“กลับมาคราวนี้ ข้าจะจัดพิธีแต่งงานให้กับเ้าทั้งสอง ดูแลตัวเองให้พร้อม” คำพูดของชายกลางคนต่างทำให้ทั้งหลันฮวาและซีเหรินหันมองหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่รอยยิ้มแห้งของหญิงสาวจะถามอย่างตะกุกตะกัก
“ตะ แต่งงานฤาเ้าคะ”
“ใช่ ข้าไม่เห็นว่าเราต้องรอเวลาด้วยเหตุใด หลังจากพวกเ้ากลับมา ข้ากับท่านพี่ก็มีความเห็นตรงกันว่าจะจัดพิธีแต่งงานให้กับพวกเ้าทั้งสอง จะได้รีบมีหลานให้ข้าได้ชื่นใจ” หลันฮวาอ้าปากค้าง พลางหันมายังหวงซีเหรินที่ทำท่านิ่งเฉย ไม่รู้สึกสะท้านกับคำพูดของมารดา
“แต่ว่า...” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกมา หวงซีเหรินจึงดึงมือนางเข้ามากำไว้
“แล้วข้าจะรีบกลับมา ได้เวลาแล้ว ข้าต้องไปก่อน” หวงซีเหรินพูดจบ จึงดึงมือหญิงสาวขึ้นรถม้าในทันที ก่อนจะหันไปยังอุ่เจ๋อที่ยืนมองด้วยสายตาเป็ห่วงเ้านาย เพราะนับจากเด็กจนโต เขาไม่เคยปล่อยให้หวงซีเหรินต้องไปไหนมาไหนตามลำพังเช่นนี้
“ข้าฝากดูแลท่านพ่อกับท่านแม่ด้วยนะ”
“คุณชายดูแลตัวเองด้วย ไม่มีข้าอยู่ดูแล ท่านต้องดูแลตัวเองให้มาก”
“เ้าก็เช่นกัน แล้วข้าจะรีบกลับมา” หลังจากบอกลากันแล้ว หวงซีเหรินก็บังคับรถม้าออกไปทันที เพื่อมุ่งตรงไปยังวังหลวง เสียงของรถม้ากระทบพื้นดังเป็จังหวะให้หญิงสาวโผล่หน้าออกมา แล้วย้ายตัวเองออกมานั่งคู่กับเขา พลางใช้มือสะกิดแขนของชายหนุ่ม
“คุณชาย...”
“หืม”
“ท่านจักทำเช่นใด ถึงขนาดที่ท่านพ่อกับท่านแม่จะให้เราสองคนแต่งงานกันจริง ๆ แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ท่านก็ยังไม่เจอรักแท้ของท่านเสียที เช่นนี้มิแย่หรอกฤา” สายตาเข้มมองตรงไปยังถนนเส้นตรง ครู่หนึ่งจึงแย้มยิ้มออกมา
“จักให้ทำเช่นใดได้ ในเมื่อข้ายังหาหญิงที่ตรงใจมิได้ เ้าก็ต้องแต่งงานกับข้า”
“หากข้าแต่งงานกับท่าน ข้าก็ต้องย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับท่าน เช่นนี้แล้วท่านจะทำเช่นใด แลสักวันไม่แคล้วถูกจับได้” หญิงสาวขมวดคิ้ว
“เ้าคิดจะเปลี่ยนใจฤาไม่” ชายหนุ่มเลื่อนสายตากลับมายังหญิงสาวที่นั่งครุ่นคิดอยู่
“จะเปลี่ยนใจได้อย่างไร หากเปลี่ยนใจข้าก็คงต้องกลับไปเป็ขอทาน ที่นอนในศาลเ้าร้างอีก ข้าไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตเช่นนั้น แต่...”
“ในเมื่อเ้าไม่คิดเปลี่ยนใจ เ้าก็ต้องแต่งงานกับข้า จนกว่าข้าจะเจอหญิงที่ถูกใจ คำอ้างอื่นของเ้าไม่มีผลต่อการแต่งงานที่จะเกิดขึ้น” คำพูดของหวงซีเหริน ทำให้หญิงสาวท้อใจที่จะโต้แย้ง นางยกมือขึ้นเท้าคางแล้วทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าอย่างใช้ความคิด
หลังจากเดินทางผ่านตลาดมาแล้ว สองข้างทางถูกปกคลุมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม หลันฮวานั่งมองทิวทัศน์นั้นอย่างเงียบ ๆ ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยถามขึ้น
“เ้าล่ะ..มีคนที่เคยชอบฤาไม่” หลันฮวาหันไปยังใบหน้าหล่อเหลาของเขา แล้วก้มหน้าลงพลางส่ายศีรษะ
“จักมีคนที่เคยชอบได้เช่นใด...ข้าเป็ขโมยออกอาละวาดจนผู้คนต่างหวาดกลัว บางวันได้กิน บางวันก็อด แต่งตัวมอมแมมเช่นใดท่านก็เคยเห็น” หวงซีเหรินหวนนึกถึงใบหน้ามอมแมมของหลันฮวาในตอนนั้นแล้วจึงปล่อยยิ้มออกมา
“จริงของเ้า..เช่นนั้นเ้าเคยอยู่ใกล้ผู้ใด แล้วหัวใจเต้นแรงฤาไม่” หลันฮวาชะงักนิ่ง พลันเลื่อนสายตามองหน้าชายหนุ่มพร้อมกับหัวใจกำลังเต้นแรงไม่เป็จังหวะ หญิงสาวกลืนน้ำลายพลันหวนนึกถึงจูบแรกของเขา ก่อนจะเบี่ยงหน้าไปทางอื่น
“ท่านถามทำไมฤา”
“ว่ากันว่า หากอยู่ใกล้ผู้ใด แล้วทำให้หัวใจเต้นแรง แปลว่ากำลังตกหลุมรักคนผู้นั้นอยู่ เ้าเคยฤาไม่” หวงซีเหรินถามพลางเลื่อนสายตา มองไปยังดวงตากลมโตของนาง ที่ไหวระริกอยู่ ก่อนหลันฮวาจะกะพริบตาถี่ ๆ พลางทำทีหยิบน้ำขึ้นดื่ม
“ว่าอย่างไร” หวงซีเหรินเค้นถาม ก่อนหญิงสาว จะหันกลับมา แล้วมองใบหน้างดงามของเขาครู่หนึ่ง
“ยาจกเช่นข้า จักอาจหาญรักผู้ใดได้เ้าคะ” สายตาแววระริก ที่เคลือบไปด้วยความรู้สึกบอบบางนั้น ทำให้หวงซีเหรินชะงักนิ่ง ก่อนหญิงสาวจะปั้นหน้ายิ้มแล้วเอ่ยถามเขาเช่นเดียวกัน
“นับจากเด็กจนโต ไม่มีหญิงใดทำให้ท่านหวั่นไหวบ้างฤาเ้าคะ” หวงซีเหรินส่ายศีรษะไปมา ก่อนที่หลันฮวาจะเอ่ยถามต่อไปอีก
“แล้วหญิงในวังหลวงล่ะเ้าคะ ไม่มีผู้ใดทำให้ท่านหวั่นไหวได้เลยฤา” ชายหนุ่มยังคงส่ายศีรษะปฏิเสธ ขณะที่มองมายังหญิงสาวที่นั่งเท้าคางอยู่ด้านข้าง
“ความจริงแล้ว หญิงที่ทำให้ข้ารู้สึกหวั่นไหวนั้น มีอยู่คนหนึ่ง” หลันฮวาเบิกตากว้างแล้วรีบเอ่ยถามในทันที
“ผู้ใดฤาเ้าคะ”
“เหตุใดข้าต้องบอกเ้าด้วย” ชายหนุ่มแย้มยิ้ม แล้วทำสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนจะหันมองตรงไปยังถนน พลันเก็บความลับนั้นไว้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้
“เช่นนี้แล้ว อีกไม่นาน ข้าก็คงต้องกลับไปใช้ชีวิตตามลำพัง” หลันฮวานึกเสียดายชีวิตอันแสนสุขสบาย พร้อมกับสายตาหวานวาดมองสองข้างทางไปเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีนางก็กลับเข้ามานอนภายในรถม้าที่คล้ายกับจอดนิ่งสนิท
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับกายของนางมีผ้าห่มมาคลุมไว้อย่างเรียบร้อย หลันฮวารู้สึกถึงความเงียบที่ผิดปกติจึงรีบเปิดผ้าออกไปดู ปรากฏว่ารถม้าของนางถูกผูกอยู่กับต้นไม้ ส่วนตัวของหวงซีเหรินหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หญิงสาวรู้สึกใจหายวูบ รีบลงจากรถม้าแล้วมองไปรอบ ๆ ด้วยนึกแปลกใจและเป็ห่วงเขาในเวลาเดียวกัน
“ไปไหนของเขากันนะ” สายตาหวาดหวั่นทอดมองไปรอบ ๆ ก่อนตัดสินใจ ะโเรียกหาชายหนุ่มด้วยความร้อนใจ
“คุณชายซีเหริน คุณชาย” เสียงะโเรียกของนางไร้การตอบกลับ หลันฮวาเดินวนอยู่รอบรถม้า ก่อนจะหันตัวมองไปรอบ ๆ ที่เป็ป่ารกทึบ พลางะโเรียกหาชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะได้รับเสียงตอบกลับเป็ความเงียบเช่นเดิม ในเวลานี้หญิงสาวรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก
“ฤาว่าเขาจะหลงป่า ฤาว่าจะถูกสัตว์ร้ายทำอันตราย” หญิงสาวคิดไปต่าง ๆ นานา ก่อนจะเดินไปเห็นหยดเืที่แห้งติดอยู่กับใบหญ้า เพียงเท่านั้น หลันฮวาใจหายวูบรีบวิ่งออกตามหาหวงซีเหรินในทันที
“คุณชายซีเหริน คุณชาย...” หญิงสาววิ่งห่างออกมาจากรถม้ามากพอควร พลางะโเรียกชื่อไปตลอดทาง แต่แล้วทุกอย่างยังเงียบสงัดเหมือนเช่นเคย
“ท่านอย่าล้อข้าเล่นเช่นนี้นะ ข้าไม่สนุกด้วย คุณชายซีเหรินท่านอยู่ที่ใด ได้ยินข้าฤาไม่” ดวงตากลมเล็กสั่นไหวไปพร้อมความรู้สึกหวาดหวั่น เกรงว่าเขาจะได้รับอันตราย
