บทที่ 45
โดนฟ้าผ่าเข้าแล้วไง
กลางป่าลึก บนพื้นหญ้ามีค่ายกลประหลาดถูกวาดเอาไว้ หลีฉือนั่งอยู่กลางค่ายกล มือทั้งสองกำรูปสลักปลาคาร์พไว้แน่น "ท่านเทพ... ฉันต้องล้างแค้นให้ท่านให้ได้!"
หมู่บ้านปี้ลั่วกราบไหว้บูชาปลาคาร์พมาหลายชั่วอายุคน ทุกวันที่หนึ่งและสิบห้าของเดือน ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านจะไปโขกศีรษะที่ศาลเ้าเพื่อขอพรโชคลาภ ตอนหลีฉือยังเด็ก เธอไม่เชื่อเื่เทพเ้าพวกนี้เลย เธอคิดว่าพวกผู้ใหญ่ทำตัวตลก จึงแอบหนีไปเล่นที่หลังเขาเพียงลำพัง
หลังเขามีทัศนียภาพงดงาม ใบไม้เขียวขจี อากาศบริสุทธิ์ เธอเดินไปเรื่อยๆ จนเจอสะพานฉันมลำธารใสสะอาดที่เปล่งประกายสีทองจางๆ ยามต้องแสงแดด หลีฉือเห็นกุ้งปลาในน้ำก็เกิดนึกสนุก ะโลงไปเล่นน้ำทันที
ผิวน้ำดูเหมือนตื้น แต่ความจริงกลับลึกมาก กระแสน้ำเริ่มเชี่ยวกราก หลีฉือเสียการทรงตัวแล้วจมดิ่งลงไปในลำธาร เธอว่ายน้ำไม่เป็ ได้แต่ตะเกียกตะกายะโสุดเสียง
"ชะ... ช่วยด้วย!!" ความรู้สึกอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจจู่โจมเข้ามา หลีฉือคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแล้ว
ทันใดนั้น ปลาสีทองตัวหนึ่งก็ว่ายตรงมาหาเธอ มันใช้ปากคาบเสื้อผ้าของเธอแล้วลากขึ้นฝั่ง หลีฉือสำลักน้ำออกมาคำโตก่อนจะมองดูปลาตัวนั้นด้วยความหวาดกลัว มันมีสีทองไปทั้งตัวและขนาดใหญ่กว่าปลาทั่วไปถึงสามเท่า หลีฉือนึกถึงตำนานของหมู่บ้านปี้ลั่วแล้วอุทานออกมา
"ทะ... ท่านคือ... ปลาคาร์พเทพ?!"
เ้าปลาพ่นฟองอากาศออกมาหนึ่งที หลีฉือดูเหมือนจะเข้าใจเจตนาของมัน
"ท่านคือท่านเทพปลาคาร์พผู้พิทักษ์หมู่บ้านปี้ลั่ว" พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า บรรพบุรุษหนีามาที่นี่และได้รับาเ็สาหัสจนเกือบตาย แต่มีปลาคาร์พตัวหนึ่งช่วยชีวิตเอาไว้ เพื่อทดแทนบุญคุณ บรรพบุรุษจึงตั้งกฎตระกูลว่าหมู่บ้านปี้ลั่วจะบูชาท่านเทพปลาคาร์พตลอดไปจนกว่าคนในเผ่าจะสิ้นสูญ
หลีฉือไม่คิดเลยว่าเธอจะถูกท่านเทพช่วยชีวิตไว้จริงๆ เธอคุกเข่าเลียนแบบท่าทางของพ่อแล้วโขกหัวให้ "ขอบคุณค่ะ ท่านเทพปลาคาร์พ"
เ้าปลาพ่นฟองอากาศออกมาสามที สะบัดหางอย่างร่าเริง หลีฉือดีใจมาก เธอเข้าใจสิ่งที่ปลาจะสื่ออีกแล้ว... ท่านเทพบอกว่าไม่เป็ไร มนุษย์ตัวน้อยอย่ามาเล่นน้ำคนเดียวอีกล่ะ
หลีฉือกล่าวอย่างหนักแน่น "ท่านเทพปลาคาร์พ ต่อไปนี้ฉันและลูกหลานจะจงรักภักดีและบูชาท่านตลอดไป"
ปลาคาร์พกะพริบตาปริบๆ ะโขึ้นจากน้ำแล้วจุ๊บเข้าที่หน้าผากของเธอเบาๆ นี่คือ... คำอวยพรจากปลาคาร์พ!!
การได้รับคำอวยพรจากท่านเทพด้วยตัวเองถือเป็เกียรติสูงสุดของชาวหมู่บ้านปี้ลั่ว เมื่อหลีฉือโตขึ้นเธอก็รับตำแหน่ง "มหาปุโรหิต" คอยนำชาวบ้านกราบไหว้ท่านเทพ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังเตรียมของเซ่นไหว้ จู่ๆ เธอก็ััถึงพลังของท่านเทพไม่ได้อีกเลย หลีฉือรีบวิ่งไปที่หลังเขา... แต่กลับพบเพียงเศษก้างและกระดูกเท่านั้น
ท่านเทพปลาคาร์พแม้จะเป็เทพ แต่กลับใสซื่อและไว้ใจมนุษย์เกินไป หลีฉือจึงขอกราบลาออกจากตระกูล ใช้วิชาอาคมต้องห้ามตามล่าคนทั้งสามที่ฆ่าท่านเทพ เธอใช้คำสาปที่อัมหิตที่สุดในโลกเพื่อให้คนพวกนั้นไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น แต่ไม่รู้ทำไมคนทั้งสามถึงยังไม่ตาย แถมยังมีพลังลึกลับบางอย่างมาขัดขวางคำสาปไว้
หลีฉือกัดปลายนิ้ว "คืนนี้ พวกแกต้องตาย!!"
เืสดๆ หยดลงบนค่ายกล แสงสีแดงประหลาดสว่างวาบขึ้น ใบหน้าของหลีฉือเริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่นขึ้นมาไม่หยุด พลังชีวิตของเธอกำลังถูกสูบหายไป
ทันใดนั้น ค่ายกลก็ถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหัน! หลีฉือกุมหน้าอกพลางมองไปรอบๆ อย่างระแวง "ใคร? ใครน่ะ?!"
หลินซีร่อนลงมาจากฟ้า "เฮ้อ... มาทันเวลาพอดี"
หลีฉือจ้องมองเธอเขม็ง "แกก็เป็คนในแวดวงลี้ลับเหมือนกัน แกคือคนที่ช่วยไอ้สามคนนั้นขัดขวางคำสาปของฉันสินะ แกทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?!"
หลินซีปรายตามองเธอ "ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็ปลาคาร์พต่างหาก"
เ้าปลาคาร์พที่ลอยอยู่ข้างๆ พ่นฟองอากาศออกมาสองที "เสี่ยวฉือ..."
หลีฉือเห็นฟองอากาศที่คุ้นตาเธอก็ตาโตเท่าไข่ห่าน "ท่านเทพ... ทำไมท่านถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ล่ะคะ?"
แต่ก่อนท่านเทพจะมีแสงสีทองเจิดจรัส แต่ตอนนี้กลับมีไอสีดำปกคลุมไปทั่ว จนแวบแรกเธอจำไม่ได้เลย หลีฉือวิ่งเข้าไปหาพลางร้องไห้โฮ "ท่านเทพ ท่านยังไม่ตายจริงๆ ด้วย..."
เ้าปลาคาร์พใช้ครีบตบหลังเธอเบาๆ "เสี่ยวฉือ... ไม่ร้องนะ..."
หลีฉือกอดมันร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะประหลาดใจ "ท่านเทพ ท่านพูดได้แล้ว!"
เ้าปลามองไปทางหลินซีแล้วพูดทีละคำ "เธอ... เป็... คนดี... มากๆ..."
หลีฉือรีบขอโทษ "ขอโทษด้วยนะคะ เมื่อกี้ฉันเข้าใจผิดไป"
หลินซีอธิบายเื่ราวของตระกูลหวังให้ฟังคร่าวๆ พอหลีฉือฟังจบเธอก็อารมณ์ขึ้นทันที "ท่านเทพปลา! ทำไมท่านต้องช่วยพวกมันด้วย พวกมันฆ่าท่านนะ!!"
"พวกมันสมควรตาย!"
"ต่อให้ฉันต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะส่งพวกมันลงนรกให้ได้!!"
เ้าปลาพ่นฟองรัวๆ "เสี่ยวฉือ... เสี่ยวฉือ..."
มันร้อนรนมากแต่สื่อสารความหมายลึกๆ ไม่ถูก ได้แต่มองหลินซีตาละห้อย "เธอบอก... เสี่ยวฉือ... ที"
หลินซีเข้าใจเจตนาจึงช่วยแปลให้ "เสี่ยวฉือ... ท่านเทพไม่อยากให้เธอต้องแบกรับกรรมจากการฆ่าคนสามคนเพื่อแก้แค้นให้เขา โดยเฉพาะถ้าเธอต้องสังเวยทั้งชีวิตและิญญาของตัวเองไปด้วย"
"ที่ท่านเทพคอยชะลอคำสาปไว้ ไม่ใช่เพื่อช่วยครอบครัวตระกูลหวังหรอกค่ะ... แต่เพื่อช่วย 'เธอ' ต่างหาก"
"ช่วย... ช่วยฉันเหรอ..." หลีฉือทรุดลงกับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เ้าปลาคาร์พจุ๊บที่หน้าผากเธอเหมือนในอดีต
"เสี่ยวฉือ... ไม่ร้องนะ... อยู่ดีๆ... นะ..." ริ้วรอยบนใบหน้าของหลีฉือเลือนหายไป ทั่วร่างเธอแผ่ประกายห้าสีออกมา... ท่านเทพประทานพรให้เธออีกครั้งแล้ว หลีฉือนึกถึงคำพูดของพ่อได้ว่า ผู้ที่ได้รับคำอวยพรจากปลาคาร์พ จะมีชีวิตที่ราบรื่นและอายุยืนยาว เธอโอบกอดเ้าปลาไว้แน่น
"ท่านเทพ... ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ..."
เ้าปลาสะบัดหาง "เสี่ยวฉือ... ไม่ต้อง... ขอบคุณ..."
หนึ่งคนหนึ่งปลาคุยกันอยู่นาน โดยมีหลินซียืนอยู่ข้างๆ ทำหน้าที่ "ล่ามกิตติมศักดิ์" คอยช่วยแปลให้เป็ระยะ
หลีฉือปาดน้ำตา "ท่านเทพปลา กลับหมู่บ้านปี้ลั่วกับฉันนะคะ?"
เ้าปลาไม่แน่ใจ มันหันไปมองหลินซีโดยสัญชาตญาณ "ได้... ไหม?"
หลินซีถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "มานี่มา เมื่อกี้เ้าให้คำอวยพรฉันมา งั้นฉันจะให้ของดีเป็การตอบแทน"
ในเมื่อเ้าปลาให้โชคลาภเธอมา เธอก็จะยก "ไอสีม่วง" ที่เหลืออยู่ให้มันทั้งหมด หลินซีหลับตาลง รวบรวมไอสีม่วงไว้ที่ปลายนิ้ว เ้าปลาจ้องมองอย่างเคลิบเคลิ้ม "หลินซี... หอมจัง..."
หลินซีแตะที่หน้าผากมันเบาๆ ประกายห้าสีเดิมของเ้าปลา ผสมกับแสงทองแห่งตบะบารมี และเสริมด้วยไอสีม่วงอันสูงส่ง... วินาทีนั้น ร่างของมันแผ่แสงเจ็ดสีสว่างจ้า ขับไล่ไอสีดำแห่งความตายออกไปจนหมดสิ้น ปลาคาร์พสีทองตัวเดิมกลับมาแล้ว แถมยังมีรัศมีเจ็ดสีล้อมรอบตัวอีกด้วย!
หลีฉือยิ้มด้วยความดีใจ "ท่านเทพปลา ท่านกลับมาเป็เหมือนเดิมแล้ว!"
เ้าปลาว่ายวนอย่างร่าเริง "วิบวับ... สวยจัง..."
"ขอบคุณนะ... หลินซี" หลินซียิ้ม "ไม่เป็ไรจ้ะ"
โห... ไอสีม่วงของฟู่จิงเหยานี่ซ่อมิญญาปลาได้ด้วยแฮะ คราวหน้าต้องแอบดึงมาเยอะๆ หน่อยแล้ว
หลินซีบอกกับทั้งคู่ "หลีฉือ เธอพาท่านเทพกลับหมู่บ้านปี้ลั่วเถอะ สักวันเขาจะฝึกฝนจนสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ได้เอง ส่วนไอ้สามคนนั้นไม่ต้องไปสนใจหรอก ์มีตา กฎแห่งกรรมจะจัดการพวกมันเอง" หลีฉือพยักหน้า
"สหายเต๋า... ฉันขอเป็ตัวแทนชาวหมู่บ้านปี้ลั่วขอบคุณเธอจริงๆ"
หลินซีโบกมือ "มีวาสนาคงได้พบกันใหม่ค่ะ"
ตอนนี้เธอไม่มีไอสีม่วงคุ้มกายแล้ว พรของปลาคาร์พคงยื้อเวลาได้ไม่นาน เธอต้องรีบกลับไปหาฟู่จิงเหยาเพื่อ "เติมไอสีม่วง" ด่วนๆ ไม่อย่างนั้นคงได้โดนฟ้าผ่าเข้าจริงๆ
หลินซีก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว จู่ๆ ท้องฟ้าก็ส่งเสียงคำรามดังครืนๆ! เธอเงยหน้ามอง... เมฆดำม้วนตัว สายฟ้าฟาดแลบแปร๊บๆ
เปรี้ยงงง!! สายฟ้าเส้นใหญ่ั์ผ่าเปรี้ยงลงมาตรงหน้าเธอทันที
ฉิบหายแล้ว! มาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ! หลินซีทำท่าที่ฝึกมาอย่างชำนาญ
เอามือกุมหัว, ย่อตัวลง, แล้วกลิ้งหลบกับพื้นสามตลบรวด!
หลีฉือ: "?"
เ้าปลาคาร์พ: "???"
