เหตุใดจึงเป็เช่นนี้? ซูอวิ๋นไม่อาจยอมรับได้!
ครั้งหนึ่งนางเคยเปี่ยมไปด้วยความโอหัง มั่นใจว่าตนคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเสวียนซาน
ทว่าบัดนี้กลับมีทั้งหนิงเทียนและซูิเยวี่ยปรากฏกาย ทั้งสองคนล้วนเหยียบย่ำศีรษะนาง สิ่งนี้ทำให้นางโกรธแค้นจนแทบคลั่ง!
บุคคลสองคนที่นางดูถูกที่สุดในชีวิต บัดนี้กลับมีพลังเหนือกว่านาง นี่ช่างเป็การตอกย้ำความพ่ายแพ้อย่างสาหัส!
หลิ่วิเยวี่ยยืนอยู่ท่ามกลางสายลม ไรผมปลิวสยาย แสงดาวระยิบระยับส่องประกายบนผืนผ้า สะท้อนให้นางดูงดงามดั่งนางเซียนจากสรวง์ ประหนึ่งเทพธิดาแห่งจันทราลงมาจุติบนโลกมนุษย์
“ข้าทนเ้ามาเนิ่นนาน ั้แ่เยาว์วัยจนเติบใหญ่ เ้ารังแกข้า ข่มเหงข้า ข้าอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด สิ่งใดที่ข้ารัก ถึงแม้เ้าจะมิได้ใยดี เ้าล้วนต้องแย่งชิงมาให้ได้ ส่วนข้าก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน แต่เ้ากลับเนรคุณ ตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น ทำลายล้างตระกูลหนิงจนพินาศสิ้น ข้าทนกับเื่นี้ไม่ได้จริงๆ ทว่าข้ายังเห็นแก่หน้าซูอู่ แค้นนี้ข้าจะปล่อยให้เป็หน้าที่ของหนิงเทียนที่จะลงมือเอง แต่มารดาเ้าในอดีต กลับทำร้ายมารดาข้า บีบให้ข้าต้องกำพร้าั้แ่เยาว์วัย ความแค้นนี้ข้าไม่มีวันลืม!”
เมื่อหลิ่วิเยวี่ยหวนนึกถึงอดีต อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
โดยปกตินางมีนิสัยอ่อนโยน แต่ชีวิตกลับไม่สวยหรู
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากเ้าเยี่ยนเหมยและซูอวิ๋น!
“เ้าใส่ร้ายเื่ของมารดาอายุสั้นของเ้าให้เป็ความคิดของมารดาของข้า ข้าผู้เป็ศิษย์ปรมาจารย์ ชาตินี้ข้าจะไม่มีวันพ่ายแพ้ให้เ้า รอดูเถอะ!”
ซูอวิ๋นแผดเสียงร้อง เส้นเืทั่วทั้งร่างพลุ่งพล่าน เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการต่อสู้
นางมีศักดิ์ศรีสูงมาก แม้จะเคยพ่ายแพ้ต่อหนิงเทียนมาก่อน ทว่านั่นเป็เพราะหนิงเทียนคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของจื๋อซิว และมีพลังมหาศาลในร่างกายนับแสน
ซูอวิ๋นไม่เชื่อว่าซูิเยวี่ยจะเทียบเท่ากับหนิงเทียนได้ และด้วยนางอยู่ในขอบเขตที่สูงกว่า นางจะพ่ายแพ้ต่อหญิงผู้นี้ได้อย่างไร?
จางเฟิงหยางจ้องมองท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว อัจฉริยะผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถล้ำเลิศ กลับถูกซูิเยวี่ยตบจนแขนหักกระเด็น เหตุการณ์ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เ้าเยี่ยนเหมยแผดเสียงร้องด้วยความโกรธแค้น บุตรสาวของนางคือผู้แข็งแกร่งที่สุด เป็ไปได้อย่างไรที่จะพ่ายแพ้ต่อลูกปีศาจจิ้งจอกตนนั้น?
ความจริงข้อนี้ยากเกินกว่าที่นางจะยอมรับได้ เสียงสาปแช่งอันบ้าคลั่งจึงหลุดพ้นจากริมฝีปาก
“เ้ากล้าด่ามารดาข้า วันนี้ข้าจะตบปากเ้าให้แหลก!”
หลิ่วิเยวี่ยะโอย่างโกรธแค้น คำว่า “มารดาอายุสั้น” ของซูอวิ๋นปลุกไฟโทสะในใจของนางจนลุกโชน
ในฐานะผู้บำเพ็ญดาวคู่ประสานธาตุ พลังสายเืของหลิ่วิเยวี่ยจึงเหนือกว่าร่างเหมันต์ซานหยินของซูอวิ๋นอยู่หลายขุม และอาวุธประจำกายของนางคือแหวนผนึกนภา ซึ่งมีพลังในการผนึกสรรพสิ่งในโลกได้
ในฐานะศิษย์ของจัวหลานชิว หลิ่วิเยวี่ยได้ฝึกฝนกระบวนท่าเทพลำนำดาราจากคัมภีร์ดาวเหนือ์ศักดิ์สิทธิ์ นี่คือวิชาล้ำลึกเหนือชั้น ยิ่งได้ผสมผสานกับศาสตร์เลขเก้าหลักอันล้ำลึกของหนิงเทียน ทำให้พลังการต่อสู้ของหลิ่วิเยวี่ยช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
แม้ว่าซูอวิ๋นจะอยู่ในขั้นสองของขอบเขตเปลี่ยนผ่านและได้รับโชคลาภมากมาย แต่เมื่อเทียบกับหลิ่วิเยวี่ยแล้ว ยังคงมีช่องว่างอยู่มาก
ซูอวิ๋นแผ่พลังปราณอันรุนแรงท่ามกลางเวหา ร่างกายล้อมรอบด้วยหิมะที่โปรยปราย นางใช้ทักษะการต่อสู้ของสำนักหานเทียน มือซ้ายปล่อยดรรชนีเหมันต์ มือขวาฟาดฟันด้วยกระบี่น้ำแข็ง บนศีรษะประดับด้วยหยกน้ำแข็งใสราวกับมงกุฎ เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามดั่งราชินีแห่งน้ำแข็ง
ส่วนทางด้านหลิ่วิเยวี่ยมีดาวเก้าดวงโคจรรอบตัว ปลายนิ้วเปล่งแสงน้ำแข็งคมกริบ เพียงโบกมือเบาๆ กาลอวกาศทั้งหมดก็ถูกแช่แข็ง
ประกายกระบี่สีเงินดุจสายฟ้าฟาด ฟาดฟันเข้าใส่กระบี่น้ำแข็งของซูอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
พลังจากหอคอยพลังในร่างกายของหลิ่วิเยวี่ยพลุ่งพล่าน เปลวแสงสีทองสว่างจ้าแผ่ออกมาจากกระบี่ แม้จะดูภายนอกเหมือนนางฟาดฟันอย่างสบายๆ แต่พลังที่แท้จริงนั้นช่างน่าหวาดกลัว จนแม้แต่ตัวนางเองยังรู้สึกตระหนก
ประกายสีเย็นแล่นผ่านดวงตาของซูอวิ๋น นางใช้กระบี่น้ำแข็งในมือขวาต้านทานคมกระบี่ของหลิ่วิเยวี่ย หยกหิมะวิจิตรเหนือศีรษะของนางเปล่งแสงสว่างจ้า พยายามจะสังหารศัตรูในการโจมตีเดียว
ทว่าพลังกระบี่ของหลิ่วิเยวี่ยนั้นเหนือชั้นเกินกว่าซูอวิ๋นจะต้านทานได้
เพียงพลังของทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ซูอวิ๋นก็พ่ายแพ้ราบคาบ ไร้ซึ่งโอกาสแม้แต่จะหลบหลีกคมกระบี่ของหลิ่วิเยวี่ย ร่างกายของนางะเิเป็จุณ หยาดเืสาดกระเซ็นเต็มท้องฟ้า ิญญาร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
“ไม่!”
เสียงร้องโหยหวนดังก้องมาจากเ้าเยี่ยนเหมย ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจแหลกสลาย ทนรับความจริงอันโหดร้ายนี้ไม่ได้
จางเฟิงหยางตกตะลึงจนตัวแข็ง สมองหยุดทำงาน เหลือเพียงความหวาดกลัว
“หนี! ถ้าไม่หนี เราตายแน่!”
แม้จะสูญเสียแขนทั้งสองข้าง แต่จางเฟิงหยางก็ยังเหลือสติอยู่บ้าง เขาเหลือบมองเ้าเยี่ยนเหมยผู้าเ็สาหัส ตั้งใจจะหนีเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว ซูอวิ๋นเป็ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ในสำนัก หากคราวนี้นางรอดไปได้ การที่เขาละทิ้งมารดาของนางไว้ ย่อมหมายถึงจุดจบอันน่าสยดสยองของเขาในภายภาคหน้าเป็แน่
หากสามารถพาเ้าเยี่ยนเหมยหนีไปได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ถือว่าได้สร้างความดีความชอบไว้มิใช่น้อย
เนื้อตัวของซูอวิ๋นฟื้นฟูขึ้นใหม่ ร่างกายปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง สายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ในกระบวนท่าแรก ซูอวิ๋นคิดว่าตนเองประมาทเลินเล่อ
แต่ด้วยการโจมตีเมื่อสักครู่ หลิ่วิเยวี่ยได้พิสูจน์คำพูดของตนด้วยพลังอันล้นเหลือ เพียงมือเดียวก็สามารถทำให้ซูอวิ๋นคุกเข่าขอความเมตตาได้จริงๆ
เื่นี้ทำให้ซูอวิ๋นโกรธแค้น จนต้องกัดฟันด้วยความเคียดแค้น
นับั้แ่เยาว์วัย นางคือผู้สูงศักดิ์เสียดฟ้า ขณะที่ซูิเยวี่ยมีสภาพต่ำต้อยดั่งสาวใช้ในจวนตระกูลซู
ทว่าเพียงเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน ซูิเยวี่ยกลับกล้ามาเหยียบย่ำนาง ซูอวิ๋นโกรธแค้นยิ่งนัก!
“ข้าจะไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อเ้า!”
ซูอวิ๋นแผดเสียงร้อง สายตาจ้องมองจางเฟิงหยาง ส่งเสียงสื่อสารให้เขาพาเ้าเยี่ยนเหมยผู้เป็มารดาหลบหนีไปก่อน
จางเฟิงหยางพยักหน้ารับ เขากำลังรอจังหวะที่เหมาะสมอยู่
หลิ่วิเยวี่ยมองซูอวิ๋นด้วยดวงตาทอประกายด้วยความเกลียดชังและความโศกเศร้า
“ข้าอดทนอดกลั้นมาั้แ่เด็ก เพราะข้าไม่มีแม่ ไม่มีใครรักใคร่ ล้วนเป็เพราะแม่ของเ้าทั้งนั้น วันนี้...”
ซูอวิ๋นะโลั่น “อย่ามาพูดพล่อย! ที่เ้าไม่มีแม่นั่นเป็กรรมของเ้าเอง ไปตายเสียเถอะ!”
ซูอวิ๋นหยิบพัดหิมะลอยล่องออกมา กระตุ้นพลังหมื่นหยดหิมะ บนศีรษะประดับด้วยหยกมณีล้ำค่า ในมือซ่อนไข่มุกหยินทมิฬก็เอาไว้ พร้อมปลดปล่อยสุดยอดวิชามรณะ
ดวงตาของหลิ่วิเยวี่ยเปล่งประกายดุจเปลวเพลิง ก่อนหน้านี้นางได้รับตะเกียงสัมฤทธิ์โบราณจากเมืองร้างในแดนลับ และได้ฝึกฝนศาสตร์ลึกลับของดวงตาคล้ายคลึงกับทักษะเก้าเนตร์ของหนิงเทียน ซึ่งสามารถมองทะลุจิตใจถึงแก่นแท้ของสรรพสิ่งได้
ซูอวิ๋นใจคอคับแคบ ไร้ความปรานี เก็บซ่อนไข่มุกหยินทมิฬไว้หมายปองทำร้ายนาง แต่อุบายนี้มิอาจพ้นสายตาอันเฉียบคมของหลิ่วิเยวี่ยได้
ย้อนไปในอดีต หลิ่วิเยวี่ยเคยประจักษ์ฝีมือของซูอวิ๋นเมื่อคราที่นางปะทะกับหนิงเทียน รู้ดีว่าหญิงสาวผู้นี้มีชั้นเชิงไม่ธรรมดา จึงเตรียมรับมือกับไข่มุกหยินทมิฬไว้ล่วงหน้าแล้ว
เสียงหวีดแหลมดังก้อง แหวนผนึกนภาปรากฏขึ้นบนศีรษะของหลิ่วิเยวี่ย ปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่กดขี่พื้นพิภพ พลังนั้นกดทับทั้งพัดหิมะลอยล่องและม้วนภาพพันทิวเขาเหมันต์ของซูอวิ๋นจนทั้งสองสิ่งสูญเสียพลังไปในทันที
ซูอวิ๋นประหลาดใจ หยกหิมะวิจิตรเหนือศีรษะของนางขยายใหญ่ขึ้นทันที หมุนวนปลดปล่อยแสงเย็นะเืราวกับูเาน้ำแข็งถล่มลงมาจากฟ้า
จากนั้นแสงกระบี่จากมือขวาก็พุ่งวูบ ดึงดูดความสนใจของหลิ่วิเยวี่ย ในขณะที่ไข่มุกหยินทมิฬในมือซ้ายแปรเปลี่ยนเป็อาวุธลับ เข้าโจมตีอย่างเงียบเชียบ
หลิ่วิเยวี่ยกระตุ้นแหวนผนึกนภา เข้าปะทะกับหยกหิมะวิจิตรของซูอวิ๋น ทว่าเหนือไหล่ของนางกลับปรากฏหยกหิมะวิจิตร เปลวเพลิงเก้าสีสั่นไหวเบ่งบานจากไส้ตะเกียง
หยกหิมะวิจิตรหมุนวนพุ่งเข้าปะทะกับแหวนผนึก์ พลังจากอาวุธประจำกายของทั้งสองปะทะกัน เกิดเป็ประกายะเิอันรุนแรง
แหวนผนึก์เปล่งประกายใสดั่งหยก ราวกับวงแหวนหยกที่สามารถกักขังฟ้าดินได้ ปล่อยสายลวดลายิญญานับหมื่นพันเกี่ยวกุมหยกหิมะวิจิตร และบดขยี้มันจนกลับคืนสู่ร่างเดิม
ในเวลาเดียวกัน แสงกระบี่ในมือขวาของซูอวิ๋นก็ถูกตบแตกด้วยฝ่ามือเดียวของหลิ่วิเยวี่ย ไข่มุกหยินทมิฬในมือซ้ายพุ่งเข้าหาพร้อมกับพลังความหนาวเย็นสุดขั้ว แต่กลับถูกเปลวลำแสงเปลวเพลิงเก้าสีต้านไว้
พลังน้ำแข็งและไฟปะทะกัน ก่อให้เกิดพายุแห่งการทำลายล้าง แรงะเิสั่นะเืจนหลิ่วิเยวี่ยถอยหลังไปร้อยจั้ง ขณะที่ร่างของซูอวิ๋นะเิอีกครั้ง พร้อมเสียงร้องโหยหวนด้วยความโกรธแค้น
สามครั้งที่เผชิญหน้า สามคราที่พ่ายแพ้ สร้างความคลุ้มคลั่งให้กับซูอวิ๋น
เหตุใดจึงเป็เช่นนี้? เหตุใด!
ซูอวิ๋นไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้นี้ได้ หญิงต่ำต้อยที่นางดูถูกั้แ่เด็ก เหตุใดจึงมีพลังเหนือกว่านาง?
จางเฟิงหยางฉวยโอกาสตอนที่ซูอวิ๋นสู้กับหลิ่วิเยวี่ยพาเ้าเยี่ยนเหมยหลบหนีอย่างรวดเร็ว
ขณะที่หลิ่วิเยวี่ยก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้ขัดขวาง
แม้นางจะพยาบาทชิงชังต่อเ้าเยี่ยนเหมยสุดหัวใจ แต่ความคิดที่จะปลิดชีพนางกลับยังคลุมเครืออยู่ภายใน นางยังตัดสินใจไม่ได้
ซูอวิ๋นกลับมาผสานร่างอีกครั้ง ดวงตาทั้งคู่บนใบหน้าซีดเผือดอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้น อาวุธิญญาประจำกายอย่างหยกหิมะวิจิตรถูกพันธนาการด้วยแหวนผนึกนภา ส่งผลให้พลังปราณของนางบอบช้ำ
“เ้าช่างโอหังในศักดิ์ศรี จมอยู่กับภาพลวงตาของพลังอันยิ่งใหญ่”
“หุบปาก! เ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนข้า!”
ซูอวิ๋นเผยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้นนางก็ใช้ท่ารำอันประหลาดผสมผสานทั้งการเคลื่อนไหว การก้าวเท้า การจับคู่ต่อสู้ และการใช้กรงเล็บ ท่ารำนี้ได้มาจากแผ่นศิลาในวังลับ
ศาสตร์การต่อสู้ชุดนี้ล้ำลึกปราณีต เน้นการใช้ความอ่อนโยนเอาชนะความแข็งกร้าว
“ไร้ประโยชน์!”
แววตาของหลิ่วิเยวี่ยดั่งเปลวเพลิง ดวงตาที่มีพลังพิเศษสามารถมองทะลุแก่นแท้ของวิชานี้ได้ทันที พลังภายในร่างกายสั่นะเืเปรียบเสมือนสุริยันอันร้อนระอุ แผ่พลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
หมัดหนึ่งพุ่งโจมตี ฝ่ามือหนึ่งเฉียงเข้าปิดทางถอย หลิ่วิเยวี่ยตัดเส้นทางหนีของซูอวิ๋น พร้อมพลังอันมหาศาลที่พังทลายทุกสิ่ง ซูอวิ๋นพยายามต่อสู้สุดแรงเกิด แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ช่องว่างของขอบเขตไม่ได้สร้างความได้เปรียบให้กับซูอวิ๋นเลย พลังอันยิ่งใหญ่ของหลิ่วิเยวี่ยนั้นเกินกว่าจินตนาการของนางโดยสิ้นเชิง
หลิ่วิเยวี่ยสงบนิ่งราวกับสายน้ำ ตลอด่เวลาแห่งการต่อสู้อันแสนดุเดือดนางไร้ซึ่งความหวั่นไหว ต่างกับซูอวิ๋นที่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ หัวใจแหลกสลายจนแทบคลั่ง
ซูอวิ๋นทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ สุดท้ายกลับพบกับความพ่ายแพ้ สิ้นหวัง
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งประลองกับหนิงเทียน ซูอวิ๋นยังพอมีเรี่ยวแรงต่อสู้จนทั้งสองฝ่ายาเ็สาหัส
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับหลิ่วิเยวี่ยคืนนี้ นางกลับไร้ซึ่งพลังทำลาย แม้แต่ปลายเส้นผมของหลิ่วิเยวี่ยก็ยังแตะต้องไม่ได้
ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นในใจของซูอวิ๋น ดวงตาฉายแววเดือดดาล จ้องเขม็งไปที่หลิ่วิเยวี่ยราวกับไฟลุกโชน ปรารถนาจะเฉือนเนื้อหั่นหนัง แยกชิ้นส่วนศัตรูให้สิ้นซาก
หลิ่วิเยวี่ยเคลื่อนไหวอย่างเฉียบขาด ความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมาเนิ่นนานะเิออกมาจนสิ้นเชิง นางโจมตีซูอวิ๋นอย่างรุนแรงจนถอยร่นไม่เป็ท่า ทั้งพัดหิมะลอยล่องและม้วนภาพพันทิวเขาเหมันต์ถูกทำลายจนสิ้น
“ซูิเยวี่ย ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!”
ซูอวิ๋นกัดฟันกรอด เสียงคำรามของนางเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เพียงพูดจบ นางก็ถูกฝ่ามือของหลิ่วิเยวี่ยฟาดกระเด็นล้มกลิ้งไปอีกครั้ง
เจตนาฆ่าของหลิ่วิเยวี่ยลุกโชน ความแค้นของซูอวิ๋นนั้นเปรียบเสมือนหมาป่าดุร้าย ทำให้หลิ่วิเยวี่ยเกิดความคิดที่จะสังหารนาง
ด้วยเหตุผลและความชอบธรรมล้วนสนับสนุนให้หลิ่วิเยวี่ยสังหารซูอวิ๋น แต่สาเหตุที่นางยังลังเลอยู่ก็เพราะคำนึงถึงหนิงเทียน
หากไม่ใช่เพราะ้าเก็บซูอวิ๋นไว้ให้หนิงเทียนจัดการ หลิ่วิเยวี่ยคงทุบตีนางจนสิ้นลมหายใจไปนานแล้ว
เมื่อซูอวิ๋นััได้ถึงเจตนาสังหารในดวงตาของหลิ่วิเยวี่ย ในที่สุดนางก็ตระหนักถึงสถานการณ์อันเลวร้าย
นางรีบถอยหลังอย่างว่องไว หลบหนีเอาชีวิตรอด
หลิ่วิเยวี่ยตวัดฝ่ามือจากระยะไกล กระแทกซูอวิ๋นจนสำรอกเืและร้องโหยหวนด้วยสภาพดูน่าสังเวช
“ซูิเยวี่ย เ้าทำเกินไปแล้ว ข้าขอสู้ตายกับเ้า!”
ทันใดนั้น ซูอวิ๋นคว้ายันต์แผ่นหนึ่งออกมาด้วยความโกรธแค้น ซึ่งยันต์นั้นเปล่งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่แฝงเร้นอยู่
สีหน้าของหลิ่วิเยวี่ยเปลี่ยนไปด้วยความใ นางถอยร่นไปพันจั้งด้วยสายตาที่เคร่งขรึมในทันที
ซูอวิ๋นเป็ศิษย์ของปรมาจารย์ นางจึงมีโอกาสเครื่องรางปกป้องชีวิตที่ปรมาจารย์สร้างไว้ และสิ่งนี้ไม่อาจประมาทได้
ซูอวิ๋นใช้กลอุบายตบตาหลิ่วิเยวี่ยจนตกตะลึง ก่อนที่จะฉวยโอกาสหนีไป
หลิ่วิเยวี่ยโกรธจนกัดฟันกรอด อยากจะไล่ตามแต่ก็สายเสียแล้ว
คืนนั้นหลิ่วิเยวี่ยกลับไปร้องไห้คร่ำครวญหน้าหลุมศพของท่านแม่ด้วยความเสียใจสุดแสน
ใจนางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เห็นได้ชัดว่านางมีโอกาสล้างแค้นให้มารดาได้ แต่นาง...
เช้าวันต่อมา หลิ่วิเยวี่ยรีบมุ่งหน้าไปยังยอดเขาสายหมอกทันที
ใน่บ่ายเทพธิดาเหยากวงก็ปรากฏตัว แต่หลิ่วิเยวี่ยจำนางไม่ได้
แม้ว่าครั้งนั้นจะเป็เทพธิดาเหยากวงที่นำนางออกจากเมืองเสวียนซาน แต่ตอนนั้นหลิ่วิเยวี่ยอยู่ในสภาพหมดสติ
เมื่อหลิ่วิเยวี่ยตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าตนเองอยู่ที่สาขากูอวิ๋นของตำหนักดาวเหนือแล้ว
เทพธิดาเหยากวงสวมอาภรณ์หรูหราและสง่างาม เผยโฉมสะคราญฟ้า ดวงตาทั้งสองจ้องมองไปยังหลิ่วิเยวี่ย พร้อมรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าที่งดงามของนาง
“เ้ามีพลังเหนือกว่าที่ข้าคาดไว้มาก”
“ิเยวี่ยคารวะท่านเทพธิดา ข้าน้อยขอขอบพระคุณท่านที่ชมเชย”
หลิ่วิเยวี่ยรีบก้าวถอยหลัง ย่อตัวลงคำนับด้วยความเคารพ
“มีการประมูลในเมืองเสวี่ยอวิ๋น ข้าจะพาเ้าไปร่วมด้วย”
เทพธิดาลอยขึ้นกลางอากาศ พริบตาเดียวก็พาหลิ่วิเยวี่ยหายไปจากที่เดิม
