"สดชื่นจัง"
ั้แ่มาโผล่ที่แห่งนี้ หลันจินเยว่เพิ่งจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดก็ตอนนี้นี่แหละ
กลิ่นของน้ำสะอาด กลิ่นดอกไม้นานาชนิดที่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างแย่งกันส่งกลิ่นหอมในตอนใกล้พลบค่ำ
จ้อก~
เสียงท้องน้อย ๆ ดังขึ้นบ่งบอกว่าตอนนี้นางหิวแล้ว
"ขนมอะไรหน้าตาน่ากินจัง"
เบื้องหน้านางคือขนมหนวดั จะมีลักษณะเป็เส้นไหมขาว ๆ ปั้นเป็ก้อนกลม ๆ คล้ายดักแด้ สอดไส้ต่าง ๆ ไว้ด้านใน มีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งโชยออกมาเรียกน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร
"หอมจัง ขอชิมหน่อยนะ"
หลันจินเยว่มองซ้ายขวาเล็กน้อย เมื่อปลอดคนนางจึงหยิบขนมที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมากัดกิน
"อืม หอมน้ำผึ้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็กร๊อบกรอบ"
พูดไปปากก็ขบเคี้ยวขนมที่ว่าไป ชิ้นที่หนึ่งหมดแล้ว ครั้นจะหยิบชิ้นที่สอง จู่ ๆ หลันจินเยว่ก็รู้สึกระคายเคืองในคอ ิัเริ่มคันและมีผื่นแดงขึ้น ลามมาถึงตรงลำคอที่คันมากกว่าที่อื่น ลมหายใจเริ่มติดขัด หายใจไม่สะดวกท้องจนต้องไอออกมา
เสียงไอนางเหมือนมีอะไรติดอยู่ในคอดังขึ้นติดกันรัวทำให้คนที่กำลังอาบน้ำอยู่ที่บ่อกลางแจ้งชะงักฟัง
"นั่นใคร!?"
เสียงทุ้มะโอย่างเกรี้ยวกราดหากแต่ไม่มีแม้เสียงตอบกลับ
ร่างสูงแปดฉื่อที่เปลือยทั้งตัวรีบคว้าเสื้อคลุมตัวบางขึ้นมาสวมด้วยความหงุดหงิด ขายาว ๆ ก้าวขึ้นจากบ่อน้ำร้อนเพื่อไปยังต้นตอของเสียง
เพล้ง!
กาน้ำชาหล่นแตกกระจายบนพื้นพร้อม ๆ กับร่างสูงกำยำเดินมาถึง
"ชะ ช่วย..."
เสียงที่เปล่งออกมาอย่างยากลำบากดังขอความช่วยเหลือ ร่างแน่งน้อยสวมชุดสีฟ้าครามค่อย ๆ ร่วงหล่นลงพื้น
หมับ!
เ้าของใบหน้างดงามราวเทพเซียนปรี่เข้ารับแผ่นหลังบางได้ทันท่วงที
"คุณหนู!"
เสี่ยวโหรวที่กว่าจะตามหาคุณหนูเจอร้องเรียกอย่างใเมื่อเห็นสภาพของผู้เป็เ้านาย
"คุณหนูเป็อะไรเ้าคะ"
ตงเปียนอ๋องไม่ตอบคำถามบ่าวรับใช้นางนั้น สายตาคู่คมทอดมองไปยังใบหน้าสวยหวานที่ตอนนี้คิ้วสีดำดั่งขนนกขมวดมุ่น เปลือกตาขยับไปมา ใบหน้าแสดงอาการว่าเ้าของร่างกายกำลังทรมานอย่างที่สุด
"นั่นขนมหนวดัใช่ไหมเ้าคะ" เสี่ยวโหรวเห็นขนมที่เป็ต้นเหตุตกอยู่ข้างกายคุณหนูนางยิ่งใเข้าไปใหญ่
"อืม นางคงกำลังนั่งกินเ้านี่อยู่"
แม้ในใจจะโมโหที่นางผู้นี้กล้าบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเขา แถมยังบังอาจหยิบของกินโดยพละการแต่เขาก็แยกเยอะออกว่าตอนนี้นางผู้นี้คงได้รับโทษไปแล้ว
"ขนมนี้มีน้ำผึ้งเป็ส่วนผสมใช่ไหมเ้าคะ"
จะถามอะไรมากความ เขามิใช่พ่อครัวสักหน่อย แต่ถ้าให้ตอบก็ตอบได้เพราะนี่คือขนมที่เสด็จย่าเขาชอบทำให้กินอยู่บ่อยครั้ง
"เ้าจะถามเื่ขนมให้มากความทำไม"
คนถูกขัดตอนกำลังแช่น้ำเย็นสบายเอ่ยอย่างหงุดหงิด
"คุณหนูแพ้น้ำผึ้งป่าเ้าค่ะ คุณหนูเยว่ซินแพ้น้ำผึ้ง!ท่านอ๋องโปรดช่วยคุณหนูข้าด้วยเ้าค่ะ"
เสี่ยวโหรวหน้าซีดเผือด ทำอะไรแทบจะไม่ถูก น้ำใส ๆ เอ่อล้นขอบตา ดวงตาเริ่มฝ้าฟางเมื่อมองคุณหนูอันเป็ที่รักกำลังทรมานเพราะเผลอกินของที่แพ้เข้าไป
"ตะกละ!"
ตงเปียนอ๋องผู้ปากกับใจตรงกันปรามาสคนที่อยู่ภายใต้วงแขนเสียงเหน็บแนมก่อนจะอุ้มนางขึ้นเพื่อพาไปยังห้องพักตามสัญชาตญาณบุรุษผู้รักความถูกต้อง
"ตามหมอ!"
ตงเปียนอ๋องตะเบ็งเสียงสั่งสาวใช้ ขายาว ๆ ภายใต้กางเกงขายาวสีดำที่สวมแบบลวก ๆ ก้าวไปข้างหน้า แววตาที่เขามองหญิงสาวในอ้อมกอดบ่งบอกว่ากำลังเอือมระอากับการกระทำของนาง
คนอะไรเป็ภาระที่สุด เพิ่งช่วยออกจากคุกแท้ ๆ ตอนนี้ต้องมาช่วยให้พ้นจากความตายเพราะความตะกละเพียงคำเดียว หากไม่เห็นแก่ชิงหรงคนสนิท เขาคงไม่ยื่นมือช่วยให้เสียแรงเช่นนี้เป็แน่
"เ้าค่ะ"
เสี่ยวโหรวรับคำสั่งเร่งเดินเท้าเพื่อตามท่านหมอมาดูอาการคุณหนูนางทันที
"ให้นางทานยานี้ให้หมดก็ปลอดภัยแล้ว"
หมอประจำจวนเหมยฮัวแจงเื่ยาและอาการคนที่นอนหายใจหอบเหนื่อยอยู่บนเตียง
"เสี่ยวโหรวขอบคุณท่านอ๋อง ขอบคุณท่านหมอมากเ้าค่ะ"
ปากเอ่ยขอบคุณ ค้อมหัวให้ด้วยความซึ้งในบุญคุณ มือน้อย ๆ กลับมาคอยเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้าให้คุณหนูที่รักอย่างเป็ห่วงเป็ใยต่อ
"กระหม่อมทูลลา"
เมื่อหมดหน้าที่รักษาคนแล้ว ท่านหมอเองก็กล่าวคำลาเพื่อกลับไปยังโรงหมอของตน
"เสี่ยวโหรวไปส่งท่านหมอเองเ้าค่ะ"
เสี่ยวโหรวละมือจากการเช็ดตัวให้หลันจินเยว่ จากนั้นจึงเดินไปส่งท่านหมอกลับที่พักเช่นเดิม ทำให้ตอนนี้ภายในห้องสี่เหลี่ยมเหลือเพียงหนึ่งบุรุษรูปงามกับหนึ่งสตรีไร้สติ
องค์ชายสี่ผู้องอาจ ใบหน้านิ่งเรียบตลอดเวลาปราดมองหญิงสาวที่เริ่มนอนสงบนิ่งบนเตียงด้วยสายตาเพ่งพินิจ
หากดูจากหน้าตาที่สะอาดสะอ้าน ผิวขาวราวปุยเมฆ จมูกเชิดรั้นแลดูเป็คนดื้ออยู่หน่อย ๆ อายุนางน่าจะน้อยกว่าตนหลายปีนัก
"ลูกกบฎ"
ริมฝีปากหยักลึกเอื้อนเอ่ยสิ่งที่ตนได้ยินมาถึงฐานะของนางบนเตียง
ใครจะคิดว่าคุณหนูของตระกูลที่ผลงานขาวสะอาดมาหลายชั่วอายุคนอย่างนางจะพลอยประวัติด่างพร้อยไปตามบิดาที่กลายเป็กบฎแผ่นดินชั่วข้ามคืน
ทว่าหากเทียบโชคชะตาของทั้งสองแล้วมีความคล้ายคลึงกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ไร้มารดาั้แ่เกิด
"ง่ำ ๆ น่องไก่จ๋ามาให้กินเสียดี ๆ"
คนที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยขณะจ้องหน้าหญิงงามบนเตียงไปด้วยถึงกับคิ้วขมวดมุ่นเมื่อคนที่นอนอยู่ละเมอออกมาพร้อมทำปากเคี้ยวน้ำลายตนเอง ช่างไม่เป็วิสัยของสตรีเอาเสียเลย
"ตะกละ แม้ในความฝันก็ยังคิดแต่เื่กิน"
ตงเปียนอ๋องส่ายศีรษะไปมาอย่างเอือมระอา มือหนาเอื้อมหยิบผ้าที่สาวใช้พาดไว้บนกะละมังเช็ดลงไปบนมุมปากจิ้มลิ้มลวก ๆ พร้อมสายตาที่บ่งบอกว่าขยะแขยงกริยานางยิ่งนัก
"หอมจัง"
จมูกเชิดรั้นเริ่มสูดดมตามหาต้นตอของกลิ่นอันหอมหวน
"นี่เ้า!"
ตงเปียนอ๋องผู้สง่างามรักความสะอาดและไม่เคยต้องกายสตรีนางใดมาก่อนถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อคนบนเตียงคว้ามือเขาเอาไว้แน่น
"อืม หอม... น่า...กิน"
ง่ำ ๆ...
"เ้า!"
ใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ คนที่หลับอยู่จะคว้ามือตนไปงับจนเกิดรอยฟัน
"เ้ากล้ากัดข้า!"
เสียงขบกรามกังกรอด ดวงตาขึงดุจ้องอย่างอาฆาต ตงเปียนอ๋องค่อย ๆ ก้มลงไปจ้องใบหน้าสวยหวานที่มองยังไงก็หลับอยู่ หากแต่เวลาต่อมากลับเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น
หมับ!
พึ่บ..!
"อุ้บ!"
หลันจินเยว่ที่กำลังฝันถึงอะไรบางอย่างคว้าเข้าที่ชุดผ้าไหมปักเลื่อมลายสวยงามที่เฟยหลงเพิ่งไปเปลี่ยนมา ด้วยความที่เ้าของชุดไม่ทันตั้งตัวทำให้เสียหลักล้มลงจนริมฝีปากทั้งสองประกบกันแนบสนิท
"ว้าย!"
เสี่ยวโหรวเปิดประตูเข้ามาพอดีทำให้เห็นสิ่งที่ไม่ควรเข้า นางเอี้ยวตัวหมายจะกลับออกไปหากแต่ถูกรั้งไว้เสียก่อน
"ดูแลคุณหนูเ้าให้ดี ั้แ่นี้ต่อไปห้ามให้เข้าใกล้ข้าเกินสามก้าว"
เสียงอันเกรี้ยวกราดสั่งการสาวใช้เสร็จจึงเร่งรุดออกจากห้อง
"รับทราบเ้าค่ะ"
เสี่ยวโหรวแทบลืมหายใจเมื่อเห็นใบหน้าที่เรียบนิ่งอยู่แล้วเพิ่มเป็ขมึงตึงหน้าแดงก่ำจนแลดูน่ากลัว
เสียงปิดประตูดังกระแทกอย่างแรงบ่งบอกถึงความเกรี้ยวกราดของผู้จากไป เสียงปึงปังนั้นทำคนในห้องสะดุ้งตื่นในเวลาต่อมา
"นั่นใคร"
หลันจินเยว่ลืมตาตื่นทันเห็นแผ่นหลังของผู้จากไปพอดี
"คุณหนู!ท่านรู้ตัวไหมเ้าคะว่าทำอะไรลงไป"
เสี่ยวโหรวไม่ได้ตอบคำถามหลันจินเยว่ ทว่ารีบปรี่เข้าไปนั่งข้างเตียงแทน
"ทำ... ข้าทำอะไร"
หลันจินเยว่มองสาวใช้ด้วยความอยากรู้ ถ้าให้เดาจากสีหน้าของเสี่ยวโหรวในตอนนี้คงเป็เื่คอขาดบาดตายแน่ ๆ
"ก็ท่านกับท่านอ๋อง..."
ควรพูดออกไปดีไหมนะ หากพูดแล้วคุณหนูนางจะคิดมากหรือเปล่า
"ท่านอ๋อง?เ้าหมายถึงคนเมื่อกี้คือท่านอ๋องที่ช่วยพวกเราออกมา?"
