บทที่ ๖ : ยาดมตราโป๊ยเซียน (เวอร์ชันทำมือ)
ณ ตำหนักฉือหนิง (ตำหนักฮองไทเฮา)
(่เวลา: ยามเว่ย - บ่ายคล้อย)
ความโกลาหลวุ่นวายเกิดขึ้นกลางวังหลวง เมื่อ ฮองไทเฮา ผู้เป็ดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน จู่ๆ ก็เกิดอาการประชวรลึกลับ
“ลมจับ! ไทเฮาลมจับ!”
นางกำนัลหวีดร้องเสียงหลง ร่างท้วมของไทเฮานอนแผ่หลากองอยู่บนตั่งทองคำ พระพักตร์ซีดเผือด หายใจรวยริน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก
เหล่าหมอหลวงชราภาพห้าคนวิ่งหัวชนกันวุ่นวาย ต่างคนต่างแย่งกันจับชีพจร บ้างก็ฝังเข็ม บ้างก็สั่งต้มยาขมปี๋กลิ่นเหม็นเขียวตลบอบอวล
“ชีพจรอ่อนแรง... ไฟธาตุแตกซ่าน... ต้องดื่มน้ำดีงูผสมเขากวางอ่อน!” หัวหน้าหมอหลวงวินิจฉัย
“ไม่! ต้องดื่มรากบัวต้มเกลือต่างหาก!” อีกคนเถียง
ฮ่องเต้หลี่เฉินที่รีบเสด็จมาดูพระอาการ ยืนกุมขมับด้วยความเครียด เสียงหมอหลวงเถียงกันทำให้พระองค์ปวดหัวยิ่งกว่าเดิม
“พอได้แล้ว!” ฮ่องเต้ตวาดลั่น “พวกเ้าเถียงกันมาครึ่งชั่วยามแล้ว เสด็จแม่ข้าก็ยังไม่ฟื้น! ยาต้มพวกนั้นกรอกปากไปกี่ถ้วยแล้วก็อาเจียนออกมาหมด เห็นหรือไม่!”
พระองค์มองดูมารดาที่นอนซมด้วยความสงสาร อาการเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในฤดูร้อนที่อากาศอบอ้าว บวกกับความเครียดสะสม ส่วนหนึ่งก็เพราะเครียดเื่ลูกชายไม่ยอมมีเมียเป็ตัวเป็ตนสักที
ทันใดนั้น... ภาพของสตรีผู้หนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
สตรีที่เปลี่ยน ‘นรก’ ให้กลายเป็ ‘วิมาน’ ด้วยกลิ่นหอม...
สตรีที่ทำให้พระองค์เจริญอาหารได้ด้วยของเน่า...
‘หรือว่านางจะรู้วิธีรักษา?’
.
.
.
ณ ตำหนักเย็น
แม่หญิงบัวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ที่เพิ่งให้ทหารยามช่วยทำให้แลกกับน้ำพริกหนึ่งถ้วย ตรงหน้ามีกองสมุนไพรแห้งกองโต
โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก!
เสียงตำยาในครกหินใบจิ๋วดังเป็จังหวะ บัวกำลังบด ‘พิมเสน’ และ ‘การบูร’ ที่นางพกติดตัวมาในตลับยาหอม
“อาจู... ไปเด็ดดอกมะลิกับเปลือกส้มมาอีกหน่อย ซอยให้ฝอยยิบเลยนะ!”
“เ้าค่ะนายหญิง!” อาจูรับคำแข็งขัน ตอนนี้กลายเป็ลูกมือมือหนึ่งไปแล้ว
“ทำอะไรอยู่รึ?”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ด้านหลัง บัวสะดุ้งโหยงจนสากเกือบหลุดมือ หันไปเจอฮ่องเต้หลี่เฉินยืนทำหน้าเครียดอยู่
“อ้าว! คุณพี่... เอ้ย ฝ่าา! มาเงียบๆ แบบนี้ ขวัญเอ้ยขวัญมาหมด!” บัวลูบอก “วันนี้ครัวปิดนะเ้าคะ กะปิหมด ต้องรอหมักชุดใหม่”
“ข้าไม่ได้มาเื่กิน” ฮ่องเต้ตรัสเสียงเครียด “เสด็จแม่ข้า... ลมจับ หมอหลวงรักษามิหาย เ้าพอจะมียาดีจากสยามบ้างหรือไม่?”
บัวฟังอาการคร่าวๆ วิงเวียน หน้ามืด คล้ายจะเป็ลม แขนขาอ่อนแรง...
“อ๋อ... โรคคนสูงวัย ผสมกับ ‘ลมแดด’ เ้าค่ะ” บัววินิจฉัยฉับไว
“ลมแดด? มันคือโรคระบาดรึ?” ฮ่องเต้หน้าตื่น
“ไม่ใช่เ้าค่ะ มันคืออาการแพ้อากาศร้อน! แล้วยิ่งไปกินยาขมๆ ร้อนๆ มันก็ยิ่งอาเจียนสิเ้าคะ” บัวส่ายหน้า “คนเป็ลม เขา้าความสดชื่น! ให้เืลมเดินสะดวก!”
นางหันไปหยิบขวดแก้วใบจิ๋ว ซึ่งเป็ขวดใส่น้ำปรุงเดิมของนางที่ล้างสะอาดแล้ว บรรจงตักผงสีขาวที่ตำละเอียดใส่ลงไป ตามด้วยเปลือกส้มซอยและดอกมะลิแห้ง
จากนั้นนางหยิบขวดน้ำมันหอมระเหยขวดเล็กจิ๋วออกมา... ‘น้ำมันสะระแหน่’ หยดลงไปสองสามหยด
ฟึ่บ!
กลิ่นหอมเย็นซ่าบซ่านพุ่งขึ้นมาแตะจมูกทันที ฮ่องเต้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับตาโต รูจมูกขยายกว้างโดยอัตโนมัติ
“นี่มัน... กลิ่นอะไร? เย็นวาบไปถึงสมอง!”
“นี่แหละเ้าค่ะไม้ตาย!” บัวปิดจุกไม้ก๊อก แล้วยื่นขวดสวยงามนั้นให้ฮ่องเต้
“เอานี่ไปให้ไทเฮา... ‘สูดดม’ หนาเ้าคะ อย่าให้กินเด็ดขาด! ย้ำ! ห้าม-กิน!”
.
.
.
ณ ตำหนักฮองไทเฮา
ฮ่องเต้กลับมาพร้อมกับขวดแก้วใบจิ๋ว ท่ามกลางสายตากังขาของเหล่าหมอหลวง
“ฝ่าา... นั่นคือสิ่งใดพะยะค่ะ?” หัวหน้าหมอหลวงถาม
“ยาวิเศษ... จากหมอเทวดา” ฮ่องเต้ตอบสั้นๆ พระองค์เดินตรงไปที่เตียงของไทเฮา
ไทเฮานอนหายใจรวยริน ตาปรือปรอย “ลูกแม่... แม่คงอยู่ได้อีกไม่นาน...”
“เสด็จแม่... ทรงแข็งพระทัยไว้ ลองสูดเ้านี่ดูพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้เปิดจุกขวดแก้ว แล้วนำไปจ่อที่พระนาสิกของไทเฮา
วินาทีแรก... ไทเฮาขมวดคิ้วเพราะนึกว่าเป็ยาขม แต่เมื่อสูดลมหายใจเข้าไป...
ฟืดดดดดด!
กลิ่นหอมเย็นสดชื่นของพิมเสนและการบูร ผสานกับความซ่าของสะระแหน่ และกลิ่นหอมละมุนของเปลือกส้ม พุ่งปราดเข้าไปในโพรงจมูก ทะลุทะลวงไปถึงก้านสมอง!
ความมึนงงที่ครอบงำศีรษะมาทั้งวัน พลันหายวับไปราวกับหมอกควันที่ถูกลมพัด!
“โอ๊ะ...”
ไทเฮาลืมตาโพลง ดวงตาที่เคยขุ่นมัวกลับมาสดใสเป็ประกาย พระนางสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง
ฟืดดดดดดด... อ่าาาาาา...
“สดชื่น! สดชื่นเหลือเกิน!” ไทเฮาอุทาน แล้วแย่งขวดแก้วไปถือไว้เอง “กลิ่นอะไรกันนี่? หอมเย็นชื่นใจ เหมือนข้าได้ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขาหิมะ!”
พระนางลุกขึ้นนั่งได้เองอย่างน่าอัศจรรย์ สีเืเริ่มกลับมาฝาดที่แก้ม
เหล่าหมอหลวงอ้าปากค้าง “ปะ... ปาฏิหาริย์! ยาผีบอกอันใดกัน เพียงแค่ดมก็ฟื้นคืนชีพ!”
ฮ่องเต้ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางนึกถึงหน้าทะเล้นๆ ของเ้าของยา
“นี่คือ... ‘ยาดม’ จากแดนสยามพะยะค่ะ”
“ยาดม?” ไทเฮาทวนคำ พลางยัดขวดเข้าจมูกอีกข้าง เริ่มเสพติด “ดี! ดีมาก! ใครเป็คนปรุง? หมอหลวงคนไหน?”
ฮ่องเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตรัสความจริง
“มิใช่หมอหลวงพะยะค่ะ... แต่เป็... ‘นางปีศาจฟันดำ’ ผู้นั้น”
ไทเฮาชะงักกึก มือที่ถือยาดมค้างอยู่กลางอากาศ
“นาง... นางสไบเฉียงนั่นน่ะรึ?” ไทเฮาทำหน้าปั้นยาก “นางปรุงยาเป็ด้วยรึ? ข้านึกว่านางเป็แค่คนบ้า!”
“นางมีความรู้เื่สมุนไพรพะยะค่ะ และนางฝากมาบอกว่า...” ฮ่องเต้เว้นวรรค นึกถึงคำพูดของบัว
“บอกยายป้าด้วยนะเ้าคะ ว่าแก่แล้วอย่าเครียดเยอะ เดี๋ยวเส้นเืในสมองแตกตายก่อนวัยอันควร!”
“เอ่อ... นางบอกว่า... ขอให้ไทเฮาทรงพระเกษมสำราญ อายุยืนหมื่นปี พักผ่อนให้มาก อย่าทรงกังวลพระทัยพะยะค่ะ” ฮ่องเต้แปลภาษาบัวเป็ภาษาคนอย่างแเี
ไทเฮานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ มองขวดแก้วในมือสลับกับมองหน้าลูกชาย ก่อนจะสูดยาดมอีกฟอดใหญ่
ฟืดดด!
“ฮึ! ก็แค่นักปรุงยาบ้านนอก...” ไทเฮาทำเสียงขึ้นจมูก แต่ก็ยัดขวดเข้าอกเสื้อเก็บไว้อย่างหวงแหน
“เอาเถอะ... เห็นแก่ที่ยานี้ทำให้ข้าหายเวียนหัว ข้าจะละเว้นโทษนางสักครั้ง... แต่อย่าหวังว่าข้าจะยอมรับแฟชั่นอนาจารของนาง!”
ฮ่องเต้แอบยิ้มมุมปาก อย่างน้อยๆ... กำแพงอคติที่สูงตระหง่าน ก็เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้นแล้ว ด้วยอานุภาพของ "ยาดมตราโป๊ยเซียน รุ่นพิเศษ" ขวดนี้นี่เอง!
