ภายในห้องเงียบสงัดเป็อย่างมาก เฉินฝูมองไปที่จื่ออวี้ที่กำลังมองเต้าหลิงอย่างสนอกสนใจ ภายในใจของเฉินฝูเต็มไปด้วยความตกตะลึง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนู ไม่บ่อยนักที่จะเห็นนางเป็เช่นนี้ อีกทั้งั์ตาดำคู่สวยของนางยังฉายแววอยากรู้อยากเห็นอีกด้วย
ด้านหน้า เต้าหลิงกำลังจับจ้องไปที่รอยกำปั้นที่อยู่บนแผ่นหยกอย่างไม่คลาดสายตา ั์ตาคู่ดำััได้ถึงอะไรบางอย่างบนความว่างเปล่า คลื่นพลังลึกลับแพร่กระจายออกมาเป็เส้นสาย
และในตอนนั้นเองที่เต้าหลิงคล้ายจะเข้าใจในวิทยายุทธ์นี้ทั้งหมด หมัดของเขาค่อยๆ กำแน่นขึ้น แน่นเสียจนกระดูกกระทบกันส่งเสียงดังก้องออกมา
วิ้ง!
พลังภายในร่างของเต้าหลิงไหลทะลักออกมารวมกันอยู่ที่หมัด ทั่วทั้งกำปั้นแปรเปลี่ยนไปดูน่ากลัวมากขึ้น แรงกดดันทำให้มวลอากาศะเิกระจายออกไปโดยรอบจนกลายเป็พลังที่แข็งแกร่ง ยากจะหาสิ่งใดมาต้านทานได้
“อะไรกัน? นี่มันเป็ไปได้อย่างไร?” เฉินฝูใราวกับเห็นผี เขาร้องเสียงหลงออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาสำเร็จวิทยายุทธ์นี้แล้วอย่างนั้นหรือ? อีกทั้งยังสำเร็จภายในเวลาไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น นี่มันเกินกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก!
เสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่คาดคิดทำให้ั์ตาของเต้าหลิงพลันหรี่ลง พลังที่อัดแน่นอยู่ในหมัดก็กระจายสลายตัวไป เขาหมุนกายกลับมา เมื่อเห็นว่ามีคนสองคนยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าละอ่อนของเขาก็ฉายประกายความเก้อเขิน “ข้า ข้าแค่ดูเท่านั้น”
ภายในใจเต้าหลิงรู้สึกปั่นป่วนด้วยความละอายใจอยู่ไม่น้อย เขาไม่สมควรอ่านมันเลย นี่เป็วิทยายุทธ์ของผู้อื่น ซ้ำเขาก็ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเ้าของอีก
“ไม่เป็ไร เื่เล็กน้อยเท่านั้น” ดวงตาคู่สวยของจื่ออวี้เบิกกว้างเล็กน้อย ขนตาของนางสั่นไหวขึ้นลงชวนให้คนหลงใหลเคลิบเคลิ้ม ทั้งรูปร่างยังอรชรอ้อนแอ้น ดูอ่อนหวานและสง่างามยิ่ง จื่ออวี้กำลังจ้องมองไปยังเต้าหลิงราวกับพบเจอสมบัติล้ำค่า อัจฉริยะ! ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถสำเร็จวิทยายุทธ์นี้ได้แล้ว พร์ของเขาจะต้องเป็สิ่งที่ฟ้าประทานมาให้อย่างแน่นอน!
‘อัจฉริยะ!’ เฉินฝูแผดเสียงร้องกล่าวในใจ มิน่าเล่าเขาถึงได้รับมอบหมายให้ดูแลผลึกหินทองแดงโลหิต อาจารย์ของเขาจะต้องเป็คนที่มีฝีมือล้ำเลิศโดยแท้เป็แน่
“ใช่แล้ว หาใช่เื่ใหญ่อันใดไม่ ก็แค่วิทยายุทธ์วิชาหนึ่งเท่านั้น” เฉินฝูกล่าวเสริม ดวงตาของเขาจ้องมองเต้าหลิงด้วยความนับถือ เฉินฝูรู้ดีว่าบุคคลฝีมือเลิศล้ำเช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก
เต้าหลิงยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย สายตาของเขามองไปที่จื่ออวี้ เขามองนางอยู่หลายครั้งอย่างอดไม่ได้ หญิงสาวผู้นี้ช่างงดงามยิ่งนัก ผิวของนางขาวดุจหิมะเนียนละเอียดเปล่งประกาย
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องมองตนตาไม่กะพริบ มุมปากของจื่ออวี้ก็ยกขึ้นมาเล็กน้อยพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไพเราะ “ข้าชื่อจื่ออวี้ แล้วเ้าเล่า...?”
สีหน้าเฉินฝูฉายแววแปลกใจอยู่ไม่น้อย เขานั้นเพิ่งเคยได้ยินคุณหนูออกปากเอ่ยนามของตนก่อน เขาเดาว่าคุณหนูจะต้องคิดอะไรบางอย่างอยู่แน่นอน อัจฉริยะเช่นนี้คว้าเอาไว้ก่อนน่าจะดี
“ข้าชื่อเต้าหลิง” เต้าหลิงกล่าวพลางยักไหล่แล้วยิ้มออกมาบางๆ คนผู้นี้คงมิใช่คนธรรมดาทั่วไป เฉินฝูยังให้ความเคารพแก่นางเป็อย่างมาก คาดว่านางคงจะเป็คุณหนูของคลังสมบัติ
‘เต้าหลิง? สกุลเต้าหรือ?’ เมื่อได้ยินเช่นนั้น สายตาของจื่ออวี้ก็ฉายแววประหลาดใจ นางจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา หรือว่าเขาจะเป็คนของตระกูลเต้า? ทว่านั่นไม่น่าจะเป็ไปได้ ตระกูลเต้าอยู่ห่างจากแคว้นชิงเป็อย่างมาก อีกทั้งพลังของอีกฝ่ายก็ไม่ได้สูงมากขนาดนั้น
‘คงจะสกุลเดียวกันเฉยๆ กระมัง’ จื่ออวี้กล่าวพึมพำในใจ ภายในมือของนางปรากฏขวดหยกขวดหนึ่งขึ้น นางยิ้มออกมาน้อยๆ แล้วกล่าวว่า “นี่คือเืของสัตว์อสูรโบราณ ไม่รู้ว่าเ้าพอใจหรือไม่?”
“โฮกกก!”
เสียงคำรามแผดดังขึ้น สัตว์อสูรสีทองร้องคำรามอยู่ภายในขวดหยก ลักษณะของมันคล้ายกับเสือดาว ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองอร่ามหนา ดูน่าหวาดผวา
ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรตนนี้จะมีขนาดเล็กมาก แต่ดูแล้วกลับแข็งแกร่งโดดเด่น ทั่วร่างของมันปกคลุมไปด้วยพลังที่รุนแรง ดูแล้วน่าเกรงขามยิ่งนัก
‘อสูรเกล็ดเสือดาว’ ภายในใจของเต้าหลิงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือสัตว์อสูรโบราณชนิดหนึ่งที่น่ากลัวเป็อย่างมาก ถึงแม้จะเป็เพียงแค่เื แต่กลับสามารถปรากฏเป็รูปร่างได้ มันต้องเป็สัตว์อสูรโบราณระดับสูงไม่ผิดแน่!
สายเืของสัตว์อสูรโบราณนั้นก็มีหลายระดับ ทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่ง ยิ่งระดับสายเืของพวกมันเ่าั้แข็งแกร่งมากเท่าใด เมื่อเติบใหญ่ก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าเืที่สกัดกลั่นออกมาย่อมน่ากลัวกว่าหลายเท่า
“ไม่น่ารักเอาซะเลย” จื่ออวี้จ้องมองเือสูรเกล็ดเสือดาวที่ไม่อยู่นิ่ง มุมปากนางยกขึ้นชวนหลงใหล นิ้วเรียวชี้ไปที่ขวดหยกแกมสั่งสอน ทันใดนั้นร่างของสัตว์อสูรตัวน้อยก็พลันสลายกลับไปเป็เืสีทองอร่าม แต่ละหยดเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า แวววาวละลานตายิ่งนัก อีกทั้งแต่ละหยดล้วนมีเืลมหมุนเป็เกลียวเด่นชัด
“ข้าพอใจมาก ขอบคุณเ้ามาก” เต้าหลิงยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นมือออกไปรับขวดหยกนั้นแล้วเก็บลงไป เดาว่าหากดื่มเืของสัตว์อสูรโบราณนี้ ร่างกายของเขาจะต้องพัฒนาขึ้นไปสู่ขั้นที่น่ากลัวอีกขั้นหนึ่ง
“ข้าขอถือวิสาสะถามเ้าสักหน่อย เ้าที่อยู่ในขั้นหลอมกายา ตอนนี้เ้ามีพลังเท่าใดหรือ?” จื่ออวี้ยิ้มหวานพลางเอ่ยถาม นางััได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ทะลวงเข้าไปสู่ขั้นสถิติญญา
“ข้าเองก็ยังไม่รู้เช่นกัน ข้ายังไม่เคยทดสอบพลัง” เต้าหลิงส่ายหน้าเบาๆ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าตอนนี้จะมีพลังหมัดอยู่ที่เท่าใด
เมื่อจื่ออวี้ได้ยินดังนั้น นางก็อึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่ได้สนใจพลังของตัวเองเลยอย่างนั้นหรือ? นางจึงลองถามกลับไปว่า “เ้าอยากจะลองทดสอบดูหน่อยไหมเล่า?”
“ได้สิ” เต้าหลิงยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวตอบรับ เขาก็รู้สึกแปลกใจว่านาง้าจะทำอะไร? แต่ลองวัดพลังดูหน่อยก็ไม่เสียหาย ในเมื่อนางอุตส่าห์นำเืของสัตว์อสูรโบราณออกมาให้ เช่นนั้นก็ไม่ควรหักหาญน้ำใจนาง
ปรากฏแท่งหินสีดำตั้งตระหง่านอยู่ภายในห้อง เต้าหลิงยืนมองอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกำหมัดแน่นพลางสาวเท้าเดินเข้าไป แล้วจึงปล่อยหมัดออกไปปะทะเข้ากับแท่งหิน
กำปั้นกระทบแท่งหินสีดำจนเกิดเสียงดังปึ้ง ทั่วทั้งแท่งหินสั่นสะท้านอยู่นาน สายตาทั้งสามคู่จ้องมองไปยังรอยประทับบนหิน สิบนิ้ว!
“สองหมื่นชั่ง!” สีหน้าของเต้าหลิงดูประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง ข้ามีพลังถึงสองหมื่นชั่งเชียวหรือ! นี่ใช้เวลาเพียงแค่ห้าหกวันเท่านั้น ความรวดเร็วในการฝึกฝนนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง
ขนาดหวังหลิ่งที่อยู่ในขั้นหลอมกายายังต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองปี ถึงจะมีพลังสองหมื่นชั่ง ทว่าเขากลับใช้เวลาแค่ห้าหกวันเท่านั้น หากเื่นี้แพร่งพรายออกไปคงจะสั่นะเืไปทั่วทั้งแว่นแคว้นแน่!
“หากข้าได้ดื่มเืของสัตว์อสูรโบราณ ไม่แน่ว่าอาจจะมีพลังถึงห้าหมื่นชั่งก็เป็ได้? หรือไม่ก็อาจจะสูงมากกว่านั้น!” ภายในใจของเต้าหลิงพลันลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผา อันดับหนึ่งของแคว้นชิงมีพลังเพียงห้าหมื่นชั่งเท่านั้น เขาจะต้องไปถึงขั้นนั้นได้แน่!
“เหตุใดคนที่มีพร์อย่างเ้า ถึงได้มีพลังแค่นี้?” จื่ออวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยพร์เช่นเขาในระดับขั้นหลอมกายา อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีพลังอยู่ที่สี่ห้าหมื่นชั่งสิ
“เต้าหลิง ในขั้นหลอมกายายิ่งเ้ามีร่างกายที่แข็งแกร่งมากเท่าใด ความสำเร็จในภายภาคหน้าก็จะยิ่งใหญ่มากเท่านั้น” ดวงตากลมโตของจื่ออวี้มองไปที่เขาพลางยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า “พร์ของเ้าน่ากลัวมาก หวังว่าเ้าจะไม่ใช้มันอย่างสูญเปล่า”
“ข้ารู้ ทว่าการเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายไม่ใช่ว่าจะเพิ่มกันได้ง่ายๆ เสียหน่อย” เต้าหลิงตอบกลับพลางยิ้มน้อยๆ เื่นี้ไม่จำเป็ต้องให้เ้ามากังวล ห้าหมื่นชั่งสำหรับข้าย่อมไม่ใช่ความฝัน
“อ๊ะ...ใช่แล้ว ข้าสามารถช่วยเ้าเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายได้นะ” จื่ออวี้ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมา ฝ่ามือเรียวสวยกำหมัดเล็กน้อยเพราะพร์ของเขาเข้าขั้นน่ากลัว แต่จะปล่อยไว้ก็น่าเสียดาย
“ช่วยข้า? เ้าจะช่วยข้าอย่างไร?” เต้าหลิงอึ้งไป เื่แบบนี้ช่วยกันได้ด้วยหรือ?
ในมือเรียวสวยของจื่ออวี้มีขวดหยกขวดหนึ่งปรากฏขึ้นมา นางเม้มปากพลางยิ้มหวาน “ข้างในนี้บรรจุลำฐานเหลวระดับสี่เอาไว้ เ้าคงเคยได้ยินมาบ้างใช่หรือไม่?”
“ลำฐานเหลวระดับสี่!” เต้าหลิงรู้สึกราวกับว่าหัวใจกำลังจะหยุดเต้น ม่านตาดำหรี่ลงเล็กน้อย ลำฐานเหลวระดับสี่ถือว่าเป็สมบัติที่ล้ำค่าเป็อย่างมาก
งานประมูลครั้งก่อนที่เมืองชิงสือ มีคนที่นำลำฐานเหลวระดับสองออกมาประมูล ซึ่งมูลค่าของมันอยู่ที่ห้าแสนเหรียญทอง!
ทว่าระดับสองและระดับสี่ช่างแตกต่างกันมากเสียเหลือเกิน ของสิ่งนี้นับได้ว่าเป็สมบัติที่หายากอย่างมาก นางจะมอบมันให้แก่ข้าอย่างนั้นหรือ? ภายในใจของเต้าหลิงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสักเท่าใด เขารู้สึกว่าตนเหมือนกับหนูตกถังข้าวสาร
มุมปากของเฉินฝูพลันบิดเบี้ยว ลำฐานเหลวระดับสี่ใช่ว่ามีเงินก็จะหาซื้อได้ มูลค่าของมันยิ่งใหญ่นัก เพราะมันสามารถสร้างอัจฉริยะหนึ่งคนขึ้นมาได้เลยทีเดียว คิดไม่ถึงเลยว่าคุณหนูจะมอบมันให้กับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป นี่มันจะเป็การกระทำที่บุ่มบ่ามเกินไปหรือไม่?
“มันล้ำค่าเกินที่ข้าจะรับมันไว้ได้ ข้าขอบคุณสำหรับน้ำใจของเ้ามาก” เต้าหลิงส่ายหน้าปฏิเสธ ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไปจริงๆ
“น้ำใจเล็กน้อย เพื่อมิตรภาพของพวกเรา อย่าได้เกรงใจไป อันที่จริงสำหรับข้าแล้วมันหาได้มีค่าขนาดนั้น” จื่ออวี้มองค้อนไปที่เขาแวบหนึ่งพลางฉีกยิ้มออกมา ท่าทีของนางนั้นชวนหลงใหลเป็อย่างมาก
เต้าหลิงขมวดคิ้ว เขาจ้องมองลำฐานเหลวระดับสี่ที่อยู่ในมือนาง สีหน้าฉายแววหนักอึ้ง ก่อนจะเอ่ยปากถามออกมาตรงๆ “จื่ออวี้ เ้ามีเื่ที่อยากให้ข้าทำใช่หรือไม่?”
“ใช่ ทว่ามันเป็เื่ที่ดีนะ” นางหัวเราะคิกคัก ภายในมือมีแผ่นหยกอันหนึ่งปรากฏขึ้นมา นางยื่นออกไปให้เต้าหลิงพลางกล่าว “และนี่ก็คือเื่ดีที่ข้าว่า เ้าจะต้องฝึกฝ่ามือหยินหยางให้สำเร็จภายในสามเดือน!”
ได้ยินดังนั้นเฉินฝูก็ใจนแทบจะล้มพับ ฝ่ามือหยินหยางเป็หนึ่งในสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจ ถึงแม้ว่าฝ่ามือหยินหยางนี้จะมีเพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น ทว่ามันก็สามารถทำให้แคว้นชิงเกิดานองเืได้ คุณหนูของข้า ท่านป่วยไข้ไปแล้วใช่หรือไม่!
“ง่ายแบบนี้เลยหรือ?” เต้าหลิงประหลาดใจ มอบลำฐานเหลวให้แก่เขา อีกทั้งยังมอบวิทยายุทธ์ให้เขาฝึกอีก? นางหมายความว่าอย่างไรกัน
“ง่ายแบบนี้เลย หากทว่าภายในสามเดือนเ้าฝึกฝนไม่สำเร็จ ถึงตอนนั้นเ้าต้องนำมันมาคืนให้แก่ข้านะ” นางชายตามองเต้าหลิงพลางกล่าว ั์ตานางฉายแววรอคอยเด่นชัด หากเขาสามารถฝึกฝนมันได้สำเร็จ เขาจะต้องเฉิดฉายขึ้นแน่
“ข้าจะลองดูก็แล้วกัน” เต้าหลิงรับแผ่นหยกวิทยายุทธ์ฝ่ามือหยินหยางมาเก็บไว้ ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวออกมา “หากหมดเื่แล้ว ข้าขอตัวก่อน”
จื่ออวี้พยักหน้าพลางมองเขาเดินจากไป ตอนนั้นเองเฉินฝูก็รีบกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรนว่า “คุณหนู นั่นฝ่ามือหยินหยางเชียวนะ ทำไมถึงได้มอบให้เขาไปง่ายๆ เช่นนั้นเล่า?”
“เ้าจะกลัวอะไร? ไม่ใช่ว่าเป็แค่ส่วนหัวของวิทยายุทธ์หรอกหรือ? หากว่าเขาสามารถฝึกฝนได้สำเร็จ ก็จะสามารถเปิดพื้นที่มรณภาพของปรมาจารย์หยินหยางได้ เมื่อถึงเวลานั้น ก็ไม่แน่ว่าอาจจะได้วิทยายุทธ์ฝ่ามือหยินหยางที่สมบูรณ์มา อย่างไรซะมันก็คือสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจเชียวนะ!” จื่ออวี้เอามือมาวางไว้ที่ริมฝีปากพลางหัวเราะออกมา
“เป็ไปไม่ได้” เฉินฝูส่ายหน้ารัวราวกับกลองสั่นแล้วกล่าวต่อว่า “อัจฉริยะของแต่ละตระกูลต่างก็ได้ลองฝึก ทว่าไม่มีผู้ใดเลยที่จะฝึกได้สำเร็จ แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นก็เป็แค่คนที่คุณหนูจับพลัดจับผลูมาเจอเท่านั้น จะฝึกสำเร็จได้อย่างไร?”
“อีกอย่างพลังกายของเขาก็มีเพียงสองหมื่นชั่ง พร์ก็แค่ระดับทั่วไป เทียบกับเด็กหนุ่มอัจฉริยะคนอื่นแล้วถือว่าห่างชั้นกันมาก” เฉินฝูไม่อยากเชื่อว่าเขาจะสามารถฝึกสำเร็จได้
“ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก เมื่อครู่ข้าได้มอบลำฐานเหลวระดับสี่ให้กับเขา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะทะลวงธรณีประตูห้าหมื่นชั่งไปได้ก็ได้!” จื่ออวี้ลูบคลำคางขาวสะอาดพลางกล่าว
“คุณหนู ยิ่งท่านคาดหวังกับเขามากเท่าใด ท่านก็จะยิ่งผิดหวังมากเท่านั้นนะขอรับ” เฉินฝูส่งเสียงต่ำในลำคอ พลังกายห้าหมื่นชั่งเป็ดังธรณีประตูที่ยิ่งใหญ่ ยากเป็อย่างยิ่งที่จะทะลวงผ่านไปได้ ถึงแม้จะเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้น ก็ยังไม่อาจจะทะลวงธรณีประตูห้าหมื่นชั่งนี้ออกไปได้ง่ายๆ
อีกทั้งนี่นับว่าเป็แค่พื้นที่ส่วนหนึ่ง เมื่อเทียบกับโลกที่กว้างใหญ่แล้ว ห้าหมื่นชั่งคืออัจฉริยะ แปดหมื่นชั่งพบได้ยากเป็อย่างยิ่ง แล้วยิ่งหนึ่งแสนชั่งนั้น หนึ่งในแสนคนก็ยังยากที่จะหาพบ ในภายภาคหน้าพวกเขาเ่าั้จะต้องยิ่งใหญ่มากจนน่ากลัวแน่
เต้าหลิงเดินออกมาจากคลังสมบัติด้วยใบหน้าปลื้มปีติ ครั้งนี้ผลประโยชน์ที่เขาได้รับมานั้นมากกว่าที่เขาคาดหวังเอาไว้มาก เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าลำฐานเหลวระดับสี่จะให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเพียงใด
เมื่อเดินบนถนนได้สักพัก เต้าหลิงก็ขมวดคิ้วขึ้น จู่ๆ รอบด้านของเขาก็ผกผันหมุนกลับกลายเป็ภาพป่าเขา น่าแปลกประหลาดยิ่งนัก!
“นี่มันค่ายกล!” เต้าหลิงกำหมัดแน่น ใครกันที่มีเงินมากมายขนาดนี้? เขารู้ว่าค่ายกลเป็สิ่งที่หาเจอได้ยากเป็อย่างมาก
เมื่อเห็นคนที่เดินออกจากด้านในป่า สีหน้าของเขาก็พลันดูไม่ดีนัก
ใบหน้าของหวังเชียนปูดบวม สายตาโหดร้ายของนางจ้องไปที่เต้าหลิงพลางกล่าวเสียงแหลมดังออกมา “เ้าสัตว์เดรัจฉาน! ข้าบอกแล้วเ้าจะอยู่ไม่ถึงคืนนี้แน่!”
หวังเชียนบันดาลโทสะ กว่านางจะได้งานที่คลังสมบัติ นางวิ่งเต้นจนเืตาแทบกระเด็น ทว่าตอนนี้กลับถูกทำลายจนป่นปี้ หากไม่ฆ่าเขาให้ตายเสีย นางก็คงนอนไม่หลับ!
“ฮ่าๆ ไม่รู้ผู้ใดช่างกล้าหาญยิ่งนัก? กล้ามาล่วงเกินคนของตระกูลหวัง! ขอข้าดูหน่อยเถอะว่ามันเป็ใคร!” ชายหนุ่มถ่มน้ำลายพลางกล่าวเสียงติดขบขัน ทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของเขาก็พลันเฉิดฉายประกายขึ้น
“ฮ่าๆ ที่แท้เป็เ้านี่เอง เทพแห่งการนอน!” หวังลี่ล้อเลียนเขาด้วยการทำท่าทางราวกับเห็นเทพอยู่ตรงหน้า เขาชี้ไปที่เต้าหลิงแล้วหัวเราะเสียงดังออกมา “เป็เ้านี่เอง เ้าขยะไร้ค่า! ฮ่าๆๆ”
หวังลี่หัวเราะออกมาราวใกล้จะบ้า เ้าขยะไร้ค่ากล้าล่วงเกินคนตระกูลหวัง ชีวิตด้อยค่าเช่นนี้ ต่อให้ตายอีกสักสิบชีวิตก็ไม่พอ
“ดี!” เต้าหลิงกำหมัดแน่น หวังลี่ น้องชายของหวังหลิ่ง!
