เงาร่างสูงโปร่งของเฉายวนิที่ตกปลาอยู่เพียงลำพังในดินแดนที่งดงามราวสรวง์แห่งนี้ ช่างงดงามราวกับภาพวาดชั้นยอด ทำเอาศิษย์หญิงต่างก็ใจสั่นหวั่นไหวอ่อนระทวย หากเป็ไปได้พวกนางล้วนปรารถนาจะมาที่ริมทะเลสาบทุกวัน เพียงเพื่อชมชอบรูปโฉมของเขาแม้เพียงด้านหลังก็ยังดี
“อ่า… งดงามเหลือเกิน…” บรรดาศิษย์หญิงต่างเอ่ยขึ้นด้วยกิริยาเคลิบเคลิ้ม
ทว่าภาพที่ควรจะงดงามราวกับภาพวาดกลับถูกทำลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ภาพวาดด้านขวาถูกบุกรุก ศิษย์พี่หญิงใหญ่โกรธจนแทบคลั่ง ผู้ใดไร้มารยาทเช่นนี้
“นั่นใคร” ศิษย์พี่หญิงใหญ่เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความโมโห
“ข้าไม่รู้จัก เ้ารู้จักหรือไม่” ศิษย์หญิงที่อยู่ข้างๆ ส่ายหน้า เมื่อนางหันไปถามอีกคน ก็ได้คำตอบเดียวกัน ไม่มีใครรู้จักเ้าบ้าที่โผล่มาไม่รู้อีโหน่อีเหน่นั่น
ตอนที่ไป๋เสียเดินเข้าใกล้เฉายวนิ เขาก็รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ผิดปกติ ยิ่งเข้าใกล้ เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่พัดเข้ามากระทบใบหน้า
เฉายวนิที่สวมหน้ากากเผยเพียงดวงตา เพียงแค่เหลือบมองไป๋เสียแวบหนึ่ง ก็หันกลับไปตั้งใจตกปลาต่อโดยไม่สนใจไยดี
ไป๋เสียอดสงสัยไม่ได้ว่าเฉายวนิผู้นี้คงไม่ได้หล่อเหลาอย่างที่เล่าลือกัน หน้ากากนั่นต้องเป็เพราะว่าเขาน่าเกลียดน่ากลัว จึงต้องใช้ปกปิดใบหน้าเป็แน่
ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตกปลา แต่ไป๋เสียกลับจงใจไปยืนข้างๆ แล้วโยนก้อนหินลงในทะเลสาบ เสียงก้อนหินกระทบผิวน้ำดังจ๋อมๆ เกิดระลอกคลื่นกระจายเป็วงกว้าง
เฉายวนิไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ แต่กลุ่มศิษย์หญิงที่อยู่ด้านหลังเขากลับส่งเสียงดังจอแจราวกับผึ้งแตกรัง
“เ้าโง่นั่นบ้าไปแล้วหรือ” ศิษย์พี่หญิง ก กล่าวอย่างโมโห
“เ้ารีบไปห้ามเ้าโง่นั่นสิ!” ศิษย์หญิง ข เอ่ย
“ไม่ได้นะ! หากเข้าใกล้มากเกินไป…” ศิษย์พี่หญิง ก ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่แดงก่ำ มองเฉายวนิด้วยแววตาอ่อนโยน จากนั้นหลับตาลงพลางกล่าวด้วยความเ็ป “ข้าจะตั้งท้อง”
“มีแบบนี้ด้วยหรือ” เหล่าศิษย์หญิงต่างก็ตกตะลึง ก่อนจะไม่ยอมแพ้
“ข้าท้องแฝด!”
“ข้าท้องแฝดสาม!”
“ของข้าสี่!”
“ของข้าห้า!”
แต่ละคนต่างก็พูดเกินจริง ไป๋เสียที่อยู่ไม่ไกล ได้ยินเช่นนั้นก็เยาะเย้ยในใจ ‘เหอะ คลอดมากมายปานนั้น เกรงว่าจะเป็แม่หมูกลับชาติมาเกิดแล้วมั้ง’
บรรดาศิษย์หญิงต่างผลักกันไปมา สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าออกหน้าเพื่อช่วยเหลือเฉายวนิ
ในเวลานี้ ไป๋เสียแสร้งทำเป็เพิ่งเห็นว่าเฉายวนิกำลังตกปลาอยู่ เขาจึงเดินไปหาอีกฝ่ายพร้อมกล่าวขอโทษ “โอ๊ะ ที่แท้ท่านกำลังตกปลาอยู่ ขออภัยที่รบกวน”
ไป๋เสียยิ้มอย่างเป็มิตร พร้อมยื่นมือออกไป “ข้าชื่อจางเถี่ยหนิว เพิ่งมาถึงวันนี้ ไม่ทราบว่าควรเรียกสหายเช่นไร”
เฉายวนิไม่สนใจมือที่ยื่นออกไปของไป๋เสียเลยแม้แต่น้อย เขาม้วนเบ็ดตกปลาเเละกำลังจะไปหาที่ตกปลาแห่งใหม่
เมื่อเหล่าศิษย์หญิงเห็นว่าไป๋เสียถูกเมิน ต่างก็หัวเราะเยาะออกมา
หากเป็เพียงการแย่งชิงที่ใต้ต้นไหวไป๋เสียย่อมชนะั้แ่ยังไม่ทันได้สู้ แต่การที่มือของเขาถูกเมินเฉยเช่นนี้ มันน่าอับอายยิ่งกว่าการถูกตบหน้าต่อหน้าธารกำนัลเสียอีก
“หยุดนะ!” สีหน้าไป๋เสียเคร่งขรึม น้ำเสียงเปลี่ยนไปฉับพลัน การเอื้อนเอ่ยดุร้ายทันใด
เฉายวนิยังคงยกเบ็ดตกปลา แล้วเดินเลียบทะเลสาบไปโดยไม่หันกลับมามอง
ไป๋เสียะโไล่หลังเขาอีกครั้ง “นี่! ข้าเรียกเ้าอยู่ได้ยินหรือไม่!”
เฉายวนิก็ยังคงไม่สนใจ ไป๋เสียที่อดทนไม่ไหวจึงะโอย่างเกรี้ยวกราด “เ้าใบ้! เป็ใบ้แล้วยังหูหนวกด้วยอีกหรือไร”
ในที่สุดก็ทำให้อีกฝ่ายหยุดฝีเท้าลง ไป๋เสียเห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะออกมา “ที่แท้เ้าใบ้นี่หูก็ยังปกติอยู่”
เมื่อเผชิญหน้ากับไป๋เสียผู้ไร้มารยาทและผรุสวาทใส่ เฉายวนิเพียงแค่หันกลับมามองด้วยสายตาเห็นใจ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
ไป๋เสียไม่ยอมลดละ เขากำลังจะเดินตามไปหาเื่เฉายวนิต่อ แต่กลับถูกใครบางคนตบบ่าอย่างแรง เขาที่รู้สึกรำคาญหันกลับไปมองอย่างเกรี้ยวกราด ผู้ใดกันที่ไร้ตา ใครจะรู้ว่ากลับเป็เหล่าศิษย์หญิงที่จ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาต “จะ… เ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาล่วงเกินิิของพวกเรา!”
“ปล่อยนะ! ข้าไม่ทำร้ายผู้หญิง!” ไป๋เสียพยายามดิ้นแต่ไม่หลุดเสียที
ทันใดนั้นก็มีคนในฝูงชนะโว่า “พวกเราอยู่คนละฝั่งกับเ้า! สหายจัดการมันเลย!”
เมื่อต้องเจอกับศิษย์หญิงกลุ่มใหญ่ที่โกรธเกรี้ยวะโโหวกเหวกจะเอาชีวิต ไป๋เสียก็เผยสีหน้าหวาดกลัวร้องห้ามอย่างร้อนรน “ชะ...ช้าก่อน!”
น่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว ศิษย์หญิงหลายคนรวมพลังกันผลักเขาล้มลงกับพื้น และล้อมวงเข้ามาลงมือทันที
“ไม่มีมารยาท!”
“บังอาจล่วงเกินิิ!”
ไป๋เสียขดตัวยกมือขึ้นป้องกัน เหล่าหญิงสาวรุมทุบตีศีรษะเขาที่นอนอยู่บนพื้นและร้องโอดโอยด้วยความเ็ป
ผ่านไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเหล่าสตรีเหนื่อยหรือหายโกรธแล้ว ในที่สุดก็ยั้งมือ ศิษย์หญิง ก ที่ลงแรงมากที่สุดเหน็ดเหนื่อยกระหืดกระหอบชี้ไป๋เสีย “ข้าขอเตือนไว้! อย่าเข้าใกล้ิิอีก! ไปเถิดพวกเรา!”
เหล่าสตรีที่ล้อมรอบค่อยๆ แยกย้ายกันไป เหลือไว้เพียงความย่อยยับกับไป๋เสียที่นอนคว่ำอยู่บนพื้นโดยขยับเขยื้อนมิได้
เขาที่าเ็รุนแรงพลันเข้าใจสายตาเห็นอกเห็นใจของเฉายวนิเมื่อครู่ นี่มันรู้แจ่มแจ้งอยู่เห็นๆ ว่าเขาจะถูกสั่งสอน จึงจากไปอย่างไม่แยแส
บัดซบ...เ้าเฉาใบ้เอาผู้หญิงมาเป็เครื่องมือ ไป๋เสียที่ถูกสั่งสอนก็ยิ่งแค้นเฉายวนิมากขึ้น กัดฟันกลั้นความเ็ปอย่างขุ่นเคือง “น่าโมโห...ข้าไม่ทำร้ายผู้หญิง! ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะถอดหน้ากาก...ให้ทุกคนได้เห็นธาตุแท้ของเ้า!”
มือไป๋เสียจิกพื้นกำหญ้าแน่นด้วยความขุ่นแค้น
ในขณะที่ไป๋เสียพยายามกำลังลุกขึ้นก็รู้สึกคันที่เอวขึ้นมา เมื่อหันไปมองก็พบว่าศิษย์ร่างอ้วนคนนั้นกำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ มือทั้งสองกำลังลูบคลำร่างกายเขาไม่เกรงใจ
“บัดซบ! เ้าอยากตายหรือไง!” ไป๋เสียที่หน้าแนบไปกับพื้นสบถ
ศิษย์ร่างอ้วนไม่แม้แต่จะหันมามองเขาด้วยซ้ำ ยังคงลูบๆ คลำๆ ต่อไปอย่างเอาเป็เอาตาย ไม่นานก็หยิบถุงเงินของตัวเองออกมาจากอกเสื้อไป๋เสีย เมื่อเปิดออกแล้วพบว่าเงินยังอยู่ครบก็ยิ้มร่า
“จะ...เ้าไม่กลัวข้าหายดีแล้วจะมาเอาคืนเ้าหรือ”
“ไม่กลัว” ศิษย์ร่างอ้วนเก็บถุงเงินไว้ที่เดิม “เพราะอีกสักพัก ข้าจะไปสมัครเป็สมุนเฉายวนิ!”
ศิษย์ร่างอ้วนบรรลุเป้าหมายแล้วก็ไม่สนใจไป๋เสียอีก วิ่งไล่ตามศิษย์หญิงคนอื่นจากไป
ไป๋เสียที่ฉุนเฉียวเฉายวนิะโลั่น “เฉายวนิ ไอ้บัดซบ!! ข้าจะเอาคืนเ้าให้ได้!!”
ลู่เต้าที่กำลังลอบดูความทรงจำของไป๋เสีย เมื่อเห็นสภาพน่าสมเพชก็หัวเราะลั่น ไม่คิดว่าคนที่มักจะทำตัวสูงส่งกลับมีอดีตที่น่าอับอายเช่นนี้ด้วย
เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วความทรงจำ จนกระทั่งปลุกคนที่ไม่ควรปลุกให้ตื่นขึ้น
“เ้านี่!! บังอาจแอบดูความทรงจำข้า!”
รอยยิ้มลู่เต้าพลันแข็งค้าง แล้วหันมองรอบๆ อย่างหวาดกลัว
ไม่นานโลกแห่งความทรงจำก็แตกร้าวลงราวกับกระจก ยอดเขาจารึกิญญาอันกว้างใหญ่ ทะเลสาบไร้ขอบเขตพังทลายกลายเป็ความว่างเปล่าในพริบตา ความมืดกลับมายึดครองพื้นที่อีกครั้ง
ไป๋เสียที่ตื่นขึ้นมาลอยอยู่กลางความว่างเปล่า แล้วมองมาที่ลู่เต้าด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม “ว่ามา เ้าจะเอ่ยสั่งเสียอะไรดี”
“ชะ...ช้าก่อน! จู่ๆ ข้าก็ถูกดูดเข้ามา! ทั้งหมดเป็อุบัติเหตุ!”
“น่าเสียดายจริงๆ คำสั่งเสียกลับเป็เื่ไร้สาระ” ไป๋เสียที่มีสีหน้าเคร่งขรึมโบกมือ ความว่างเปล่าพลันสั่นะเือย่างรุนแรง
ทันใดนั้นรอบด้านพลันเต็มไปด้วยม่านหมอกไอน้ำ ลู่เต้าขยี้ตาก็พบว่าตนเองถูกย้ายจากยอดเขาที่ห่างไกลมายังห้องอาบน้ำทองอร่ามแล้ว เขาเห็นว่าตัวเองเปลือยกายแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนอย่างสบายใจเฉิบ
กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยในบ่อน้ำพุร้อนอบอวลพอเหมาะช่วยให้เืลมไหลเวียน ลู่เต้าเพลิดเพลินกับการแช่น้ำได้ไม่นานก็นึกสงสัยขึ้นมา “แปลก ไป๋เสียไม่ได้จะลงโทษข้าหรือ
ทันใดนั้นก็มีเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้น “ลู่...ลู่เต้า!”
ลู่เต้าหันกลับด้วยอารามใ เพราะเสียงนี้เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี!
