นี่แทบจะกลายเป็ธรรมเนียมไปแล้ว
ทุกครั้งที่ซุนเฟยไปออกรบ แองเจล่าจะรอคอยซุนเฟยอันเป็ที่รักของนางกลับมา และคอยเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้เขาอาบ เพื่อให้เขาคลายความเหนื่อยล้าในน้ำอุ่นได้
สำหรับซุนเฟยแล้ว เขาแข็งแกร่งมากเสียจนไม่จำเป็ต้องใช้น้ำอุ่นมาบรรเทาความเมื่อยล้า นอกจากนี้เขายังมีน้ำยาวิเศษเช่น 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' คอยฟื้นฟูพลังกาย และรักษาสภาพร่างกายของเขาให้อยู่ในสภาพพร้อมที่สุดได้ตลอดเวลา แต่บางทีอาจเป็เพราะการคิดไปเองของซุนเฟย ทำให้ทุกครั้งที่เขาได้แช่ในน้ำอุ่นที่แองเจล่าเตรียมไว้ให้ เขาจะรู้สึกสบายตัวเสมอและอยากฮัมเพลงออกมา มันเป็การผ่อนคลายสภาพจิตใจของเขาอย่างแท้จริง ทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขาเปิดออก มันทำให้เขารู้สึกสบายเหมือนตอนที่แม่ของเขามาร้องเพลงกล่อมเด็กให้เขาฟังเมื่อครั้งที่เขายังเป็เด็ก
“โอ้ใช่ แองเจล่า ข้ามีของขวัญให้เ้าด้วย”
หลังจากแช่น้ำอุ่นแล้ว ซุนเฟยได้เปลี่ยนเป็เสื้อคลุมหลวมๆ ซึ่งทำให้เขาดูหล่อเหลามากขึ้น เขาเดินไปยังโต๊ะหินและกินอาหารเช้าที่แองเจล่าเตรียมไว้ให้ ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะหยิบของบางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของเขาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า ของสิ่งนั้นคือ เสื้อคลุมขนสัตว์ที่ทำมาจากสัตว์อสูรจิ้งจอกสีฟ้า เสื้อคลุมนี้เคยเป็ของผู้นำกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตมาก่อน
ซุนเฟยหยิบกระดาษและขวดหมึกที่ทำมาจากโรงงานผลิตกระดาษของเมืองแซมบอร์ดออกมา เขาหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มร่างชุดสตรีจากหนัง 'เซียนกระบี่พิชิตมาร' ออกมา ด้วยทักษะการวาดภาพของเขา ทำให้ซุนเฟยสามารถวาดภาพชุดกระโปรงลงบนกระดาษได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
“ว้าว ช่างเป็ชุดที่มีเอกลักษณ์และงดงามจริงๆ” แองเจล่าที่ยืนมองอย่างเงียบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา หลังจากที่ซุนเฟยวาดเสร็จ
“ขอเพียงเ้าชอบก็พอ ชุดนี้มีชื่อว่า ‘ชุดเซียนไหล่กว้าง’ ชุดนี้มีเื่เล่าที่งดงามเกี่ยวกับมันด้วยนะ” ซุนเฟยกอดสาวงามที่อยู่ตรงหน้าและเล่าให้นางฟังเกี่ยวกับเื่ราวความรักที่สวยงามระหว่างองค์ชายกับองค์หญิงคู่หนึ่ง จากนั้นซุนเฟยก็ใช้พลังของคนเถื่อนล้างััสุดท้ายของผู้นำกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่เหลือไว้ “ชุดขนสัตว์นี้จะส่องแสงราวกับคริสตัลพร้อมกับประกายแสงสีฟ้าลึกลับออกมา มันถูกเลาะมาจากสัตว์อสูรจิ้งจอกสีฟ้าระดับหก ไม่เพียงป้องกันเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งที่มีระดับต่ำกว่าสี่ดาวได้ แต่ยังสามารถป้องกันความหนาวเย็นได้ดี เสื้อคลุมนี้เหมาะสำหรับสร้าง ‘ชุดเซียนไหล่กว้าง’ ให้เ้าจริงๆ ฤดูหนาวกำลังจะมาถึงแล้ว หากเ้าไม่มีชุดนี้ เ้าจะทนความหนาวที่รุนแรงไม่ได้”
แองเจล่าเป็คนตัวเล็กและมีรูปร่างทรงนาฬิกาทราย เพียงชุดคลุมขนสัตว์นี้ก็สามารถตัดเย็บให้นางได้ตั้งหนึ่งชุด และอาจจะเหลือพอตัดชุดอื่นได้ด้วยซ้ำ
……
“อะไรนะ? พวกท่านทั้งสองคนไม่รู้ว่าแพรีสกับฝ่าาคุยอะไรกัน แต่ว่าพวกเขาพูดคุยกันมาตลอดทาง?”
ภายในเต็นท์ที่อยู่ข้างๆ เต็นท์ของาา เจ็มม่า สาวน้อยผมสีบลอนด์กำลัง ‘สนทนา’ อยู่กับดร็อกบาและเพียร์ซ เื่หลักๆ ที่พูดคุยกันไม่ใช่อะไรอื่น นั่นก็คือ การที่แม่มดสาวแพรีสพยายามเกลี้ยกล่อมองค์าาอเล็กซานเดอร์ในระหว่างที่เดินทางกลับ
ถึงแม้ว่าการสนทนาในวันนั้นจะทำให้เจ็มม่าเลิกเกลียดชังแพรีสแล้ว แต่เพื่อผลประโยชน์ของแองเจล่า เจ็มม่าได้กำชับดร็อกบาและเพียร์ซให้จับตามองฝ่าาอย่างลับๆ ก่อนที่พวกเขาจะออกไปทำภารกิจ นางสั่งให้พวกเขาขวางแพรีสที่อาจจะเป็ภัยคุกคามต่อแองเจล่าไว้ ไม่ให้มีโอกาสสานสัมพันธ์กับฝ่าาจนกลายเป็มือที่สามระหว่างแองเจล่ากับอเล็กซานเดอร์ได้ อย่างไรก็ตาม ใครจะไปคิดว่า ในระหว่างการต่อสู้คืนนี้ ดร็อกบากับเพียร์ซกำลังติดพันการฆ่าฟันและลืมเื่ที่สาวน้อยกำชับไปแล้ว
เมื่อเห็นสาวน้อยผมสีบลอนด์มีใบหน้าโเี้ ดร็อกบากับเพียร์ซก็รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย
“เจ็มม่า เ้าไม่ต้องกังวลไป องค์หญิงแองเจล่าเป็คนอ่อนโยนและจิตใจดี นางเหมือนเทพธิดาที่ลงมาจากสรวง์และเป็ไข่มุกที่ล้ำค่าที่สุดของเมืองแซมบอร์ด ไม่มีทางที่ฝ่าาจะไปตกหลุมรักกับแม่มดเ้าเล่ห์ได้หรอก...”
“ใช่ๆ เ้าอาจจะไม่เห็น แต่แม่มดนั่นกำลังอยู่กับชายหนุ่มรูปหล่อมากๆ ที่ชอบอุ้มสุนัขตัวน้อยตลอดเวลา ข้าพนันได้เลยว่าเขาจะต้องเป็ของเล่นของนางแน่ๆ ไม่มีทางที่นางจะชอบฝ่าาอย่างแน่นอน!”
ทั้งสองคนกำลังหาข้อแก้ตัวหลายอย่างเพื่อปัดความรับผิดชอบของพวกเขา และพยายามทุกวิถีทางเพื่อเกลี้ยกล่อมเจ็มม่าผู้ยังสงสัยอยู่วางใจ ในที่สุดพวกเขาก็ส่งสาวตัวน้อยที่น่ากลัวคนนี้จากไป
“เพียร์ซ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า การแสดงออกของผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนแอบชอบฝ่าาอยู่เลย...” ดร็อกบาที่เดินกลับเข้ามาในเต็นท์หลังจากที่ไปส่งเจ็มมาก็ถามขึ้นมา
“ไม่ใช่แค่แม่มดคนนั้นเท่านั้นนะ ข้าคิดว่าแม้แต่องค์หญิงนาตาชาก็มีความรู้สึกดีต่อฝ่าา ฮี่ๆ เห็นพวกเขาบอกว่า นางมอบป้ายสีดำให้กับฝ่าาเป็ของแทนใจเมื่อนางจากไปด้วย” เพียร์ซที่กำลังขัดถูขวานตัวเองก็พูดออกมา
“เื่นี้คงช่วยไม่ได้ ฝ่าาของพวกเราทั้งหล่อเหลา ทั้งแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ตอนนี้ทั่วค่ายทหารอาณาจักรบริวารและเมืองหลวง ใครบ้างที่ไม่รู้จัก 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' าาแห่งแซมบอร์ดบ้าง ฮี่ๆ ผู้ชายแบบนี้นี่แหละที่พวกผู้หญิงทุกคนอยากวิ่งไล่ตาม!” เพียร์ซพูดออกมาราวกับว่าเขาเป็ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านความรัก'
มันเป็่ที่มืดที่สุดก่อนจะรุ่งสาง
เมฆสีดำมากมายจากเทือกเขามอร์โร บดบังดวงดาวทั้งท้องฟ้า
สองฟากฝั่งข้างๆ แม่น้ำเริ่มกลายเป็น้ำแข็งไปแล้ว กลางแม่น้ำยังคงมีกระแสน้ำที่กำลังไหลเชี่ยวกราก และมีไอหมอกสีขาวจางๆ ผุดขึ้นมาเป็ครั้งคราว เสียงสายลมพัดโหมไปยังทิศทางของเมืองหลวง
ทหารรับจ้างสาวเอเลน่ากำลังนั่งกอดเข่าอยู่ริมแม่น้ำอย่างเงียบๆ ธนูยาวของนางที่ไม่เคยห่างจากมือถูกวางไว้ข้างๆ อย่างระมัดระวัง คางที่เรียบเนียนและขาวซีดกำลังเกยอยู่บนเข่า ลมหนาวยามค่ำคืนพัดผมยาวสีแดงเพลิงของนางปลิวไสว ดวงตางดงามที่เต็มไปด้วยจิติญญาแห่งการฆ่าฟันและความเด็ดเดี่ยวกำลังเหม่อมองไปยังกระแสน้ำที่กำลังไหลเชี่ยวกราก
เทพีแห่งากำลังคิดถึงใครบางคนอยู่
ด้วยความแข็งแกร่งระดับห้าดาวระยะปลายทำให้นางไม่รู้สึกหนาว และถึงแม้ว่าสภาพอากาศจะหนาวเย็นกว่านี้เป็ร้อยเท่า นางก็ยังคงไม่รู้สึกหนาวอยู่ดี พลังเวทที่พรั่งพรู่ออกมาจากร่างของนาง ทำให้ภายในรัศมีหนึ่งเมตรเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าจางๆ ทอประกายวิบวับออกมาเป็ครั้งคราว มันสวยงามและน่าอัศจรรย์ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมิด
ถึงแม้ว่านางจะเพิ่งกลับมาจากการต่อสู้ แต่นางก็ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแต่อย่างใด
หากตอนนี้มีไหล่กว้างของชายอันเป็ที่รักของนางให้ซบอิงแอบ มันคงจะดีไม่น้อย!
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เอเลน่ารู้แต่เพียงว่า บนโลกนี้ ในภพชาตินี้ นางจะเหนี่ยวคันธนูต่อสู้เพื่อคนคนเดียว คนที่นางรัก!
นี่เป็คืนที่นางไม่อาจนอนหลับได้เลย
....................
“หือ ท่านนักบวชบาเรซียกสมบัติทั้งหมดให้แก่อเล็กซานเดอร์?”
ณ ตำหนักขององค์หญิง
องค์หญิงนาตาชาสวมเพียงชุดกระโปรงบางๆ ที่เน้นสัดส่วนผอมบางของนาง ทุกสิ่งทุกอย่างบนตัวนางทำให้รู้สึกถึงความสง่างามและชาญฉลาด สองเท้าที่ขาวซีดของนางกำลังวางอยู่บนเตียงอันอ่อนนุ่มที่มีกลิ่นหอมๆ ลอยออกมาจางๆ หลังจากได้ยินคำรายงานของจื่อเยี่ยน คิ้วที่ประณีตและเรียวยาวของนางขมวดขึ้น นางย้อนถามกลับมาราวกับไม่อยากจะเชื่อ
“เ้าค่ะ ครั้งนี้ท่านนักบวชบาเรซีมาเป็ตัวแทนของ 'บุตรแห่งพระเ้า' ท่านกาก้า ก่อนที่เขาจะไป เขาได้เชิญอเล็กซานเดอร์ไปร่วมทานมื้อค่ำกับท่านกาก้าสักครั้ง” จื่อเยี่ยนเล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องโถงใต้ดินที่สำนักงานใหญ่ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตอย่างละเอียด
“โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์มักจะคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าใครมาโดยตลอด พวกเขาไม่เคยสนใจคนอื่นนอกจากพวกของตัวเอง ได้ยินมาว่า 'บุตรแห่งพระเ้า' ท่านกาก้าเป็บุคคลคนสำคัญของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ การเดินทางมาท่องเที่ยวในครั้งนี้เขาก็มาแบบเงียบๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็ที่สนใจของคนอื่น เมื่อเขาเดินทางมาถึงเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เขาก็ปฏิเสธที่จะให้พวกขุนนางหรือชนชั้นสูงคนอื่นแม้กระทั่งท่านพ่อเข้าพบ ทั้งๆ ที่เป็แบบนั้น แต่ท่านกาก้ากลับเชิญอเล็กซานเดอร์เข้าพบ...ทำไมกัน? ถึงแม้ว่าพลังและศักยภาพของอเล็กซานเดอร์จะน่าทึ่ง แต่มันก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่ 'บุตรแห่งพระเ้า' ท่านกาก้าที่มีโอกาสเป็พระสันตะปาปาในอนาคตสนใจได้ขนาดนี้ หรือว่า...มีอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้?“
องค์หญิงพูดพึมพำกับตัวเอง
คิ้วของนางขมวดแน่นขึ้น และก้มศีรษะลงขณะที่ครุ่นคิดถึงเื่ราวต่างๆ รวมกัน ท่าทางของนางดูอ่อนแอมากจนทุกคน้าปกป้องนาง
“อเล็กซานเดอร์ลงมือฉีกหน้าองค์ชายสี่ แต่โดมิงเกวซกลับไม่เข้าไปขวาง ทั้งยังอนุญาตให้อเล็กซานเดอร์เรียกเขาว่าโอกา…อืม ข้าเดาว่าองค์ชายบ้านี่คงชื่นชมาาแห่งแซมบอร์ดมากแน่ๆ ข้าต้องยอมรับว่าเขาทำงานได้ดีกว่าท่านพี่อาร์ชาวินในคืนนี้!”
“ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งๆ ที่ท่านพี่ก็ชื่นชอบและยกย่องเหล่าวีรบุรุษผู้มีพร์มากขนาดนี้ แต่ทำไมจู่ๆ เขาถึงจงใจทำเหมือนอเล็กซานเดอร์เป็ศัตรูเล่า!”
องค์หญิงนาตาชารู้สึกไม่เข้าใจเอาเสียเลย
แต่นางก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว “วันพรุ่งนี้ส่งคนไปที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด และมอบสมบัติทั้งหมดที่เราได้รับจากสำนักงานใหญ่ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต แล้วบอกว่าพวกเขาว่า...ข้านาตาชาอยากมอบของขวัญเหล่านี้ให้กับเพื่อนรักของข้า แองเจล่ากับเจ็มม่า ”
“เ้าค่ะ” จื่อเยี่ยนพยักหน้า
เมื่อเห็นเช่นนี้ องค์หญิงก็หัวเราะออกมาทันที ทำให้ห้องโถงทั้งหมดพลันสว่างสดใสขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าเข้มของนางส่องประกายระยิบระยับ พลางถามว่า “จื่อเยี่ยน ถ้าข้าจำไม่ผิด ตอนที่เ้าพบกับาาแห่งเมืองแซมบอร์ด เ้าเคยพูดว่าเขาสมควรตาย แล้วตอนนี้เล่า? เ้ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับชายคนนี้?”
“คือ...ตอนนี้ข้าไม่อาจฆ่าเขาได้แล้วเ้าค่ะ!” จื่อเยี่ยนก้มหน้าลง
“ฮ่าๆๆ หากเ้าฆ่าเขาได้ เ้าจะทำไหม?”
“ข้าคิดว่า…าาแห่งแซมบอร์ดไม่สมควรตาย!”
“ว้าว คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีคนที่จื่อเยี่ยนของข้าคิดว่าไม่ควรตายอยู่ด้วย?” องค์หญิงพลันหัวเราะคิกคักออกมา
…
…
วันที่สอง
เมื่อยามรุ่งสางมาถึงก็เกิดความสับสนวุ่นวายภายในค่ายทหารอาณาจักรบริวารขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เมื่อจู่ๆ ก็มีทหารจากราชอาณาจักรบุกเข้ามาในค่ายและทำการค้นหาบางอย่างอย่างเข้มงวด ทหารม้ามากมายวิ่งเข้าๆ ออกๆ ภายในค่ายทหารอย่างวุ่นวาย แม้กระทั่งคนจากอาณาจักรบริวารระดับหนึ่งก็ยังได้รับคำสั่งให้อยู่แต่ภายในค่ายของตัวเอง ภายในค่ายทหารอาณาจักรบริวารเต็มไปเหล่าทหารจากราชอาณาจักรคอยทำการลาดตระเวนอย่างเข้มงวด เหล่าทหารจากสังกัดของทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักร 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก' กับทหารจากกองกำลังหลักถึงสี่กอง และอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่ที่พ่ายแพ้ให้แก่าาแซมบอร์ดเริ่มดำเนินการตรจสอบและค้นหาเหล่านักฆ่าจากสปาร์ตากุสอย่างเคร่งครัด
---------------------------
