หลังจากที่หลิวซื่อได้รู้ถึงเื่ราวที่ผ่านมา นางไม่ได้สงสัยในความสามารถด้านวิชาแพทย์ของหลี่ชิงชิงเลยแม้แต่น้อย โทสะของหญิงชราพุ่งสูงถึงขีดสุด นางโกรธจนเกือบจะทะยานไปยังบ้านของสองแม่ลูกโจวทงกับไห่ซื่อ และทำการทุบตีพวกเขาให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น
หวังเยวี่ยนึกถึงวันคืนอันแสนอัปยศอดสูและน่าอับอายในครอบครัวสกุลโจว หญิงสาวรู้สึกเสียใจในภายหลังจนถึงแก่น นางคุกเข่าลงแทบเท้าของหลิวซื่อ ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความรวดร้าว “ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว ปีนั้นเป็ข้าที่ผิดเองเ้าค่ะ ข้าไม่ควรไม่เชื่อฟังคำที่ท่านบอก ข้าไม่ควรแต่งให้โจวทง...”
หัวใจของหลิวซื่อเ็ปเหลือจะกล่าว นางคว้าตัวหวังเยวี่ยมากอดไว้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยพร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่น “โจวทงผู้นี้ต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์ แม้แต่ล่อก็ยังมิอาจสู้ เขาดูถูกหัวใจที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาของเ้า หลอกลวงเ้าซ้ำไปซ้ำมา และใช้เ้าเป็โล่กำบัง!
ยายแก่ไห่ซื่อเองก็เช่นกัน ใจดำอำมหิตนักถึงได้กลั่นแกล้งเ้าเช่นนี้ เดิมทีพวกเขาก็ไม่เห็นเ้าเป็คนด้วยซ้ำ! แม่จะคืนความยุติธรรมให้เ้าเอง เ้าหย่ากับโจวทงเสีย! ไปหย่าวันนี้เลย!”
“พี่สาว ท่านดูสิเ้าคะ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านแม่ถนอมรักท่านมากที่สุด ท่านแม่จะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ท่านได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงปรบมือให้หลิวซื่อในใจ หวังเยวี่ยมีมารดาที่ดีเช่นนี้ นับว่าเป็ผลบุญที่นางสั่งสมมาั้แ่ชาติปางก่อน
หวังเยวี่ยร่ำไห้ “ออกเรือนไปต้องเชื่อฟังสามี ต่อให้โจวทงจะไร้สมรรถภาพทางเพศ แต่คนในใต้หล้านี้ก็ยังคิดว่าคนที่ผิดคือข้าอยู่ดี มิใช่เขา ข้าคงมิอาจมีหน้าไปบอกคนอื่นว่าข้ายังเป็หญิงแก่บริสุทธิ์ แล้วข้าจะเอ่ยเื่หย่ากับเขาได้อย่างไร?”
ในปีนั้นนางตกหลุมรักโจวทงั้แ่แรกพบ ต่อให้ที่บ้านจะคัดค้านเพียงใด นางก็ยังยืนกรานจะแต่งออกไปให้ได้ ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากแต่งงาน วันคืนของนางจะผ่านไปอย่างทุกข์ทรมานยิ่ง
โจวทงเรี่ยวแรงน้อยกว่าบุรุษทั่วๆ ไป งานบ้านที่ต้องออกแรงจึงเป็นางที่รับผิดชอบทั้งสิ้น โจวทงทำงานด้านนอกได้เงินกลับมาก็ไม่เคยมอบให้นางแม้แต่แดงเดียว เดิมทีก็ไม่แม้แต่จะมองนางเป็ภรรยาของเขาด้วยซ้ำ
หลังจากแต่งงานกันมาหลายปี โจวทงไม่เคยซื้อสิ่งของให้นางเลยสักชิ้น
เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ยามนี้ ล้วนนำมาจากบ้านเดิมก่อนที่นางจะแต่งงานด้วยซ้ำ
อย่างคราวนี้สกุลหวังสร้างเรือนอิฐสำเร็จและเชิญโจวทงมาร่วมงานเลี้ยง ทว่าโจวทงกลับยืนกรานที่จะไม่มา ชายหนุ่มไม่คิดจะไว้หน้านางเลยสักนิด
ส่วนไห่ซื่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง ั้แ่วันแรกที่นางแต่งเข้าบ้าน หญิงชราก็รังเกียจเป็ที่สุด ต่อให้นางจะกตัญญูเพียงใด ไห่ซื่อก็ไม่เคยมอบสีหน้าดีๆ ให้นางเลยสักครั้ง พอหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจก็เปิดปากด่ากราด ถึงขนาดเคยลงไม้ลงมือตีนางด้วยซ้ำ
ญาติตระกูลโจวเห็นว่าทั้งโจวทงทั้งไห่ซื่อไม่ให้ค่านาง พวกเขาก็ยิ่งรังแกนางทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
ความรักที่นางมีต่อโจวทงได้มลายหายใน่หลายปีที่ผ่านมาแล้ว
นางเคยคิดถึงเื่การหย่าร้าง ทว่าทันทีที่คิดถึงมารดาของนาง หลิวซื่อที่เคยถูกครอบครัวสกุลหลิวรังเกียจเพียงเพราะการหย่าร้าง ด้วยครอบครัวสกุลหลิวกลัวว่าเื่ของหลิวซื่อจะส่งผลให้สตรีคนอื่นๆ ในตระกูลหลิวมิอาจหาสามีที่ดีได้ พวกเขาจึงไม่รับหลิวซื่อกลับไป สุดท้ายหลิวซื่อจึงทำได้เพียงตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวสกุลหลิว...
หลิวซื่อรีบร้อนเอ่ยว่า “ตราบใดที่เ้าเชื่อฟังคำแม่ หย่ากับโจวทงเสีย เื่อื่นเ้าไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องกังวลอันใดอีก เ้ามีทั้งพ่อ มีพี่ชาย มีคนในตระกูลมากมาย เดิมทีก็ไม่จำเป็ให้เ้าต้องออกหน้า เ้าแค่รออยู่ในบ้านก็พอ”
หวังเยวี่ยเคยคิดถึงเื่การออกจากบ้านสกุลโจว ทว่าการกลับไปยังบ้านเดิมนั้น ทุกวันนี้สตรีที่หย่าร้างมักจะสร้างผลกระทบต่อสตรีคนอื่นในตระกูลที่ต้องเจรจาเื่ออกเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีในบ้านเดิมของตน นางร่ำไห้พลางเอ่ยถามว่า “หากข้าหย่าร้าง แล้วน้องสาวหลานสาวทั้งสาม และสตรีคนอื่นๆ ในตระกูลจะยังพูดคุยเื่การแต่งงานได้อย่างไรเ้าคะ?”
“ยามนี้เ้าควรเป็ห่วงเื่ของตนเองก่อน เ้าไปหย่ากับโจวทงเสีย หลังจากนั้นก็หาตระกูลดีๆ แล้วออกเรือนครั้งใหม่ รอกระทั่งเ้าเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ยามนั้นผู้ใดจะไปสนว่าเ้าเคยหย่ามาก่อนกันเล่า?” หลิวซื่อเอ่ยอีกครั้งว่า “เ้าดูแม่ที่แต่งงานใหม่สิ วันคืนผันผ่านเป็อย่างไร อีกทั้งสภาพยามที่ข้าต้องแต่งใหม่ยังมิสู้เ้าในยามนี้ด้วยซ้ำ”
หลิวซื่อรู้แก่ใจและเข้าใจว่า การหย่าร้างของหวังเยวี่ยย่อมส่งผลกระทบต่อสตรีในครอบครัวสกุลหวัง รวมถึงสตรีคนอื่นๆ ในหมู่บ้านสกุลหวังด้วย ทว่านางก็มิอาจยืนมองหวังเยวี่ยทุกข์ทรมานจนตายไปเฉยๆ ได้เช่นกัน
“พี่สาว เชื่อฟังคำของท่านแม่ และทำตามที่ท่านแม่บอกเถิดเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงตั้งใจจะให้เวลาสองแม่ลูก จึงได้เดินออกไปจากห้องนอน ทันทีที่ผ่านพ้นบานประตู นางก็เห็นผู้เฒ่าหวังที่ยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าของชายชราอาบย้อมไปด้วยความสับสน นางเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ได้ยินทั้งหมดแล้วหรือเ้าคะ?”
เสียงของหลิวซื่อดังก้องขนาดนั้น ต่อให้ปิดประตูแล้วยืนในลานเรือนก็ยังได้ยินชัดเต็มสองรูหู
ผู้เฒ่าหวังถอนหายใจยาว ครอบครัวเพิ่งจะสร้างเรือนอิฐได้สำเร็จ บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความมั่งคั่งรุ่งเรือง ทว่าบุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้วกลับมีเื่ให้ต้องหย่าร้าง
แม้ว่าหวังเยวี่ยจะเป็ลูกติดของหลิวซื่อ ทว่านางอายุยังไม่ถึงสองขวบก็ถูกย้ายเข้าบ้านสกุลหวัง และเริ่มเรียกขานเขาว่าท่านพ่อแล้ว
ผู้เฒ่าหวังปฏิบัติต่อหวังเยวี่ยเสมือนนางเป็บุตรสาวแท้ๆ ของเขาเอง
ยามที่หวังเยวี่ยออกเรือน สินเดิมที่ผู้เฒ่าหวังมอบให้เป็เงินถึงสามตำลึง และยังไม่รวมเครื่องนอนและเสื้อผ้าด้วยซ้ำ
ผู้เฒ่าหวังกำลังคิดจะถามหลี่ชิงชิงว่าตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ด้านในห้องนอนก็แว่วเสียงเร่งเร้าของหลิวซื่อดังขึ้น “ตาแก่ เข้ามาเร็วเข้า!”
ผ่านไปชั่วครู่ หวังจื้อพี่น้องก็กลับมาจากในเมืองพร้อมความตื่นเต้นเบิกบานใจ ทว่ายังไม่ทันได้ขนส่วนผสมที่ใช้ทำซาลาเปา ทั้งแป้ง เนื้อหมู และเครื่องปรุงรสลงมา ก็ถูกหลิวซื่อเรียกให้เข้าไปปรึกษาหารือเื่การหย่าร้างระหว่างหวังเยวี่ยและโจวทงเสียก่อน
ด้านหนึ่ง ตระกูลหวังเกลียดจนแทบจะเลาะกระดูกโจวทงออกมาแล้ว อีกด้านหนึ่งทางฝั่งสกุลโจว ไห่ซื่อก็กำลังก่นด่าหวังเยวี่ยด้วยสีหน้าบูดบึ้งให้โจวทงที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานไม้ด้านนอกฟัง
“นางสตรีไร้ยางอาย หน้าตาน่าเกลียดแล้วยังมิอาจตั้งครรภ์มีลูกได้อีก เสียเวลาเสียข้าวเสียน้ำเลี้ยงดูมากี่ปีแล้ว แม้แต่บุตรสักคนก็ยังไม่มีให้
หากเป็คนอื่นคงหย่าร้างไปตั้งนานแล้ว มีเพียงข้าที่จิตใจดีงาม ปล่อยให้นางอยู่ต่อปีแล้วปีเล่า
ทว่าทั้งๆ ที่ข้าจิตใจดีเช่นนี้ นางสตรีไร้ยางอายหัวใจไร้เืเนื้อคนนั้นยังไม่ยอมรับน้ำใจด้วยคำขอบคุณ นางไม่แม้แต่จะกตัญญูต่อข้าเลยสักนิด
เ้าดูนางสิ กลับบ้านเดิมหนึ่งครั้งก็ใช้เวลาเสียนานโข อีกทั้งยังนำของกลับไปมากมาย นางได้ลองไตร่ตรองดูสักนิดหรือไม่ว่า ยามนี้นางกินนางดื่มนางอาศัยอยู่ที่บ้านของผู้ใด?
ทำตามที่ข้าบอก เ้ายังจะต้องรับอนุภรรยาอะไรอีก แค่หย่ากับนางสตรีไร้ยางอายผู้นั้นเสีย แล้วแต่งลูกสะใภ้คนใหม่ให้ข้า
ด้วยเงื่อนไขของครอบครัวเราและรูปร่างหน้าตาของเ้า บุตรชายของข้า ต่อให้ไม่มีเรือนอิฐ แต่เราก็มีบรรพบุรุษที่เก่งกาจด้านงานฝีมือ ดีกว่าพวกทำไร่ทำนาหรือคนค้าขายเ่าั้มากมาย มีสตรีใดบ้างที่บ้านเรา้าแล้วจะหามาไม่ได้ เฮอะ มีแต่จะมีสตรีงดงามบริสุทธิ์มากมายที่อยากแต่งเข้าตระกูลของเรา!”
ไห่ซื่อถูกหวังเยวี่ยปรนนิบัติจนเคยตัว นางกลายเป็คนใจจืดใจดำที่แม้แต่ขวดน้ำมันตกก็ยังยืนอยู่เฉยๆ ไม่ช่วยเก็บ ความสัมพันธ์ของไห่ซื่อกับตระกูลโจวยิ่งนับว่าธรรมดาสามัญ ไม่มีที่ใดให้เอาเปรียบกัน
สองสามวันที่ผ่านมานี้หวังเยวี่ยกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม ในบ้านไม่มีคนทำงานบ้านไม่มีคนทำอาหาร ไห่ซื่อต้องทำอาหารเอง มื้อหนึ่งก็ทำเผื่อมื้ออื่นๆ และแต่ละมื้อก็กินของที่เหลือไปเช่นนั้น ในบ้านไม่มีคนทำความสะอาด เสื้อผ้าไม่มีคนซัก กระโถนที่ใช้ตอนกลางคืนก็ไม่มีคนคว่ำล้าง วันเวลาผ่านไปอย่างยากลำบากยิ่ง
สีหน้าของโจวทงอ่อนล้า เขาฟังไห่ซื่อที่ด่าหวังเยวี่ยอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่คิดจะเทน้ำสักชามให้บุตรชายที่เหนื่อยล้าจากการทำงานด้านนอกได้ดื่มเลย
ก่อนที่หวังเยวี่ยจะแต่งเข้ามา ไห่ซื่อนั้นก็ชื่นชอบการด่าคนเช่นนี้อยู่แล้ว ทว่านางกลับใส่ใจและรักใคร่โจวทงที่เปบุตรชายยิ่งนัก
ทว่าหลังจากหวังเยวี่ยแต่งเข้ามา นางก็เป็คนที่ปรนนิบัติไห่ซื่อและโจวทง ไห่ซื่อรู้สึกว่าตนได้เลื่อนระดับเป็แม่สามี ยามนี้จึงทำเพียงดื่มด่ำกับความสะดวกสบาย ไม่สนใจจะดูแลโจวทงแม้แต่ohvp
“หากวันนี้นางสตรีไร้ยางอายไม่กลับมา เ้าก็หย่าแล้วแต่งงานใหม่เสีย!” ไห่ซื่อเอ่ยเื่หย่าร้างหวังเยวี่ยจนชินปากแล้ว
“ไม่หย่า หากหย่าแล้วที่ดินในบ้านจะให้ผู้ใดเป็คนเพาะปลูกเป็คนดูแล งานในบ้านจะให้ผู้ใดเป็คนทำเล่าขอรับ?” ยามที่โจวทงอายุได้สิบปี เขาก็พบว่าหนอนน้อยของตนเล็กกว่าสหายรุ่นราวคราวเดียวกันยิ่งนัก เหล่าสหายของเขายามตื่นนอน หนอนน้อยก็จะขยายใหญ่ ทว่าเขากลับไม่เป็เช่นนั้น
นับว่าโจวทงเฉลียวฉลาด เขาไม่บอกเื่นี้กับใครทั้งสิ้น รอกระทั่งผ่านการเรียนรู้งานฝีมือสามปีสำเร็จ เขาก็ออกไปทำงานอิสระเพื่อหาเงินในฐานะช่างไม้ ครานั้นเขาแอบเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลถึงร้อยลี้เพื่อให้หมอสองสามคนตรวจดู
บรรดาหมอเ่าั้บอกว่า ส่วนล่างของเขาไม่มีการพัฒนา ร่างกายไร้สมรรถภาพ มิใช่บุรุษอกสามศอก มิอาจทำให้สตรีคนใดตั้งท้องได้
ยามนั้นเขาหวาดกลัวเป็อย่างยิ่ง กลัวว่าคนอื่นจะรู้เื่นี้ ต่อให้ไปที่ใดก็จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต
