### บทที่ 14: ปริศนาแห่งดวงดาวและหนึ่งเดือนที่ผ่านไป
ประกายแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นในสุสานโบราณที่มืดมิด
เย่เฟิงและเซี่ยหนิงฉางไม่ได้เริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรของตนเองในทันที แต่กลับทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการไขปริศนา "ค่ายกลผนึกดารา์" ที่สลักอยู่บนประตูหินบานมหึมา
การร่วมมือกันของทั้งสองคนนั้นเป็ไปอย่างน่าอัศจรรย์และลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
เซี่ยหนิงฉางผู้มาจากตำหนักเจ็ดดาว มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์แห่งค่ายกลและดวงดาวที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง นางทำหน้าที่เป็ "ผู้ชี้นำ" นางสามารถอธิบายหลักการทำงานอันซับซ้อนของค่ายกล, ชื่อเรียกของเส้นทางพลังงานแต่ละสาย, และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหากพวกเขาทำการเปลี่ยนแปลงจุดใดจุดหนึ่งได้
ส่วนเย่เฟิงนั้น แม้จะไม่มีความรู้เชิงทฤษฎีเท่านาง แต่เขากลับมี "สัญชาตญาณ" ที่น่าสะพรึงกลัว พลังัาและจิติญญาที่แข็งแกร่งของเขา ทำให้เขาสามารถ "ัั" ได้ถึงการไหลเวียนของพลังงานในค่ายกลได้อย่างชัดเจน เขาทำหน้าที่เป็ "ผู้ตรวจสอบ" เขาสามารถชี้จุดที่พลังงานไหลเวียนผิดปกติหรือจุดที่ซ่อนเร้นซึ่งแม้แต่เซี่ยหนิงฉางก็ยังมองข้ามไปได้
"จุดนี้...เส้นทางพลังดาราหมาป่า์" เซี่ยหนิงฉางชี้ไปยังลวดลายที่สลับซับซ้อน "ตามตำราแล้ว มันควรจะเชื่อมต่อกับเส้นทางดาวเหนือเพื่อสร้างความมั่นคง"
เย่เฟิงหลับตาลง ส่งกระแสจิตเข้าไปัั "ไม่ใช่...พลังงานตรงนี้มันไม่ได้เชื่อมต่อกันโดยตรง แต่มันกลับสะท้อนกันเหมือนกระจกเงา ทำให้เกิดเป็ช่องว่างเล็กๆ ที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่"
คำพูดของเขาทำให้นางต้องกลับไปพิจารณาใหม่อีกครั้ง...และก็พบว่าเป็เช่นนั้นจริงๆ!
วันเวลาในสุสานโบราณผ่านไปอย่างรวดเร็ว...วันแล้ววันเล่า...สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า...
พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ไขปริศนาค่ายกลเท่านั้น แต่ยังใช้เวลาที่เหลือในการบำเพ็ญเพียรไปพร้อมๆ กัน
อาการาเ็ของเซี่ยหนิงฉางหายดีเป็ปลิดทิ้งแล้ว นางไม่เพียงแต่ฟื้นฟูพลังกลับสู่จุดสูงสุดได้ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์แห่งนี้ ระดับพลังของนางยังปรากฏร่องรอยของการที่จะทะลวงไปยังระดับต่อไปได้อีกด้วย
ส่วนเย่เฟิงนั้น แม้ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเขาจะยังคงอยู่ที่ขั้นสร้างรากฐานระดับสี่ แต่เขาก็ได้ทำการ "ขัดเกลา" และ "บีบอัด" พลังปราณของตนเองจนมันมั่นคงและหนาแน่นยิ่งกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันหลายเท่าตัว เขายังใช้เวลาว่างในการฝึกฝนเคล็ดกายาวชิระและก้าวไร้เงาจนชำนาญขึ้นอย่างยิ่งยวด บัดนี้เขาสามารถควบคุมพลังและร่างกายของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เวลาผ่านไปสามเดือนเต็ม... (หรือเพียงแค่เก้าวันในโลกภายนอก)
ในที่สุด...พวกเขาก็สามารถถอดรหัสอักขระและเส้นทางพลังงานของค่ายกลผนึกดารา์ได้เกือบทั้งหมด...เหลือเพียงแค่ "แกนกลาง" ของค่ายกลเท่านั้นที่พวกเขายังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้
มันเป็เหมือนแม่กุญแจตัวสุดท้ายที่ซับซ้อนที่สุด และพวกเขาไม่มีลูกกุญแจที่จะใช้ไขมัน
"มันแปลกมาก" เซี่ยหนิงฉางขมวดคิ้วด้วยความครุ่นคิด "ข้าลองคำนวณดูทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ยังหาทางคลายผนึกแกนกลางนี้ไม่ได้เลย ราวกับว่ามันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คลายออกด้วยความเข้าใจ...แต่ด้วยสิ่งอื่น"
คำพูดของนางทำให้เย่เฟิงฉุกคิดขึ้นมาได้...ด้วยสิ่งอื่น?
เขาหลับตาลงอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ใช้จิตััไปที่การไหลเวียนของพลังงาน แต่เขากลับลองส่ง "กลิ่นอาย" ของสายเืัาอันสูงส่งของตนเองเข้าไปัักับแกนกลางของค่ายกลอย่างแ่เบา...
และในวินาทีนั้นเอง...เขาก็ "เห็น" มัน!
แกนกลางของค่ายกล...มันไม่ได้้า "การคำนวณ" หรือ "การถอดรหัส"...แต่มันกำลังรอคอย "พลังงาน" บางชนิด...พลังงานที่บริสุทธิ์และสูงส่งพอที่จะ "ปลดล็อก" มันได้โดยตรง!
เขาลืมตาขึ้น แล้วกล่าวกับเซี่ยหนิงฉางด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ข้าคิดว่าข้ารู้วิธีเปิดมันแล้ว"
"แต่...มันอาจจะอันตรายอย่างยิ่ง"
เซี่ยหนิงฉางมองเขาด้วยความสงสัยและความกังวลระคนกัน
เย่เฟิงเดินตรงไปยังประตูหินบานมหึมา เขาวางฝ่ามือลงบนแกนกลางของค่ายกล...จุดที่ลวดลายทั้งหมดมากัน
เขารวบรวมสมาธิ...แล้วค่อยๆ ถ่ายเท "พลังัา" อันเป็เอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวของเขา...เข้าไปในแกนกลางของค่ายกลผนึกดารา์อย่างช้าๆ
ในวินาทีนั้นเอง...ค่ายกลทั้งหมดพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
(จบตอนที่ 14)