“ไม่เกี่ยวได้ไง พี่ปุยนุ่นของเธอต้องเสียใจแย่แน่ ๆ พี่ทิณณ์ยังทำนิสัยเ้าชู้เหมือนเดิมอยู่เลย ฉันเคยได้ยินคนพูดกันว่า พี่ปุยนุ่นจะทำให้พี่ทิณณ์หยุดเ้าชู้ได้ แต่อย่างว่าแหละขนาดผู้หญิงเพียบพร้อมอย่างพี่ปุยนุ่นยังทำให้ัเขี้ยวทองหยุดเ้าชู้ไม่ได้ ชาตินี้ก็คงไม่มีใครหยุดเขาได้แล้วล่ะ” พิมพ์มาดายังคงเดินตรงไปยังตึกเรียน โดยไม่ออกความคิดเห็นใด ๆ ปล่อยให้แววดาวพึมพำอยู่ใกล้ ๆ
“ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าขนาดพี่ปุยนุ่นยังหยุดพี่ทิณณ์ไม่ได้ แล้วผู้หญิงคนไหน จะหยุดความเ้าชู้ของเขาได้ นี่ก็เหลือเวลาอีกไม่นาน พี่ทิณณ์ก็เรียนจบแล้ว ฉันจะไปตามสืบเื่นี้จากที่ไหนได้อีก เห้อ...คิดแล้วก็เสียดายว่าไหม” แววดาวหันกลับมายังเหมือนรัก ที่เดินเหม่อคล้ายกับไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพรรณนาออกมา
“ฟังฉันอยู่ไหม”
“เธอว่าไรนะ” พิมพ์มาดาหันมาทำตาแป๋ว
“โอย...ฉันจะบ้าตาย คุยคนเดียวตลอด..” หญิงสาวเหลือบตามองบนด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าเพื่อนรักไปอย่างไม่สบอารมณ์
“เดี๋ยวสิดาว เธอพูดอะไรนะ”
“ไม่พูดแล้ว”
“ดาว รอก่อน..” พิมพ์มาดาะโเรียกเพื่อนรัก ที่ทำท่างอนเดินตรงไปยังตึกเรียน
ในมหาวิทยาลัย ที่นักศึกษามากมายเดินขวักไขว่ไปมา เทวทิณณ์ยังเป็จุดสนใจของทุกคนเสมอ ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน มักจะมีสายตาจับจ้องมองมา และนั่นไม่ได้ทำให้เขาสนใจอะไรมากนัก ยังคงเดินตรงไปยังชนกันต์ที่ยืนคุยกับกลุ่มสาว ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“อ้าว..มาแล้วเหรอ” ชนกันต์เอ่ยทักเมื่อเห็นเทวทิณณ์เดินเข้ามา
“อื้ม” เขาตอบรับราบเรียบ ก่อนที่ชนกันต์จะไล่สาว ๆ พวกนั้นออกไป แล้วหันกลับมายังเพื่อนของเขาที่ดูเหมือนยังไม่รู้ข่าว ที่หลุดออกมา
“ดูเหมือนน้องสาวฉันจะใกล้จะโดนจับได้ละนะ ข่าวที่ว่านายซุกผู้หญิงไว้ แถมรู้ด้วยว่านายซื้อมาในราคาเท่าไหร่ แบบนี้ชิ่งก่อนดีไหม ถ้าปุยนุ่นรู้จะเสียใจเอาได้นะ”
“ฉันบอกแล้วไง ว่ากับปุยนุ่นยังไม่ถึงขั้นนั้น”
“แล้วกับน้องสาวฉันล่ะ จะเอาไง เมื่อไหร่จะเบื่อ” เทวทิณณ์ย่อตัวลงนั่ง แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
“ตอนนี้ยังไม่เบื่อ” เขาตอบคล้ายคนไร้ความรู้สึก ทว่าชนกันต์ได้ยินไม่ถนัดนัก จึงเบี่ยงตัวมานั่งด้านข้าง แล้วหันมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ
“นายว่ายังไม่เบื่องั้นเหรอ เป็ครั้งแรกที่ฉันได้ยินนายพูดแบบนี้นะ เพราะปกติแล้วนายกินผู้หญิงไม่เกินสองครั้ง ก็พร้อมจะเขี่ยทิ้งทันที”
“นั่นเพราะทุกคนอยากจะฉัน และมักจะไม่เชื่อฟังกัน ฉันไม่อยากปวดประสาทก็เลยจัดการไปให้จบ ๆ” เขาหันมาตอบด้วยสีหน้าราบเรียบเหมือนเคย
“แต่สำหรับน้องสาวนาย ฉันไม่คิดว่าเธอจะซื่อบื้อจริง อย่างที่นายว่า คนอะไรนั่งรอฉันจนถึงตีหนึ่ง ฉันไม่อยากเชื่อว่ามีคนแบบนี้อยู่จริง ๆ ...แต่ถึงแม้เธอจะทำตามคำสั่งก็จริง ก็ไม่วายที่จะต่อว่าฉันกลางที่สาธารณะ ั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีใครทำให้ฉันประหลาดใจเท่านี้มาก่อน” ชนกันต์มองใบหน้าที่เคลือบรอยยิ้มของเทวทิณณ์ แล้วจับจ้องตาไม่กะพริบ
“นายรู้ตัวหรือเปล่า ว่าพูดอะไรออกมา”
“อะไร” อีกฝ่ายหันกลับ
“นายยิ้ม เวลาพูดถึงพิมพ์มาดา” เทวทิณณ์หุบยิ้มทันที แล้วเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
“ก็แค่แปลกใจ นิสัยประหลาดของน้องสาวนายเท่านั้นแหละ” ชนกันต์หลุดยิ้ม แล้วถอนหายใจออกมา ก่อนจะนึกบางอย่างได้
“หมายความว่า นายยังจะเก็บพิมพ์มาดาไว้ต่อไป ถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าพิมพ์มาดาคือคนที่นายซื้อมาในราคาสามแสนน่ะเหรอ แบบนี้...มันก็ไม่ค่อยแฟร์กับน้องสาวฉันเท่าไหร่นะ”
“ถ้าพิมพ์มาดารับไม่ได้ ก็แค่คืนเงินฉันมา เพราะในข้อตกลง น้องสาวนายต้องอยู่กับฉันจนกว่าจะพอใจ จำไม่ได้เหรือไง” เขาพูดจบจึงลุกขึ้นเดินจากไป ปล่อยให้ชนกันต์ปล่อยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา เขารู้ทันทีว่าพิมพ์มาดาเริ่มมีความหมายกับเทวทิณณ์ และนั่น เป็โอกาสให้ชนกันต์หาเงินจากน้องสาวเขาได้มากขึ้น ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย พร้อมกับยกยิ้มมุมปากเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินตามเพื่อนรักไป
“กลางวันไปรอพี่ที่เดิม” พิมพ์มาดาอ่านไลน์ของเทวทิณณ์ที่ส่งมา ก่อนเธอจะขมวดคิ้วแล้วตอบกลับ
“ทำไมคะ”
“อยากไปหาอะไรกินข้างนอก”
“แต่พิมพ์มีเรียน่บ่าย กลัวกลับมาไม่ทันค่ะ”
“ขัดคำสั่งเหรอ ค่าตัวเธอสามแสนเลยนะ อย่าลืม!” หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววดาวจะสะกิด
“เป็ไร”
“ฉันมีธุระด่วน วันนี้เธอกินข้าวคนเดียวไปก่อนนะ”
“อ้าว จะไปไหนอะ” แววดาวยู่หน้าด้วยความผิดหวัง
“ฉันรีบไปแล้วเดี๋ยวจะรีบกลับ ขอโทษนะที่ทิ้งให้อยู่คนเดียว” แววดาวพยักหน้าด้วยความผิดหวัง พร้อมกับทอดมองเพื่อนรักที่เดินจากไป
"พักนี้ ทำไมพิมพ์ทำตัวแปลก ๆ” หญิงสาวพึมพำ พลางเดินเข้าไปยังโรงอาหารขนาดใหญ่ตรงหน้า
รถคันหรูของเทวทิณณ์แล่นเข้ามาจอดเทียบ ก่อนกระจกจะค่อย ๆ เลื่อนลงพร้อมใบหน้าหล่อเหลาของเขาจะส่งยิ้มให้พิมพ์มาดาที่ยืนรออยู่
“ขึ้นรถสิ” ร่างบางทำตามคำสั่งเขาอย่างว่าง่าย ก่อนที่รถคันหรูจะแล่นออกจากบริเวณมหาวิทยาลัยไป กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่พิมพ์มาดาไม่อาจรู้ได้ เธอหันมองชายหนุ่มที่กำพวงมาลัย แล้วหันกลับมาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร
“คิดจะถามอะไรก็ว่ามาสิ” เขาพูดขึ้นอย่างคนรู้ทัน
“ตอนนี้ ข่าวของพี่ทิณณ์กับพิมพ์...”
