ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าตอนที่รถผมเกือบตกลงไปในคลอง เฟิร์นกรีดร้องเรียกผมเสียงดังลั่นขวัญเสีย หลับตาร้องกรี๊ดกอดผมแน่นด้วยความกลัวที่จู่โจมเข้าจับหัวใจแล้วพุ่งไปถึงสมอง… ทำให้ความจำสุดท้ายของเฟิร์นมีแต่ผม… ”
น้ำเสียงของเอิร์ทเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วตอนนี้หนูเฟิร์นอยู่ไหน”
“หลับอยู่ในห้องครับพ่อ”
“โถ… น่าสงสารจริงๆ แต่พ่อเชื่อว่าไม่นานหนูเฟิร์นจะต้องหายเป็ปกติ อาการทางสมองมันเป็เื่ซับซ้อนต้องใช้เวลา แต่ก็ถือโชคดีมากแล้วที่ไม่พิกลพิการหรือเสียชีวิต”
รุตย์เอื้อมมือตบไหล่ ให้กำลังใจลูกชายอย่างคนที่มองโลกในแง่ดีเสมอ
“ผมคิดว่าจะดรอปเรียนเอาไว้ก่อน เพราะว่าวันมะรืนตามโปรแกรมที่วางไว้ ผมจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ”
ตอนนี้เอิร์ทกำลังเรียนปริญญาโท การเดินทางไปดูงานต่างประเทศครั้งนี้ถือเป็ส่วนหนึ่งของการเรียนและการสอบของหลักสูตร
“เสียดายนะ… แกอุตส่าห์เรียนมาจนใกล้จะจบอยู่แล้วเชียว”
ผู้เป็พ่อกล่าว
“แต่ผมไม่รู้จะทำยังไง… ”
ประกายความกังวล… ผุดวาบเข้ามาในดวงตาของเอิร์ทอีกครั้ง
ด้วยรู้ว่าอาการป่วยของเฟิร์นนั้นต่างไปจากคนทั่วไป ครั้นจะจ้างคนที่ไม่รู้จักมาดูแล ก็นึกห่วงเื่ความปลอดภัยทั้งของเมียและทรัพย์สินภายในบ้าน
“เอางี้นะ… แกไปสอบให้สบายใจเถอะนะ ในระหว่างนี้พ่อจะอาสาช่วยเป็คนดูแลเฟิร์นให้เอง”
นี่แหละคือสิ่งที่เอิร์ทอยากได้ยิน หลังจากนิ่งรอฟังคำตอบจากปากของบิดาอย่างใจจดใจจ่อ
“ขอบคุณครับพ่อ… ”
เอิร์ทกล่าวด้วยสีหน้าดีใจ ยกมือไหว้ขอบคุณบิดา เพราะว่าใจจริงก็นึกอยากไหว้วานให้เขาช่วยอยู่เป็เพื่อนสะใภ้ แต่ก็อดเกรงใจไม่ได้… ด้วยรู้ว่าพ่อของตัวเองก็มีงานในไร่ในสวนให้ต้องดูแลเช่นกัน
“ผมเกรงใจจัง… แล้วงานในไร่ของพ่อล่ะครับ”
เอิร์ทมองใบหน้าของบิดา สะดุดตากับเค้าโครงหน้าที่ยังคงความหล่อเหลาเอาไว้ไม่สร่าง
จมูกของรุตย์โด่งเป็สันสวยเพราะมีเชื้อแขก เหนือริมฝีปากมีแพหนวดสีดำหนา คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างปลายจมูกกับปาก
เนื้อตัวของรุตย์กำยำล่ำสันไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนที่อยู่กับงานหนักในสวนมาค่อนชีวิต ผิวสีน้ำตาลเข้มเกือบดำยิ่งทำให้ผู้ชายคนนี้ดูคมคร้าม มีเสน่ห์สมชายชาตรี
ถ้าใครไม่เคยรู้อายุที่แท้จริงมาก่อน คงคิดว่าผู้ชายคนนี้น่าจะอายุสี่สิบต้นๆ
“ไม่เป็ไร… ตอนนี้พอละมือได้บ้าง… ทางโน้นพ่อมีคนงานคอยดูแลอยู่หลายคน”
รุตย์กล่าวให้ลูกชายคลายกังวล ทุกวันนี้เขามีสวนอยู่ในจังหวัดเพชรบุรีเกือบพันไร่ มีทั้งกล้วยหอม มะนาว ชมพู่ ลิ้นจี่ แก้วั ทุเรียน แตงโมและอีกมากมาย
รุตย์ทำสวนเป็อาชีพมานานจนมีฐานะ ก่อนจะผันตัวมาเป็พ่อค้าคนกลางรับซื้อผักผลไม้จากเกษตรกร กระจายขายไปทั่วประเทศ
“ระหว่างอยู่ที่นี่ สงสัยพ่อจะได้เจองานหนักแน่ๆ”
เอิร์ทเปรยขึ้นลอยๆ
“แกหมายถึงอะไร”
หัวคิ้วของรุตย์ชิดเข้าหากัน
“ก็อาการป่วยของเมียผมน่ะสิครับ… อย่างที่ผมบอกว่าไม่ธรรมดา ถ้าเมื่อไรที่ไม่เห็นผม… เฟิร์นจะจำใบหน้าผู้ชายที่อยู่ใกล้ว่าเป็ผม… นั่นแหละคืออาการป่วยสุดแปลกที่หมอเองก็ยังจนปัญญา แต่ก็เคยเจอคนป่วยลักษณะนี้มาแล้ว… แม้จะเกิดได้เพียงหนึ่งในล้าน”
“แล้วพ่อควรทำยังไง… ถ้าตอนที่แกไม่อยู่แล้วหนูเฟิร์นเห็นหน้าพ่อเป็หน้าแก”
รุตย์ถามลูกชาย ด้วยไม่รู้ว่าเขาควรรับมือกับอาการประหลาดของสะใภ้ยังไง?
“พ่อก็ต้องเล่นไปตามเกม… แกล้งเออออไปครับ อย่าพยายามให้เหตุผลอะไร พ่อต้องลืมความจริงไปสักพัก หมอกำชับไว้ว่าอย่าพยายามอธิบายอะไรให้เฟิร์นต้องใช้ความคิดหนัก… เพราะอาจทำให้อาการยิ่งแย่ลง”
ได้ยินที่ลูกชายบอก ทำเอารุตย์ผู้เป็พ่อถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่ ด้วยไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้มาเจอโรคประหลาดอะไรเช่นนี้
อีกสองวันต่อมา
ตอนค่ำ หลังจากเอิร์ทเดินทางออกจากบ้านไปได้ไม่นานนัก จู่ๆ อาการป่วยของใบเฟิร์นก็แสดงออกมาให้เห็น หลังจากหล่อนนอนหลับไปพักใหญ่ๆ
พอตื่นขึ้นมารุตย์ก็ได้เห็น ว่าอาการที่ลูกชายบอกว่าหล่อนจดจำชายอื่นว่าเป็สามีนั้นมันเป็ยังไง?
ทั้งที่ตอนเอิร์ทยังอยู่ อาการของใบเฟิร์นก็ดูปกติเหมือนคนทั่วไป
