขาดหายไปอีกครั้งแล้ว
เมื่อเห็นว่าลู่เต้าหดหู่ หวังเหล่ยกลับแอบดีใจ ไม่ว่าจะเป็เื่อะไร ขอเพียงแค่ทำให้ลู่เต้ารู้สึกแย่ก็เป็เื่ดีทั้งสิ้น!
“เ้ามีธุระอะไรกับท่านผู้เฒ่างั้นหรือ” หวังหู่ถามพลางเก็บงำความดีใจเอาไว้
“ข้าอยากขอคำแนะนำวิธีตกปลากระดี่มุกดำจากท่าน” ลู่เต้ากล่าว
“ฮะ” หวังเหล่ยงุนงง “เื่น่าเบื่อเช่นนี้ เ้ากลับอยากฟังด้วยตัวเองอย่างนั้นหรือ”
ตลอดชีวิตของซูเหล่าซาน มี่เวลาที่รุ่งโรจน์ก็เพราะตกปลากระดี่มุกดำได้ เื่ราวที่น่าภาคภูมิใจเช่นนี้ ท่านมักจะนำมาคุยโวโอ้อวดตลอดชีวิต
เกือบทุกคนที่เคยติดต่อกับซูเหล่าซาน ต่างก็เล่าเื่ราวการต่อสู้ของเขากับปลากระดี่มุกดำได้ออกรสออกชาติ หวังเหล่ยและหลี่หูที่ช่วยเขาขายปลาจึงถูกบังคับให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง นายจ้างเล่าเื่ั้แ่เปิดร้านจนถึงปิดร้าน ทั้งสองคนทำหน้าเหมือนกินยาขม ฟังั้แ่เช้าจรดค่ำ ฟังจนจำได้ขึ้นใจโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะมองลู่เต้าราวกับเป็คนบ้า
หวังเหล่ยเปลี่ยนคำถาม “เ้าอยากรู้วิธีตกปลากระดี่มุกดำงั้นหรือ”
ดวงตาของลู่เต้าเบิกกว้างเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นถาม “พวกเ้ารู้หรือ”
“ไม่ใช่แค่รู้” หลี่หูนึกถึงความทรงจำที่ไม่น่าจดจำขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ “ข้าท่องกลับหลังได้เลยด้วยซ้ำ!”
จากสีหน้ารังเกียจที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว ลู่เต้ารู้สึกว่าทั้งสองคนไม่ได้โกหกเื่นี้ เขาจึงรีบถามต่อ “เช่นนั้น พวกเ้าช่วย...”
“ไม่ได้!” หวังเหล่ยขัดจังหวะเขาด้วยสีหน้าโอหัง
“เว้นแต่...” หวังเหล่ยชี้ไปที่ทะเลสาบัทมิฬเื้ั “พวกเราจะต้องสะสางเื่ที่ค้างคาใจให้เสร็จสิ้น!”
ริมทะเลสาบัทมิฬไร้ผู้คน หวังเหล่ยอุ่นร่างกายจนกระดูกดังกรอบแกรบหลายครั้ง ดูเหมือนว่าเขาพร้อมแล้ว ส่วนหลี่หูผู้ช่วยพ่อครัวก็คอยะโให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
ลู่เต้าที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับไม่มีท่าทีเตรียมพร้อมใดๆ หวังเหล่ยจึงเอ่ยถามขึ้นมาทันที “ว่าแต่ ทำไมเ้าถึงอยากสืบหาเื่ราวเกี่ยวกับปลากระดี่มุกดำนักเล่า”
การแข่งขันปรุงอาหาริญญาเป็การแข่งขันแบบเปิด ดังนั้นลู่เต้าจึงคิดว่าบอกไปก็ไม่เสียหายอะไร “ในการแข่งขันปรุงอาหาริญญาพรุ่งนี้ ข้าตั้งใจจะใช้ปลากระดี่มุกดำเป็วัตถุดิบในการแข่งขัน”
ทั้งสองคนประหลาดใจมากที่เ้าโง่อย่างลู่เต้าก็คิดจะเข้าร่วมการแข่งขันเช่นกัน พวกเขาจึงถามว่า “เ้าหาคนมาเป็คู่ได้แล้วหรือ”
ลู่เต้าพยักหน้าโดยไม่ลังเล หวังเหล่ยหัวเราะเยาะ “คนที่แข่งร่วมกับเ้านี่โชคร้ายจริงๆ การแข่งขันขั้นตอนแรกคือการหาวัตถุดิบ เกรงว่าจะถูกคัดออกั้แ่รอบนี้แล้ว!”
“ยังไม่แน่” ลู่เต้าตอบอย่างใจเย็น “ว่าแต่เ้ารู้วิธีตกปลากระดี่มุกดำจริงๆ ใช่หรือไม่”
“แน่นอน! ขึ้นอยู่กับว่าเ้ามีฝีมือพอที่จะทำให้ข้าบอกออกมาหรือไม่!” หวังเหล่ยกำหมัดแน่น ก่อนพุ่งเข้าไปต่อยใบหน้าลู่เต้าโดยไม่ให้ตั้งตัว
