หญิงสาวส่งเสียงร้อง อดทนความเ็ปและวิ่งตามไป จากนั้นเอ่ยอย่างประจบสอพลอ
“ใช่แล้ว ข้าว่าหลินผิ่นหรูนั่นต้องเป็นักต้มตุ๋นแน่ นางตั้งใจหาเื่นายท่าน รอนายท่านกลายเป็พี่ใหญ่ในกลุ่มโจรสี่ัเมื่อใด รับรองว่าต้องร้ายกาจกว่าตาแก่ตายยากนั่นร้อยเท่าพันเท่าแน่!”
“ข้าไม่เพียงจะเล่นงานเจี่ยต้าหลงกับหลิวเฮยชีให้ตาย ยังจะจับตัวหลินผิ่นหรูให้มาคุกเข่าเลียเท้าข้าอีกด้วย! มารดามันเถอะ!”
เสิ่น ‘หลินผิ่นหรู’ ม่านเ้าตัว “…”
ทั้งสองคุยกันอยู่ข้างนอกอีกสักพัก ไม่นานนักก็มีเสียงครวญครางของหญิงสาวดังขึ้นเรื่อยๆ
เสิ่นม่านสบตากับหนิงโม่เงียบๆ พบว่าใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ขณะนี้กำลังแต่งแต้มด้วยสีชมพูระเรื่อ
จึ๊… อึดอัดชะมัด
นางเองก็ไม่คาดคิดว่าแค่ออกมาหาเหอยวนยาง กลับได้เจอคนมากมายเช่นนี้ ที่ไร้เหตุผลยิ่งกว่าคือ กระทั่งจางซิ่วอวิ๋นที่หนีออกจากบ้าน ขณะนี้ก็ดันมาปรากฏตัวในค่ายโจรสี่ั?
แล้วยังคืนดีกับสามีเก่าเฉียนซานเจียงอีกด้วย
พวกเขาคืนดีกันยังไม่เท่าไร แต่ดันมาร่วมรักกันอยู่ข้างนอกนี่สิ หรือว่าเตียงในห้องรองรับความป่าเถื่อนในหัวใจของทั้งสองไม่ไหวแล้วหรือ?
ยังไม่ถึงฤดูหนาว แต่อากาศช่างหนาวเย็น! เพียงแค่นึกภาพตามก็รู้สึกแสลงตาแล้ว
เสิ่นม่านแอบถอนหายใจเงียบๆ และกระซิบเสียงเบาให้หนิงโม่ได้ยินคนเดียว “นายท่านเฉียนคนนี้ อายุมากแต่อึดจริงๆ”
หนิงโม่ขมวดคิ้วและมองนางอย่างไม่พอใจ จากนั้นจึงเอามือสองข้างปิดหูนางไว้
เสิ่นม่าน “…”
ใบหูที่หนาวเย็นจนแข็งของนางได้รับความอบอุ่นจากมือใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย เสิ่นม่านรู้สึกจั๊กจี้ที่ใบหูเพราะการกระทำนี้
อีกฟากของถ้ำ เฉียนซานเจียงกับอนุของเขากำลังแสดงความรักกัน ส่วนนางได้แต่เอียงศีรษะถูไหล่คนข้างๆ เป็พักๆ
เส้นผมเสียดสีกับหลังมือของหนิงโม่อยู่อย่างนั้น ใบหน้าของใครบางคนยิ่งนานก็ยิ่งแดงขึ้นเรื่อยๆ
เขาขมวดคิ้วและถาม “ศีรษะของเ้ามีปัญหาหรือ?”
เสิ่นม่านกลอกตามองบนและกระซิบ “ก็มันคันนี่นา”
หนิงโม่ถอนหายใจอย่างระอา แต่ร่างกายกลับซื่อตรงและช่วยนางเกาใบหู “เหตุใดเ้าจึงเื่เยอะเช่นนี้”
ปลายนิ้วเย็นเฉียบัักับใบหูของนาง เสิ่นม่านรู้สึกเหมือนโดนช็อตจนขนลุกชัน
นางตัวสั่น รีบบอกให้หยุด
ภายในซอกถ้ำที่ทั้งแคบทั้งเล็ก ร่างกายทั้งสองแนบติดกัน บรรยากาศชวนให้…
วาบหวาม?
ร่างกายของเสิ่นม่านแข็งทื่อ ไม่ได้เจอหลายวัน เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าท่าทีของหนิงโม่จึงดีกับนางมากกว่าเดิมเช่นนี้?
หรือเพราะนางสวยกว่าเดิม?
อืมมมม ต้องเป็เหตุผลนี้แน่! เฮอะ ผู้ชาย! ช่างเป็สิ่งมีชีวิตที่มองแต่เปลือกนอก!
สถานการณ์ภายนอกเร่าร้อนกว่าเดิม ผนังด้านหลังที่ไม่ขรุขระกดทับกับหลังของเสิ่นม่านจนเริ่มเจ็บ ทว่าสองคนนั้นยังไม่มีทีท่าจะไปง่ายๆ
เฮ้อ รีบเสร็จสักที ให้ไวหน่อย เหนื่อยแล้ว
ไม่รู้ว่ารอนานเท่าใด เสิ่นม่านรู้สึกว่าหลังของตนใกล้จะไร้ความรู้สึกแล้ว สองคนนั้นถึงมีความคิดจะจากไป
รอบทิศคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
หนิงโม่รีบผละออกจากนางทันที เสิ่นม่านถอนหายใจยาว นางไม่รู้จะพูดอะไรจึงได้แต่ยิ้มแห้ง
“คือว่า ใกล้ถึงฤดูผสมพันธุ์แล้ว สัตว์ย่อมทนฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านในร่างกายไม่ไหวและเริ่มผสม…”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง หนิงโม่ก็สะบัดสายตาข่มขู่มา “หุบปาก”
เป็สาวเป็แส้แต่กลับพูดจาทะลึ่งลามกเช่นนี้ออกมาโดยไม่รู้จักอาย แล้วยังแอบฟังผู้อื่น… หน้าไม่อายจริงๆ!
เสิ่นม่านปิดปากเงียบอย่างเชื่อฟัง ท่าทางละอายใจเล็กน้อย
หนิงโม่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ จู่ๆ น้ำเสียงก็จริงจังขึ้นมา “ต้าเป่าอยู่กับใต้เท้าจาง ปลอดภัยดี เ้าไม่ต้องอยู่บนค่ายต่อแล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะหาโอกาสส่งเ้าออกไป”
เสิ่นม่านถามกลับทันที “แล้วเ้าล่ะ?”
หนิงโม่หน้าขึงขัง “ข้ายังมีเื่สำคัญกว่าต้องทำ”
เสิ่นม่านลูบคางและพึมพำ “อันที่จริง ข้าเองก็มีเื่สำคัญกว่า พวกผู้หญิงในคุกใต้ดินเ่าั้ พวกนางคือเด็กสาวจากหมู่บ้านละแวกนี้ที่ถูกโจรลักพาตัวมา น่าสงสารนัก ข้าอยากจะ… หาโอกาสช่วยพวกนางออกไป”
หนิงโม่ทอดมองนางอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ย “ข้าเองก็คิดเช่นนี้?”
แน่นอนว่า แผนการของเขาไม่ใช่เพียงช่วยเหลือเด็กสาว แต่ต้องปราบค่ายโจรให้ราบเป็หน้ากลองอีกด้วย
หลายวันก่อนจางหงอี้้าปราบโจรจึงส่งคนมาโจมตีไม่น้อย
แต่โจรเ้าเล่ห์กลุ่มนี้คุ้นเคยกับพื้นที่เป็อย่างดี ทั้งยังครองชัยภูมิได้เปรียบ การป้องกันแ่า ทำให้โจมตีค่อนข้างลำบาก
ด้วยเหตุผลนี้ จางหงอี้จึงร้อนใจจนมีตุ่มร้อนในเต็มปาก กระทั่งตอนนอนยังละเมอว่าจะเด็ดหัวเจี่ยต้าหลงมาเตะเล่น
นี่คือสาเหตุที่ครั้งแรกหนิงโม่แฝงตัวเข้ามาสืบสถานการณ์ จนบังเอิญพบกับต้าเป่าที่ถูกพวกเขาจับตัวมา
ส่วนครั้งที่สองที่มาสืบข่าวก็คือเมื่อหัวค่ำ
เดิมทีหนิงโม่อยากมาสืบในคุกใต้ดิน แต่กลับถูกพบเข้า เขาจึงต้องเปลี่ยนเป็ชุดโจรและแฝงตัวอยู่ในค่าย รอเคลื่อนไหวตอนดึก จนบังเอิญมาพบกับเสิ่นม่าน
เขากำลังย้อนนึกอยู่ แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับตื่นตระหนกขึ้นมา “แย่แล้ว มีคนจะไปค้นที่ห้องข้า ตอนนี้ข้าไม่อยู่ในห้อง เกรงว่าต้องมีคนจับได้แน่!”
หนิงโม่ขยับเปลือกตา “ดี ข้าจะส่งเ้าออกจากค่ายโจร”
เสิ่นม่านส่ายหน้า “ไม่ ข้าจะอยู่ต่อ คอยยุแยงความสัมพันธ์ของพวกเขา! ทำให้พวกเขาแตกคอกัน อำนาจกระจัดกระจาย ทางที่ดีคือทำให้เกิดศึกภายใน เราจะได้นั่งบนภูดูหมากัดกัน”
หนิงโม่ “…”
เขาไม่เข้าใจว่าสมองของหญิงสาวคนนี้ใส่อะไรไว้กันแน่
แต่ใครบางคนกลับมั่นใจเต็มเปี่ยมกับแผนการของตนเอง
“เ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีอันตรายหรอก รอวันรุ่งขึ้นข้าจะหาโอกาสวาดแผนที่ค่ายโจรให้เ้า เ้าค่อยนำแผนที่ส่งไปให้ใต้เท้าจาง ดูว่าจะช่วยเขาได้หรือไม่”
แผนที่ของค่ายโจร… นี่เป็สิ่งสำคัญมากจริงๆ
หนิงโม่คล้อยตาม “เ้าวาดมันออกมาได้จริงหรือ?”
เสิ่นม่านจิ้มสมองของตนอย่างมั่นอกมั่นใจ “วางใจได้ อยู่ในนี้ ไม่มีทางผิดแน่!”
หนิงโม่ไม่ได้คัดค้านนาง แต่หยิบกระบอกไม้ไผ่จิ๋วจากแขนเสื้อให้นาง
“นี่คือไฟส่งสัญญาณ หากเ้าเจออันตรายก็หาทางจุดมัน ข้าจะมาช่วยเ้าทันที”
เสิ่นม่านกะพริบตา “อืม รู้แล้ว ขอบใจ”
หนิงโม่ยังไม่ค่อยวางใจ เขาอยากพูดแต่แล้วก็หยุด จากนั้นมองไปทางด้านนอกถ้ำพร้อมกับเอ่ยเสียงต่ำ
“เ้ากลับไปเช่นนี้ต้องถูกจับได้แน่ ข้าส่งเ้ากลับไปเอง”
เสิ่นม่านพยักหน้า เสี้ยววิถัดมา นางถูกคนบางคนโอบเข้าไว้ในอ้อมกอด
นางตะลึง ร่างกายแข็งทื่อ “เ้า ทำอะไรน่ะ?”
หนิงโม่ไม่เงยหน้า “กอดข้าให้แน่น”
เสิ่นม่านเพิ่งจะเอามือโอบคอของเขา ท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มก็โอบรัดเอวของนางไว้ เพียงแค่ชั่วพริบตา เสิ่นม่านรู้สึกเพียงเบื้องหน้าพร่ามัว นางรู้สึกตัวเบาหวิวและเหาะขึ้นไปอยู่บนหลังคา
นี่มัน…
หรือจะเป็วิชาตัวเบาที่กล่าวขานกัน?
ขอบคุณยาลดความอ้วนจากระบบ ในที่สุดชีวิตนี้นางก็ได้ััประสบการณ์เหาะเหินไปกับสายลมแล้ว!
น่าตื่นเต้นกว่ารถไฟเหาะเสียอีก!
เสิ่นม่านระทึกจนอยากกรีดร้อง แต่นางร้องไม่ได้ จึงได้แต่ปล่อยให้ชายหนุ่มพาตนเองเหาะเหินทะลุผ่านค่ายโจรไปราวกับนกนางแอ่นร่อนแตะผิวน้ำอย่างแ่เบา
เสียงลมพัดหวิวดังอยู่ข้างหู ลมหนาวที่ร้ายกาจพัดผ่านใบหน้า แต่กลับไม่รู้สึกเ็ป
เสิ่นม่านแอบเหลือบมองใบหน้าของหนิงโม่ คนบางคนเวลาทำอะไรจริงจัง ใบหน้าที่ขึงขังยังคงหล่อเหลาจับจิต
นางเริ่มวิงเวียนตาลาย
หรือว่า… นี่จะเป็ความรัก?
-----
