ด้วยการที่มีผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสูงหลายๆ คน และ มีคนช่วยจัดการในหลายๆ เื่ ห้างสรรพสินค้าทาคุมิ ที่เป็ห้างสรรพสินค้า แห่งแรกในต่างโลกก็ได้ถูกเปิดขึ้นสักที แต่ก็นะคนก็ยังเรียกติดปากกันว่าห้างของทัคคุงอยู่ดี ถึงทัคคุงจะไม่ใช่เ้าของแค่คนเดียวก็เถอะ
ตัวห้างก็เป็ตึกใหญ่หลายชั้น สำหรับในต่างโลกแล้ว เมื่อได้จอมเวทเทพๆ มาช่วยสร้าง การสร้างตึกหลายชั้นจึงไม่ใช่เื่ยาก เห็นเขาว่า หอคอยที่มีเป็ร้อยๆ ชั้นก็เคยถูกสร้างมาแล้ว
พวกชั้นบนๆ จะถูกให้เป็สำนักงานและที่เก็บของ ก็นะพวกบันไดเลื่อน ในต่างโลกมันไม่ค่อยเป็ที่นิยมเท่าไหร่นี่สิ ถึงชาวต่างโลกมักจะมีร่างกายแข็งแกร่งแต่ถ้าให้เดินขึ้นที่สูงมากๆ ก็คงจะไม่ค่อยดีเหมือนกัน เพราะงั้นพวกชั้นแรกๆ จึงต้องทำเป็ที่ขายสินค้าไว้ก่อน ส่วนเื่เอาของกองไว้ชั้นบนแล้วตึกจะพังน่ะหรอ เื่นี้หายห่วง เพราะนี้มันคือต่างโลก เื่เวทย์เสริมพลังและความทนทานย่อมมีพร้อม อีกทั้งวัสดุที่ต่างโลกก็คงทนมากกว่าโลกเดิมของทัคคุง ทำให้ตึกของทัคคุงคงทนหายห่วง
สินค้าโดยทั่วไปในร้านของทัคคุงก็เหมือนห้างสรรพสินค้าทั่วๆ ไปในโลกของทัคคุง แต่เขาไม่ได้เปิดให้คนข้างนอกมาเช่าร้านในห้างของเขาหรอกนะ เพราะสินค้าจากระบบในตอนนี้ของเขามีครอบคลุมพออยู่แล้ว เขาสามารถจ้างลูกจ้างมาดูแลสินค้าตามร้านต่างๆ ที่ขายสินค้าเฉพาะทาง อย่าง เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า ร้านเครื่องประดับ อะไรพวกนี้ เองได้
ที่แตกต่างจากห้างในโลกเก่าของทัคคุงนั้นก็คือไม่มีศูนย์อาหารกับที่จอดรถนั่นลjะ ที่ไม่ทำศูนย์อาหารนั่นก็เพราะมันยุ่งยากยังไงล่ะ ทัคคุง ไม่มีนโยบายให้คนอื่นมาเช่าร้านในห้างขายของอยู่แล้ว ของอย่างอื่นทัคคุงเอามาจากระบบขายได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเขาดันเสกอาหารปรุงเสร็จแบบสดๆ มา ก็คงจะโดนคนจับผิดได้แน่ๆ ถึงโลกนี้จะมีที่เก็บของแบบมิติ ทำให้การเสกสินค้าของทัคคุงจากระบบดูไม่สะดุดตา แต่การเสกอาหารปรุงเสร็จแบบสดๆ ตามที่ลูกค้าสั่ง มันก็ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด ถ้าจะจ้างคนครัวก็วุ่นวายอีก อีกทั้งรอบๆ ห้างของทัคคุง ก็ยังมีร้านอาหารเยอะแยะ ถึงในห้างของทัคคุงจะไม่มีร้านอาหารก็ไม่ได้มีผลอะไร อย่างน้อยพวกร้านข้างๆ ของทัคคุงก็ทำกำไรจากการขายอาหารได้ หลายๆ ร้านเมื่อรู้ว่าทัคคุงจะไม่ขายอาหารปรุงสำเร็จ ก็เริ่มจะเปลี่ยนมาเน้นธุรกิจขายอาหารแทนแล้ว แน่นอนว่าทัคคุงย่อมไม่พลาดเขาวางแผนติดต่อส่งของสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารให้กับร้านพวกนี้ไว้แล้วด้วย
ที่จอดรถก็เหมือนกัน คนที่นี่เขาใช้ม้าลากรถกัน ถ้าจะทำที่จอดรถก็จะยุ่งยากมาก และ เปลืองที่ด้วย ที่สำคัญย่านการค้าจะมีที่จอดรถไว้อยู่แล้วและมันก็ไม่ฟรี ทัคคุงจึงไม่คิดจะไปแย่งธุรกิจคนอื่น
ส่วนพวกร้านขายของที่คล้ายๆ กับห้างสรรพสินค้าของทัคคุงน่ะหรอ พวกนั้นเขาขายร้านให้กับทัคคุงตอนขอซื้อที่แล้ว เพราะพวกเขารู้ตัวั้แ่ทัคคุงเปิดร้านมานานแล้ว ว่าร้านของพวกเขาสู้ทัคคุงไม่ได้ พวกเขาจึงยินยอมขายร้านได้ไม่ยากเย็นนัก
เท่ากับว่าตอนนี้ห้างของทัคคุงก็คงเปิดทำการได้โดยไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไร
ในวันพิธีเปิดมีพวกหุ้นส่วนและคนใหญ่คนโตมาร่วมงานมากมาย และด้วยพนักงานที่เป็สาวสวยและหนุ่มหล่อจำนวนมาก ทำให้ดึงดูดลูกค้าได้เป็อย่างดี สินค้าในห้างก็ขายราคาเดียวกันกับร้านของทัคคุง แต่มีหลากหลายกว่า อย่างพวกเนื้อผักผลไม้สด รองเท้าเสื้อผ้าเครื่องประดับ และอะไรหลายๆ อย่างที่ร้านของทัคคุงไม่มีขาย ก็เป็ที่นิยมไม่น้อยเลย
แต่ถึงอย่างงั้นร้านของทัคคุงก็ยังมีคนไม่น้อยอยู่เหมือนเดิม ก็แน่ล่ะ ถึงยังไงร้านของทัคคุงก็เป็จุดรวมตัวของสาวๆ ระดับทอปนี่นา ถึงคนจะน้อยลงไปบ้าง แต่ยังไงก็ไม่มีทางขาดคนอยู่แล้ว ถึงสาวๆ คนอื่นมักจะแวะไปดูงานที่ห้างบ่อยๆ แต่แค่ เอรินะ ที่อยู่ประจำร้านก็เรียกลูกค้าได้ไม่น้อยแล้ว ทัคคุงก็ยังคงเปิดร้านของเขาอยู่ข้างๆ ห้างของตัวเองต่อไปเหมือนเดิมล่ะนะ พวกคนที่้ามาซื้อสินค้าจริงๆ ก็จะเลือกไปห้างมากกว่า ส่วนพวกที่มาร้านทัคคุงก็แค่มาส่องสาวแล้วหยิบสินค้าไปแค่ชิ้นสองชิ้นเท่านั้นล่ แต่ก็นะถึงลูกค้าจะเข้าร้านไหนเขาก็ได้เงินอยู่ดีนี่นา
