อักขระิญญาที่สามารถผสานรวมเป็หนึ่งกับพื้นผิวเดิมของตัวนำได้นั้นพบเจอได้ยากมาก อย่างน้อยสำหรับจูชิงก็มันเป็เฉกเช่นนั้น
บางทีอาจเพราะผู้เขียนอักขระเป็ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพร์ ลวดลายดั้งเดิมของอักขระบนกระดองซับซ้อนยิ่งกว่ากระไรดี ผู้เขียนอักขระจึงวาดอักขระบนกระดองเต่าเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ทว่าไม่ว่าสถานการณ์จักเป็เช่นไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนความงดงามของอักขระิญญานี้ได้ มันคืออักขระิญญาที่ลึกลับที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น!
“กระดองเต่านี้มาจากทะเลลึก ข้าพบเจอมันโดยบังเอิญ เผ่าอนารยชนไม่เข้าใจอักขระิญญา ข้าขอมอบอักขระิญญานี้แลกเปลี่ยนมิตรภาพระหว่างเ้ากับเผ่าอนารยชนก็แล้วกัน” ชายชรายิ้มเล็กน้อย
อนารยชนมีหลากหลายเผ่าพันธุ์ ส่วนใหญ่แล้วล้วนสามารถดำลงไปได้ลึกถึงก้นทะเล ซึ่งมหาสมุทรบริเวณนี้เผ่าพันธุ์วาฬป่าเถื่อนเป็เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด พวกเขาสามารถดำลงไปได้ลึกถึง 100,000 ฟุต สมบัติที่พวกเขาหาได้ล้วนแล้วราคาสูงลิบ กระทั่งวังิญญาสมุทรยังต้องจ่ายเงินซื้อด้วยเงินจำนวนมหาศาล สภาพความเป็อยู่ของวาฬป่าเถื่อนดีที่สุดในบรรดาเผ่าอนารยชน ดีถึงขั้นที่สามารถจ้างนักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์หนึ่งคนมาช่วยเหลือพวกเขา
ตามความเข้าใจของชายชรา คงเพราะวาฬป่าเถื่อนสร้างความประทับใจให้กับนักหลอมอักขระิญญาเผ่ามนุษย์ ทั้งยังหาอักขระิญญามาได้จากก้นทะเล วาฬป่าเถื่อนก็เป็อนารยชนเหมือนกับช้างป่าเถื่อน ถ้าวาฬป่าเถื่อนรับนักหลอมอักขระิญญาได้ เช่นนั้นช้างป่าเถื่อนเองก็ทำได้เหมือนกัน
สิ่งที่จูชิงกระทำนั้นได้ยืนยันการคาดเดาที่อยู่ในใจของชายชรา อักขระิญญาที่มาจากก้นทะเล สำหรับนักหลอมอักขระิญญาแล้วมันมีแรงดึงดูดที่น่าพรั่นพรึงเกินจินตนาการ
“อักขระิญญาพวกนี้น่าจะมาจากยุคดึกดำบรรพ์!” ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวจูชิง
เห็นได้ชัดว่ากระดองเต่านี้ไม่ได้สมบูรณ์นัก ดังนั้นพลังที่สามารถทำลายมันได้นั้นย่อมไม่ใช่ธรรมดา อีกทั้งกลิ่นไอบนกระดองเต่ายังเก่าแก่มากคล้ายกับไอพลังบนเกาะหลัวโหว มีความเป็ไปได้ว่ามันเกิดเสียหายในยุคสมัยดึกดำบรรพ์
มหาสมุทรกว้างใหญ่กว่าแผ่นดินหลายเท่า ในยุคดึกดำบรรพ์จักต้องมีผู้แกร่งกล้านับไม่ถ้วนเกิดในมหาสมุทรแห่งนี้!
“เ้ามีอักขระิญญาแบบนี้อีกเท่าไหร่?” จูชิงเอ่ยถาม
“ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย น่าจักเพียงพอสำหรับมิตรภาพของเ้า” ชายชรายิ้ม
“เ้าเล่ห์จริง!” จูชิงสบถในใจ ชายชราผู้นี้ต่างกับช้างป่าเถื่อนตัวอื่นมากโข ถ้าให้เขาทำตัวเป็ช้างป่าเถื่อนทั่วไป มีหวังคงถูกหลอกให้ถอดกางเกงทิ้งเป็แน่
“สหายข้ากำลังเป็ห่วงข้าอยู่ ข้าต้องบอกพวกเขาว่าข้าปลอดภัยดี” จูชิงพูด
“มันเป็ความผิดของข้าเอง ข้าจะให้ซานเอ๋อร์กลับไปบอกกับสหายเ้า ถ้าสหายเ้ายินยอม พวกเขาสามารถมาเผ่าช้างป่าเถื่อนได้ พวกเราจะดูแลพวกเขาอย่างดีในฐานะแขกคนพิเศษ” ชายชรากล่าว
“ถ้าไปทั้งแบบนั้นพวกเขาคงไม่เชื่อ เอาจดหมายข้าไปด้วยสิ” จูชิงรีบเขียนจดหมายแล้วยื่นให้กับเซี้ยงซาน
ครั้นเห็นเซี้ยงซานว่ายกลับไปเมืองสมุทร์ หนังตาของจูชิงกระตุกทันใด มีเพียงต้องดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามหาสมุทรน่ากลัวเพียงใด
“เขาว่ายกลับไปแบบนั้นไม่เป็อะไรหรือ?” จูชิงถามอย่างอดไม่ได้
“เขาคือบุตรช้างศักดิ์สิทธิ์ ผู้รับพรจากช้างศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องเป็ห่วง” ชายชราหัวเราะ
“ช้างศักดิ์สิทธิ์? ช้างศักดิ์สิทธิ์คือใครรึ?” จูชิงถาม
ชายชรายิ้มลึกลับทว่าก็ไม่ได้พูดอะไร สร้างความฉงนสงสัยให้กับจูชิงอย่างมาก
“ท่านลุงเป็นักหลอมอักขระิญญาจริงๆ หรือ?” ช้างป่าเถื่อนตัวน้อยมองจูชิงอย่างไร้เดียงสา
“ใช่ ทำไมหรือ?” จูชิงนั่งยองๆ
“ไม่ได้มีตาร้อยดวง มีสิบปากหรือ?” ช้างป่าเถื่อนตัวน้อยพูดพึมพำ
จูชิงลำบากใจเล็กน้อย “หนึ่งร้อยตา สิบปาก ใครบอกเ้า? นั่นมันสัตว์ประหลาดแล้วมิใช่หรือ?”
“ทุกคนพูดกันแบบนั้น พวกเขาบอกว่านักหลอมอักขระิญญาเป็ผีดูดเืที่น่ากลัวที่สุดในเผ่ามนุษย์ แม้เป็ช้างป่าเถื่อนที่แข็งแกร่ง ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้านักหลอมอักขระิญญาก็จักต้องถูกดูดเืจนหมดตัว” ช้างป่าเถื่อนน้อยพูด
“พูดอะไรเหลวไหล ทำไมพวกเ้าถึงคิดอะไรแบบนั้น?” จูชิงมองชายชรา
ชายชราเองก็หมดหนทางเกี่ยวกับเื่นี้ ยิ่งนักหลอมอักขระิญญาลึกลับมากเท่าไหร่ อนารยชนก็ยิ่งอยากรู้มากเท่านั้น เมื่อมองไม่เห็นความนึกคิดในจินตนาการก็ยิ่งเหลือล้ำ ส่งผลให้นักหลอมอักขระิญญากลายเป็สัตว์ประหลาด ถึงเขาจักเป็นักปราชญ์ช้างป่าเถื่อน ก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของช้างป่าเถื่อนได้
จูชิงยิ้มเจื่อน มันยุติธรรมหรือที่อยู่ๆ เขาก็กลายเป็สัตว์ประหลาดโดยไม่มีเหตุผล
สองชั่วยามผ่านไปเซี้ยงซานก็กลับมา ทว่าคราวนี้เขามิได้ว่ายน้ำกลับมา แต่กลับมากับเรือล่าสัตว์ ส่งเสียงเอะอะมะเทิ่งด้วยความตื่นเต้น!
บนเรือมีซินต้าลี่ ซินต้าซาน แล้วก็ซินิจู ครั้นพวกเขาเห็นจูชิงพวกเขาก็รู้สึกโล่งใจที่เห็นว่าจูชิงปลอดภัยดี!
“พวกเราใแทบแย่ คิดว่าเ้าถูกช้างป่าเถื่อนกินเข้าไปแล้วซะอีก” ซินิจูตบหน้าอกของตัวเองมองจูชิงอย่างหวาดผวา
“ใครบอกพวกเ้าว่าช้างป่าเถื่อนกินคน?” จูชิงกลอกตา
“คนเมืองสมุทร์บอกน่ะสิ พวกเขาบอกว่าไม่ใช่แค่ช้างป่าเถื่อน อนารยชนเผ่าอื่นก็กินคนเหมือนกัน” ซินิจูมองช้างป่าเถื่อนน้อยที่ขี่คอจูชิงอยู่
“พวกเ้าช้างป่าเถื่อนกินคนด้วยหรือ?” จูชิงเงยหน้าถามช้างป่าเถื่อนตัวน้อย
“พวกเราไม่ได้กินคนซะหน่อย!” ช้างป่าเถื่อนน้อยเม้มปาก
“จินหยางล่ะ ทำไมข้าไม่เห็นเขาเลย?” จูชิงพบว่าจินหยางไม่อยู่บนเรือล่าสัตว์
“เขาเป็เ้าของหมู่เกาะนักล่า ไม่เหมือนกับพวกเราเสียหน่อย” ซินต้าลี่แค่นเสียง
“เกิดอะไรขึ้น?” เขาเพิ่งจากมาไม่กี่ชั่วยาม ไม่น่ามีเื่อะไรแปลกๆ เกิดขึ้นกระมัง
ซินิจูอธิบายรวบรัด ยามนี้จินหยางเข้าร่วมกับตระกูลฮว๋างกลายเป็แขกของตระกูลฮว๋างแล้ว
จินหยางเป็ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้า ถึงเป็เมืองสมุทร์ก็นับว่าเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ หากเขา้าเข้าร่วมตระกูลฮว๋าง แน่นอนว่าพวกเขายินดีต้อนรับอยู่แล้ว
ในมุมมองของซินต้าลี่ ถ้ามิใช่เพราะจูชิง ถ้ามิใช่เพราะสกุลซิน จินหยางจะออกมาจากเกาะนักล่ามายังเมืองสมุทร์ได้อย่างไร แต่เขาพอข้ามแม่น้ำได้ก็รื้อสะพานทิ้ง เข้าร่วมกับตระกูลฮว๋างไม่สนใจใยดีพวกเขา
“ลางเนื้อชอบลางยา อีกทั้งความสัมพันธ์ของพวกเราก็เป็แบบพึ่งพาอาศัยกันั้แ่แรก เขาย่อมมีเส้นทางของตัวเอง ถ้าเขาจะไปเราก็ไม่สามารถหยุดเขาได้” จูชิงยิ้มบางๆ เขาไม่ได้สนใจเื่นี้
“เ้าจะอยู่ที่นี่รึ?” ซินิจูมองเหล่าช้างป่าเถื่อนที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง
“ข้าน่าจะอยู่ที่นี่สักพักหนึ่ง ส่วนคลังสมบัติลับที่จะเริ่มพรุ่งนี้ พวกเ้าสามคนมุ่งหน้าไปก่อนเลย เซี้ยงซานจะไปส่งพวกเ้าเอง” จูชิงกล่าว
“เ้าไม่ไปหรือ? นั่นมันคลังสมบัติลับเชียวนะ โอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต เ้าจะพลาดทั้งแบบนี้เลยรึ?” ซินิจูไม่พอใจ
“ข้าเจอสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคลังสมบัติลับ!” จูชิงหยิบกระดองเต่าออกมา
“อักขระิญญา!” ซินิจูใมาก สำหรับนักหลอมอักขระิญญาแล้ว ไม่มีอะไรที่สำคัญไปมากกว่าการได้ค้นพบอักขระิญญาใหม่แล้ว
“ถ้าพวกเ้าเจออักขระิญญาในคลังสมบัติลับ เอามาขายให้ข้าได้ ข้าจะให้ค่าตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อ” จูชิงพูด
“อาจารย์ พูดอะไรออกมา ค่าตอบทงตอบแทนอะไรกัน ถ้าไม่มีอาจารย์พวกเราก็คงยังอยู่บนเกาะนักล่า หากข้าเจออักขระิญญา ข้าจะเอามาให้เอง” ซินต้าซานพูดด้วยความแน่วแน่
เซี้ยงซานะโขึ้นเรือล่าสัตว์ไปเล่นคันศรั์ มันเป็อาวุธที่มนุษย์ใช้สังหารสัตว์อสูรทะเลได้ นั่นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจยิ่งยวด
ซินิจูยิ้มให้กับเซี้ยงซานแล้วสาธิตวิธีใช้คันศร เพียงผสานลมปราณเล็กน้อย ลูกศรพุ่งผ่านอากาศทะลวงเข้ากลางลำตัวสัตว์อสูรทะเลตัวหนึ่ง มันดิ้นทุรนทุราย โซ่เหล็กกระทบกระทั่งดังไม่หยุด ทว่าโซ่เหล็กนั้นมีอักขระิญญาสลักอยู่ ความแข็งแกร่งน่าสะพรึงเกินพรรณนา
เมื่อเรือล่าสัตว์ลากปลากระโทงดาบยาว 100 ฟุตขึ้นฝั่ง บรรดาช้างป่าเถื่อนกู่ร้องเอ็ดอึง นี่หรือพลังของเรือล่าสัตว์เผ่ามนุษย์!
เซี้ยงซานกู่ร้องเช่นเดียวกัน ปลากระโทงดาบเป็สัตว์อสูรขั้นสร้างลมปราณจึงสังหารมันได้อย่างง่ายดาย ทว่าในเผ่าช้างป่าเถื่อนมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถล่าปลาประโทงดาบได้ด้วยตัวคนเดียว และถึงแม้จักทำสำเร็จ แต่ก็ต้องาเ็สาหัสหรืออาจเสียชีวิต
ซินิจูมีขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำกว่าเซี้ยงซานมากกว่าหนึ่งขั้นพลังย่อย ทว่านางกลับสังหารปลากระโทงดาบได้ในพริบตา!
พอเซี้ยงซานคิดว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จักได้เรือแบบนี้สิบลำ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหว!
“มนุษย์เป็เผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังเสียจริง!” ชายชราชื่นชมอย่างอดไม่ได้
ช้างป่าเถื่อนลากปลากระโทงยาว 100 ฟุตขึ้นฝั่ง สตรีชาวช้างป่าเถื่อนหลายคนดึงหนามแหลมบนหัวของปลากระโทงดาบออกอย่างชำนาญ มันเป็ศัสตราวุธอย่างหนึ่งที่ช้างป่าเถื่อนได้มาจากสัตว์อสูรทะเล
หนามแหลมคมของปลากระโทงดาบสามารถนำมาทำเป็หอก เป็อาวุธที่ช้างป่าเถื่อนใช้กันทั่วไปในการล่าสัตว์ เมื่อรวมกับพลังอันน่าทึ่งของพวกเขาแล้ว หนามแหลมสามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสัตว์อสูร
จูชิงหักหนามแบ่งเป็สองส่วน ขณะนั้นเขาพบว่าหนามนั่นทั้งเหนียวและยืดหยุ่นมาก น่าจักเป็วัสดุที่ดีสำหรับทำคันธนูและลูกธนู
เขาเก็บหนามลงไปในถุงเอกภพ ถ้ามีเวลาเขาจะลองหลอมธนูยิงตะวัน วิชาของ《เคล็ดวิชา์าหลัวโหว》ดู อยากรู้ว่ามันจักทรงพลังเพียงใด
จูชิงอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งภายใต้การจัดการของช้างป่าเถื่อนโดยมีช้างป่าเถื่อนคุ้มกันอยู่ข้างนอก ไม่จำเป็ต้องกังวลเื่ความปลอดภัย
จนถึงตอนนี้จูชิงก็หยิบกระดองเต่าออกมา พินิจพิจารณาสังเกตดูอักขระ!
“ครืนนน!” ม่านตาของจูชิงหดเล็กเท่ารูเข็ม เขาเห็นหญ้าแห้งบนกระดองเต่า ทันใดนั้นมวลอากาศถูกฟันจนขาดหาย!
“เป็กระบี่ที่แข็งแกร่งมาก!” จูชิงถึงกับใจหาย เห็นได้ชัดว่ามันเป็แค่หญ้าแห่ง ทว่าเจตจำนงกระบี่กลับเหนือชั้นยิ่งกว่าศัสตราวุธิญญาส่วนใหญ่เสียอีก!
“อั่ก!” จูชิงจับหน้าอกตัวเอง ฝีเท้าเหยียดถอยหลัง ลำแสงสาดส่องเข้าที่ตาของเขา!
“แย่ล่ะสิ!” จูชิงใมาก ยามนี้เขามองไม่เห็นอะไรเลยคล้ายกับว่าตาบอดเพราะแสงนั่น!
