แม้ยามกลางวันแสงตะวันจะทำให้อากาศเริ่มอุ่น ทว่ายามค่ำคืนหิมะกลับตกหนักเพิ่มทวีความหนาวเหน็บ ทั่วทั้งเมืองต่างตกอยู่ในความเงียบสงบไร้ผู้คนพลุกพล่าน
ทว่าทางด้านจวนตระกูลเจียงที่ควรจะเป็เช่นนั้น ในความมืดกลับมีเงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านเหล่าองครักษ์คุ้มกัน มุ่งสู่เรือนสตรีอันเป็ที่รักของเ้าของจวนด้วยความรวดเร็ว เสียงฝีเท้าแ่เบาเดินลัดเลาะเข้าหาจุดหมาย ที่ไม่ทราบถึงบุคคลแปลกปลอบที่ได้ลักลอบเข้ามา
หลังจากวันนั้นที่เขาได้มาเห็นความลับของหญิงสาว เขาก็ไม่ได้กลับมาหานางดั่งที่กล่าวไว้ เหตุเพราะต้องจัดการเื่วุ่นวายต่าง ๆ ในเมืองหลวงที่เขาไม่อยู่มานานให้แล้วเสร็จ จนเวลาล่วงผ่านเป็สัปดาห์
ไม่รู้นางยังจำสิ่งที่เขา้าอยู่ได้หรือไม่
ั์ตาสีเข้มมองสำรวจร่างบางภายในผ้าห่มผืนหนา ยามนี้ใบหน้าสวยดูไร้พิษภัย ั์ตาดอกท้อคู่งามปิดสนิท ริมฝีปากบางอมชมพูขยับขึ้นลงเล็กน้อย ไม่รู้ในห้วงฝันนางกำลังพบเจอสิ่งใด
ระหว่างที่เขากำลังจ้องมองอยู่นั้น ร่างบางที่ถูกผ้าห่มผืนหนาห่อหุ้มไว้ กลับเริ่มขยับถีบผ้าห่มออกจนสาบเสื้อตัวบางที่นางสวมใส่อยู่ เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวเนียนผุดผ่อง แม้อาศัยเพียงแสงจันทร์ที่รอดผ่านช่องไม้ ั์ตาคมเข้มของเขากลับยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
"อากาศเย็นเช่นนี้ กลับใส่เพียงเสื้อตัวบาง ไม่รู้จักรักษาสุขภาพ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตำหนิในลำคอ ก่อนมือใหญ่จะยื่นจับชายผ้าห่มหวังจะดึงกลับมาคลุมกายให้นางดังเดิม
"อื้มมม ใคร เข้ามาได้ยังไง ใครก็ดะ อื้อออ" เยว่ซินที่กำลังหลับลึกอยู่ในห้วงฝัน อยู่ ๆ นางกลับรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย กระทั่งดวงตาเรียวลืมขึ้น ท่ามกลางความมืดสนิท ก็พบเข้ากับเงาร่างหนาที่ทำท่าจะทาบทับนาง
ความตื่นกลัวทำให้ร่างบางลุกขยับถอยหนี ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็ผู้ใด เงานั้นกลับพุ่งเข้าหานาง ใช้ริมฝีปากร้อนประกบปิดปากนาง ไม่ให้ส่งเสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือ
ยามเยว่ซินดิ้นร้นขยับริมฝีปากพยายามส่งเสียง กลับเปิดทางให้เรียวลิ้นร้อนดุดดันแทรกเข้ามาในโพรงปาก รุกเร้าดูดดึงเรียวลิ้นเล็กจนยากจะหลุดพ้น ยิ่งนางขยับริมฝีปากสะบัดใบหน้าหนี กลับเหมือนยิ่งทำให้คนร้ายดูดดึงเรียวลิ้นนางได้ง่ายยิ่งขึ้น
ฝ่ามือใหญ่กอดรัดร่างบางไว้แน่น ทั้งยังป้อนจุมพิตรุนแรงจนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงรสคาวในโพรงปาก คนชั่วผู้นี้ไม่คิดจะให้นางได้หยุดพักหายใจ จนหญิงสาวอ่อนแรงหยุดขัดขืนได้แต่เคล้มตามกับรสจูบที่เขามอบให้
คราแรกห่าวหรานเพียงคิดจะปิดปากไม่ให้นางส่งเสียง ทว่าเมื่อได้ลิ้มรสริมฝีปากบางอ่อนนุ่ม โอบกอดร่างบางััผิวกายหอมหวาน ทำให้เขายากจะถอดตัวออกได้
ครั้นยิ่งร่างบางดิ้นร้น เสื้อคลุมที่สวมใส่ไว้ยิ่งหลุดร่วงเหลือเพียงเอี้ยมสามเหลี่ยมตัวบาง ฝ่ามือร้อนไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสลูบไล้ทั่วผิวเนียน รุกล้ำล้วงเข้าบีบเคล้นก้อนเนื้อนิ่ม ปลายนิ้วบีบขยี้ยอดถันปลุกเร้า
ััจากฝ่ามือหยาบกระด้างทำให้หญิงสาวเคลิบเคลิ้มไปชั่ววูบ ก่อนจะดึงสติกลับมาอีกครั้ง กำฝ่ามือเล็กยกขึ้นทุบประท้วงให้เขาหยุดมือลง ทั้งที่ริมฝีปากนางยังถูกเขาดูดดึงไม่รู้จบ
ถึงหญิงสาวจะรู้สึกว่ากำลังดิ้นรนสุดแรง แต่กลับไม่สามารถดันร่างหนาที่กอดรัดนางอยู่ให้ถอยห่างได้ หัวใจนางเต้นรัวด้วยความตื่นกลัว ปลายหางตาคู่สวยเริ่มมีน้ำใสไหลริน
"อย่าร้องเด็กดี ข้าเอง ข้าเอง" สติของห่าวหรานกับมาอีกครั้ง เมื่อร่างบางเริ่มสะอื้นไห้จนทั้งร่างสั่นโยน
ชายหนุ่มยอมละจากริมฝีปากบาง เอ่ยปลอบประโลมบอกกล่าวให้นางรู้ว่าเขาเป็ผู้ใด
"คนชั่วทำเช่นนี้ได้อย่างไร ทำให้ข้ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไร" แม้จะอยู่ในความมืดทั้งไม่ได้เอ่ยนาม แต่จากน้ำเสียงทำให้เยว่ซินรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็ผู้ใด
หญิงสาวจึงทั้งรู้สึกโล่งอก และรู้สึกโกรธเคืองในเวลาเดียวกัน
ห่าวหรานปล่อยให้มือเล็กกำทุบหน้าอกแกร่งทั้งหมดแรงที่นางมี นิ้วเรียวยาวยังคอยช่วยเช็ดซับน้ำใสที่ยังไม่หยุดไหลริน และดูเหมือนจะมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น จนหญิงสาวเริ่มอ่อนแรงถึงจัดการช้อนอุ้มนางขึ้นมาไว้บนตักแกร่ง ใช้ลำ แขนกอดรัดร่างบางไว้แน่น
"ท่านแม่ทัพ ท่านเป็ทหารมิใช่หรือ เหตุใดถึงกลายเป็โจรเด็ดบุปผาไปเสียได้"
ร่างหนาไม่รู้จะตอบคำถามหญิงสาวอย่างไร เพราะเขากระทำดั่งที่นางกล่าวจริง ๆ เขากลายเป็โจรเด็ดบุปผา บุกรุกเข้าห้องสตรีในยามวิกาล
ทั้งบุปผานั้นก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็บุตรสาวสุดที่รักของสหายเขาอีกด้วย
"ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ" เมื่ออีกฝ่ายไม่โต้เถียง เยว่ซินจึงก่นด่าเขาต่อจนลำคอเริ่มแหบแห้ง ถึงได้รู้สึกว่ากำลังถูกเขากอดรัดอยู่ทั้งที่ร่างกายนางยังไม่ได้สวมอาภรณ์ให้ดี ทำให้ลำแขนเขาััยอดถันนางเพียงแค่ผ้าที่เขาสวมไว้กั้นเท่านั้น
และที่สำคัญ หญิงสาวััได้ถึงบางสิ่งที่กำลังนั่งทับอยู่ มันขึ้นลำแข็งดุนดันจนทิ่มก้นนาง
ใบหน้าสวยเริ่มเห่อร้อนขึ้นสีแดงก่ำ ทำให้นางนึกถึงการกระทำของเขาก่อนหน้านี้ ที่เขาทั้งจุมพิตดูดดื่ม ทั้งบีบเคล้นปทุมถัน ร่างบางจึงเริ่มขยับดิ้นขลุกขลักให้เขาปล่อยนางออก
แต่เหมือนกับยิ่งทำให้ลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกอดรัดนางมากยิ่งขึ้น
"เหตุใดต้องเขินอาย ไม่ใช่ว่า..." แสงจันทร์ทำให้ห่าวหรานเห็นใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ แสดงว่านางกำลังเขินอายเขาอยู่
ไม่ใช่นางชำชองเื่เช่นนี้หรอกหรือ
"ไม่ใช่อันใด ถึงข้าจะชอบวาดภาพวสันต์ ชอบดูการเสพสังวาสของผู้อื่น แต่ใช่ว่าข้าจะต้องเคยกระทำเองเสียเมื่อไหร่ ทั้งจูบนั่นยังเป็..." เยว่ซินอ้ำอึ้งกระดากอายที่จะบอกว่าจุมพิตเมื่อครู่ เป็ครั้งแรกของนาง
ปฎิกิริยาของหญิงสาวทำให้ห่าวหรานหัวเราะออกมาด้วยความพึงใจ ที่แท้สตรีที่วาดภาพวสันต์ออกมาได้อย่างเร่าร้อน กลับยังเป็เพียงสตรีบริสุทธิ์ ที่ไม่เคยแม้กระทั้งถูกจุมพิตกระนั้นหรือ
"ไม่ต้องห่วง ข้าจะรับผิดชอบเ้าอย่างแน่นอน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยด้วยความจริงจัง เขาเป็บุรุษย่อมรับผิดชอบการกระทำตนเองแน่นอน
"ผู้ใดอยากให้ท่านรับผิดชอบกัน ปล่อยข้าได้แล้ว ไม่ใช่ว่าวันนี้ท่านจะมารับภาพวาดหรอกหรือ ข้าจะได้ไปเอามาให้"
"ข้าบอกให้เ้าเรียกแทนตนเองว่าอย่างไร ลืมแล้วหรือ" ฝ่ามือร้อนลูบไล้ผิวเนียนก่อนจะดึงเสื้อคลุมขึ้นมาปิดผิวกายให้ร่างบาง แม้ใจจริงเขาอยากจะกระชากออกก็ตามที
"เอาละ ๆ ครั้งนี้ข้าจะยอมเ้า แต่ต่อไปหากเ้าไม่ยอมเปลี่ยน ข้าจะใช้วิธี...เป็การทำโทษเ้า" ห่าวหรานก้มลงจุมพิตริมฝีปากร้อนลงซอกคอขาว ให้รู้ว่าเขาจะลงโทษนางเช่นไร
ทว่าเขาก็ไม่ได้ทำตามใจหมายได้นานนัก เมื่อร่างบางขยับถดหนี ดวงตาเรียวจ้องมองเขาแทบอยากจะฉีกเืฉีกเนื้อให้ขาด
ห่าวหรานจำต้องยอมปล่อยให้ร่างบางลุกออกจากตักตน อาศัยแสงจันทร์เฝ้ามองหญิงสาวแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนที่นางจะเดินลับหายไปชั่วครู่ ถึงกลับมาพร้อมม้วนกระดาษในมือ
"รับไปสิ ภาพที่ท่าน้า"
