บทที่ 9 แขกผู้ต่ำต้อยในคราบเศรษฐี
ลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านสวนสมุนไพรหน้าวิลล่าชานเมือง กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรที่หลินชิงเซียนเพิ่งปลูกไว้โดยใช้พลังจาก น้ำพุิญญา เร่งการเจริญเติบโตนั้น ทำให้บรรยากาศรอบบ้านดูราวกับสรวง์ที่หลุดออกมาจากภาพวาด ภายในห้องโถงกลาง หลินชิงเซียนนั่งหลับตาพริ้มอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก มือเรียวบางลูบคลำแผ่นศิลานิลกาฬที่บัดนี้เริ่มเปล่งประกายสีเขียวมรกตจางๆ ออกมาทักทายพลังปราณของนาง
นางเพิ่งจะมอบ โอสถชำระไขกระดูก ที่นางกลั่นจากพลังจิตและสมุนไพรพื้นฐานให้เว่ยหลานทานไปเมื่อครู่ บัดนี้ผู้เป็แม่กำลังหลับลึกเพื่อปรับสภาพร่างกาย ชิงเซียนััได้ว่าเส้นชีพจรของแม่นางเริ่มขยายตัวและแข็งแรงขึ้น ความชราและโรคภัยถูกขับออกมาเป็เหงื่อสีคล้ำที่จางหายไปตามรูขุมขน
“อีกไม่นาน แม่จะกลับมางดงามยิ่งกว่าตอนที่ท่านพ่อยังอยู่เสียอีก” ชิงเซียนพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้น ดวงตาหงส์ของนางก็ลืมขึ้น แววตาคมกริบจ้องมองไปยังถนนสายหลักที่มุ่งหน้ามายังวิลล่า เนตรัจักรพรรดิของนางมองเห็นขบวนรถหรูสีดำสามคันกำลังแล่นเข้ามาด้วยความเร็ว ท่ามกลางรถเ่าั้ มีกลิ่นอายของความโลภ ความประหม่า และความเน่าเฟะที่นางคุ้นเคย
“มาเร็วกว่าที่คิดนะ ตาแก่หลิน” นางเหยียดหยิ้มที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่หากเหล่าเทพในแดนเซียนเห็นคงต้องรีบหนีให้ไกล เพราะมันคือสัญญาณของความพินาศที่กำลังจะมาเยือนศัตรู
รถยนต์โรลส์-รอยซ์สีดำขลับจอดลงหน้าประตูรั้ววิลล่า พร้อมกับรถเก๋งยุโรปอีกสองคันที่ขนาบข้าง ชายชราในชุดถังจวงผ้าไหมสีแดงมงคลก้าวลงมาจากรถ เขาคือ หลินเจิ้นเทียน ประมุขตระกูลหลินผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจในมือ ทว่าวันนี้ ใบหน้าที่เคยจองหองกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ข้างๆ เขาคือหลินเชี่ยวอวิ๋นที่ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าแพรบางๆ เพื่อซ่อนรอยผื่นแดง และกัวฟงที่เดินกระโผลกกระเผลก ใบหน้าซีดเหลืองราวกับคนใกล้ตาย
“คุณปู่คะ ที่นี่แหละค่ะ วิลล่าที่หนูบอก” หลินเชี่ยวอวิ๋นกระซิบเสียงสั่น
หลินเจิ้นเทียนมองไปที่ประตูรั้วไม้ที่ดูธรรมดาแต่กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกกดดัน เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะพยายามปั้นยิ้มที่คิดว่าดูเมตตาที่สุด
“ชิงเซียน! หลานรัก! ปู่มาเยี่ยมแล้ว!” เสียงของชายชรากังวานทว่าแฝงไปด้วยความ เสแสร้ง
เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากภายใน
“ชิงเซียน! ปู่รู้ว่าหลานโกรธที่ผ่านมาปู่ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาดูแลหลานกับแม่ แต่ ตอนนี้ปู่สำนึกผิดแล้ว ปู่ตั้งใจมารับพวกหลานกลับไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหลินด้วยกันนะ!” หลินเจิ้นเทียนะโซ้ำ
ประตูรั้วไม้ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครมาเปิด แผ่นไม้ที่ขัดถูจนเงาวับดูราวกับมีชีวิต มันเปิดกว้างออกเป็ทางยาว กลิ่นหอมของสมุนไพรทิพย์พุ่งเข้าปะทะจมูกของคนตระกูลหลิน จนทำให้หลินเจิ้นเทียนที่เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มานานรู้สึกโล่งจมูกอย่างประหลาด
“เข้ามาสิ ถ้าพวกคุณคิดว่าขาทั้งสองข้างยังอยากจะเดินกลับออกไปได้อยู่” เสียงเย็นเยียบที่ผสมคำขู่ของชิงเซียนดังออกมาจากภายในวิลล่า
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในสวนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูทรงพลัง หลินเจิ้นเทียนมองเห็นหลินชิงเซียนนั่งจิบชาอยู่กลางโถงบ้านที่เปิดโล่ง แสงแดดที่ส่องลงมากระทบร่างของนางทำให้ดูเหมือนเทพธิดาที่สถาปนาตนเองขึ้นเป็ใหญ่
“ชิงเซียน ดูสิ ปู่เตรียมของขวัญมาให้หลานมากมายเลยนะ ทั้งเครื่องประดับหยกจากพม่า สัญญาหุ้นในบริษัทหลินกรุ๊ปอีก 5%” หลินเจิ้นเทียนรีบเดินเข้าไปเสนอหน้า พลางสั่งให้ลูกน้องวางกล่องของขวัญล้ำค่าลงบนพื้น
ชิงเซียนไม่ได้ชายตามองของพวกนั้นแม้แต่นิดเดียว นางวางถ้วยชาลงช้าๆ
“หุ้น 5%? หยกปลอมพวกนั้นน่ะหรือ? ท่านปู่หลิน ท่านคิดว่าฉันยังเป็เด็กสาวที่โหยหาความรักและเศษเงินจากท่านอยู่รึไง?”
“แก! พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะ! คุณปู่ลดตัวมาหาถึงที่แล้ว!” หลินเชี่ยวอวิ๋นทนไม่ไหว แหวออกมา
ชิงเซียนตวัดสายตามองหลินเชี่ยวอวิ๋น พริบตานั้น ผ้าแพรที่ปิดหน้าของนางก็ขาดวิ่นออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยตุ่มหนองสีม่วงคล้ำที่ดูสยดสยองยิ่งกว่าเดิม
“ว้ายยย! หน้าฉัน!” หลินเชี่ยวอวิ๋นรีบตะปบหน้าตัวเอง ร้องกรีดด้วยความขวัญเสีย
“ถ้ายังไม่อยากให้ตุ่มหนองพวกนี้ลามลงไปถึงคอจนหายใจไม่ได้ ก็หุบปากซะ” ชิงเซียนเอ่ยเสียงนิ่ง
“ท่านปู่ ท่านมาที่นี่เพื่อจะขอให้ฉันช่วยแก้ข่าวเื่นายพลเซิน และอยากให้ฉันกลับไปเป็ เครื่องมือในการหาคอนเนคชั่นให้ตระกูลหลินสิเนอะ?”
หลินเจิ้นเทียนหน้ากระตุก เขาไม่นึกว่าเด็กสาวตรงหน้าจะมองทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้ เขารีบเปลี่ยนแผนทันที เขานั่งลงกับบนเก้าอี้ตรงข้ามชิงเซียน ท่ามกลางความตกตะลึงของหลินเชี่ยวอวิ๋นและกัวฟง!
“ชิงเซียน ปู่ขอโทษจริงๆ ปู่ถูกคนในตระกูลเป่าหูมาตลอดว่าแม่ของหลานทำเื่ไม่ดี ปู่มันโง่เองที่หลงเชื่อ ตอนนี้ปู่รู้ความจริงแล้ว ปู่ได้ลงโทษพวกที่ใส่ร้ายแม่หลานไปแล้วนะ (ซึ่งความจริงเขาแค่หาแพะรับบาปมาขังลืม) กลับไปเถอะนะ ปู่จะแต่งตั้งให้หลานเป็ผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของตระกูล!”
ชิงเซียนหัวเราะเบาๆ เป็เสียงหัวเราะที่ฟังดูเศร้าสร้อยระคนสมเพช
“ผู้สืบทอดอันดับหนึ่ง? ในวันที่ตระกูลหลินกำลังจะล้มละลายเพราะพิษเศรษฐกิจและโครงการอสังหาฯ ที่ล้มเหลวในแดนใต้น่ะหรือ? ท่านปู่ ท่านคิดว่าฉันไม่รู้หรือว่าตอนนี้ตระกูลหลินเป็เพียงถังขยะทองคำที่ข้างในเน่าหนอน?”
ใบหน้าของหลินเจิ้นเทียนเปลี่ยนจากสีแดงเป็เขียว แล้วกลายเป็ซีดเผือด
“เธอ เธอรู้ได้ยังไง?”
“ฉันไม่ได้แค่รู้เื่ธุรกิจของคุณ แต่ฉันยังรู้เื่ ความลับในร่างกายของคุณด้วย” ชิงเซียนลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาหลินเจิ้นเทียนช้าๆ ท่วงท่าการเดินของนางกดดันจนชายชราต้องก้มหน้าลง
“หัวใจของท่าน มีลิ่มเืสีดำอุดตันอยู่สามจุด ผลจากการกินยาบำรุงที่ผสมสารปรอทมากเกินไปเพื่อรักษาสมรรถภาพในวัยชรา ท่านเหลือเวลาอีกไม่เกินเจ็ดวัน หัวใจของท่านจะหยุดเต้นในขณะที่ท่านหลับ และไม่มีหมอคนไหนในโลกช่วยได้ ยกเว้นฉัน”
หลินเจิ้นเทียนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เขามีอาการแน่นหน้าอกทุกคืนจริงๆ และหมอประจำตระกูลก็หาสาเหตุไม่พบ
“ชิงเซียน หลานรัก ช่วยปู่ด้วย! ปู่ยอมทุกอย่าง! ปู่จะยกคฤหาสน์หลังนั้นให้หลานกับแม่!”
“คฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยิญญาแห่งความแค้นนั่นน่ะหรือ? ฉันไม่้า” ชิงเซียนเอ่ย
“ถ้าอยากให้ฉันช่วย มีเงื่อนไขสามข้อ”
“ว่ามาเลย! สามข้อหรือสามร้อยข้อปู่ก็ยอม!”
“ข้อแรก ประกาศต่อสื่อมวลชนทั่วปักกิ่งว่า แม่ของฉัน เว่ยหลาน คือผู้หญิงที่บริสุทธิ์และถูกคนตระกูลหลินใส่ร้าย พร้อมทั้งกราบขอขมานางต่อหน้ากล้องโทรทัศน์”
หลินเจิ้นเทียนอึกอัก การทำแบบนั้นเท่ากับตบหน้าตระกูลหลินต่อสาธารณะ แต่นึกถึงชีวิตตัวเองที่เหลือเพียงเจ็ดวัน เขาจึงพยักหน้า
“ตกลง! ปู่จะจัดแถลงข่าวพรุ่งนี้!”
“ข้อสอง มอบทรัพย์สินทั้งหมดที่เป็ของพ่อของฉัน รวมถึงดอกเบี้ยตลอดสิบแปดปีที่พวกคุณฮุบไป คืนมาให้แม่ของฉันทั้งหมด”
“ตกลง!”
“ข้อสาม” ชิงเซียนหันไปมองกัวฟงที่ยืนสั่นอยู่มุมห้อง
“ส่งตัวกัวฟงเข้าคุกฐานพยายามฆ่าฉันในวันเกิดอุบัติเหตุ และให้เขาเซ็นเอกสารรับสารภาพว่าตระกูลหลินจ้างวานเขาขับรถมาชนฉัน!”
“ไม่! ไม่จริงนะท่านปู่! ผมไม่ได้ทำ!” กัวฟงร้องเสียงหลง
หลินเจิ้นเทียนหันไปมองกัวฟงด้วยสายตาอำมหิต สำหรับเขาแล้ว หลานเขยที่ไร้ค่าคนหนึ่งเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตของเขาเอง
“กัวฟง เพื่อตระกูลหลิน แกต้องเสียสละ! ยอมรับผิดไปก่อนเพียงไม่กี่ปี แล้วเมื่อแกออกมา ปู่จะแต่งตั้งให้แกเป็ รองประธานบริหารสูงสุด (Executive Vice President) ของหลินกรุ๊ปทั้งหมด และจะมอบหุ้นส่วนตัวของปู่ให้อีก 10% แกจะกลายเป็คนที่มีอำนาจมากที่สุดรองจากปู่เพียงคนเดียว!”
“ท่านปู่!” กัวฟงเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น เขาเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า และความโหดร้ายของคนในตระกูลที่เขาพยายามประจบประแจงมาตลอด
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจาก้าของวิลล่า ทุกคนหันไปมอง และต้องตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
หญิงสาวคนหนึ่งในชุดกี่เพ้าสีฟ้าอ่อน เดินลงมาตามบันไดไม้ ใบหน้าของนางงดงามผุดผ่อง ผิวพรรณเปล่งปลั่งประดุจไข่มุกใต้แสงจันทร์ ดวงตาที่เคยโศกเศร้าบัดนี้กลับสดใสและทรงพลัง นางดูราวกับหญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ ที่เปี่ยมไปด้วยสง่าราศี
“เว่ยหลาน?” หลินเจิ้นเทียนพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตา
“เป็ไปไม่ได้ เธอ เธอสวยขนาดนี้ได้ยังไง?”
เว่ยหลานเดินมาหยุดข้างๆ ลูกสาว นางมองไปที่หลินเจิ้นเทียนด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ไม่มีแววแห่งความแค้นหรือความโหยหาอีกต่อไป
“ท่านพ่อ ไม่สิ ท่านประมุขหลิน วันนี้คุณมาหาเราด้วยเหตุผลใดหรือคะ?”
เสียงของเว่ยหลานนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงทรวง หลินเจิ้นเทียนได้แต่ก้มหน้าด้วยความอับอาย สภาพของเขาในตอนนี้ดูเหมือนขอทานที่กำลังมาวิงวอนขอชีวิตจากราชินี
“แม่คะ พวกเขามาขอโทษน่ะค่ะ” ชิงเซียนยิ้ม
“และมาบอกว่าจะคืนความยุติธรรมให้แม่ทั้งหมด”
เว่ยหลานมองลูกสาวแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ความยุติธรรมที่มาจากการแลกเปลี่ยนชีวิต มันมีค่าขนาดนั้นเลยหรือชิงเซียน?”
“มีค่าสิคะแม่ เพราะมันคือสิ่งที่แม่ควรได้รับมาตลอดสิบแปดปี”
ชิงเซียนหันกลับมาหาหลินเจิ้นเทียน นางสะบัดข้อมือเบาๆ เข็มเงินสามเล่มพุ่งเข้าปักที่จุดชีพจรหน้าอกของชายชราอย่างรวดเร็ว หลินเจิ้นเทียนสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรู้สึกว่าความแน่นหน้าอกที่เหมือนมีหินทับอยู่มลายหายไปในพริบตา เขารู้สึกหายใจคล่องอย่างที่ไม่เคยเป็มาหลายปี
“นี่เป็การต่อชีวิตให้ท่านชั่วคราว อีกเจ็ดวัน หลังจากที่ท่านทำตามเงื่อนไขครบทุกข้อ ฉันจะถอนพิษปรอทให้ท่านอย่างถาวร แต่ถ้าท่านตระบัดสัตย์แม้แต่นิดเดียว เข็มสามเล่มนี้จะกลายเป็มัจจุราชที่ปลิดิญญาท่านทันที”
หลินเจิ้นเทียน คุกเข่าลงกับพื้นอย่างหมดรูป
“ขอบใจ! ขอบใจคุณหนูหลิน! ปู่จะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
เขารีบสั่งลูกน้องให้หิ้วตัวกัวฟงและหลินเชี่ยวอวิ๋นออกไปจากวิลล่าอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบในสวนสมุนไพรอีกครั้ง
เมื่อคนตระกูลหลินจากไป ชิงเซียนก็นำถ้วยชาใบใหม่มาส่งให้แม่
“แม่คะ ต่อไปนี้ไม่มีใครในปักกิ่งกล้ารังแกแม่ได้อีกแล้ว”
เว่ยหลานรับถ้วยชามาจิบ พลางมองดูลูกสาวด้วยความภูมิใจ
“ชิงเซียน ลูกเปลี่ยนไปมากจริงๆ แม่ไม่รู้ว่าลูกไปเรียนรู้วิชาพวกนี้มาจากไหน แต่แม่ขออย่างเดียว อย่าให้ความแค้นกัดกินใจลูกจนลืมความเมตตานะลูก”
ชิงเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน
“แม่คะ ความเมตตาของหนูมีไว้สำหรับคนที่คู่ควรเท่านั้น ส่วนคนชั่ว หนูมีหน้าที่เพียงอย่างเดียว คือส่งพวกมันไปชดใช้กรรมในนรกให้เร็วขึ้นเท่านั้นเองค่ะ”
ในเย็นวันนั้น ข่าวการเตรียมการ แถลงข่าวใหญ่ของตระกูลหลินถูกกระจายออกไปทั่วสื่อโซเชียล ทุกคนต่างจับตามองว่าตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ จะออกมาพูดเื่อะไร
ขณะเดียวกัน ที่โรงพยาบาลทหาร นายพลเซินเทียนหยางกำลังนั่งอ่านรายงานเื่การเข้าพบของตระกูลหลินที่วิลล่าของชิงเซียน เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“เ้าแก่หลินเจิ้นเทียน ในที่สุดแกก็เจอของจริงเข้าให้แล้ว หลินชิงเซียนเด็กสาวคนนี้ ไม่ใช่แค่หมอเทวดา แต่นางคือ ั ที่ซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำตื้นๆ ของปักกิ่งชัดๆ!”
นายพลเซินกดโทรศัพท์หาเลขาฯ ส่วนตัว
“เตรียมรถ พรุ่งนี้ฉันจะไปร่วมงานแถลงข่าวของตระกูลหลินด้วยตัวเอง ฉันอยากจะไปดูหน้าพวกที่กล้าใส่ร้ายหมอเทวดาของฉันสักหน่อย!”
พายุที่หลินชิงเซียนก่อขึ้น บัดนี้เริ่มหมุนวนจนกลายเป็ทอร์นาโดที่จะกวาดล้างทุกสิ่งในปักกิ่ง และนี่คือเพียงบทเริ่มต้นของการทวงคืนทุกสิ่งในฐานะ เทพธิดาโอสถ ในโลกมนุษย์!
ชิงเซียนยืนอยู่หน้ากระจก มองแผ่นศิลานิลกาฬที่บัดนี้ดูเหมือนจะตอบรับพลังของนางมากขึ้น
“ก้าวต่อไป คือการตามหาสมุนไพรทิพย์เพื่อสร้าง ร่างเซียน ที่แท้จริง และเป้าหมายของข้า คือต้องหาทางกลับไปจัดการไอ้พวกที่ทรยศข้าในแดนเซียนด้วย!”
ดวงตาของนางเปล่งประกายสีม่วงเข้มทะลุผ่านความมืดมิดของราตรี าที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!
