เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงแย้มสรวลอีกครั้ง “อัจฉริยะโดยแท้” จากนั้นจึงตรัสถามต่อ “สนใจตามเปิ่นกงกลับเมืองหลวงหรือไม่ หากเ้ามีฝีมือจริงๆ ก็สามารถไปทำงานที่ห้องเครื่องในวัง ดีกว่ามาอยู่ในที่ทุรกันดารเช่นนี้”
หลี่อันหรานใจนผงะ นางไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี
หากปฏิเสธก็กลัวว่าเหนียงเหนี่ยงจะกริ้ว เคราะห์ดีที่เจียงเฉิงซึ่งอยู่ด้านข้างช่วยตอบให้แทนว่า “เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง เกรงว่าจะไม่เหมาะสมพ่ะย่ะค่ะ ครอบครัวของนางอยู่ที่นี่ทั้งหมด นอกจากนี้นางยังเป็เสาหลักของครอบครัวเพราะบิดาจากโลกนี้ไปแล้ว หากนางไปจากที่นี่เกรงว่าครอบครัวของนางจะ…”
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงฟังแล้วใโดยพลัน “นางเป็เพียงเด็กสาวคนหนึ่ง เหตุใดทั้งครอบครัวจึงต้องพึ่งพานาง ไม่มีผู้าุโคนอื่นแล้วหรือ?”
หลี่อันหรานจึงตอบ “ท่านแม่สุขภาพไม่แข็งแรง น้องชายน้องสาวยังเด็ก ทั้งครอบครัวจึงต้องให้หม่อมฉันดูแลเพคะ”
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงได้ยินดังนั้น จึงพยักหน้าแ่เบา “ถ้าเช่นนั้นเปิ่นกงก็จะไม่ทำให้เ้าลำบากใจ ทิ้งน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวสองโถนั้นไว้ที่นี่เถิด เปิ่นกงจะลองชิมดูว่าเป็อย่างไร หากเ้าสามารถปรับรสชาติได้จริง ถึงเวลานั้นช่วยให้คนส่งมาให้เปิ่นกงได้หรือไม่?”
หลี่อันหรานคุกเข่าลงทันที “หม่อมฉันจะทำน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดดังพระประสงค์เพคะ”
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงคุยเื่นี้จบแล้วไม่มีอะไรจะคุยอีกจึงเปลี่ยนไปคุยเื่สัพเพเหระแทน ระหว่างที่คุยก็คอยลอบสังเกตแผลเป็บนใบหน้าหลี่อันหรานอยู่ตลอด
ในที่สุด เหนียงเหนี่ยงก็ตรัสถามขึ้น “แผลเป็บนใบหน้าเ้าเป็มาอย่างไร? มีมาโดยกำเนิดหรือ?”
คำถามดังกล่าวทำให้หลี่อันหรานใเล็กน้อย “ไม่ได้มีโดยกำเนิด เป็แผลเป็ที่เกิดจากการถูกทำร้ายเพคะ”
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงอ่อนเพลียเล็กน้อย “เห็นแก่ที่เ้าตั้งใจทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดให้เปิ่นกง เปิ่นกงจะมอบรางวัลให้เ้าหนึ่งอย่าง”
จากนั้นค่อยหันไปกล่าวกับนางกำนัลนางหนึ่ง “ไปเอาขี้ผึ้งผิวขาวของเปิ่นกงมา”
นางกำนัลย่อตัวลงแล้วเดินออกไป ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกล่องใบเล็กรูปทรงประณีต
“มอบให้นางเสีย”
นางกำนัลถือกล่องมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลี่อันหราน หลี่อันหรานไม่ค่อยกล้ารับไว้ นางพลันหันไปหาเจียงเฉิง
เจียงเฉิงกล่าวว่า “ในเมื่อเป็ของที่เหนียงเหนี่ยงประทานให้ เ้าก็รับไว้เถิด”
หลี่อันหรานยื่นมือไปรับขี้ผึ้งผิวขาวจากนางกำนัล ความจริงนางไม่รู้เช่นกันว่าสิ่งนี้คืออะไร
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงกล่าวต่อ “นี่เป็ของที่คนจากดินแดนบริวารทางตอนเหนือผู้หนึ่งส่งมาเป็เครื่องราชบรรณาการ ฝ่าาพระราชทานให้เปิ่นกง ได้ยินว่าขี้ผึ้งผิวขาวนี้มีสรรพคุณช่วยรักษารอยแผล แต่เปิ่นกงไม่ได้มีแผลเป็จึงไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ในวังก็ยังมีอีกสองกระปุก ดังนั้น ขอมอบกระปุกนี้แก่เ้า ลองนำไปใช้ดูว่าจะได้ผลหรือไม่ หากสามารถช่วยให้แผลเป็บนใบหน้าเ้าหายไป เช่นนั้นจะได้ไม่ผิดต่อน้ำใจที่เ้าทำน้ำพริกมาให้เปิ่นกง”
หลี่อันหรานทำความเคารพอีกครั้ง “ขอบพระทัยเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง”
พวกนางคุยสัพเพเหระกันอีกเล็กน้อย ครั้นเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงเริ่มล้าแล้ว จึงค่อยโบกมือให้หลี่อันหรานออกไปได้
หลี่อันหรานแอบชำเลืองตามองอย่างรวดเร็วในจังหวะที่ลุกขึ้น จากนั้นต้องใเมื่อเห็นเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง
สตรีผู้นี้ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด
ทว่านางไม่เคยพบเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงมาก่อน เช่นนั้นความรู้สึกคุ้นตานี้มาจากที่ใดกัน?
นางครุ่นคิดเื่นี้ด้วยความระมัดระวังขณะเดินออกมา
ทันใดนั้นเองที่นางจำได้ว่าเคยเห็นรูปวาดของสตรีนางนี้จากในหนังสือประวัติศาสตร์ คิดมาจนถึงตรงนี้ต้องหายใจดังเฮือกด้วยความใทันที เจียงเฉิงซึ่งเดินนำอยู่ด้านหน้าสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของนางก็หันมาถาม “มีอะไรหรือ?”
หลี่อันหรานดึงสติกลับมาอยู่กับตัว นางส่ายหน้าว่า “ไม่มีอะไร พวกเรารีบไปกันเถอะ”
เจียงเฉิงพานางออกจากที่นี่ ระหว่างทางที่กลับหมู่บ้าน หลี่อันหรานคอยหยิบกล่องใบนั้นออกมาดูอยู่เรื่อยๆ และเปิดดม พร้อมกันนั้นยังเอ่ยถามเจียงเฉิงที่นั่งอยู่ด้านข้าง “ท่านว่ามันจะได้ผลหรือไม่? มันจะลบแผลเป็บนหน้าข้าได้จริงหรือ?”
เจียงเฉิงตอบ “ข้าเองก็ไม่รู้เื่นี้ แต่ดินแดนบริวารทางเหนือมักมีของที่ไม่คาดคิดปรากฏออกมา นอกจากนี้ยังมีของหายากล้ำค่าเยอะมาก อีกอย่าง นี่เป็ถึงของที่ถวายแด่ฮ่องเต้ หากไม่ได้ผลจริงพวกเขาจะกล้าส่งของแบบนี้เข้าวังหรือ? ในเมื่อเหนียงเหนี่ยงประทานให้เ้า เ้าก็ลองใช้ดูเถิด ไม่แน่ว่าจะเป็ประโยชน์”
หลี่อันหรานเผยยิ้ม นางเก็บกล่องใบนั้นไว้ในอกเสื้อตัวเองราวกับเป็สมบัติแสนล้ำค่า
เมื่อกลับถึงบ้านได้ไม่นาน หลี่อันหรานก็ได้ยินว่าเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงพาใครบางคนเดินทางกลับเมืองหลวงไปแล้ว แต่นางไม่ทันได้รู้ว่า คนคนนั้นก็คือเจี่ยรั่วเฉินและเจียงเสี่ยวเตี๋ย
วันนี้หลี่อันหรานถือขี้ผึ้งผิวขาวมานั่งอยู่หน้ากระจกทองแดง นางค่อยๆ ทามันลงบนจุดที่เป็แผลเป็ หวังว่ามันจะได้ผลกับแผลเป็บนใบหน้า พอทาเสร็จแล้วก็นั่งมองตัวเองในกระจกเงียบๆ
ภายในใจพลันนึกถึงเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงขึ้นมา นางมองไม่ผิดแน่ สองสามวันมานี้นางได้ใคร่ครวญโดยละเอียด เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงผู้นี้คือฮองเฮาของราชวงศ์นี้ เกรงว่าอีกไม่กี่ปีจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในราชสำนัก จากนั้นเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงจะกลายเป็ประมุขของวังหลัง
นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้ตัวเองจะได้พบกับฮองเฮาในอนาคต ทว่านางไม่ได้คิดอะไรกับเื่นี้มากนัก เพราะเื่ในวังหลังไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับนาง ผู้ใดจะเป็ฮองเฮาหรือเป็ฮ่องเต้ก็ไม่เกี่ยวกับนางทั้งนั้น
อีกอย่าง เมืองหลวงก็อยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์จึงเลิกคิด หันไปจดจ่อกับงานของตัวเองจะดีกว่า
ถึงแม้ว่าคนในหมู่บ้านจะยังคงไม่รู้ว่าหลี่อันหรานเคยเข้าเฝ้าเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง ทว่าคนที่วัดเทียนหยวนกลับรู้เื่นี้เป็อย่างดี เื่นี้ค่อยๆ แพร่กระจายไปตามเมืองรอบข้าง ว่ากันว่าเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงโปรดปรานน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการขนกลับไปให้ฮ่องเต้ลองเสวยด้วย
นี่ถือเป็คำโฆษณาแบบปากต่อปากประเภทหนึ่ง ส่งผลให้น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของหลี่อันหรานเป็ที่นิยมยิ่งกว่าเก่า
มีคนมาซื้อน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดจากนางมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมาเพราะชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียน ก่อนหน้านี้นางเคยประกาศแล้วว่ามีเพียงยี่ห้อผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียนเท่านั้นที่เป็ต้นตำรับแท้ ของที่คนอื่นทำออกมาเป็แค่ของเลียนแบบเท่านั้น
และก็ด้วยเหตุนี้เช่นกัน ราคาของน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดจึงสูงขึ้นตาม หลี่อันหรานได้เงินเป็กอบเป็กำ นางต้องเข้าออกโรงรับฝากเงินบ่อยขึ้น นอกจากนี้ยังเริ่มซื้อของจำเป็ในชีวิตประจำวันให้กับที่บ้านมากขึ้นด้วย
กระทั่งเสื้อผ้าที่น้องชายน้องสาวใส่ยังเปลี่ยนจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบมาเป็ผ้าที่ดีขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นสวมชุดผ้าไหม แต่เทียบกับผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่เคยใส่แล้วก็ดีกว่ามาก
ตอนนี้เสิ่นอิ๋นหวนเริ่มยืดอกเชิดหน้าเดินแล้วเช่นกัน ข้อมือประดับด้วยกำไลหยก นี่เป็ของที่หลี่อันหรานซื้อกลับมาให้
สำหรับถิ่นทุรกันดารเช่นนี้แล้ว น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ใส่กำไลหยกราคาแพงแบบนี้ นี่ทำให้เสิ่นอิ๋นหวนถึงกับลืมตัวไป่หนึ่งเลยทีเดียว
หลี่อันหรานมีงานค่อนข้างเยอะ บวกกับไม่ชอบพวกเครื่องประดับพะรุงพะรัง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มนอกจากเสื้อผ้า
ผลลัพธ์ของขี้ผึ้งผิวขาวน่าอัศจรรรย์ใจมาก แผลเป็บนใบหน้าหลี่อันหรานจางลงอย่างเห็นได้ชัด หากมองจากไกลๆ ก็แทบมองไม่เห็นด้วยซ้ำ ต้องมาดูใกล้ๆ จึงจะมองเห็น
นี่ทำให้ดวงหน้าอันงดงามของนางเริ่มปรากฏสู่สายตาของทุกคนอีกครั้ง
