บทที่ 95 ปีศาจเพลิงประหลาด
วิหารเลี่ยหมอเสินมีขนาดหลายร้อยจั้งจนดูช่างโล่งกว้างเสียเหลือเกิน นอกจากลั่วถูยังมีผู้ฝึกตนอีกเก้าคน ต่างฝ่ายต่างรักษาระยะห่างต่อกัน และจู่ๆ ลั่วถูก็พบว่า พวกเขาทั้งสิบล้วนเป็สิบเผ่าที่ต่างกันไป
ระดับพลังก็ห่างกันไม่มากนัก ผู้ที่มีลมปราณแข็งแกร่งที่สุดเหมือนจะเป็ศิษย์าเผ่าปีศาจอยู่ที่ระดับศิษย์าขั้นแปด บนศีรษะสวมมงกุฎเขาวัว กำไลคล้องจมูกขนาดใหญ่และร่างกายเต็มไปด้วยรอยสัก ดูไปแล้วดุดันไม่เบา ทำเอาทุกคนรักษาระยะห่างจากเขาพอสมควร แม้แต่ศิษย์าขั้นเจ็ดเผ่ามารไม่กล้าเข้าใกล้เกินไปด้วยซ้ำ
ผู้ฝึกตนเผ่ากระดูกร่างกายพันด้วยผ้าห่อศพสีขาวห่อตัวไว้ราวกับศพในสุสาน แต่นี่เหมือนจะเป็การแต่งกายปกติของเผ่ากระดูกอยู่แล้ว ผ้าห่อศพที่ดูน่าขนลุกไม่หยอกมีอักขระอาคมประหลาดอยู่เต็มไปหมด ร่างกายปล่อยกลิ่นคล้ายของเน่าเสียบางอย่าง ทำให้น้อยคนนักที่จะยอมยืนใกล้เขา แน่นอนว่าลั่วถูก็ไม่กล้าดูถูกผ้าห่อศพนั้นเด็ดขาด ผ้านั้นมีค่าเท่ากับใส่เกราะแกร่งทั้งตัว อักขระอาคมทุกตัวล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น แต่บนผ้าห่อศพของเผ่าผีไม่มียันต์ดับกลิ่น จึงทำให้ร่างกายของเขาส่งกลิ่นเน่าอย่างยากจะปิดบัง
ส่วนศิษย์าเผ่าผีสวมเสื้อคลุมสีดำทั้งตัว ไม่มีใครเห็นใบหน้าของเขา ทั้งร่างเหมือนกับจะหลอมเป็หนึ่งเดียวกับพื้นหินสีดำในวิหารเลี่ยหมอเสิน แม้แต่ระดับพลังก็ไม่อาจััได้ ถ้าไม่ใช่เพราะแสงเพลิงสีแดง้าทำให้ในวิหารมีแสงสว่างเล็กน้อย เผ่าผีคนนี้อาจหลบซ่อนตัวอยู่เช่นนั้นต่อไป
เผ่าอสูรเป็สตรีงดงามนางหนึ่ง ใบหน้าทรงเสน่ห์เหลือล้น แต่คิ้วคมดุจกระบี่คู่นั้น ดูไปแล้วอัดแน่นไว้ซึ่งจิตสังหารอย่างแท้จริง บรรยากาศที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงทำให้สตรีเผ่าอสูรผู้นี้มีกลิ่นอายห้าวหาญเพิ่มขึ้นหลายส่วน และระดับพลังคือศิษย์าขั้นเจ็ด
ชายเผ่าิญญารูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการ ทว่าเ็าราวน้ำแข็ง บนใบหูแหลมปรากฏลวดลายลึกลับ ดูไปแล้วงดงามไร้ที่ติ เสื้อสีฟ้าครามชวนให้ดูโดดเด่นไม่เข้าพวก เดิมทีเผ่าิญญาและเผ่ามนุษย์มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทว่าหลังจากลั่วถูเห็นศิษย์าเผ่าิญญา เขาก็ล้มเลิกความคิดจะเข้าไปสนทนาด้วย ดูไปแล้วท่าทีราวกับูเาน้ำแข็งแบบนี้ เกรงว่าขืนปีนขึ้นไปคงมีแต่ปวดหัวเสียอีก และยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ผู้ชายไม่ชอบที่สุดก็คือผู้ชายที่หล่อกว่านั่นเอง
ที่จริงแล้วยังมีสายตาที่ไม่เป็มิตรของผู้ฝึกตนเผ่าิญญาผู้เป็เ้าของร่างกำยำ บนร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแกร่ง สะท้อนแสงสีทองแดง กล้ามเนื้อแต่ละส่วนมองเห็นร่องรอยได้อย่างชัดเจนราวกับเป็อสรพิษ พละกำลังเต็มชัดเจนราวกับจะะเิออกมาอย่างไรอย่างนั้น แม้นักรบเผ่าโบราณจะเป็เพียงศิษย์าขั้นเจ็ด แต่กลับไม่มีใครกล้าดูถูกนักรบเผ่าโบราณผู้นี้ เพราะนักรบเผ่าโบราณเป็นักรบที่แกร่งที่สุดในโลกซิงเหิน พวกเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งและพละกำลังที่น่าหวาดกลัว พวกเขาเกิดมาเพื่อต่อสู้ ดังนั้นแม้ศิษย์าเผ่าโบราณจะเป็เพียงศิษย์าขั้นเจ็ด ทว่าแม้แต่เผ่าปีศาจผู้นั้นยังหลีกห่างจากเขาให้ไกล เหมือนไม่อยากยุ่งกับเขาเท่าไรนัก
สตรีเผ่าปีกงดงามมาก อ่อนหวานจนชวนให้คนมีความรู้สึกเอ็นดูสงสาร สวมเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ปีกสีขาวที่เก็บอยู่ด้านหลังราวกับเรืองแสงได้ ทำให้ผู้คนไม่มีความคิดดูิ่นางแม้แต่น้อย นางและศิษย์าเผ่าเร้นลับเหมือนกันเพราะเอาแต่มองทุกสิ่งรอบวิหารเลี่ยหมอเสินอย่างเงียบสงบ ราวว่ากำลังชื่นชมศิลปะชั้นยอดเช่นนั้น
นักรบเผ่าเร้นลับพกกระบี่คู่ไขว้กันไว้บนหลัง ร่างกายสูงใหญ่ดูแล้วคล่องแคล่วราวเสือดาว แต่หลังจากเขากวาดสายตามองทุกคน ก็เดินรอบวิหารเลี่ยหมอเสินอย่างเงียบๆ คล้ายจะตรวจสอบว่าในวิหารมีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ ส่วนลั่วถูไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตา แม้ส่วนสูงของลั่วถูจะนับว่าสูงกว่าคนในรุ่นเดียวกัน แถมเพราะร่างกายถูกเคี่ยวกรำไม่หยุด ดูไปแล้วกำยำไม่เบา ทว่าพลังิญญาที่สั่นไหวอยู่บนร่างเขากลับมีเพียงขั้นห้า เรียกได้ว่าอ่อนแอที่สุดในบรรดาสิบคนนี้ จึงไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตาเป็ธรรมดา
“ข้าน้อยชุยซินถง ทุกท่านคงรู้สึกแล้วว่าวิหารเลี่ยหมอเสินมีบางอย่างผิดปกติ ข้าหวังว่าก่อนจะได้เข้าใจความประหลาดของวิหารนี้ ทุกคนอย่าได้สู้กันเองเลย” จู่ๆ ศิษย์าขั้นแปดเผ่าปีศาจก็เปิดปากเอ่ยขึ้นมา เสียงสงบนิ่งดั่งระฆังแต่เด็ดขาดยิ่งนัก
“พี่ชุยกล่าวได้ถูกแล้ว ข้าเหวินป้าเทียนพร้อมปฏิบัติตาม... ” เมื่อเผ่าปีศาจชุยซินถงเอ่ยปาก ศิษย์าเผ่ามารก็เห็นดีเห็นงามด้วยทันที แต่อย่างไรเสียเผ่ามารและเผ่าปีศาจาก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว อยู่ที่นี่ทั้งสองฝ่ายย่อมร่วมมือกันก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้ มีเพียงเผ่าิญญาที่ส่งเสียงหึด้วยความเ็า แต่ไม่ได้แย้งคำกล่าวของชุยซินถงแต่อย่างใด ในวิหารเต็มไปด้วยบรรยากาศแสนพิลึกพิลั่น เมื่อได้เห็นหลังคาทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนอยู่ใต้ธารลาวาที่น่าหวาดกลัวเข้าจริงๆ ตอนที่ยังหาทางออกไม่ได้ พวกเขาถูกขังไว้ด้วยกันแล้ว บางทีอาจต้องร่วมมือกันก็เป็ได้
“วิหารเลี่ยหมอเสิน(วิหารล่าปีศาจ) ฮ่าฮ่า ไม่ใช่ว่าให้พวกเราร่วมมือกันล่าเ้าหรอกหรือ!” ศิษย์าเผ่าเร้นลับกลับะเิหัวเราะเสียงดังพลางชี้ไปยังชุยซินถงแห่งเผ่าปีศาจแล้วกล่าวออกมา แม้แต่ชายกำยำเผ่าโบราณก็อดหัวเราะไม่ได้
“เ้าจะลองดูก็ย่อมได้... ” สายตาของชุยซินถงปรากฏจิตสังหารอันดุดัน ศิษย์าเผ่าเร้นลับกำลังท้าทายเขา แต่เขามองไปทางศิษย์าเผ่าโบราณด้วยความระแวงเล็กน้อย ไม่ได้เริ่มลงมือก่อนแต่อย่างใด
“น้องเล็ก เ้าเหมือนจะเข้ามาก่อนหน้าพวกเรา ไม่รู้ว่าเ้ามีความคิดเห็นอย่างไรกับวิหารเลี่ยหมอเสินหรือ” สตรีเผ่าอสูรยิ้มแย้มและขยับตัวเข้าใกล้ลั่วถู พลางกล่าวออกมาอย่างจริงใจ
ในเวลานี้สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ลั่วถู เป็ความจริงดังนางว่า เพราะขณะที่พวกเขาเข้ามาในวิหารก็เห็นลั่วถูอยู่ก่อนแล้ว เช่นนั้นย่อมสงสัยว่าฝ่ายตรงข้ามอาจรู้บางอย่างมากกว่าพวกเขาหรือไม่
“พี่สาวมีนามว่าอะไรหรือ” ลั่วถูยิ้มและเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย
“เ้าเรียกข้าว่าเลี่ยนหยินหู หรือเรียกว่าพี่สาวเลี่ยนก็ได้” สตรีเผ่าอสูรยิ้มที่แลดูไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
“เช่นนั้นข้าขอเรียกว่าพี่สาวเลี่ยนก็แล้วกัน ความจริงข้าเข้ามาก่อนพวกเ้าเพียงครู่เดียว แต่ก็พอจะมั่นใจได้ว่า สถานที่ที่พวกเราอยู่ ต้องอยู่ใต้ธารลาวาแห่งหนึ่ง ้าหลังคาครึ่งวงกลมคือธารลาวาสักแห่งหนึ่ง ส่วนเื่วิหารแห่งนี้ ข้าหาประตูกับหน้าต่างไม่เจอ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังหาไม่พบ เหมือนกับพวกเราติดอยู่ในมิติที่ถูกปิดไว้ แต่มีจุดหนึ่งที่พวกเรามั่นใจได้ เสียงเมื่อครู่ไม่ได้กล่าวไร้สาระกับพวกเรา ที่บอกให้พวกเราสังหารปีศาจเพลิงประหลาด เช่นนั้นหมายความว่าต้องมีสัตว์ประหลาดอยู่ที่นี่แน่ พวกเราเพียงแค่ต้องรออีกสักครู่ก็พอ!” ลั่วถูไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวสิ่งที่ตนคาดเดาออกมา
แต่คำพูดของลั่วถูทำให้หลายคนพยักหน้าเล็กน้อย ที่นี่ช่างเต็มไปด้วยความพิสดาร แต่นี่เป็วิหารเทพแห่งหนึ่งในอาณาจักรว่านหั่วของศิลาเทพอัคคี บางทีอาจเป็บททดสอบ... เช่นนั้นพวกเขาเพียงรออยู่เงียบๆ ก็พอ
“ตึง ครืนนน... ” ขณะที่ผู้คนกำลังคาดเดาว่าปีศาจเพลิงประหลาดจะออกมาเมื่อไร แสงบนพนังกลับค่อยๆ ปรากฏประตูขึ้นมาบานหนึ่ง ประตูขนาดั์ทำจากหินสีดำถูกกลไกบางอย่างลากออกมา เผยความมืดมิดด้านหลังประตูที่ไม่รู้ว่าลึกสักเพียงไหน
ทุกคนไม่ได้ก้าวเดินไปไหน เพียงเอนตัวเข้าใกล้จากจุดที่ยืนอยู่ตรงใจกลางวิหารเท่านั้น พวกเขารู้สึกได้ถึงอันตรายครั้งใหญ่ที่กำลังจะออกมาจากหลังประตูหลุมดำ วิหารเลี่ยหมอเสินขนาดั์มีลักษณะเป็ทรงกลม แต่รอบด้านล้วนมีเปิดประตูโผล่ขึ้น สายตาของทุกคนจับจ้องไปบนประตูแต่ละบานที่อยู่ตรงหน้า
ทันใดนั้น เื้ัประตูสีดำมีเปลวไฟส่องสว่างขึ้นจุดหนึ่ง ขยับไปมาราวภูตร่ายรำ หนึ่งจุด สองจุด สามจุด... ประตูบานนั้นสว่างขึ้นอย่างฉับพลัน บรรดาจุดแสงรวมเข้าด้วยกันจนดูราวกับโคมไฟ และในตอนนั้นเองทุกคนก็ได้เห็นเงาที่อยู่หลังประตูอย่างชัดเจนจนทำเอาศีรษะชาวาบ จุดเพลิงเป็สิ่งมีชีวิตที่ร่างกายแปลกประหลาด พวกมันลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับแมงกะพรุนที่โปร่งใสล่องลอยอากาศหายใจเข้าๆ ออกๆ จากนั้นลอยเข้าหาวิหารเลี่ยหมอเสิน
“นั่นมันบ้าอะไรกัน... ” เลี่ยนหยินหูได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น สัตว์ประหลาดที่ดูราวกับแมงกะพรุนมีดวงตาสามดวง ดวงเพลิงที่พวกเขาเห็นก็มาจากดวงตานั้น สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ดูเหมือนจะลอยอยู่ในอากาศ แต่ความจริงแล้วร่างของพวกมันมีหนวดยาวยั้วเยี้ยอยู่ที่พื้น และการเดินของพวกมันก็อาศัยหนวดเหล่านี้เคลื่อนที่ไปบนพื้นราวกับแมงมุม และก็เหมือนปลาหมึกไปในที ดูแล้วแปลกพิลึกสิ้นดี
“เยอะมาก... พวกมันคือปีศาจเพลิงประหลาดหรือ” สตรีเผ่าปีกขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ
“พวกเราอย่าให้มันเข้ามาในวิหารเทพ ไม่อย่างนั้นจำนวนของพวกมันจะมากเกินไป พวกเราจะถูกล้อมทั้งหน้าทั้งหลังเอาได้... ” สีหน้าของลั่วถูเปลี่ยนไปพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ
“ก็แค่หนอนแมลงกลุ่มหนึ่ง จะไปมีอะไรให้กังวล!” ชุยซินถงไม่สนใจ ในเมื่อลั่วถูเป็เพียงศิษย์าขั้นห้า จะกังวลก็ไม่แปลก ทว่าเขาไม่ได้สนใจนัก ลมปราณของปีศาจเพลิงประหลาดมีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอปะปนกันไป แต่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงความอันตรายแม้แต่น้อย
“ฟุ่บ ฟุ่บ... ” ลั่วถูเข้าใกล้ประตูบานหนึ่ง จากนั้นในมือปรากฏหน้าไม้คันหนึ่ง และยิงลูกศรออกไป
ปีศาจตรงหน้าราวกับรับรู้ได้ถึงอันตราย หนวดเส้นล่างไหววูบ จากนั้นร่างกายที่ดูราวกับแมงกะพรุนพลันเคลื่อนไหวตาม ปรากฏว่ามันหลบได้ในเสี้ยววินาที แต่แม้ปีศาจเพลิงประหลาดด้านหน้าจะหลบลูกศรนี้ไปได้ แต่ตัวด้านหลังไม่ได้โชคดีขนาดนั้น อย่างไรเสียพวกมันก็อยู่ในหลุมประตูทำให้ยากจะขยับร่างกายได้
“พรึ่บ... ” ศรดอกนั้นเมื่อแทงเข้าสู่ร่างกายของปีศาจเพลิงประหลาด กลับดูเหมือนกับปักลงไปในของเหลว จากนั้นทุกคนก็ได้เห็นภายในร่างที่แทบโปร่งใสของปีศาจเพลิงประหลาดะเิออกกลายเป็กลุ่มดวงไฟ ร่างของปีศาจเพลิงประหลาดเหมือนกับลูกโป่งที่ได้รับความร้อน โป่งพองขึ้น จากนั้นหดตัวกลับอย่างรวดเร็ว ในระหว่างยืดหดกลับมีเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งพ่นออกมาจากด้านล่างด้วย ราวกับเครื่องยนต์ไอพ่น ด้วยเปลวเพลิงที่พ่นออกมาช่วยส่งให้ร่างของพุ่งขึ้นไปราวสองจั้งกว่า จากนั้นค่อยๆ ลอยกลับลงมาตามเดิม
ใช่แล้ว สัตว์ประหลาดนั่นลอยกลับลงมาราวกับลูกโป่ง มันเบาจนผิดปกติ
“เป็ไปได้อย่างไรกัน... ” ทุกคนพลันเกิดความหวาดกลัวขึ้น เมื่อครู่เป็ลูกศรอาคม ตอนที่ลั่วถูหยิบลูกศรออกมา ทุกคนได้เห็นอักขระอาคมบนก้านศรกันทั้งนั้น ถ้ายิงโดนเหยื่อ จะทำให้ะเิทันที ลูกศรเช่นนี้ต่อให้เป็พวกเขาที่โดนเข้า ก็ต้องลำบากไม่เบาเช่นกัน ทว่าเมื่อยิงใส่ร่างของปีศาจประหลาดกลับไร้ผลเสียอย่างนั้นอย่างไรอย่างนั้น พลังทำลายที่เกิดจากะเิถูกปล่อยระบายออกมาเท่านั้นเอง
“ทุกคนระวังตัวด้วย!” สีหน้าของลั่วถูหนักแน่น แต่เขาก็คิดได้ทันทีว่าในร่างของปีศาจประหลาดเหมือนเป็ของเหลวพิสดารที่สามารถกลืนกินหรือหลอมรวมสิ่งเข้าสู่ร่างของมันได้ เมื่อครู่ชิ้นส่วนของลูกศรที่ยิงเข้าไปในร่างของปีศาจประหลาดตัวนั้นหักเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับกระดูกหักๆ ไปแล้ว
“คะแนนหนึ่งพันแต้ม พวกเ้าคิดจะยืนดูอยู่เฉยๆ หรือ” เลี่ยนหยินหูมองทุกคนอย่างเ็า เมื่อครู่ความเร็วที่ปีศาจประหลาดใช้หลบหลีกชวนให้ใเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะพื้นที่ในประตูบานนั้นไม่ใหญ่มากเสียจนปีศาจเหล่านี้ต้องอยู่อย่างแออัด ลูกศรเมื่อครู่ของลั่วถูอาจถูกหลบพ้นไปแล้ว ดังนั้นเป็อย่างที่ลั่วถูกล่าว มีเพียงตอนที่ปีศาจประหลาดพวกนี้เบียดกันอยู่ในประตู ถึงจะเป็โอกาสโจมตีที่ดีที่สุด
“กี๊ซ กี๊ซ... ” เหมือนกับััได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้น ฝูงปีศาจในประตูพากันส่งเสียงกรีดร้อง จากนั้น “ฟุ่บ ฟุ่บ... ” เร่งความเร็วพุ่งออกจากประตู และส่งเสียงร้องแหลมแสนพิสดาร กลายเป็เสียงสะท้อนก้องไปมาระหว่างกำแพงในวิหารเลี่ยหมอเสินในเสี้ยววินาทีนั้นราวกับเข็มทิ่มแทงเข้าสู่สมองของทุกคนทันที
