เมื่อจวินมู่ซีเห็นสีหน้าเศร้าใจปนกลัดกลุ้มของไป๋จื่อจิน เขายิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องมากขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อนผู้มีจิตใจฮึกเหิมผู้นี้วันๆ เอาแต่คิดว่าน้องสาวของตนอ่อนแอ จำเป็ต้องได้รับการปกป้อง แต่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้ใด สตรีเ่าั้จะเป็คู่ต่อสู้ของนางได้อย่างไร โดยเฉพาะไป๋ชิงโหรวนั่น โง่เง่าอย่างกับอะไรดี
อย่างไรก็ตาม เขากำลังคิดหาวิธีระบายความโกรธแทนภรรยาที่ยังมิได้แต่งเข้าคนนี้
ถึงกับกล้าะโเสียงดังใส่ภรรยาของตน ท่าทางจะกินจนอิ่มแล้วไม่มีอันใดทำแล้วกระมัง
“แล้วเ้าเล่า เหตุใดถึงได้มาขอน้องหญิงของข้าแต่งงานกัน”
ทันใดนั้น ไป๋จื่อจินพลันเงยหน้าขึ้นมองจวินมู่ซีด้วยดวงตาเรียวยาว แววตาของเขาส่องประกายเย็นเฉียบและข่มขู่คุกคาม
ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าแววตานี้แฝงไปด้วยกลิ่นอายนองเืจนทำให้จวินมู่ซีเก็บรอยยิ้มเ้าเล่ห์บนใบหน้าไว้ทันที เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางไม่จริงจังว่า
“เ้า... อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้ น่ากลัวจะตายชัก” จวินมู่ซีหดคอลง เสื้อผ้าสีแดงของเขาดูส่องประกายทิ่มแทงสายตา ทว่ายามที่เขาสวมกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ช่างน่าแปลกประหลาดเหลือเกิน
“พูด!” ไป๋จื่อจินไม่หลงไปกับเล่ห์กลในครั้งนี้ของเขา
สหายของเขาคนนี้ไม่เลวนัก นิสัยน่ะหรือ ไม่จำเป็ต้องพูด ทว่าชื่อเสียงของเขานั้นไม่ดี เขาทิ้งชื่อไว้ในแหล่งมั่วโลกีย์มากมาย อีกทั้งมักจะมีเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งเพราะรูปโฉมที่งดงามของเขา โลกภายนอกเล่าลือว่าเขาเ้าชู้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าจวินมู่ซียังคงรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ได้ แม้ว่าเขาจะชอบเข้าไปพัวพันกับคนเหล่านี้ ทว่าก็เพียงเพื่อผลประโยชน์และเส้นทางของตนเองเท่านั้น อีกทั้งสหายผู้นี้ยังไม่มีสหายที่เป็สตรี ไม่ว่าอย่างไรกับใครต่างล้วนรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเอาไว้
อีกทั้งตัวเขาเองย่อมเข้าใจได้ชัดเจนมากที่สุด ั้แ่เล็กจนโต สหายผู้นี้ของเขาไม่มีสตรีในดวงใจเลยแม้แต่คนเดียว
เพียงเพราะตนรู้ว่าเขาเป็คนดี ดังนั้นไป๋จื่อจินจึงยังไม่ะเิโทสะ ทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าตนไม่สนใจ
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ ก็มีข่าวเื่การหมั้นหมายของน้องหญิงออกมา อีกทั้งยังเป็สหายผู้นี้ของเขา
“ข้ามิได้หลอกลวงน้องสาวเ้า” จวินมู่ซีรีบแก้ตัว ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง
ไร้สาระ ไป๋จื่อจินยามลงมือไม่เคยไว้ไมตรีผู้ใด โดยเฉพาะยามที่ลงมือเพื่อน้องสาวของเขา ไม่แน่ว่าเขาอาจทุบตีตนเองจนตายก็เป็ได้
ไป๋จื่อจินวางจอกชาลง มองจวินมู่ซีด้วยสายตาเ็า ริมฝีปากบางของเขาเปิดขึ้น ก่อนจะปิดลง "เป็เื่ที่เกิดขึ้นั้แ่เมื่อใด เหตุใดเ้ากับน้องหญิงของข้าถึง... แค่กๆ ถูกตาต้องใจกันได้”
ในฐานะพี่ใหญ่ เขาไม่อาจพูดถึงเื่ที่เกี่ยวกับกลยุทธ์ลอบตีเฉินชัง [1] ออกมาได้
ถ้าหากสหายรักจริงใจอยากแต่งงานจริงๆ อีกทั้งน้องสาวของเขาก็มีใจ้าจะแต่งงานเช่นกัน
หากทั้งสองมีใจให้กันและกัน เขาย่อมสนับสนุน
ทว่าถ้าหาก...
เมื่อเห็นไป๋จื่อจินเป็เช่นนี้ จวินมู่ซีก็พูดอย่างเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันทีว่า “มันไม่ใช่การละเล่นของเด็กอย่างแน่นอน ข้าขอนางแต่งงาน ข้าย่อมดีกับนางแน่นอน ข้าจะไม่รับอนุหรือสาวรับใช้อุ่นเตียง นางระบำหรือหญิงคณิกาก็ล้วนไม่มีทางรับเช่นกัน”
ไป๋จื่อจินไม่พูดอันใด ทว่าดวงตาของเขาค่อยๆ หรี่ลง...
จวินมู่ซีถูกมองจนหนังศีรษะชา ความในใจเล็กๆ นั่นเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว ทว่าน่าเสียดายที่ถูกฝังกลบมาโดยตลอด กอปรกับไป๋เซียงจู๋ดูไม่มีท่าทีจะสนใจเขา มักจะหลบอยู่ในจวนตระกูลไป๋ไม่ยอมออกมา เหตุให้พัฒนาความสัมพันธ์ช่างน้อยนิดจนเขาคิดว่านางหาได้มีใจให้ แม้ว่าจะหงอยเหงาเศร้าสร้อย แต่ก็เป็เื่ที่พอจะยอมรับได้เช่นกัน
จนกระทั่งเขาได้รับจดหมายด่วนจากหลงจู้หลี่ และรู้ว่านางกำลังวิ่งเต้นไปยังทุกหนทุกแห่ง ดูเหมือนว่านาง้าจะแต่งงาน เขาจึงไม่อาจนั่งนิ่งได้อีก ต่อมาเขาได้รู้ว่าเหล่าชนชั้นสูงรังเกียจรังงอนนางและเลือกมาก เขาก็ยิ่งโมโหจนอยากจะลากคนที่ว่ากล่าวนางออกมาทุบตีให้ตายเลยทีเดียว
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ลอบยินดี โอบกอดการตัดสินใจที่ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือการถูกปฏิเสธนั้น เขียนหนังสือไปถึงจวนไป๋เพื่อขอเจรจาเื่งานแต่ง และในที่สุดการทำงานหนักก็สำเร็จลุล่วงสมดั่งใจปรารถนาแล้ว
สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือ... นางเห็นด้วย และจวนไป๋ก็เห็นด้วยเช่นกัน
ยามนี้รอตรวจดวงชะตา แลกของแทนใจ นางก็สามารถแต่งงานกับเขาได้แล้ว...
ไป๋จื่อจินมองดูท่าทางจริงจังของสหาย หัวใจของเขาก็สบายใจขึ้นเรื่อยๆ เขาเหยียดขาก่อนจะเตะคนอีกฝั่ง ทันใดนั้นจวินมู่ซีก็ะโโหยงกรีดร้องด้วยความเ็ปขึ้นมาทันที
“เ้ายัง้าเลี้ยงสาวใช้อุ่นเตียง? นางระบำหรือหญิงคณิกา? เ้าอยากตายหรือ?”
ยามที่เอ่ยก็ยกมือขึ้นเพื่อตีจวินมู่ซี
ไป๋จื่อจินผู้ซึ่งปกป้องน้องสาวของเขาอย่างสุดความสามารถจะไม่ยอมให้น้องสาวสุดที่รักของเขาถูกทำร้ายแม้แต่นิดเดียว หากอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่จวินมู่ซีสหายของเขาแล้วล่ะก็ เขาก็คงจะไม่ทนจนถึงตอนนี้
จวินมู่ซีเห็นดวงตาที่เย็นะเืของไป๋จื่อจินแล้ว เขาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ยกมือขึ้นก่อนจะร้องะโว่า "ไม่ ไม่ ไม่ ข้าจะกล้าได้อย่างไร"
"เฮอะ"
ไป๋จื่อจินมองออกไปนอกหน้าต่างและไม่สนใจเขาอีก ทว่าในสมองของชายหนุ่มกลับกำลังขบคิดเื่นี้อย่างหนัก หากเป็ความปรารถนาของน้องสาวเขาจริงๆ เขาก็ทำได้แค่เพียงสนับสนุน ไป๋จื่อจินรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อยเมื่อคิดถึงน้องน้อยที่คอยตามหลังเขาต้อยๆ กำลังจะแต่งงาน
.....
อีกด้านหนึ่งไป๋เซียงจู๋มองไปที่ใบหน้าขาวซีดของไป๋ชิงโหรว หัวใจของนางเปี่ยมไปด้วยความเ็า
อวี๋ซื่อรีบยอมรับความผิดพลาดทันที นางกล่าวว่า "เป็ลูกสะใภ้ที่สอนผิดเอง โหรวเอ๋อร์ ยังไม่รีบมานี่อีก!"
ไป๋ชิงโหรวรู้สึกเจ็บช้ำ หลังจากที่นางเสียท่า อีกทั้งยังโดนด่า นางก็โมโหจนต้องกระทืบเท้า ยังจะมีเหตุใดอันใดได้อีก “ท่านแม่ คนผู้นี้เหยียบย่ำ—”
ก่อนที่นางจะพูดจบ อวี๋ซื่อพลันตบนางหนึ่งฉาด “ยังไม่รีบหุบปากอีก!"
เื่ที่จะจัดการกับไป๋เซียงจู๋ลับหลังอย่างไรย่อมเป็เื่หนึ่ง ทว่าต่อหน้าฮูหยินเฒ่าแล้วจะพูดคำว่า ‘นางแพศยา’ ออกไปได้อย่างไร บุตรสาวของนางถูกนางตามใจจนเสียคนแล้ว
สิ่งที่ไป๋ชิงโหรวพูดออกมานั้นย่อมเข้าหูฮูหยินเฒ่าแน่ นางพลันพูดอย่างเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “จากนี้ไป จงคัดอักษรคำสอนหญิงให้ข้าร้อยจบ และเ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกจนกว่าเ้าจะทำเสร็จ! ลูกสะใภ้ เ้ายังไม่รีบพานางเข้าไปอีกหรือ อย่าทิ้งให้นางทำตัวขายหน้าอยู่ที่นี่ต่อ!”
“เ้าค่ะ” อวี๋ซื่อรีบลากไป๋ชิงโหรวเข้าไปในจวนทันที
ไป๋ชิงโหรวปิดหน้าร้องไห้ด้วยความเ็ป นางจ้องเขม็งไปที่ไป๋เซียงจู๋อย่างโกรธเคือง
ภายในใจของไป๋เซียงจู๋ลอบยิ้มอย่างเ็า
ในใต้หล้านี้ผู้ใดจะแพศยาหรือไม่นั้น มิได้ขึ้นอยู่กับคนรอบข้าง แต่ขึ้นอยู่กับตัวนางเอง!
นางพาตู้เจวียนไปยังหออี้ผิ่น
ทว่ารถม้าของมู่จื่อรั่วกลับติดตามนางมาอย่างตั้งใจแต่ก็เหมือนกับมิได้ตั้งใจ
“คุณหนู เหตุใดรถม้าของจวนตระกูลมู่ถึงตามเรามาเล่าเ้าคะ”
ตู้เจวียนเห็นความแปลกประหลาดของรถม้าที่อยู่ด้านหลัง นางพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาเป็อย่างยิ่ง
ไป๋เซียงจู๋หยักโค้งริมฝีปากเป็รอยยิ้ม มู่จื่อรั่วผู้นี้ชอบตามนางเป็อย่างยิ่ง แน่นอนว่านางเห็นชายสองคนกำลังคุยกันอยู่ไม่ไกล และมองนางด้วยสายตาที่มุ่งร้ายเป็อย่างยิ่ง
นี่กำลังหาเื่นางหรือ? ไม่เป็ไร ทุกวันนี้เื่ราววุ่นๆ ลดไปเยอะแล้ว อีกทั้งพิษที่อยู่ในมือของนางก็ไม่มีหนูทดลองให้ทดสอบด้วย
“ไม่ต้องไปสนใจนาง รีบไปกันเถิด”
ไป๋เซียงจู๋เดินอย่างรวดเร็วไปยังถนนอีกสายหนึ่งพร้อมกับตู้เจวียน
แล้วชายสองคนในซอยก็ขยิบตาให้กัน ก่อนจะเริ่มลงมือ
ไป๋เซียงจู๋ค่อยๆ หวนนึกถึงเื่ราวของชีวิตในอดีตทุกๆ เื่ นางมักจะพบกับพวกอันธพาลยามที่เดินบนถนน ทว่าชาติที่แล้วนางมีดวงหน้าอัปลักษณ์ ย่อมทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้นาง พวกเขาทำเพียงแค่ด่าว่าและรังแกที่นางน่าเกลียด เสียดสีเยาะเย้ยจนกระทั่งลงแรงตบตี
ยิ่งเื่มากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งไม่กล้าออกไปไหน ประกอบกับการเกิดใหม่ในชีวิตนี้ นางมองเห็นอะไรหลายๆ อย่างได้ชัดเจนขึ้น หญิงสาวคิดว่าคงเป็เพราะมีคนวางแผนลับหลังนาง ดังนั้นแล้วเื่ราวลำบากรบกวนจิตใจนี้จึงเกิดขึ้นกับนาง
ดียิ่ง วันนี้นางจะเชือดไก่ให้ลิงดู
ไป๋เซียงจู๋ไม่รีบเร่งไปหาจวินมู่ซีอีกต่อไป แต่เดินเตร่ไปกับตู้เจวียนอย่างไร้จุดหมาย
มู่จื่อรั่วที่ตามหลังมาไกลๆ มองไปที่ใบหน้ามีเสน่ห์ของไป๋เซียงจู๋ที่ซ่อนอยู่หลังหมวกทรงสูง นางกัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชัง ดวงหน้านั้นช่างงดงามล่มเมือง นางต้องทำลายมัน ทำลายชื่อเสียงของนาง อย่าคิดว่าตระกูลจวินจะ้ารองเท้าพังๆ [2] เช่นนาง
เชิงอรรถ
[1]暗度陈仓 กลยุทธ์ลอบตีเฉินชัง เป็หนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการใช้โอกาสที่ฝ่ายศัตรูตัดสินใจที่จะรักษาพื้นที่เขตแดนของตนไว้ และแสร้งทำเป็นำกำลังทหารบุกเข้าโจมตีทางด้านหน้า แต่ลอบนำกำลังทหารบุกเข้าโจมตีในพื้นที่เขตแดนที่ฝ่ายศัตรูไม่ทันคาดคิดและสนใจวางแนวกำลังป้องกัน
[2]破鞋 รองเท้าพังๆ เป็คำแสลงหมายถึงผู้หญิงแพศยา มั่วผู้ชาย
