เสียงดังสนั่นหวั่นไหวลั่นไปทั่วทั้งเมืองชิงโจวไม่ต่างจากมหาสมุทรั์ซัดคลื่นสูงมหึมาสาดคลุมทั่วทั้งฟ้าดิน ส่งผลให้ห้วงมิติเพี้ยนผิดรูปร่าง
ทั้งสำนักซิงเฉินโยกคลอนคล้ายถูกจับเขย่า พื้นดินะเืราวกับมีัตัวเขื่องทะยานทะลวงจากปฐี ผู้คนได้แต่หมอบต่ำอยู่กับพื้นไม่อาจหลบหลีก หัวใจเต้นกระเด็นกระดอนเหมือนถูกจับโยนไปโยนมา
ตราผนึกโถงวิหารดาราได้ถูกปลดออกแล้วพร้อมหลุมดำขนาดั์ปลดปล่อยพลังทมิฬอำมหิตไม่หยุดยั้ง ตลบอบอวลไปด้วยเสียงเต๋า ไม่นานนักก็มีสายรุ้ง์พุ่งออกมาจากข้างใน แสงจรัสหลากสีไหลพรั่งพรู พลังชีวิตได้เริ่มฟื้นคืนกลับมาแล้ว
“พระเ้าโถงวิหารดาราในส่วนลึกสุดของสำนักซิงเฉินได้เปิดออกแล้ว ข้าเห็นสถานที่์ศักดิ์สิทธิ์ที่หลงเหลือเอาไว้ั้แ่สมัยโบราณกาล”
“น่ากลัวจริงๆ นี่น่ะหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพระเ้าสร้างขึ้น ข้าเห็นสมุนไพริญญาจำนวนมากกำลังปลดปล่อยพลังบริสุทธิ์”
ผู้คนมากมายต่างร้องเซ็งแซ่ด้วยความตื่นตระหนก สายตาร้อนผ่าวจับจ้องไปยังต้นตอขุนเขาขนาดใหญ่ ูเาิญญาสูงตระหง่านเปี่ยมล้นไปด้วยพลังบริสุทธิ์ดุจดอกไม้แรกแย้มผลิบานทว่าถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสลัวๆ ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนเท่าไรนัก
มีคนมองเห็นต้นยาิญญาบนเขาิญญา มันพ่นพลังบริสุทธิ์ฟ้าดินออกมา พลังบริสุทธิ์เ่าั้เหมือนกับสายน้ำขนาดใหญ่ไหลเชี่ยวเข้าปกคลุมทั่วท้องนภาเป็ภาพที่ละลานใจยิ่ง
นั่นจะต้องเป็ยาล้ำค่าอย่างแน่นอน ทั้งยังโตเต็มที่แล้ว ทำให้เหล่าจอมยุทธ์ต่างจ้องมองตาเป็มัน มุ่งหวัง่ชิงมาเป็ของตน
ูเาิญญาแต่ละลูกไหวะเืไปมาเพราะพลังอานุภาพจากหลุมดำ เหล่ายอดยุทธ์ที่ปิดขั้นพลังได้ตื่นขึ้น พลังะเิออกมาประหนึ่งสายลมโหมซัดกระหน่ำทำให้ฟ้าดินสั่นะเืไปชั่วขณะ
คนหนุ่มสาวในยุคสมัยใหม่ทำให้หลายตระกูลใจสั่นเนื่องจากััได้ถึงคลื่นพลังที่น่าหวั่นเกรง ถ้าหากเติบใหญ่ขึ้นพวกเขาจะต้องกลายมาเป็ศิษย์อันดับต้นๆ ของสำนักซิงเฉินเป็แน่
สำนักซิงเฉินมีูเาิญญาโบราณอยู่ด้วยกันสิบลูก ในแต่ละลูกล้วนแล้วแต่มีอัจฉริยะอาศัยอยู่หลายสิบคน บนเขาิญญามีถ้ำิญญาซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากฟ้าดิน มันสามารถช่วยทำให้การฝึกฝนของเหล่าอัจฉริยะพัฒนาขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งถ้ำิญญานี้ยังสามารถแปรสภาพกลายเป็พลังต้นกำเนิดได้เพียงแต่ความเป็ไปได้นั้นต่ำมาก
ูเาิญญาระดับสูงลูกหนึ่งสั่นไหว ภายในวิหารซึ่งตั้งอยู่บนยอดูเาตลบอบอวลไปด้วยพลัง์ศักดิ์สิทธิ์ ร่างเงาสีทองร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงกลางพลางดูดซับพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ พลังภายในะเิทะลักส่งเสียงดังกึกก้อง ทั้งยังมีเสียงสายฟ้าดังทับซ้อน
พลังเข้มข้นโลดลิ่วถึงขีดสุด มันส่องแสงเรืองรองปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า ดวงดาราดวงเล็กๆ หลายดวงได้รวมตัวผสานเข้าด้วยกัน ประการสำคัญมันสามารถปลิดชีพศัตรูที่แข็งแกร่งได้
“สถิติญญาเจ็ดชั้นฟ้า!” ดวงตาทั้งสองของเต้าหลิงเปิดขึ้นลำแสงส่องออกมาดุจสายฟ้า พลังทั่วร่างไหลเวียนไปมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เต้าหลิงลุกยืนขึ้นผมยาวสีดำปลิวไสว พลังเอ่อล้นออกมาทั่วร่าง ไม่กี่วันก่อนเขาได้หลอมหญ้าดาราไปทำให้ศักยภาพของเขาเพิ่มขึ้น และไม่ใช่เพียงแค่พลังภายนอกแต่เขายังทะลวงขั้นพลังย่อยขึ้นไปได้อีกระดับหนึ่ง
“เริ่มแล้ว นี่นะหรือโถงวิหารดาราน่ากลัวจริงๆ” เต้าหลิงผลักประตูเดินออกไป สายตาของเขามองทอดออกไปยังสถานที่หนึ่ง เขามองเห็นโบราณสถานเก่าแก่ ห้วงมิติปริแตกออกจนเกิดเป็รอยร้าวขนาดใหญ่ อีกไม่นานก็น่าจะสามารถเข้าไปข้างในได้แล้ว
สำนักซิงเฉินคึกคักเป็อย่างมาก ทั่วทั้งดินแดนลึกลับไม่รู้ว่ามีจอมยุทธ์กี่คนมาเยือนที่แห่งนี้
อัจฉริยะของแต่ละตระกูลก็ทยอยเดินทางเข้ามากันอย่างไม่ขาดสาย มีจำนวนไม่น้อยเป็บุคคลมีชื่อเสียงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ศิษย์ของสำนักซิงเฉินทว่าแค่ใช้เงินจ่ายก็สามารถเข้าไปข้างในได้
“นอกเสียจากแคว้นเซินที่อยู่ห่างไกลแล้ว อัจฉริยะของแคว้นอื่นๆ ในดินแดนลึกลับก็มาที่นี่กันหมดขนาดอัจฉริยะของแคว้นเล๋ยเองก็มา ครั้งนี้ช่างยิ่งใหญ่เสียจริงๆ”
ผู้าุโสามซุนเซี้ยงซานปรารภด้วยความประหลาดใจ ถึงแม้ว่ามีหลายคนปกปิดสถานะของตัวเองเอาไว้ทว่าพลังของพวกเขาเ่าั้ที่ปลดปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งมาก ทั้งยอดหญิงของแคว้นอื่นๆ ในดินแดนลึกลับเองก็มาเช่นเดียวกัน
“มาก็มาสิ ข้าสนใจแค่ของเหลวดารา์เท่านั้น นอกเหนือจากนี้จะอะไรก็ช่างแต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะหาเจอหรือไม่” กลุ่มผู้าุโของสำนักซิงเฉินถอนหายใจ เื่นี้เกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของสำนัก และนับเป็เื่สำคัญอันดับต้นๆ ของพวกเขาในยามนี้
“วางใจเถอะ ตระกูลของศิษย์ข้าได้หาพลังต้นกำเนิดให้กับเขาแล้ว หลังจากที่เขาหลอมมัน พลังต้นกำเนิดของกายดาราก็จะถูกปลุกขึ้น เดาว่าน่าจะสามารถทำภารกิจนี้ได้สำเร็จลุล่วง” จอมยุทธ์ชราชุดคลุมม่วงหัวเราะดังลั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเปี่ยมสุข ครั้งนี้ชิงอี้จวิ้นจะต้องเอาชนะเ้าเด็กบ้านนอกนั่นได้แน่
“ถ้าเป็เช่นนั้นโอกาสสำเร็จก็จะเพิ่มมากขึ้น” กลุ่มผู้าุโพยักหน้าเห็นด้วยในพลังศักยภาพของกายดารา
บนูเาิญญาโบราณลูกหนึ่ง พลังรุนแรงน่าครั่นคร้ามทั้งสามแผ่ซ่านออกมาจากคนสามคนที่ยืนอยู่พลังยุทธ์ทั่วร่างแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่งทั้งยังแฝงไปด้วยพลังอานุภาพ์
หญิงชรามองไปที่พวกเขาทั้งสามด้วยความพึงพอใจและกล่าวออกมาว่า “พวกเ้าต่างก็เป็อัจฉริยะที่เฉิดฉายของพวกเราวิหารยุทธ์ ถ้าไม่มีตี้เอ๋อ พวกเ้าจะต้องกลายเป็ผู้นำคนรุ่นหลังของวิหารยุทธ์เป็แน่”
“ท่านาุโครั้งนี้มีภารกิจใดให้พวกเราทำอย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถาม เขายืนเอามือไขว้หลัง ั์ตามีเส้นสายฟ้าไหลเวียนอยู่ เขาก็คืออู่อวี้ซิ้งอัจฉริยะของวิหารยุทธ์ กายของเขาเป็กายาาทั้งขั้นฝึกฝนก็ยังยอดเยี่ยมน่ายำเกรง
“เมื่อเร็วๆ นี้มีเ้าเด็กโอหังจองหองคนหนึ่งชื่อว่าเต้า ขั้นฝึกฝนก็ธรรมดาแต่กลับกล้ามาท้าทายพลังของอู่ตี้ ภารกิจของพวกเ้าในครั้งนี้ก็คือกำจัดเขาทิ้งเสีย” หญิงชราแสยะยิ้มมุ่งร้าย
“ใช่ อย่างไรก็ต้องกำจัดเต้าทิ้งให้ได้ ขั้นพลังของเขาไม่ได้สูงมากนัก ลำพังแค่พวกเ้าสามคนก็สามารถกำจัดเขาได้อย่างสบายๆ ถ้าจะให้ดีอย่าลืมเค้นถามเขามาด้วยว่า ในตอนที่อยู่ในขั้นหล่อกายา เขาฝึกฝนวิชาโบราณอะไร” หญิงชราเอ่ย
“ไม่มีปัญหาก็แค่คนต่ำต้อยคนหนึ่ง” อู่อวี้ซิ้งพยักหน้าก่อนที่จะขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างสงสัย “ทว่าครั้งนี้มีคนจำนวนมากมุ่งหน้าไปโถงวิหารดารา ถ้าเขามุดหัวมุดหางไม่ยอมโผล่มาจะทำอย่างไร”
“ฮึ เขาหนีไม่รอดหรอก” หญิงชราเหยียดมุมปากเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ ภายในมือมีหยก์สีเขียวอยู่สามชิ้นแต่ละชิ้นส่องแสง์ระยิบระยับ เส้นแสงที่เปล่งประกายนั้นเหมือนกับหยก์มรกต
“นี่มันหยก์ผ่านจิต!” สีหน้าของอู่อวี้ซิ้งเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาอ้าปากค้างกล่าวเสียงสั่น “ท่านผู้าุโกับแค่คนต่ำต้อยคนหนึ่งจำเป็ต้องลงทุนถึงขนาดนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ?”
อีกสองคนที่เหลือใจนตัวสะดุ้งโหยง นี่คือหยก์ผ่านจิตแสนล้ำค่า ราคาของมันก็สูงมากจนขนลุกขนพอง ถ้านำหยก์ทั้งสามชิ้นมารวมเข้าด้วยกันยังสามารถหลอมเป็อาวุธล้ำค่าผ่านจิตที่ทำให้เหล่าจอมยุทธ์ต้องตาวาวด้วยความอยาก
กลุ่มจอมยุทธ์นิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไร ของสิ่งนี้ประเมินค่าไม่ได้ทว่าถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยโต้แย้งเพราะพวกเขารู้สึกได้ว่าเต้ามีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็กตัวปัญหาในอดีต อย่างไรก็ต้องกำจัดเขาทิ้งเสียเพื่อตัดไฟั้แ่ต้นลม
“หยก์นี้ได้ถูกท่านบรรพบุรุษหล่อหลอม ภายในนั้นมีพลังของเต้าอยู่” หญิงชราชี้ไปที่แสงสีแดงบนหยก์และอธิบาย “เห็นแสงสีแดงนี่หรือไม่ ถ้าหากว่ามันกะพริบก็แสดงว่าเขาอยู่บริเวณใกล้เคียง”
“ที่แท้เต้าก็แอบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ช่างหาญกล้าไม่เบา” อู่อวี้ซิ้งแค่นเสียงเย็น ถ้าไม่ใช่เพราะที่แห่งนี้มีขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่อยู่ เขาคงกวาดล้างสำนักซิงเฉินจนราบไปแล้ว เส้นทางเต๋าที่อู่ตี้เดินนั้นจะให้ใครเข้ามาขัดขวางไม่ได้อย่างเด็ดขาด
“พวกเ้าอย่าลืมเสียล่ะ หยก์ผ่านจิตทั้งสามชิ้นนี้ล้ำค่าเป็อย่างมาก ห้ามทำหายอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นถูกท่านบรรพบุรุษลงโทษแน่” หญิงชรากล่าวกำชับหนักแน่น ของสิ่งนี้เป็ของที่ใครเห็นต่างก็ต้องบังเกิดความละโมบเนื่องจากมูลค่าของมัน
“ท่านผู้าุโวางใจได้ด้วยพลังของพวกเรา ถ้าได้ร่วมมือกันแล้วนั้นไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมาขัดขวางได้” อู่อวี้ซิ้งยิ้มพลางกล่าวออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมาดมั่น
บนยอดเขาิญญาระดับสูง สายตาของเต้าหลิงกวาดมองไปรอบๆ ครู่หนึ่งพลางมองไปยังประตูซึ่งยังคงปิดสนิทตรงหน้า เขามุ่นหัวคิ้วเล็กน้อยก่อนก้าวเท้าเข้าไป
เสียงเมื่อครู่ดังขนาดนั้น เต้าหลิงยังใจนตื่นขึ้นมาแต่หลินซือซือกลับยังไม่ออกมาจากการปิดขั้นพลังทำให้เขาสงสัยเป็อย่างมากหรือว่านางจะออกไปแล้ว
“ซือซือ!” เต้าหลิงะโเรียก เมื่อเอ่ยปากก็มีเสียงฟ้าลั่นครืนๆ ลอยเข้าไปในห้อง
เขายืนรออยู่ที่เดิมสักพักจากนั้นทำหน้านิ่วอีกหน ไม่กี่วันก่อนหลินซือซือบอกให้เขามาเรียก นางจึงไม่น่าจะออกไปไหนหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างการฝึกฝน
เต้าหลิงเกาศีรษะเมื่อสังเกตเห็นว่าโถงวิหารกำลังจะเปิดแล้ว เขาก็กัดฟันกรอดและผลักประตูเข้าไป
ตูม!
ฝ่ามือกระแทกออกไปบานประตูพลันสั่นไหวตามเรี่ยวแรงกระทำ รอยอักขระปรากฏขึ้นมาหลังจากนั้นมันก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็ค่ายกลสังหารแล้วมุ่งโจมตีใส่ร่างของเขา
นี่ก็คือค่ายกลสังหารซึ่งมีเอาไว้สำหรับปกป้องศิษย์ที่กำลังปิดขั้นพลัง ถ้าหากมีคนบุกเข้ามาค่ายกลสังหารจะทำงานโดยทันที
เต้าหลิงกำหมัดตั้งท่า ิัผันเปลี่ยนเป็สีทองแดงประกายแสงสีเงิน เขาร้องคำราม “แหลกไปซะ!”
กำปั้นเรืองรองซัดออกไป พลังที่แข็งแกร่งของเขาอัดกระแทกอักขระจนแตกกระจาย แรงกดดันหนักหน่วงปะทะเข้าบานประตู
ตูม!
ประตูโค่นล้มลงกับพื้น อึดใจเดียวกันแสงกระบี่คมกริบปลิวว่อนออกมาจากด้านในเป็ระลอก ขนทั่วร่างของเต้าหลิงพลอยลุกซู่ขึ้น เขารู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างปลดปล่อยกระบี่ออกมา น่ากลัวเป็อย่างมาก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นพลังของซือซือแข็งแกร่งขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร” เต้าหลิงใจเต้นรัว ลมปราณสีทองทั่วร่างพลุ่งพล่านเพื่อต้านพลังกระบี่ซึ่งถูกฟาดซัดมาจากทุกทิศทางทั้งยังติดตามเขาไปทุกย่างก้าว
ครั้นถึงด้านในเขาต้องสะดุ้งตัวโยน เบื้องหน้าของเขามีกระบี่ล้ำค่าสีเขียวอยู่เล่มหนึ่ง รอบๆ เล่มกระบี่โอบล้อมไปด้วยแสงกระบี่พร่างพราว พลังสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้มวลอากาศฉีกขาดทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังดุเดือดก้าวร้าว
กระบี่เล่มนี้น่าหวาดหวั่นเป็อย่างยิ่ง มันลอยอยู่เหนือศีรษะของหลินซือซือ แสงกระบี่พุ่งออกมาเป็เส้นๆ ซึ่งแต่ละเส้นสามารถทะลวงฝ่าูเาขนาดใหญ่ได้
ภาพที่เกิดทำให้เต้าหลิงโกรธมากกระบี่ล้ำค่าสีเขียวเล่มนี้แปลกประหลาดเป็อย่างยิ่งมันลอยอยู่เหนือศีรษะของหลินซือซือพลางดูดซับพลังปราณเข้าไปข้างใน
