“รวมถึง...”
จีอู๋ซวงั์ตาแดงก่ำ น้ำเสียงปนสะอื้น มิอาจเอ่ยต่อได้
“อีกทั้งพิษเพลิงเย็นในพระวรกายขององค์รัชทายาทอยู่ระยะกลางค่อนไปทางปลายแล้ว หากไร้หนทางถอนพิษ ไม่ถึงสามปี ลมหายใจของพระองค์จะสิ้นสุดลง”
หยวนเป่าเติมคำที่ยังกล่าวไม่จบของจีอู๋ซวงให้ครบ
ใบหน้าของเหล่าองครักษ์เงาไร้สีเื ดวงตาของทุกคนเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ
ชั่วขณะนั้น ร่างเล็กๆ ของหยวนเป่ากลับดูใหญ่โตขึ้นในสายตาของทุกคน
องครักษ์เงาซึ่งติดตามอยู่ข้างกายเช่นพวกเขาย่อมรู้ถึงสถานะทางร่างกายของนายท่านดีที่สุด ก่อนหน้านี้จีอู๋ซวงก็เคยพูดประโยคนี้ออกมา พวกเขาเหล่าองครักษ์เงาล้วนรับรู้ ทว่าจีอู๋ซวงเป็หมอยาข้างกายนายท่าน รักษาให้นายท่านมานานปี ย่อมทราบอาการของนายท่านเป็อย่างดี ทว่าคุณชายน้อยตระกูลมู่ผู้นี้ เห็นได้ชัดว่านี่เป็ครั้งแรกที่ตรวจรักษานายท่าน อาศัยเพียงการดูดมฟังจับ เพียงสี่ขั้นตอนก็ทราบอาการป่วยของนายท่านแล้ว นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่าทักษะทางการแพทย์ของเด็กน้อยเลิศล้ำ เหนือกว่าคุณชายจีอู๋ซวงอย่างไม่มีใครเทียบแน่นอน
“เหตุใดจึงเป็เช่นนี้? เป็ผู้ใดกล้าวางยาพิษองค์รัชทายาท? มันผู้ใดช่างขวัญกล้าสูงเทียมฟ้า!”
มู่เอ้าเทียนเป็คนแรกที่ะโก้องคำราม เขาปกป้องอาณาจักรต้าโจว ภักดีต่ออาณาจักรต้าโจว และตี้หลิงหานก็คือฮ่องเต้ในภายภาคหน้าของอาณาจักรต้าโจว ทว่าวันหนึ่ง จู่ๆ กลับมีคนมาบอกเขาว่าองค์รัชทายาทของอาณาจักรต้าโจวกำลังจะต! อีกทั้งพระองค์ยังทรงถูกวางยาพิษ แล้วจะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร?
“แม่ทัพมู่มิจำเป็ต้องโกรธเกรี้ยว พิษนี้อยู่ในร่างกายข้ามานานปีแล้ว”
มู่เอ้าเทียนเปล่งเสียงคำรามดังสนั่น ไม่มีใครกล้าพูดอันใดออกมา กลับเป็ตี้หลิงหานที่เอ่ยปลอบเขาอย่างสงบ
ใบหน้าของชายหนุ่มไร้ความเศร้าโศกและปราศจากความโกรธ ราวกับเขาได้ละทิ้งเื่ความเป็ความตายของชีวิตไปเนิ่นนานแล้ว
“องค์รัชทายาท...!”
มู่เอ้าเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงสับสน ทว่ากลับเห็นตี้หลิงหานโบกมือไปมา “เป็หรือตายล้วนคือโชคชะตาฟ้าลิขิต เปิ่นกงครองตำแหน่งนี้ ย่อมมีคนปรารถนาให้เปิ่นกงตาย หากรอดพ้นไปได้ก็นับว่าชะตาของเปิ่นกงยิ่งใหญ่ ทว่าหากไม่รอด เช่นนั้นก็นับว่าชีวิตของเปิ่นกงมาได้เพียงเท่านี้”
ตี้หลิงหานเอ่ย
เมื่อคำพูดเหล่านี้สิ้นสุดลง ในใจของฮวาเหยียนพลันบังเกิดความไม่พอใจยิ่ง
ก่อนหน้านี้นางรู้สึกว่าตี้หลิงหานมีบางสิ่งผิดปกติ นางรู้จากจีอู๋ซวงว่าเขาอาจถูกวางยาพิษ ทว่านางมิได้ใส่ใจนัก ทั้งยังรู้สึกยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น ทว่าอันที่จริงนางกลับคาดไม่ถึงว่าพิษของตี้หลิงหานจะอยู่ในระยะสุดท้าย และคงอยู่ได้อีกไม่นาน?
ฮวาเหยียนรู้สึกว่าอารมณ์ของนางค่อนข้างซับซ้อน
นางมองหยวนเป่าโดยไม่รู้ตัว หยวนเป่าเองก็มีพิษอยู่ในกาย...และเด็กน้อยก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามปีเช่นกัน...
จู่ๆ ฮวาเหยียนก็รู้สึกยากเกินรับไหว มิรู้ว่าบุตรชายของนางจะมีวิธีหรือไม่
สายตาของทุกคนในยามนี้ล้วนจับจ้องไปที่หยวนเป่า เด็กชายตัวน้อยนั่งอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์กระจ่าง เขาค่อยๆ กวาดมองทุกคนด้วยดวงตาสงบนิ่ง และที่สุดก็หล่นลงบนร่างของตี้หลิงหาน “องค์รัชทายาท ทุกคนในที่นี้ล้วนเชื่อถือได้ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ตี้หลิงหานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ว่าเด็กผู้นี้มีเื่้าเอ่ย ชายหนุ่มพยักหน้า “คุณชายน้อยมู่ มีอันใดก็จงกล่าวมา อย่าได้เกรงกลัว”
หยวนเป่าพยักหน้า จากนั้นจึงมองจีอู๋ซวงพลางกล่าวว่า "ท่านลุงจี ท่านคิดว่าพิษที่ออกฤทธิ์ในพระวรกายขององค์รัชทายาทคือพิษเพลิงเย็นใช่หรือไม่ขอรับ?"
“หมะ หมายความว่าอย่างไร?”
จีอู๋ซวงตะลึงเพราะคำพูดของหยวนเป่า
กระทั่งเหล่าองครักษ์เงาก็ยังประหลาดใจ มิใช่พิษเพลิงเย็นหรือ? เช่นนั้นคืออันใดเล่า? หลายปีมานี้ไม่รู้ว่ามีแพทย์กี่มากน้อยที่แสวงหาหนทางเพื่อรักษานายท่าน ต่อมาแม้แต่คุณชายอู๋ซวงที่เติบโตในหุบเขาเย่าหวางก็ยังวินิจฉัยว่าพิษในร่างกายนายท่านคือพิษเพลิงเย็น ดังนั้นหลายปีที่ผ่านมาทุกคนจึงยึดแนวทางนี้ในการค้นหายาถอนพิษ ทว่าราตรีนี้ เด็กน้อยที่ถูกจีอู๋ซวงกล่าวว่าเป็นักปรุงยาอัจฉริยะกลับว่าบอกพิษในร่างกายนายท่านอาจมิใช่พิษเพลิงเย็นหรือ?
ทุกคนล้วนสับสนมึนงง ตกตะลึงพรึงเพริด!
แม้แต่ตี้หลิงหานก็ยังขมวดคิ้ว
“เป็ไปมิได้ ไม่มีทางที่ข้าจะวินิจฉัยผิดพลาด อาการต่างๆ ของอาหานล้วนเป็อาการของพิษเพลิงเย็น อีกทั้งเมื่อครู่คุณชายน้อยตระกูลมู่ก็กล่าวว่าอาหานติดพิษเพลิงเย็นมิใช่หรือ?”
ใบหน้าของจีอู๋ซวงเต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง กลับเห็นหยวนเป่าส่ายหัว “สิ่งที่เรียกว่าพิษเพลิงเย็น คือการที่ยามพิษกำเริบในระยะแรก ผู้ถูกวางยาพิษจะรู้สึกราวกับอยู่ท่ามกลางน้ำแข็งในเหมันตฤดู ร่างกายเย็นะเืหาใดเปรียบ ทุกคราที่พิษออกฤทธิ์ ความเย็นจะเพิ่มเป็ทวีคูณ และลมหายใจของผู้ที่ถูกพิษจะเย็นเฉียบ...”
เมื่อคิดตามคำที่หยวนเป่าเอ่ย ตี้หลิงหานราวกับได้ย้อนหวนคืนสู่วัยเด็กอีกครั้ง ทุกคราที่พิษออกฤทธิ์ เขาจะรู้สึกหนาวเย็นดั่งอยู่ในอุโมงค์น้ำแข็ง ไม่ว่าจะสวมเสื้อผ้าหรือห่มผ้าสักเท่าใดก็ไร้ประโยชน์ เหลือเพียงความเ็ปและหนาวเหน็บยิ่งอยู่ในความทรงจำของเขา
ตี้หลิงหานคิดว่าตนลืมเื่เหล่านี้จนหมดสิ้น ทว่ากลับมิเป็เช่นนั้น แท้จริงแล้วเขาแค่ผ่านมันมาได้
“เมื่อพิษเพลิงเย็นเข้าสู่ระยะกลางค่อนปลาย ยามที่พิษออกฤทธิ์ร่างกายจะไม่เย็นจนเสียดแทงเข้ากระดูกเช่นเดิม แต่กลับเหมือนอยู่ในเปลวไฟที่กำลังลุกโชน ถูกเผาไหม้ไม่มีที่สิ้นสุด อวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกดั่งถูกเผาจนเป็เถ้าถ่าน รู้สึกราวกับมีชีวิตอยู่มิสู้ตาย”
คำพูดของหยวนเป่าดั่งค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจของทุกคน
ตี้หลิงหานไอเสียงเบาพลางก้มศีรษะลง แม้เขาจะอ่อนแอ แต่กลับไม่สูญเสียความสง่างามเลยแม้สักน้อย
“ใช่ นั่นคือสิ่งที่อาหานรอดผ่านมาได้ อาการของเขาเป็เช่นนั้น เขาถูกพิษเย็นทำร้ายมาเกือบยี่สิบปีแล้ว”
ดวงตาของจีอู๋ซวงกลายเป็สีแดงก่ำ ริมฝีปากขาวซีดไร้สีเื
ใต้หล้านี้ไร้ความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง หากมิเคยััด้วยตนเอง ย่อมไม่มีทางทราบว่าเป็ความเ็ปเช่นใด
ทว่าแค่ฟังคำบรรยาย พวกเขาล้วนรับรู้ได้ว่ามันเ็ปเพียงใด การกล่าวว่ามีชีวิตอยู่มิสู้ตาย ย่อมมิใช่การพูดเกินจริง
ฮวาเหยียนเม้มริมฝีปากแดงของตนแน่น คิ้วใบหลิวขมวดเข้าหากัน อันที่จริงนางก็เป็เด็กที่เคยประสบกับความยากลำบาก แต่กลับมิได้อเนจอนาถเหมือนตี้หลิงหาน เขาน่าเวทนายิ่ง ติดพิษั้แ่ยี่สิบปีก่อน ซึ่งตอนนั้นเขาอายุแค่สี่หรือห้าขวบเท่านั้น
ฮวาเหยียนพลันรู้สึกว่าตี้หลิงหานค่อนข้างน่าสงสาร
“ในระยะสุดท้าย ผู้ถูกพิษจะติดอยู่ในสภาวะเย็นสลับร้อน แขนขาและเส้นเืเสียหายเมื่อต้องอากาศเย็น อวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกจะลวกไหม้เมื่อต้องอากาศร้อน ไม่ถึงหนึ่งปี คนผู้นั้นจะสิ้นลมหายใจ พิษเพลิงเย็นเป็พิษที่ร้ายกาจอย่างถึงที่สุด”
เสียงของหยวนเป่าหนักแน่นและก้องกังวาน
เหล่าผู้ฟังต่างมีเหงื่อเย็นผุดซึม
น่ากลัวนัก ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือคำพูดที่หยวนเป่ากำลังจะกล่าวต่อ ความเห็นใจพลันวาบผ่านในแววตาเขา เด็กน้อยมองตี้หลิงหานก่อนกล่าวว่า “น่าเสียดายนัก องค์รัชทายาท แม้พระองค์จะทนทุกข์ทรมานจากพิษเพลิงเย็นมาเป็เวลายี่สิบปี ทว่าพิษที่พระองค์ได้รับกลับมิใช่พิษเพลิงเย็น แต่เป็...”
ทุกคนล้วนมองเด็กน้อย รวมถึงตี้หลิงหานเช่นกัน พวกเขาได้ยินหยวนเป่ากล่าวว่า “แต่เป็หนอนกู่ [1] เพลิงเย็น”
“ว่าอย่างไรนะ?”
“หนอนกู่เพลิงเย็นหรือ?”
ใบหน้าของจีอู๋ซวงกับอั้นจิ่วต่างดูสับสน
“หนอนกู่เพลิงเย็นร้ายกาจกว่าพิษเพลิงเย็น ยามที่พิษออกฤทธิ์ อาการจะเหมือนกับพิษเพลิงเย็น ทว่าอวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกจะเ็ปดั่งมีหนอนพิษนับหมื่นกัดกิน ความเ็ปทวีคูณถึงสิบเท่า และแม้จะค้นพบยาแก้พิษเพลิงเย็นก็ไร้ประโยชน์ หากหนอนกู่ยังคงอยู่ ย่อมไม่มีวันพรุ่งสำหรับพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่หยวนเป่ากล่าวจบ จีอู๋ซวงก็มิอาจยืนต่อได้อีก เขาล้มลงกับพื้น ดวงตาเป็สีแดงโลหิต น้ำตารินไหลอาบใบหน้า สั่นเทาไปทั้งร่าง
เมื่อเสียงของหยวนเป่าจางหายไป ใบหน้าของทุกคนในที่นี้ล้วนซีดขาว จิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรง
พิษหนอนกู่เพลิงเย็นโหดร้ายทารุณกว่าพิษเพลิงเย็น เ็ปยิ่งกว่าถึงสิบเท่า องค์รัชทายาทมีชีวิตรอดมาถึงยี่สิบปีได้อย่างไร?
“ผู้ใด? มันผู้ใดกล้าทำร้ายนายท่าน? มันเป็ผู้ใด?”
เชิงอรรถ
[1] หนอนพิษกู่ 蛊虫 (gǔ chóng) เรียกสั้นๆ ว่าพิษกู่ เป็สัตว์พิษที่ผ่านพิธีกรรมของชนเผ่าเหมียว โดยนำหนอน แมลง หรือสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ มาใส่ภาชนะแล้วปล่อยให้กัดกินกันเอง ตัวที่เหลือรอดถือว่าเป็ตัวที่มีพิษร้ายแรงที่สุด ซึ่งจะนำมาใช้วางพิษสังหารคนหรือใช้เพื่อการถอนพิษ
