สีหน้าของหลี่อันหรานยังคงราบเรียบ ดูท่าว่าจะแน่วแน่กับเื่นี้แล้ว
ถิงจั่งไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเตรียมจะกลับเข้าห้องไปคุยเื่นี้กับเหอชุนฮวา
หากอาการของชาวบ้านเ่าั้ดีขึ้น เช่นนั้นแค่จ่ายเงินชดเชยก็น่าจะจบเื่นี้ได้
กลัวก็แต่ว่าอาการจะไม่ดีขึ้น ยิ่งมารวมเข้ากับเื่ที่นางขโมยสูตรของหลี่อันหรานอีก เกรงว่าต้องคุกแล้วจริงๆ
โดยปกติแล้วเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับสกุลหลี่ ไม่อยากให้เื่ราวบานปลายใหญ่โตแบบนี้ แต่ในเมื่อหลี่อันหรานไม่ยอมถอยให้ เช่นนั้นเขาก็มีแต่ต้องทำตามขั้นตอน
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเดินกลับเข้าห้องนี้เอง หลี่อันหรานก็ได้ร้องเรียกเขาไว้ “ถิงจั่ง ข้ามีเื่อยากสอบถามเ้าค่ะ”
ถิงจั่งหยุดฝีเท้าและหันกลับมามองนางด้วยความสงสัย “เื่อะไรหรือ?”
“ข้าอยากทราบว่า ถ้าหากป้าสะใภ้รองของข้ามีความผิดทั้งเื่นี้ทั้งเื่ลักขโมย นางต้องติดคุกจริงหรือเ้าคะ?” นางไม่ค่อยรู้เื่บทลงโทษในยุคนี้นัก ทว่าภายในใจรู้ดีว่าคุกไม่ใช่สถานที่ที่คนควรอยู่
เหอชุนฮวาทำนิสัยเอาแต่ใจจนเคยตัว เข้าคุกไปแล้วไม่มีทางอยู่รอดได้แน่
ถิงจั่งค่อยหันมามองนางตรงๆ “หากอาการของชาวบ้านดีขึ้นก็อาจจะไม่ต้อง แต่หากบานปลายต่อก็เกรงว่า…”
หลี่อันหรานเม้มปากเล็กน้อยอย่างใคร่ครวญก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าเพียงแต่อยากให้ป้าสะใภ้รองได้รับบทเรียน ที่ผ่านมานางใช้อำนาจบาตรใหญ่จนเหลือจะทน หากปล่อยไว้ต่อไปคงหันกลับมากดขี่พวกข้าอีก แต่หากจะให้นางติดคุกจริงๆ ก็ดูจะไม่เหมาะสมนัก”
“ความหมายของเ้าก็คือ?”
หลี่อันหรานเงยหน้ามองถิงจั่ง “หากถิงจั่งช่วยมอบบทเรียนให้แก่นางได้ ข้าก็คิดว่าสถานการณ์ต้องดีขึ้นแน่นอน”
ถิงจั่งได้ยินดังนี้ก็ตื่นตัวโดยพลัน เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าหลี่อันหรานต้องมีวิธีแก้ไขปัญหาแน่ “เ้าจะทำอย่างไร?”
ดวงตาคู่งามของหลี่อันหรานขยับไปมา นางไตร่ตรองโดยละเอียดแล้วจึงค่อยตอบ “หากท่านสามารถมอบบทเรียนให้แก่นาง ข้าก็สามารถทำให้เื่นี้ผ่านพ้นไปเ้าค่ะ”
ถิงจั่งขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่เข้าใจแต่ก็เข้าใจ เขาอดเอ่ยถามนางไม่ได้ “เ้าจะใช้วิธีใดหรือ?”
“ข้าจะใช้วิธีของข้าเ้าค่ะ ถิงจั่งทำตามที่ข้าบอกก็พอ ไม่ทราบว่าคิดเห็นอย่างไรเ้าคะ? หากเื่นี้ผ่านพ้นไป ท่านเองก็จะได้ไม่ต้องลำบาก ที่สำคัญคือ ป้าสะใภ้รองของข้ามีนิสัยใช้อำนาจบาตรใหญ่ มอบบทเรียนให้บ้างก็คงไม่เกินเลย”
ถิงจั่งคิดตามคำพูดของนาง เป็เื่จริงที่เขาอยากให้เื่นี้จบลงโดยไว เพราะหากชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านภายใต้การดูแลของเขาเกิดเป็อะไรไป ตัวเขาก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
เขาตอบตกลงในทันที “เ้าอยากสั่งสอนนางอย่างไร?”
หลี่อันหรานคิดแล้วตอบ “โบยสักไม่กี่ไม้ก็พอเ้าค่ะ”
ถิงจั่งขมวดคิ้วพลางว่า “เกรงว่าจะทำไม่ได้ นี่เป็บทลงโทษที่ต้องให้นายอำเภอสั่ง หมู่บ้านเราไม่มีศาลาว่าการ จะทำเื่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”
หลี่อันหรานคิดว่าถิงจั่งจะมีอำนาจในการตัดสินลงโทษเช่นนี้ นึกไม่ถึงว่าข้อเสนอแนะของตัวเองจะเกินขอบเขต หากนำเื่นี้ไปให้นายอำเภอจัดการก็กลัวว่าจะยุ่งยาก ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ชาวบ้านที่ถ่ายท้องก็กำลังรอให้คลี่คลายเื่นี้โดยไวกันอยู่
สุดท้ายแล้วนางเลยว่า “ในเมื่อรับโทษทางร่างกายไม่ได้ เช่นนั้นก็ให้นางสูญเสียเงินทองแทนเถิด เดี๋ยวข้าจะเขียนเทียบโอสถให้ ท่านตามหมอมาแล้วให้เขาจ่ายโอสถตามนี้และใส่ของที่ข้าบอกก็พอ นอกจากนี้ให้ตั้งราคาโอสถสูงขึ้นหน่อย บอกให้นางจ่ายค่าชดเชยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ”
ฐานะครอบครัวของเหอชุนฮวาไม่เลว เสียเงินบ้างก็ไม่เป็ไร ถิงจั่งฟังแล้วจึงพยักหน้า “ตกลง”
จากนั้นเขาก็เตรียมตัวกลับเข้าห้อง แต่ไม่วายถูกหลี่อันหรานไล่ตามมาอีกครั้ง “ถิงจั่งห้ามบอกเื่นี้กับผู้ใดทั้งสิ้นนะเ้าคะ หากเื่นี้หลุดออกไป ข้าคงไม่มีหน้าพบผู้ใดอีก”
ถิงจั่งเป็คนเข้มงวดและทำงานเร็ว น้อยมากที่จะยอมฟังความเห็นของผู้อื่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าผู้ที่ให้คำแนะนำและบอกให้เขานำไปทำตามในเวลานี้เป็เพียงสตรีนางหนึ่ง ภายในใจเขารู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่เพื่อให้เื่นี้จบลง เขาจำใจต้องยอมอดกลั้นเอาไว้ “วางใจ ขอเพียงเื่นี้จบลงได้ ข้าย่อมไม่บอกเื่นี้กับผู้ใดแน่นอน เพราะมันจะนำปัญหามาให้ข้าไม่น้อยเช่นกัน”
หลี่อันหรานฟังแล้วมีรอยยิ้มโดยพลัน
จากนั้นถึงปล่อยให้ถิงจั่งเข้าห้องไปจัดการเื่นี้
ในขณะเดียวกัน เหอชุนฮวากับหลี่จั่งกลับถูกครอบครัวของผู้ป่วยขังไว้ในห้อง ไม่ยอมให้ไปที่ใดทั้งนั้น บางคนถึงขั้นคิดจะลงไม้ลงมือกับทั้งคู่ด้วยซ้ำ เหอชุนฮวาใกลัวไม่น้อย ขนาดที่ว่าต้องหลบอยู่หลังหลี่จั่งไม่กล้าออกมา
ครั้นเมื่อเห็นถิงจั่งเข้ามาก็รีบพูดว่า “รีบช่วยพวกข้าด้วยเถิด คนพวกนี้จะทำร้ายพวกข้าอยู่แล้ว”
ถิงจั่งแค่นเสียงเย็น “จากสิ่งที่พวกเ้ากระทำลงไป ต่อให้ถูกทุบตีก็ไม่ถือว่าเกินไป”
ชาวบ้านพากันเรียกร้องให้ถิงจั่งมอบความเป็ธรรม ครั้นถิงจั่งนั่งลงแล้วพลันพูดขึ้นว่า “อีกเดี๋ยวหมอจากในเมืองก็จะมาถึงแล้ว รอเขามาแล้วจะช่วยตรวจอาการให้พวกเ้าและจ่ายเทียบโอสถ เวลานั้นก็ให้ครอบครัวของเหอชุนฮวาเป็ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ พร้อมกันนั้นให้มอบเงินชดเชยให้ครอบครัวละหนึ่งพวงเงิน”
เหอชุนฮวาขมวดคิ้วโดยพลัน “หากเป็เงินค่าโอสถ ครอบครัวพวกข้าก็สมควรจ่าย แต่เหตุใดต้องจ่ายค่าชดเชยด้วย?”
“อย่าลืมสิว่าผู้อื่นจ่ายเงินซื้อสินค้าของพวกเ้า ทว่ากินแล้วกลับเป็อันตราย เช่นนี้ไม่ควรชดเชยหน่อยหรือ?”
แต่หลี่จั่ง้าจบเื่นี้มานานแล้ว “ทุกอย่างตามที่ถิงจั่งเห็นสมควรเลยขอรับ”
หลี่อันหรานเดินเข้าห้องมาแล้วเช่นกัน นางยืนอยู่ด้านหลังทุกคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
หมอจากในเมืองถูกเชิญมาอย่างรวดเร็ว เขาจับชีพจรให้กับชาวบ้านทุกคนที่มีอาการ จากนั้นจึงค่อยทำการเขียนเทียบโอสถ
หลี่จั่งอ่านเทียบยาแล้วขมวดคิ้วทันที “เทียบโอสถนี้แทบจะเหมือนกับของข้า โอสถเหล่านี้รักษาไม่หาย”
ชาวบ้านได้ยินดังนี้ก็ยิ่งร้อนใจและเริ่มถกเถียงกันอีกครั้ง
ถิงจั่งต้องรีบห้ามไว้ “เทียบโอสถตัวนี้ไม่เหมือนกัน ไปรับโอสถตามนี้ได้เลย”
จากนั้นให้หลี่จั่งจ่ายค่าตรวจให้กับหมอ ตามด้วยให้ทุกคนไปรับโอสถแล้วกลับมาที่นี่
เดิมทีแล้วควรแจกจ่ายโอสถพวกนี้ให้กับชาวบ้านเพื่อให้นำกลับไปต้มให้คนที่บ้านกิน ทว่าโอสถที่ได้รับมากลับต้องเก็บไว้ที่ถิงจั่งทั้งหมด
ถิงจั่งสั่งให้ทุกคนเริ่มต้มโอสถ ชาวบ้านไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องทำเช่นนี้ แต่ในเมื่อถิงจั่งสั่งดังนี้ก็ทำตามกัน
หลังจากนั้น ทุกคนก็นำโอสถมารวมกันและเริ่มต้ม
การต้มโอสถต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง โดยมีถิงจั่งคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด
เขาแอบใส่ของสิ่งหนึ่งลงในโอสถแต่ละหม้อ นี่เป็ของที่หลี่อันหรานบอกว่าให้เขาใส่เข้าไป ถิงจั่งไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อน เขาไม่รู้เช่นกันว่ามันคืออะไร ทว่าดมดูแล้วมีกลิ่นแปลกๆ พิกลนัก
หลังจากต้มเสร็จเรียบร้อยก็นำไปให้ชาวบ้านเ่าั้ดื่ม
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม อาการปวดท้องถ่ายท้องก็พลันทุเลาลง ผ่านไปอีกสองชั่วยามก็ลุกขึ้นเดินได้
