ตอนที่ 38
คนคนนี้ตายอย่างน่าสยดสยอง
เมื่อเห็นเลื่อยไฟฟ้าหยุดหมุน พนักงานต้อนรับก็กดหน้าอกตรงหัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ความลับของโรงแรมนี้คุณคงค้นพบแล้ว ที่นี่มีอีกมิติหนึ่งดำรงอยู่จริง แต่ว่า 'หล่อน'... หล่อนซ่อนตัวอยู่ใน 'รอยแยก' ระหว่างสองมิตินั้น คุณถึงหาหล่อนไม่เจอ"
พนักงานต้อนรับพูดเสียงสั่นเครือ "เฉพาะตอนเที่ยงคืนตรงเท่านั้น ที่รอยแยกของทั้งสองมิติจะหลอมรวมกันชั่วคราว ตอนนั้นเองที่หล่อนจะมุดออกมาเพื่อเริ่มหาอาหาร หล่อนชอบกินอวัยวะภายในของผู้ชายที่สุด และชอบถลกหนังผู้ชายมาทำเป็เสื้อผ้า ส่วนผู้หญิง... หล่อนเกลียดผู้หญิงมาก หล่อนจะเก็บผู้หญิงไว้ฆ่าเป็คนสุดท้าย แล้วโยนศพมาให้พวกเรากิน"
"หล่อนคือผู้หญิงที่อยู่บนคีย์การ์ดโรงแรมใช่ไหม?" ชิงหลี่ถาม แม้จะเป็ประโยคคำถาม แต่น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
พนักงานต้อนรับพยักหน้า "หล่อนไม่มีร่างกายเป็ของตัวเอง แต่หล่อนชอบเสพสมกับผู้ชาย ดังนั้นหล่อนจะใช้คีย์การ์ดแอบส่งไอหยินไปสิงร่างแขกผู้หญิง เพื่อยั่วยวนผู้ชายให้มาร่วมประเวณีและหาความสุขผ่านร่างนั้น"
มิน่าล่ะ หม่าเยว่ถึงตายเพราะ 'เวลาสั้นเกินไป' นั่นคือสาเหตุที่แท้จริงสินะ
【 เชี่ยเอ๊ย ผีตัวนี้เล่นพิเรนทร์ชะมัด มีความ 'พล็อตนิยายตัวตายตัวแทน' ไปอีก 】
【 ชอบผู้ชาย เกลียดผู้หญิง ที่แท้ผีก็มีอาการ 'เหยียดเพศหญิง'เหมือนกันเหรอเนี่ย 】
【 พอเถอะ ไอ้ประเภท 'รักนะเลยขอควักตับไตไส้พุงมาทำแกง' แบบนี้ พวกผมเหล่าชายชาตรีขอบายครับพี่ 】
มิน่าล่ะถึงหาไม่เจอ ที่แท้ก็แอบอยู่ในรอยแยกมิตินี่เอง
เมื่อได้ข้อมูลที่้า ชิงหลี่ก็ปล่อยตัวพนักงานต้อนรับ แถมยังใจดีเก็บลูกตาที่กลิ้งอยู่บนพื้นขึ้นมาช่วยยัดกลับเข้าเบ้าตาให้ด้วย
"ไม่ต้องกลัวนะ ฉันเป็คนอ่อนโยนมาก ต่อไปพี่สาวก็เป็ 'ผีของฉัน' แล้ว ฉันจะคอยคุ้มครองพี่เอง" เธอตบบ่าพนักงานต้อนรับเบาๆ พร้อมกับเนียนเอาเืสกปรกบนนิ้วเช็ดกับเสื้อของพนักงานต้อนรับจนสะอาด
พนักงานต้อนรับที่มีตาข้างหนึ่งชี้ขึ้นฟ้า อีกข้างชี้ลงดิน ถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้ง อ่อนโยน... อ่อนโยนบรรลัยเลย
ในเมื่อผีร้ายจะออกมาล่าเหยื่อตอนเที่ยงคืน ชิงหลี่ก็เริ่มนั่งรอนอนรอเวลานั้น ถึงตอนนั้น ใครจะเป็ผู้ล่า? ใครจะเป็เหยื่อ?
เธอมองเลื่อยไฟฟ้าในมือ มุมปากยกยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
ดึกสงัด
ท่ามกลางความมืด เฉินต้าเหล่ยลืมตาตื่นขึ้นมา เขาขยับจมูกฟุดฟิด กลิ่นหอมที่ยากจะอธิบายลอยมาแตะจมูก ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่
"อะไรน่ะ ทำไมมันหอมขนาดนี้?"
เขาลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่รู้ตัว เดินตามหาต้นตอของกลิ่นหอมนั้น
"เฉินต้าเหล่ย คุณจะออกไปไหน?" หวังถิงถิงรู้สึกตัวตอนประตูถูกเปิดออก เธอตื่นขึ้นมาด้วยความใ
แสงสลัวจากทางเดินส่องเข้ามาในห้อง เห็นแผ่นหลังของเฉินต้าเหล่ยทอดตัวยาว "หิว... จะไปหาอะไรกินหน่อย"
เฉินต้าเหล่ยตอบเสียงขุ่นๆ แล้วปิดประตูทิ้งให้ห้องกลับสู่ความมืดมิด เหลือเพียงหวังถิงถิงคนเดียวในห้อง
ความกลัวเริ่มเกาะกินใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในความมืดเหมือนมีเงาผีที่มองไม่เห็นนับไม่ถ้วนกำลังแยกเขี้ยวใส่เธอ หวังถิงถิงกำยันต์ในมือแน่น ห่อตัวอยู่ในผ้าห่มสั่นเทาไปทั้งร่าง
"อย่าเข้ามานะ ขอร้องล่ะ อย่าเข้ามา..."
เฉินต้าเหล่ยเดินออกมาที่ทางเดิน กลิ่นหอมนั้นยิ่งรุนแรงขึ้น กระเพาะของเขาเรียกร้องอย่างบ้าคลั่ง ความหิวโหยอย่างรุนแรงทำให้ดวงตาของเขาฉายแววคลุ้มคลั่ง
"หิว... หิวเหลือเกิน..." ท้องของเขาร้องระงม ร่างกายที่เคยกำยำแข็งแรงกลับซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า
หากชิงหลี่อยู่ตรงนี้ เธอคงมองออกทันทีว่า "พลังชีวิต" ของเขากำลังถูกสูบออกไปอย่างต่อเนื่อง
ที่สุดทางเดิน จู่ๆ ก็ปรากฏห้องแคบๆ ห้องหนึ่ง ประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย มีแสงสีแดงคล้ำลอดออกมา ดูสยองขวัญและวังเวียนอย่างบอกไม่ถูก
"เจอแล้ว..." นั่นคือต้นตอของกลิ่นหอม
ดวงตาของเฉินต้าเหล่ยเป็ประกาย ตอนนี้เขาไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่หิวกระหาย สติสัมปชัญญะถูกความหิวทำลายไปหมดสิ้น เขารีบวิ่งไปผลักประตูห้องนั้นออกเต็มแรง
"ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มา"
ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หน้ากระจกแต่งหน้า เธอนั่งหันหลังให้เฉินต้าเหล่ยจึงมองไม่เห็นใบหน้า แต่เส้นผมสีดำสลวยดุจผ้าไหมคลุมไหล่ เผยให้เห็นลำคอขาวเนียนระหงครึ่งหนึ่ง
"อึก..." เฉินต้าเหล่ยกลืนน้ำลาย สายตาของเขาละจากร่างผู้หญิงไปที่โต๊ะ
ตรงกลางโต๊ะมีถ้วยซุปวางอยู่ กลิ่นหอมยวนใจนั่นแผ่ออกมาจากซุปถ้วยนี้นี่เอง
"ซุปนี่หอมจัง ผมขอกินได้ไหม?" เฉินต้าเหล่ยเอ่ยด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม
น้ำเสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวดังขึ้น: "ได้สิเ้าคะ นี่คือน้องหญิงตั้งใจเตรียมไว้ให้ท่านพี่โดยเฉพาะเลย"
เธอกันมาหา เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยล่มบ้านล่มเมือง เฉินต้าเหล่ยถึงกับตะลึงตาค้าง ผู้หญิงอะไร สวยขนาดนี้
"ท่านพี่ ให้น้องหญิงป้อนดีไหมเ้าคะ?" เธอหันมายิ้มอย่างมีจริตจะก้าน
เฉินต้าเหล่ยพยักหน้าอย่างเหม่อลอย: "อื้อ..."
หญิงสาวอมยิ้ม นิ้วมือเรียวขาวดุจหน่อไม้หยิบช้อนในชามซุปขึ้นมาตักน้ำซุปป้อนถึงปากเฉินต้าเหล่ย เฉินต้าเหล่ยไม่เคยได้รับการปรนนิบัติแบบนี้มาก่อน เขาอ้าปากงับช้อน กลิ่นหอมนั้นกระจายไปทั่วปากจนยากจะลืมเลือน ทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมใจสุดขีด
"ซุปนี่อร่อยเหลือเกิน ผมไม่เคยดื่มซุปที่ไหนอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย มันทำมาจากอะไรเหรอ?" เฉินต้าเหล่ยถามด้วยความสงสัย
หญิงสาวโปรยยิ้ม: "นี่คือ 'ซุปเบญจธาตุอวัยวะ' (ซุปห้าเครื่องใน) ค่ะ ทำจากการเคี่ยวหัวใจ ตับ ม้าม ปอด และไต จากวัตถุดิบชนิดเดียวกัน"
"ปกติผมคิดว่าเครื่องในมันเป็ของสกปรกน่าคลื่นไส้ ไม่นึกเลยว่าเอามาทำซุปจะอร่อยขนาดนี้" เฉินต้าเหล่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาคว้าชามขึ้นมาซดทั้งน้ำทั้งเนื้ออย่างมูมมามจนเกลี้ยงชาม
"ท่านพี่ ดื่มหมดเกลี้ยงไม่เหลือให้น้องหญิงเลยเหรอเ้าคะ" หญิงสาวทำปากจู๋อย่างไม่พอใจ ท่าทางขี้งอนนั้นทำให้เฉินต้าเหล่ยรู้สึกใจสั่นคันยุบยิบไปหมด
เฉินต้าเหล่ยหัวเราะร่า: "ก็แค่ซุปห้าเครื่องในชามเดียว ผมดื่มซุปคุณไปแล้ว งั้นผมจะยกเครื่องในตัวเองชดเชยให้คุณเอาไปเคี่ยวซุปแทน ดีไหมล่ะ"
"ท่านพี่พูดแล้วห้ามคืนคำนะเ้าคะ" หญิงสาวเอ่ยอย่างเอียงอาย
เฉินต้าเหล่ยตบอกตัวเอง: "ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น"
"งั้น... น้องหญิงไม่เกรงใจแล้วนะเ้าคะ"
มุมปากของผู้หญิงฉีกกว้างไปถึงใบหู เธอแลบลิ้นยาวสีแดงสดออกมาเลียริมฝีปาก ภาพนี้ทำให้เฉินต้าเหล่ยได้สติทันที แต่นี่ไม่ใช่สาวงามล่มเมืองอีกต่อไป
"แก... แกคือผี..." เสียงของเขาขาดหายไป เืคำโตพุ่งพรวดออกจากปาก
หัวของเขาตกลงอย่างสิ้นแรง เขามองดูผีสาวเอามือเสียบทะลุเข้าไปในท้องของเขา เขาถึงกับรู้สึกได้ว่ามือข้างนั้นกำลังกวนไปมาในร่างกาย ลูบไล้อวัยวะภายในของเขาอยู่
"นี่คือ 'ตับ' ค่ะ" ผีสาวควักตับของเฉินต้าเหล่ยออกมาวางบนโต๊ะ
"นี่คือ 'ไต' "
"นี่คือ 'ม้าม' "
"นี่คือ 'ปอด' "
เมื่อสูญเสียปอด ลมหายใจของเฉินต้าเหล่ยก็แ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่เขายังไม่ตาย เขาต้องทนรับความเ็ปที่เหนืุ์ทั้งที่ยังมีสติ
"และนี่คือ... 'หัวใจ' ค่ะ"
สุดท้าย หญิงสาวควักหัวใจของเฉินต้าเหล่ยออกมา เธอมองดูหัวใจที่ยังเต้นตุบๆ อยู่ในมือพลางหัวเราะคิกคัก: "ซุปห้าเครื่องในเนี่ย... มันต้องควักสดๆ แบบนี้ถึงจะอร่อยที่สุด"
เฉินต้าเหล่ยเบิกตากว้าง หลังจากสูญเสียหัวใจ ในที่สุดเขาก็สิ้นใจตายไปแบบตายตาไม่หลับ
