บทที่ 14 ทัณฑ์์ขั้นตงซวน
เมื่อลู่เหว่ยเฉินเห็นว่าลู่อวี่ปรุงยาอายุวัฒนะเสร็จแล้วและเริ่มพักผ่อน ก็รีบลุกขึ้นมาอยู่ข้างลู่หงิ และถามไถ่ด้วยสีหน้าเป็ห่วง “ท่านลุงสิบหก ท่านไม่ได้พักผ่อนมาหลายวันแล้ว ประเดี๋ยวทางนี้มอบหมายให้ข้าดูแลต่อก็ได้ขอรับ ท่านไปพักผ่อนเถอะ!”
“ไสหัวไปให้พ้น เ้าเด็กหน้าเหม็น เห็นลุงสิบหกของเ้าแก่หรืออย่างไร? อย่าว่าแต่วันเดียว ไม่กินไม่ดื่มทั้งเดือนก็ไม่มีปัญหา แผนการเล็กๆ ของเ้านั้นคิดว่าจะปกปิดข้าได้งั้นหรือ? ขยับไปอยู่ด้านข้างอย่างซื่อสัตย์เสีย ยังมีโอกาสอีกมาก เด็กหนุ่มจะใจร้อนเช่นนี้ไม่ได้?”ลู่หงิถลึงตาใส่และตำหนิไปสองสามประโยค แต่สุดท้ายก็ปลอบใจเขาก่อนที่จะไล่ลู่เหว่ยเฉินให้กลับไป
พูดเป็เล่นไป เป็ลูกมือให้กับคนปรุงโอสถขั้นห้า โอกาสเช่นนี้แย่งกันหัวชนทั่วทั้งโลกการบำเพ็ญเพียรในเทียนตู เพียงวันเดียวเหตุใดจะทนไม่ได้เล่า ถึงแม้ตอนที่ลู่อวี่ปรุงยาอายุวัฒนะจะไม่ได้ชี้แนะ แต่แค่ยื่นมองอยู่ข้างๆ เขาก็ได้ประโยชน์มากแล้ว โอกาสในการเรียนรู้และจังหวะในการควบคุม การใช้จิติญญาขั้นพื้นฐานต่างๆ นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
ลู่อวี่พักผ่อนอยู่สองก้านธูป พร้อมเก็บยาอายุวัฒนะไท่หยวนที่กลั่นออกมาได้เหลือให้ตัวเองใช้สามเม็ด ส่วนที่เหลือก็ส่งมอบให้ลู่หงิเป็คนดูแล หลังจากนี้จะแบ่งยาอายุวัฒนะพวกนี้กันอย่างไร ก็แล้วแต่ผู้เฒ่าทุกคนในตระกูลจะเป็คนตัดสินใจ
ลู่หงิฉวยโอกาสในเวลาที่ลู่อวี่หยุดพักผ่อน รีบวิ่งออกไปข้างนอก เดิมทีคิดว่าจะไปหาท่านประมุขและส่งมอบยาอายุวัฒนะให้ แต่คิดไม่ถึงว่าทันทีที่ออกจากประตูกลับเห็นประมุขลู่เหว่ยจุนและผู้เฒ่าทั้งหลายนั่งขัดสมาธิกันอยู่หน้าประตู ถึงกับใและถามไปว่า “ท่านประมุขและท่านผู้เฒ่ามาอยู่ที่นี่กันได้อย่างไร มีเื่อะไรต้องมาหารือกับนายน้อยหรือ เช่นนั้นข้าจะเข้าไปเรียกให้ทันที ตอนนี้เขากำลังพักผ่อนอยู่!”
ลู่เหว่ยจุนได้แต่หันไปดูท่านผู้เฒ่าทั้งสี่ด้วยความระอาใจครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่ตนเองจะหลับตาลงอีกครั้งและฝึกฝนบำเพ็ญเพียรต่อ
ผู้เฒ่าใหญ่ลู่หงเซิ่ง จู่ๆ ก็หน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว และพูดด้วยความเก้อเขินว่า “ไม่มีอะไร สิบหก เ้าไปทำธุระของเ้าเถอะ พวกข้าแค่แวะมาดูทางนี้เท่านั้น ไม่ต้องห่วงไปพวกข้าได้สร้างเกราะป้องกันให้ลู่อวี่น้อยไปด้วย จะได้ไม่ถูกคนถ่อยฉวยโอกาสเอาได้”
ลู่หงิฟังด้วยความมึนงง สถานที่แห่งนี้คือศูนย์กลางของตระกูลลู่ ไม่เพียงแต่มีค่ายกลกระบี่ใหญ่ในตระกูลป้องกัน นอกห้องปรุงโอสถยังมีเกราะป้องกันน้อยใหญ่ไม่ต่ำกว่าสิบชั้น ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรในเทียนตู นอกจากยอดฝีมือสองสามคนนั้นแล้ว ยังมีใครกล้ารั้นเข้ามาหาความตายอีก! แต่ดูจากท่าทางของผู้เฒ่าใหญ่แล้วต้องมีสถานการณ์อะไรบางอย่างแน่
แต่เขาไม่สนใจเื่นี้และบังเอิญนึกถึงอีกเื่หนึ่งขึ้นมาพอดี จึงไม่ได้ถามลึกไปมากกว่านี้ แล้วหันไปกล่าวว่า “มีเื่หนึ่งต้องรายงานต่อท่านประมุข ต่อจากนี้นายน้อยจะปรุงยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุ ตัวยาที่้าแต่ละชนิดมีจำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังมีมูลค่าสูงมาก ในคลังยาของตระกูลก็มีหลงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ดังนั้น…”
เขายังไม่ทันพูดจบ ลู่เหว่ยจุนก็ลืมตาขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “ใช้คนไปซื้อ ไม่ว่าจะแพงเท่าไร ก็ให้ซื้อกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน! นอกจากนี้ให้จัดหาคนบางส่วนไปคอยสังเกตการณ์ที่ตลาด เลือกเอาตลาดที่มีชื่อ แล้วสอดส่องดูยาล้ำค่าทุกชนิด หากเห็นว่ามีราคาเหมาะสมก็ให้หาซื้อมาทั้งหมด ผู้เฒ่ารอง เื่นี้ท่านรับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบดูแลมาตลอด ครั้งนี้ก็ขอมอบหมายให้ท่านจัดการก็แล้วกัน!”
ลู่หงชางพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหยิบม้วนตำราหยกสีขาวออกมาวางไว้ระหว่างคิ้ว แสงิญญาส่องแสงวิบวับน้อยๆ จากนั้นก็ถือมันไว้ในมือแล้วทำท่าประสานอินต่างๆ ในที่สุดก็ยกมือขึ้น ม้วนตำราหยกนั้นก็สลายตัวกลายเป็แสงสีขาวหายวับไปจากห้องปรุงโอสถ
นี่คือม้วนตำราหยกส่งสารที่มักจะใช้กันทั่วไปในโลกแห่งการฝึกฝน เหมาะสำหรับการส่งข่าวในระยะทางสั้นๆ หากผู้ใช้งานมีพลังยุทธ์ขั้นฟันฝ่าก็สามารถใช้การมันได้แล้ว เป็วิธีการส่งสารทางไกลที่แท้จริงในโลกแห่งการฝึกฝน สำหรับกระบี่บินส่งสารนั้นนักพรตที่สามารถใช้งานได้ต้องมีพลังยุทธ์อยู่ในขั้นตงซวนเป็อย่างน้อย และระยะทางจะแตกต่างกันไปตามพลังเวทที่แตกต่างกันออกไป หากลู่อวี่ที่มีพลังยุทธ์ในชาติก่อนนำไปใช้ ต่อให้ทะลุไปอีกมิติหนึ่งหรือโลกอีกใบก็ไม่มีปัญหา
ลู่หงชางใช้ม้วนตำราหยกในการส่งสาร แต่ไม่ใช้กระบี่ส่งสาร ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ แต่ไม่มีความจำเป็ต่างหาก ทว่าหากถึงคราวจำเป็ต้องใช้กระบี่บินส่งสารก็ต้องใช้มัน แม้แต่กระบี่บินระดับต่ำก็มีราคาสูงไม่น้อย นักพรตในขั้นฟันฝ่าธรรมดาอยากได้กระบี่บินสักเล่มมายังต้องขายทุกอย่างในบ้านทิ้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้กระบี่บินในการส่งสารแต่ละครั้ง มักจะทำให้กระบี่บินเกิดความเสียหายด้วย ดังนั้นหากไม่ใช่เื่เร่งด่วนมาก ก็จะมีน้อยคนนักที่จะให้กระบี่บินทำหน้าที่ส่งข่าว
“ยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุ? มันคือยาอายุวัฒนะอะไรกัน ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน?มันมีสรรพคุณอย่างไรหรือ?” ผู้เฒ่าสี่ลู่หงเฟิงขมวดคิ้วคิดอยู่นาน แต่ก็ไม่ปรากฏชื่อของยาอายุวัฒนะประเภทนี้ในความทรงจำ ดังนั้นถึงได้เอ่ยปากถามด้วยความมึนงง
ลู่หงิหัวเราะออกมา ก่อนจะเหลือบมองผู้เฒ่าอีกหลายคนที่สงสัยอยู่เช่นกัน และพูดอย่างดูถูก “พวกท่านไม่รู้เื่นี้กันหรือ ยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุ คือการใช้พลังธาตุทั้งห้าของ์และโลก เพื่อกลับสู่ต้นกำเนิดของธาตุทั้งห้า รวบรวมทุกสิ่งให้กลับคืนสู่ต้นกำเนิดและเป็ยาอายุวัฒนะในการฝึกฝนพลังยุทธ์ พวกท่านไม่รู้หรือว่าหากไม่มีพลังเวทถึงจะรับรู้ถึงพลังจิตก็ยังใช้ไม่ได้? ขณะเดียวกันยาอายุวัฒนะนี้ยังมีผลของพลังปราณบริสุทธิ์และจิติญญาอยู่ด้วย”
พลังเวทที่กล่าวถึงคือการเปลี่ยนเคล็ดวิชาเฉพาะให้เป็อักขระแห่งเวทปรับเปลี่ยนให้เป็พลังปราณ สิ่งนี้ไม่เพียงเกี่ยวเนื่องถึงการใช้ไหวพริบทางจิติญญา การผนึกเวท และคุณสมบัติของพลังปราณเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับขั้นพลังยุทธ์ของนักพรตด้วย ยิ่งขั้นพลังยุทธ์สูง การฝึกพลังเวทก็ยิ่งสำเร็จเร็วขึ้น พลังจิตยิ่งแข็งแกร่ง ความ้าพลังยุทธ์ของผู้ฝึกฝนก็อยู่ในขั้นพอดี มิฉะนั้นลู่อวี่คงจะไม่สามารถฝึกฝนพลังวิเศษได้ แล้วจะสู้กับเมิ่งเทียนอวิ๋นได้อย่างไร!
นั่นเป็ครั้งแรกที่ลู่หงิเคยได้ยินเกี่ยวกับยาอายุวัฒนะนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสรรพคุณของตัวยา แต่เขาเคยถามลู่อวี่มาก่อนหน้านี้ ดังนั้นถึงได้รู้จักมัน ในเวลานี้จึงอธิบายหลักการและสรรพคุณของยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุให้คนเหล่านี้ฟัง ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขาถึงมีความรู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุขเหมือนกับว่าเขาได้ปรุงยาอายุวัฒนะนี้ออกมาเอง
ผู้เฒ่าสามลู่หงจี มองหน้าลู่หงิเขม็งด้วยความโกรธและพูดว่า “ผู้เฒ่าสิบหก เหตุใดเล่า เ้าออกมาคุยโวกับพวกข้าเท่านั้นหรือ? หากไม่มีอะไรทำแล้วก็รีบไสหัวไปซะ!”
ลู่หงิได้ยินเช่นนั้นก็ไม่นึกโกรธจากนั้นก็หยิบขวดหยกสามขวดออกมาจากถุงลับเขย่าไปมา แล้วพูดอย่างสบายใจว่า “ข้านำยาอายุวัฒนะไท่หยวนมามอบให้ท่านประมุข มีด้วยกันทั้งหมดสามขวด แต่ละขวดมีสิบเม็ด ท่านประมุขโปรดรับไว้ด้วย!” พูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องปรุงยาอายุวัฒนะโดยไม่รอให้ใครซักถามอีก
ลู่อวี่ปรุงยาอายุวัฒนะในครั้งนี้เขาไม่เพียงแต่ลอบสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ ได้เท่านั้น แต่ยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากการกระทำครั้งนี้ด้วย ถึงเวลามีคนถามก็บอกไปว่าเก็บยาไว้สองสามเม็ดเพื่อทำการศึกษาก็จบ เื่เช่นนี้แต่ก่อนเคยทำอยู่บ่อยครั้ง เขาเองก็ไม่เก็บมาใส่ใจ แน่นอนหากไม่มีใครถาม เขาก็ไม่มีทางพูดอยู่แล้ว
แต่ในทางกลับกัน ห้าคนที่อยู่นอกประตูหน้าแดงคอบวมกันไปหมด เพราะกำลังแย่งชิงยาสามขวดนี้
แล้วเหตุใดผู้าุโทั้งห้าถึงมาเฝ้าอยู่ที่นี่? นั่นไม่ใช่เพราะยาอายุวัฒนะไท่หยวนมีค่ามากหรือ ฝั่งเขาหนิงชุยเฟิงจะปรุงยาอายุวัฒนะออกมาทุกปีแต่ในปริมาณพอเพียง แต่ไหนแต่ไรมาก็ได้ไม่เกินสามสิบเม็ด อีกทั้งยังไม่ขายให้คนภายนอกด้วย มีเพียงคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอย่างยิ่งเท่านั้นที่จะได้รับมาสักเม็ดหนึ่ง นั่นถือเป็การให้เกียรติมากแล้ว หากคิดจะใช้เซียนหยกซื้อมา ก็ไม่มีทางเสียหรอก! ดังนั้นคนส่วนใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรในเทียนตูถึงรู้ว่ามียาชนิดนี้อยู่หรือโชคดีพอที่จะเห็นมัน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่เคยกินมันจริงๆ
แต่ไม่นานมานี้ลู่เหว่ยจุนก็เลื่อนขั้นจาก่กลางของขั้นตงซวนไปอยู่่ปลายของขั้นตงซวนด้วยยาอายุวัฒนะไท่หยวนเพียงเม็ดเดียว สรรพคุณนี้นับว่าน่าเหลือเชื่อไม่น้อย ดังนั้น หลายคนในตระกูลลู่จึงจับตาดูยาอายุวัฒนะไท่หยวนที่ลู่อวี่กลั่นออกมาครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้เฒ่าแต่ละคนก็หน้าแดงหน้าดำกับการแย่งชิงมันเช่นกัน และท้ายที่สุดต่างฝ่ายก็ต่างตกลงกันไม่ได้ ถึงได้วิ่งมารอถึงที่ เพราะกลัวว่าจะมีคนไปถึงที่หมายก่อน
เดิมทีผู้าุโทั้งห้าที่ได้รับยาอายุวัฒนะไท่หยวนไปก่อนหน้าแล้วควรจะออกจากที่นี่และกลับไปแจกจ่ายยาให้กับผู้อื่น แต่เมื่อยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ก็ทำให้ผู้าุโทั้งห้ารู้สึกร้อนรุ่ม พลังวิเศษเป็สิ่งที่ยากที่สุดของการฝึกฝนในบรรดาพลังเวททั้งหมด แต่นั่นย่อมหมายความว่าต้องมีระดับพลังยุทธ์สูงสุดเช่นกัน หากมียานี้แล้วฝึกพลังวิเศษเพิ่มอีกสองสามอย่าง คงจะอยู่ยงคงกระพันในระดับเดียวกัน แล้วจะให้พวกเขาเต็มใจจากไปได้อย่างไร?
ดังนั้น ผู้เฒ่าทั้งห้าของตระกูลจึงนั่งสมาธิและฝึกฝนกันต่อที่ด้านนอกประตูห้องปรุงโอสถที่สอง
ยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุนับเป็ยาหายากชนิดหนึ่ง แม้แต่ทางเขาหนิงชุยเฟิงยังไม่ปรากฏว่ามี เพราะเป็ยาชนิดหนึ่งที่ลู่อวี่เชี่ยวชาญเมื่อชาติก่อน และแม้ว่าในชาติก่อนยาอายุวัฒนะนี้จะไม่ได้มีระดับขั้นสูงมากก็ตาม แต่กลับมีสรรพคุณทางยามากกว่ายาอายุวัฒนะขั้นสูงบางประเภทเสียอีก ลู่อวี่ก็ทำเพื่อการฝึกฝนของตนเองถึงได้คิดที่จะปรุงยานี้ขึ้นมา
แต่ยาอายุวัฒนะนี้มีคุณสมบัติพิเศษ ระดับความยากในการสกัดออกมามากกว่ายาอายุวัฒนะอื่นๆ ในระดับเดียวกันมาก ยากที่จะเข้าใจความสมดุลระหว่างธาตุทั้งห้า โดยทั่วไปแล้วคนปรุงโอสถขั้นห้าไม่สามารถปรุงมันได้ ส่วนใหญ่แล้วมันจะขึ้นอยู่กับการควบคุมพลังของธาตุทั้งห้าของคนปรุงโอสถ หาก้าควบคุมพลังของธาตุทั้งห้าอย่างแม่นยำให้ได้ นี่จึงไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพลังยุทธ์ต่ำกว่าขั้นตงซวนจะสามารถทำได้ ดังนั้นคนที่จะกลั่นยาอายุวัฒนะขั้นหกขึ้นมาได้นั้น ส่วนใหญ่แล้วต้องเป็ระดับนักพรตที่มีพลังยุทธ์สูงขั้นตงซวนเท่านั้น และด้วยความยากระดับนี้ทำให้ยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุมีมูลค่าสูงเท่าทวีคูณอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากการปรับลมหายใจ ลู่อวี่ก็เริ่มเตรียมปรุงยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุ การจัดเตรียมตัวยาสิบสามชนิด ก็ใช้เวลาไปหนึ่งก้านธูปจึงจะเสร็จสมบูรณ์
“การปรุงยาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุจำเป็ต้องมีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในพลังของธาตุทั้งห้าค่อนข้างสูง เมื่อใกล้สำเร็จ จะมีพลังของธาตุทั้งห้าเอ่อล้นออกมา แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนของพวกเ้าก็ตาม แต่มันสามารถช่วยให้เข้าใจและััถึงความลับของพลังธาตุทั้งห้าได้ ไม่แน่ว่าอาจเป็ประโยชน์ไม่น้อยการฝึกฝนเคล็ดวิชาห้าธาตุในภายภาคหน้า”
เวลานี้ลู่อวี่ได้เข้าสู่วิถีการปรุงยาในอดีตแล้ว และได้เปิดเผยน้ำเสียงที่เขาเคยใช้เมื่อให้ความรู้แก่เหล่าสาวกในชาติก่อนโดยไม่รู้ตัว โชคดีที่ไม่มีสมาชิกในตระกูลคนใดจับสังเกตเื่นี้ได้ เพราะทั้งหมดเอาแต่จดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวและซึมซับกับคำพูดทั้งหมดของเขาอยู่ ไม่เช่นนั้น คิดว่าคงจะทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นแก่พวกคนที่ชอบเก็บรายละเอียดเป็แน่
เวลาค่อยๆ ผ่านไป สองก้านธูปต่อมา เตาหลอมยาอายุวัฒนะก็สั่นะเืขึ้น และตามมาด้วยเสียงดัง “ฟู่” ประกายแสงห้าสีกระจายออกมาจากเตา แม้ว่ามันจะจางมาก แต่กลับชัดเจนมากในที นั่นคือพลังของธาตุทั้งห้า เห็นได้ชัดว่ายาอายุวัฒนะเคล็ดวิชาปรุงยาห้าธาตุใกล้จะออกจากเตาแล้ว
แสงวิบวับสลับกันสว่างวาบไปมาระหว่างสิ่งของ เหมือนจะแฝงไปด้วยความล้ำลึกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
กลุ่มลูกหลานของตระกูลรวมถึงผู้เฒ่าห้าลู่หงิต่างก็พากันเบิกตากว้าง มัวแต่ใจจดจ่ออยู่กับการเปลี่ยนแปลงระหว่างพลังของธาตุทั้งห้า แต่มีน้อยคนนักที่จะได้ััมันจริงๆ และถึงทำได้ก็เป็เพียงการััผิวเผินเท่านั้น
แม้ว่าแสงนี้จะคงอยู่เพียงสิบลมหายใจเท่านั้น แต่กลับทำให้ทุกคนได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
รอให้แสงสว่างหยุดชะงักไป ทุกคนก็จมอยู่กับความตระหนักรู้ไปชั่วขณะหนึ่ง
ผู้เฒ่าห้าลู่หงิหลับตาลงเมื่อใดไม่อาจล่วงรู้ แต่มีพลังปราณศักดิ์สิทธิ์จางๆ ปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขา พลังปราณศักดิ์สิทธิ์นั้นวูบไหวไม่นิ่งอยู่รอบกาย
ลู่อวี่ที่กำลังอยู่ใน่เวลาวิกฤติในการปรุงยาอายุวัฒนะััได้ถึงการสั่นไหวนี้ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ และรีบเอ่ยปากพูดขึ้นมาทันที “ท่านลุงลู่เหว่ยเฉิน ไปขอให้คนที่อยู่นอกประตูช่วยย้ายเตาหลอมยาอายุวัฒนะไปยังห้องปรุงยาอายุวัฒนะอื่นให้ข้าที! คนอื่นๆ ก็รีบออกไปเร็วเข้า เร็ว เร็ว!”