“วงศ์ตระกูลใหญ่ถึงเพียงนั้น กลับไม่มีผู้ที่มีจิตใจเป็ธรรมสักคนที่ลุกขึ้นมาช่วยหญิงม่ายและบุตรกำพร้าบิดา”
“ตระกูลหูทำให้มารดาของหูเลี่ยตาย และยังยึดบ้านและที่นาของเขาไปอีก หูเลี่ยกลายเป็เด็กกําพร้าั้แ่อายุยังน้อย ในใจย่อมเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อคนในวงศ์ตระกูล!”
“คนน่าสงสารย่อมมีความเคียดแค้น คราแรกเป็กรรมที่คนตระกูลหูก่อเอาไว้ ยามนี้หูเลี่ยได้ตอบแทนผลกรรมให้พวกเขาแล้ว”
คนตระกูลหูหลายคนที่ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ด้วยสีหน้าเดือดดาล หลังจากได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าประชาชน ก็พากันก้มหน้าต่ำด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ในปีนั้นตระกูลหูปฏิบัติต่อครอบครัวของหูเลี่ยเช่นนี้ คนในตระกูลหูเหล่านี้ล้วนรู้กันดี พวกเขาเห็นว่าเื่เหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองจึงไม่ใส่ใจ และไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วย กระทั่งหนึ่งในนั้นก็เคยมีความคิดดูถูกเหยียดหยามหงซื่อมาก่อน
หงซื่อมารดาของหูเลี่ยแขวนคอตายที่ต้นไม้ใหญ่หน้าศาลบรรพชนตระกูลหู คนเหล่านี้ล้วนได้เห็นกับตาตนเอง
คนที่มีชีวิตอยู่ดีๆ ก็ต้องมาตกตายเช่นนี้ ในเวลานั้นคนเหล่านี้ทำเพียงทอดถอนใจ และไม่มีท่าทีใดๆ ต่อเื่นี้เลย
ต่อมาเมื่อหูเลี่ยใส่ยาพิษลงในบ่อน้ำ คนเหล่านี้ล้วนได้รับพิษ จึงได้ตระหนักถึงความเ็ปแสนสาหัสที่กําลังจะตายอย่างลึกซึ้ง
เช่นที่ชาวบ้านกล่าว คนน่าสงสารย่อมมีความเคียดแค้น ตระกูลหูได้รับเคราะห์ภัยครั้งนี้ เป็ผลกรรมที่พวกเขาสร้างเอาไว้ในปีนั้น
ท่านหมอเติ้งจากตำบลไท่และหมอจากอำเภอิเฉิงหลายคนถูกพาตัวมาที่ห้องโถงในฐานะพยานบุคคล พวกเขายืนยันว่าพิษที่หูเลี่ยใช้คือพิษจากงู
ท่านหมอเติ้งกล่าวถึงหลี่ชิงชิงเป็การเฉพาะ “หลี่ซื่อจากหมู่บ้านหวังของอําเภอเหอ แตกฉานในวิชาแพทย์ เชี่ยวชาญในการถอนพิษสัตว์เป็พิเศษ โชคดีที่หลี่ซื่อช่วยถอนพิษงูให้กับชาวบ้านหมู่บ้านหู และได้มอบยาถอนพิษให้กับพวกเขา มิฉะนั้นแล้วจํานวนผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านหูจะสูงมากกว่าหนึ่งร้อยคนขอรับ”
หมู่บ้านหวังเป็หมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างอําเภอเหอ ไม่ได้อยู่ภายใต้เขตปกครองของอําเภอิเฉิง นายอำเภอ้ารีบปิดคดี จึงไม่ได้เรียกหลี่ชิงชิงมาเป็พยานที่ห้องโถงด้วย
พิษงูที่หูเลี่ยผสมขึ้นมานั้นรุนแรงเป็อย่างยิ่ง เขาจงใจใส่พิษจํานวนมากลงในบ่อน้ำ สิ่งที่้าคือให้คนตระกูลหูถูกพิษตายทั้งหมด ผู้ใดจะรู้ว่าจะเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น หลี่ซื่อจากหมู่บ้านหวังอําเภอเหอผู้นี้ สามารถถอนพิษงูและช่วยชีวิตคนตระกูลหูเอาไว้ได้
“คนคาดการณ์มิสู้ฟ้าลิขิต ท้ายที่สุด์ก็เมตตาต่อตระกูลหู ส่งหลี่ซื่อจากอำเภอเหอมาช่วยคนตระกูลหู”
“วิชาแพทย์ของหลี่ซื่อจากอําเภอเหอช่างเหนือชั้นจริงๆ ถึงขั้นถอนพิษงูได้”
“นี่เป็ความโชคดีในความโชคร้ายอย่างแท้จริง หลี่ซื่อจากอำเภอเหอเป็ผู้มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงของคนตระกูลหู!”
ประชาชนต่างชื่นชมหลี่ชิงชิงว่ามีวิชาแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่รู้ว่าหลี่ชิงชิงได้ช่วยนายอำเภอของอำเภอิเฉิง และเ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเมืองเซียงในเวลาเดียวกัน
ในคดีหนึ่งหากมีคนตายห้าคนจำต้องรายงานต่อราชสํานัก ครานี้หากไม่ใช่เพราะหลี่ชิงชิง ตระกูลหูก็คงตายอย่างน้อยหนึ่งร้อยคน เช่นนั้นก็จะกลายเป็คดีวางยาพิษครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทางราชสํานักต้องรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่เ้าหน้าที่เมืองเซียงและนายอําเภอิเฉิงเท่านั้น แม้แต่ท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงก็จะถูกลงโทษเช่นกัน
ทว่าคดีนี้ก็ยังมีคนตายสามคน ถูกพิษหนึ่งร้อยสี่สิบสองคน นอกจากนี้ยังมีสัตว์เลี้ยงตายอีกหลายสิบตัว นับเป็คดีใหญ่ของเมืองเซียงใน่สิบปีที่ผ่านมา
ในวันเดียวกันนั้นคดีทั้งหมดก็ได้รับการคลี่คลาย นายอําเภอิเฉิงปิดคดีโดยตัดสินให้หูเลี่ยรับโทษห้าม้าแยกร่าง และจัดระเบียบภายในของตระกูลหู
คดีนี้มีผลกระทบยิ่งนัก จําเป็ต้องรายงานสำนวนคดีต่อเมืองเซียงเพื่อทบทวนคดีอีกรอบทันที ผู้ตรวจการมณฑลของเมืองเซียง จ่างสื่อและเ้าหน้าที่อื่นๆ ทบทวนคดีโดยไม่มีการคัดค้าน และทำการรายงานต่อท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง
จ้าวอันอ๋องอ่านแฟ้มคดีอย่างละเอียด ประกอบกับข่าวที่ข้ารับใช้รายงานจึงได้เปลี่ยนคําตัดสิน
หูเลี่ยยังคงใช้วิธีห้าม้าแยกร่าง ทว่าสถานที่ปะาชีวิตเปลี่ยนเป็เมืองเซียงในอีกสามวันต่อมา เดิมทีเวลาปะาชีวิตของหูเลี่ยคือ่ล่าเยวี่ย ครานี้เลื่อนเข้ามาก่อนกำหนดหนึ่งเดือน
การจัดระเบียบภายในของตระกูลหูยังคงเหมือนเดิม แต่มีการเพิ่มกฎอีกสองข้อ หนึ่งคือการเก็บศพให้กับหูเลี่ย สองคือคนในตระกูลหูไม่สามารถเข้าร่วมสอบคัดเลือกขุนนางเป็เวลาสามสิบปี นับั้แ่ระยะเวลาการเสียชีวิตของหงซื่อ
นอกจากนี้ยังสั่งปลดตำแหน่งขุนนางนายอำเภอของอำเภอิเฉิง ไม่ให้ดำรงตำแหน่งตลอดไป และหักเงินเดือนของทหารเฝ้าประตูอำเภอิเฉิงเป็เวลาสามเดือน
วันรุ่งขึ้นหลังจากประกาศคําตัดสินนี้ออกไป จ้าวอันอ๋องแห่งเมืองเซียงได้ตกรางวัลให้แก่ผู้ที่สร้างผลงานในคดีนี้
ประทานแผ่นป้ายทองคำที่เขียนโดยลายมือของท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง “เมี่ยวโส่วหุยชุน [1]” รวมถึงทองคําสิบตำลึงและเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้หลี่ชิงชิงจากอำเภอเหอ
ประทานไข่มุกครึ่งกล่องและผ้าไหมชั้นดีหนึ่งพับให้เฟิ่งซื่อจากเมืองเซียง
ประทานเงินสิบตำลึงให้ท่านหมอเติ้งจากอำเภอิเฉิง
การปะาชีวิตและประทานรางวัลล้วนมีจดหมายราชการถูกติดตามเมือง มณฑล ตำบลและอำเภอน้อยใหญ่หลายสิบแห่งโดยเ้าหน้าที่ว่าการที่อยู่ภายใต้การปกครองของอ๋องแห่งเมืองเซียง ข่าวถูกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ถนนสายหลักและตรอกซอกซอย ทุ่งนาในชนบท ั้แ่ขุนนางร่ำรวยไปจนถึงชาวบ้านยากจนต่างก็พูดถึงเื่นี้
“่กลียุคถึงใช้กฎหมายหนัก แคว้นต้าถังของเรากําลังอยู่ในยุครุ่งเรือง เหตุใดท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงถึงใช้กฎหมายอาญาที่ไร้มนุษยธรรมอย่างห้าม้าแยกร่างด้วย?”
“เ้าไม่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันย่อมไม่เข้าใจ หากบ่อน้ำในบ้านพวกเ้าถูกวางพิษ ดูสิว่าเ้าจะยังขอความเมตตาให้นักโทษอยู่หรือไม่?”
“จุดประสงค์ของหูเลี่ยคือ้าให้ทุกคนในตระกูลหูตาย แต่์ไม่ให้เขาสมปรารถนา หลี่ซื่อจากหมู่บ้านหวังผู้นี้ช่างเป็พระโพธิสัตว์บนดินจริงๆ สามารถถอนพิษงูที่ร้ายแรงขนาดนี้ได้”
“ตระกูลหูสมควรแล้วที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้”
“ได้ยินมาว่าใน่หลายปีที่ผ่านมานี้ตระกูลหูมีถงเซิงอยู่สองคน ท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงมีคำสั่งเช่นนี้ ชื่อเสียงของถงเซิงสองคนนี้ก็หมดสิ้นแล้ว”
“ที่แท้ตระกูลหูก็มีบัณฑิต และยังเป็ถงเซิงอีกด้วย อนิจจา ถงเซิงสองคนนี้ปล่อยให้วงศ์ตระกูลข่มเหงรังแกหูเลี่ยแม่ลูก ตำราที่พวกเขาอ่านช่างไร้ประโยชน์”
“ตระกูลหูไม่มีคนดี แม้ว่าถงเซิงสองคนนั้นจะสอบผ่านได้เป็ขุนนาง ก็ย่อมไม่ใช่ขุนนางที่ดี ท่านอ๋องลงโทษได้ถูกแล้ว!”
ยามเช้าวันหนึ่งในเหมันตฤดูที่มีฝนตกปรอยๆ ถนนเส้นหนึ่งในเมืองเซียงที่ถูกใช้เพื่อปะาชีวิตโดยเฉพาะเต็มไปด้วยผู้คน หูเลี่ยที่ถูกชาวบ้านะโให้ฆ่ามีสีหน้าซีดเซียว ทว่าไม่ได้ร้องออกมา
ทหารที่รับหน้าที่ปะาชีวิตใช้เชือกผูกแขนขาทั้งสี่และศีรษะของหูเลี่ยที่ขาหลังของม้าห้าตัว รอกระทั่งเ้าหน้าที่ปะาออกคําสั่ง พวกเขาก็เฆี่ยนสะโพกของม้าทั้งห้าตัวด้วยแส้อย่างแรง ม้าห้าตัววิ่งห้อตะบึงไปคนละทิศทาง...
“อา!” หูเลี่ยส่งเสียงสุดท้ายในโลกมนุษย์ ก่อนศีรษะและร่างกายจะกระจายไปคนละทิศละทาง
บุรุษสวมเสื้อสีเทาสี่คนจากตระกูลหูคอยเก็บร่างของหูเลี่ย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอันหวาดกลัวของเหล่าชาวบ้านที่มามุงดู
บัณฑิตวัยกลางคนที่สวมเสื้อคลุมยาวสีดำเรือนผมเป็สีเทาทั้งศีรษะ ชี้ไปที่ด้านหลังของคนตระกูลหูแล้วเอ่ยถามเสียงดัง “หูเลี่ยเป็คนของตระกูลพวกเ้า หากพวกเ้าไม่มีจิตใจโเี้ฆ่ามารดาของเขา ทั้งยังแย่งชิงมรดกของเขาไปในปีนั้น เขาก็คงไม่วางพิษในบ่อน้ำ ยามนี้หูเลี่ยก็ตายแล้ว เขาได้ไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับบิดามารดาของเขาที่ปรโลก แล้วพวกเ้าเคยเสียใจกับสิ่งที่กระทําในวันนั้นหรือไม่?”
ไหนเลยที่คนตระกูลหูจะกล้าหันกลับไป พวกเขาเดินจากไปด้วยท่าทีเศร้าซึมพร้อมกับศพของหูเลี่ย
เช้าวันหนึ่งในเหมันตฤดูที่ทั้งมืดครึ้มและหนาวเย็น ควันจากปล่องเตาของทุกครัวเรือนในหมู่บ้านหวังลอยขึ้นสูงไปตามสายลม
คนทั้งสี่ที่มีหน้าที่ขายซาลาเปาของตระกูลหวังออกเดินทางไปนานแล้ว ขณะที่หวังเยวี่ยกําลังล้างซึ้งนึ่งอยู่ในห้องครัว ก็ได้ยินเสียงนกกางเขนร้องลั่นในลานบ้าน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม มีคนหลายคนเดินมาตามถนนหมู่บ้าน โดยมีหวังชีที่เป็หลี่เจิ้งเดินนำหน้า และคนที่อยู่ด้านหลังของเขาดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตาแม้แต่น้อย
หวังชียืนอยู่นอกกําแพงรั้ว เอ่ยเสียงสูงอย่างตื่นเต้นว่า “หวังเยวี่ย บิดามารดาของเ้าจะกลับมาเมื่อใด?”
“สวัสดีท่านอาเจ็ดเ้าค่ะ” หวังเยวี่ยเดินออกมา แหงนมองท้องฟ้าแล้วเอ่ย “ต้องรออีกหนึ่งชั่วยามเ้าค่ะ”
หวังชีเอ่ยว่า “พวกเ้ารีบเก็บกวาดบ้านเพื่อต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์สักหน่อย จะให้ข้าหาคนมาช่วยหรือไม่?”
หวังพั่นตี้สามพี่น้องนำข่าวนี้ไปบอกจางซื่อที่ให้นมอยู่ในห้องนอน “ท่านแม่ บ้านเรากําลังจะมีแขกผู้สูงศักดิ์มาแล้ว?”
จางซื่อทั้งใและดีใจ แขกผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นจะมาจากที่ใด อาจจะสูงศักดิ์กว่าเฟิ่งซื่อจากเมืองเซียง นางเอ่ยว่า “รีบไปบอกกับอาสะใภ้ของพวกเ้าเร็ว แขกผู้สูงศักดิ์ต้องมาหาอาสะใภ้ของพวกเ้าอย่างแน่นอน”
------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เมี่ยวโส่วหุยชุน (妙手回春) หมายถึง ฝีมือทางการแพทย์ชั้นสูง สามารถรักษาผู้ป่วยที่ใกล้ตายให้มีชีวิตรอดได้
