แม้แผ่นหลังของกองทัพตระกูลซู่ซานจะห่างออกไปเกือบสิบก้าวแล้ว แต่ซู่เวย์ก็ยังไม่ยอมวางใจ เธอสูดลมหายใจลึก รวบรวมพลังเสียงะโไล่หลังไปอีกครั้ง
"เดี๋ยว อาซาน"
ซู่ซานชะงักกึก หันขวับกลับมาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาขุ่นมัวฉายแววหงุดหงิดรำคาญใจ
"ปู่หนูป่วยหนัก... รบกวนอาซานช่วยจำใส่หัวไว้ด้วยว่า ถ้าไม่มีธุระคอขาดบาดตาย อย่าเสนอหน้ามาที่นี่อีก" เธอเว้นจังหวะ เพื่อให้ประโยคถัดไปกระแทกใจคนฟังอย่างหนักหน่วง "ถ้าปู่เป็อะไรไปเพราะพวกอาซานมาก่อกวน... หนูจะไม่ลืมเด็ดขาดว่าใครเป็ต้นเหตุ"
อุณหภูมิรอบบริเวณดูเหมือนจะลดฮวบลงไปอีกสามองศา
ประโยคที่ว่า "หนูจะไม่ลืม" แม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันหนักแน่นและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคำด่าทอหยาบคายใดๆ มันคือคำเตือน... ไม่สิ คือคำประกาศาจากคนที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิต
ซู่ซานจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์... หลานสาวหมูตอนที่เคยมีดีแค่พละกำลังควายถึก บัดนี้กลับมีวาจาคมกริบดุจใบมีดโกนซ่อนในก้อนสำลี ทุกถ้อยคำต้อนเขาจนมุม ปิดทุกทางหนีทีไล่ ราวกับนักเจรจาชั้นเซียน
"ฮึ"
ชายชราแค่นเสียงในลำคออย่างเสียหน้า สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์ โดยมีลูกสมุนเดินตามเป็พรวนเหมือนฝูงสุนัขที่หางจุกก้น
ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ค่อยๆ ทยอยแยกย้ายกันไป พร้อมเสียงซุบซิบเซ็งแซ่... วันนี้ซู่เวย์เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
---
ภายในครัวที่มืดสลัว ปู่ซู่เฉียงนั่งหมดแรงอยู่บนม้าไม้นั่งซักผ้า มือเหี่ยวย่นสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำ
"อาเวย์..."
ซู่เวย์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กุมมือปู่ไว้แน่น "ปู่อย่ากลัวนะคะ หนูอยู่นี่แล้ว"
"ปู่ไม่ได้กลัว..." เสียงชายชราสั่นเครือ "ปู่แค่... ไม่คิดว่าเ้าจะ..."
"ปู่คะ" ซู่เวย์บีบมือที่เคยผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน แต่บัดนี้เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก "หนูโตแล้ว ต่อไปนี้เื่บ้าน เื่ที่นา เื่เงินทอง หรือแม้แต่พวกญาติปลิงพวกนั้น หนูจะจัดการเอง ปู่แค่กินให้อิ่ม นอนให้หลับ รักษาตัวให้หายป่วยก็พอ"
ปู่ซู่เฉียงจ้องมองหลานสาว... ร่างกายเดิม ใบหน้าเดิม แต่แววตาคู่นั้นกลับลึกซึ้งเกินวัยสิบเก้าปี มันฉายแววเด็ดเดี่ยว แข็งแกร่ง แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยััมาก่อน ราวกับมีดวงิญญาของผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนซ่อนอยู่ภายใน
"ดี... ดีแล้ว..." ชายชราพึมพำ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ
---
ราตรียาวนานที่เหน็บหนาว ซู่เวย์นอนลืมตาโพลงบนเตียงอิฐเย็นเฉียบ จี้หยกรูปน้ำเต้าบนหน้าอกส่งไอร้อนผะแ่คอยปลอบประโลม
สมองของเธอกำลังทำงานอย่างหนักราวกับกำลังวางแผนกอบกู้บริษัทที่ล้มละลาย
1. ลดน้ำหนัก ร่างกายเทอะทะนี้คืออุปสรรคใหญ่หลวง เธอต้องเร่งฟิตหุ่นให้กลับมาคล่องแคล่วแข็งแรงโดยเร็วที่สุด
2. ไขความลับจี้หยก พลังวิเศษในการฟื้นฟู เร่งการเจริญเติบโต และรสชาติอาหาร... เธอต้องทดลองและทำความเข้าใจขอบเขตของมันอย่างละเอียดเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดออกมาใช้
3. รักษาปู่ อาหารที่เธอปรุงด้วยพลังจากจี้หยกดูเหมือนจะมีสรรพคุณเป็ยา เธอต้องปรุงอาหารให้ปู่กินทุกมื้อ เพื่อฟื้นฟูร่างกายท่านให้กลับมาแข็งแรง
4. หาเงิน เงินำาญปู่เดือนละห้าสิบหยวน แม้จะมากโขในยุคนี้ แต่สำหรับเป้าหมายใหญ่ในอนาคต มันยังห่างไกลนัก เธอต้องหาช่องทางทำเงินเพิ่ม
5. รับมือตระกูลซู่ คนอย่างซู่ซานไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ วันนี้ถอยเพราะเสียหน้า แต่วันหน้าต้องกลับมาพร้อมแผนชั่วร้ายกว่าเดิมแน่ เธอต้องเตรียมรับมือทุกรูปแบบ
และข้อสุดท้าย...
6. ลู่เซิน
ความคิดของเธอสะดุดลงที่ชื่อนี้... ชายหนุ่มผู้ให้คำมั่นว่าจะกลับมาภายในหนึ่งถึงสามเดือน
ในความทรงจำเดิม เขากลับมาจริงๆ แต่งงานและส่งเงินมาให้สม่ำเสมอ แต่ไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย ทิ้งภรรยาที่ไม่ได้รักให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวจนตาย
แต่ตอนนี้... ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
ซู่เวย์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม เธอไม่ได้้าผูกมัดเขาด้วยทะเบียนสมรสจอมปลอม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า... น้ำเสียงทุ้มลึก ใบหน้าคมคาย และท่าทีเ็าแต่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบของเขา ทำให้หัวใจด้านชาของสาวโสดวัยสามสิบกระตุกวูบไหวอย่างประหลาด
เธอพลิกตัว ผ้าห่มเก่าคร่ำครึส่งเสียงสวบสาบ
ลมหนาวจากูเาพัดหวีดหวิวผ่านรอยแตกของหน้าต่าง นำเสียงสุนัขหอนโหยหวนแว่วมาแต่ไกล
ซู่เวย์หลับตาลง จินตนาการถึงตาชั่งโบราณ... ข้างหนึ่งคือความยากจน ความอัปลักษณ์ ศัตรูรอบด้าน และยุคสมัยอันโหดร้าย... อีกข้างคือจี้หยกวิเศษ สมองระดับอัจฉริยะ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
เธอสาบานกับตัวเอง... เธอจะทำให้ตาชั่งฝั่งของเธอหนักแน่นจนกดอีกฝั่งให้จมดิน
---
ทว่า... สิ่งที่เธอไม่ล่วงรู้ก็คือ ณ อีกฟากฝั่งของกำแพงดิน มีร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งงันอยู่ในเงามืด
ลู่เซิน... ผู้ย้อนกลับมาเพื่อตามหาของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายของย่า ยืนฟังทุกถ้อยคำมาั้แ่ต้น
เขาได้ยินเสียงเธอตวาดไล่แม่สื่อ... ได้ยินเธอปกป้องศักดิ์ศรีของเขา... ได้ยินเสียงปู่ไอเป็เื... และได้ยินคำโกหกแสนหวานเื่ของหมั้น
เขาได้รับรู้ความจริงอันเ็ปที่ซ่อนอยู่เื้ัแผนการของปู่หลาน... ความเจ็บป่วย ความโดดเดี่ยว และความหวาดกลัวที่จะถูกญาติชั่วรุมทึ้ง
เขาได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเธอ... หญิงสาวผู้ลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัว และประกาศก้องว่าจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
และที่สำคัญที่สุด... เขาได้ยินว่า เธอไม่ได้อยากแต่งงานกับเขา
ลู่เซินยกมือขึ้นแตะที่อกเสื้อ... ตรงตำแหน่งที่จี้หยกเคยห้อยอยู่
คำสั่งเสียของย่าดังก้องในความทรงจำ... 'เก็บรักษามันไว้ให้ดี มอบให้แก่ภรรยาคู่ชีวิตของหลาน'
เขาตัดสินใจแน่วแน่... ไม่จำเป็ต้องทวงคืน
ในเมื่อโชคชะตาลิขิตให้มันไปอยู่กับเธอแล้ว... ไม่ช้าก็เร็ว มันก็จะกลายเป็ของเธออย่างถูกต้องสมบูรณ์อยู่ดี
ลู่เซินหมุนตัวเดินจากไปท่ามกลางแสงสลัวของรุ่งอรุณ ก่อนจะก้าวพ้นเนินเขา
เขาหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองบ้านดินหลังเล็กนั้นเป็ครั้งสุดท้าย
ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งขึ้นจากปล่องควัน... สัญลักษณ์แห่งชีวิตและการเริ่มต้นวันใหม่
และนี่... เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ชายชาติทหารผู้โดดเดี่ยว รู้สึกว่ามี 'บ้าน' ให้ห่วงหาอาลัยยามจากลา
