“ถึงยังไงพวกเราก็ขอบคุณมาก ที่ช่วยจัดการให้พวกเรา มาช่วยกันยกเนื้อสัตว์พวกนี้ไปแจกจ่ายกัน มื้อเช้านี้พวกเรามีเนื้อสัตว์อสูรกินแล้ว”
ชาวบ้านช่วยกันยกเนื้ออสูรหมาป่าห้าตัว เสือโคร่งอีกหนึ่งตัวกลับเข้าไปในหมู่บ้าน ด้วยความดีใจจนลืมน้ำหนักที่มากของสัตว์อสูร
เด็กหนุ่มทั้งเก้าแบ่งเนื้อเสืออสูรมาแค่หนึ่งขาเท่านั้น พวกเขาเอามานั่งปิ้งย่างกัน อยู่ข้างลำธารส่วนหนังของสัตว์อสูรพวกเขาคิดว่าจะเอาไปขายแล้วเอาตำลึงมาแบ่งกัน
ข่าวได้ถูกแพร่กระจายออกไปว่า ลูกศิษย์ของสำนักตงเต๋อ สังหารสัตว์อสูรแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวบ้าน แถมยังใจดียกเนื้ออสูรให้กับชาวบ้านอีกด้วย
“ความจริงแล้วข้าจะบอกพวกเ้าว่า กระต่ายและไก่ไม่ได้มาทำลายพืชผักของชาวบ้าน แต่เป็แมลงสีดำนั่นต่างหาก ไก่มากินแมลงเป็อาหาร ส่วนกระต่ายก็มากินพืชผักที่โดนไก่เหยียบ”
“เมื่อวานตอนเย็น ข้าจัดการกับแมลงพวกนั้นไปแล้ว ต่อไปไก่และกระต่ายคงไม่เข้ามาในส่วนของชาวบ้านอีก แต่อีกสองหมู่บ้านไม่แน่ใจว่า อาจารย์ทั้งสองแก้ปัญหาไปแล้วหรือยัง”
“ศิษย์พี่ของพวกเราเก่งจริงๆรู้ปัญหาั้แ่แรกแล้ว แถมยังกำจัดพวกแมลงมีพิษพวกนั้นไปแล้วด้วย พวกเรากลับออกจากที่นี่ไปก็ไปถามอาจารย์กันเถอะ”อู๋ห่าวพูดขึ้นและออกเดินนำหน้า
ทั้งหมดออกเดินทางไปยังอีกสองหมู่บ้าน ที่อาจารย์ทั้งสองอยู่ ซึ่งอาจารย์ทั้งสองก็มาอยู่รวมกัน ที่หมู่บ้านกงซาน
“ถึงจะแก้ไขปัญหาแมลงและสัตว์ที่มาทำลายพืชผักได้ แต่ว่าความแห้งแล้งก็ยังมีอยู่”ระหว่างที่พวกเขายืนปรึกษากันอยู่นั้น ลูกศิษย์ที่มาจากหมู่บ้านซือซานพอถึง
“โอ้!พวกเ้ากลับมาแล้ว ได้ข่าวว่าสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งไปหลายตัวเลยหรือ แถมยังกำจัดแมลงพวกนั้นได้ด้วยพวกเ้าช่างมีฝีมือกันเสียจริง สมแล้วที่เป็ลูกศิษย์ตงเต๋อ”
“พวกเราไม่ได้เป็คนสังหารสัตว์อสูรหรอกท่านอาจารย์ แต่เป็ศิษย์พี่ของเราต่างหาก ที่สังหารสัตว์อสูรทั้งสี่ตัวและแก้ปัญหาเื่แมลงให้กับชาวบ้านได้ แถมยังช่วยชีวิตของพวกเราไว้อีก”เป็อู๋ห่าวที่พูดขึ้น
อาจารย์ทั้งสองใเป็อย่างมาก ลูกศิษย์เอกของพวกเขา ถึงกลับเรียกลูกศิษย์หญิงคนใหม่เป็ศิษย์พี่ แล้วศิษย์เอกที่หยิ่งผยองหายไปไหนแล้ว
“ใช่แล้วท่านอาจารย์ถ้าเกิดไม่มีศิษย์พี่จู๋จื่อ แม้แต่ชีวิตพวกเราก็ไม่น่าจะเหลือรอดมา เจอสัตว์อสูรระดับหนึ่งขนาดนั้น”เฉิงหย่งผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร แม้กระทั่งญาติในตระกูล
“จริงหรือศิษย์หญิงตัวน้อย เ้าถึงกลับมีความสามารถขนาดนั้น ข้ายังนับเ้าเป็ลูกศิษย์ได้ไหมนี่ ถ้าเก่งขนาดนั้น”
“อาจารย์ทั้งสองไม่ต้องเยินยอข้าขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะ ข้าไม่ได้เก่งทุกอย่าง จึงต้องมาเรียนเพิ่มเติมกับพวกท่าน”
“ทีนี้ก็คงเหลือแต่ความแห้งแล้ง เพราะถ้าแมลงเ้ากำจัดไปเกือบหมดก็ไม่น่าจะเหลือแล้ว เพราะเมื่อวานนี้ทั้งสองหมู่บ้าน ไม่ได้มีแมลงและสัตว์ป่าเข้ามารบกวนเลย”
“ความแห้งแล้งอย่างนั้นหรือ เื่ของดินฟ้าอากาศจะช่วยยังไงได้ หรือว่าไปเอาน้ำจากูเามาใช้กัน เข้าป่าลึกก็ต้องเจอกับสัตว์อีก แก้ไขยากเหมือนกัน ต้องรอดูอาจารย์ว่าจะช่วยเหลือชาวบ้านยังไง”จู๋จื่อยืนคิดมองดูอาจารย์คุยกัน
“พวกเ้าที่มีพลังธาตุน้ำ ช่วยปล่อยน้ำใส่ไร่สวนชาวบ้าน ให้พื้นดินได้ชุ่มฉ่ำดูดซับน้ำ ไปหล่อเลี้ยงต้นไม้และพืชผักก่อน”
จู๋จื่อมองคนที่มีพลังธาตุน้ำปล่อยพลัง เป็สายน้ำใส่พื้นที่ทำสวนของชาวบ้าน “น้ำแค่นี้จะช่วยชาวบ้านได้ยังไงกันเหมือนกับธาตุไฟไม่มีผิด ถ้าปล่อยน้ำแบบนี้เป็เดือน จะพอช่วยชาวบ้านได้ไหมนี่”
ลูกศิษย์ที่มาด้วยกันวันนี้ ส่วนมากจะมีพลังธาตุน้ำกับไฟ เพราะประชาชนทั่วไป จะมีแค่สามธาตุเท่านั้นคือดินน้ำไฟ
“พวกเขามีพลังธาตุก็จริง แต่มันแค่น้อยนิดเท่านั้น มันเพิ่มพลังให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้วรึ ต้องสร้างเป็น้ำฝนถึงจะเพียงพอกับพืชผักผลไม้ทั้งหมด ที่มีจำนวนหลายร้อยหมู่ ไม่ใช่ไหลเหมือนฉี่เด็กแบบนี้”จู๋จื่อกอดอกยืนมอง
“ทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ที่มีพลังธาตุน้ำ ช่วยกันอย่างเต็มที่ แต่น้ำออกมามันน้อยนิดจริงๆ พลังธาตุลมอย่างเรา ช่วยพวกเขาได้บ้างไหมนะ”
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม น้ำที่ได้รดน้ำต้นไม้ไม่ถึงสี่หมู่ จู๋จื่อมองท้องฟ้าที่สว่างจ้ามีแสงแดด ไม่มีก้อนเมฆสักก้อน
“ศิษย์พี่มองหาอะไรหรือ ข้าเห็นมองท้องฟ้าและมองสวนชาวบ้าน ้าจะทำอะไรก็บอกมาได้ ถ้าข้าช่วยได้ก็จะช่วย”อู๋ห่าวถามเขามีธาตุไฟเลยไม่ได้ไปช่วยอาจารย์
“เ้าคิดว่าทำแบบนี้จะช่วยชาวบ้านได้จริงรึ ผ่านไปหนึ่งชั่วยามรดน้ำได้ไปแค่สี่หมู่ แล้วพื้นที่มีเป็พันหมู่แบบนี้แถมยังมีตั้งสามหมู่บ้าน และพื้นที่ปลูกแยกย่อยออกไปก็มี ข้ากำลังคิดว่าถ้ามีฝนตกขึ้นมา น่าจะช่วยได้เยอะกว่านี้”
“คงต้องใช้เวลาเป็วันนั้นแหละ คืนนี้อาจจะต้องนอนกันที่นี่อีกคืนหนึ่งแน่ ถ้าเป็แบบนี้คนที่มีธาตุดินก็ต้องไปขุดหลุม ไว้เก็บน้ำแต่ไม่รู้ว่าจะมีน้ำให้เก็บหรือไม่”
“ถึงกับต้องนอนที่นี่เลยหรือ แล้วลูกศิษย์แต่ละคนแจ้งกับทางครอบครัวไว้แล้วหรือ ว่าต้องนอนต่อที่นี่พวกท่านจะไม่เป็ห่วงเอารึ”
“ทุกคนในครอบครัวรู้อยู่แล้ว ถ้าบุตรหลานเรียนสายนี้ต้องออกไปทำภารกิจ อาจจะต้องนอนอยู่หลายวันกว่าจะได้กลับ ทำภารกิจบางทีเข้าป่าเป็เดือนยังมีเลย”
“ข้ามีงานต้องทำอีกตั้งเยอะไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก อันไหนที่สามารถเร่งให้ไวได้ก็ควรจะทำ ถ้าใช้เวลาขนาดนี้ ไม่ต่างจากชาวบ้านขนน้ำมาลดเองเลย แค่พวกเขาไม่ต้องแบกหามเองเท่านั้น”
“แล้วศิษย์พี่จะทำยังไง หรือว่าศิษย์พี่สามารถทำให้ฝนตกลงมาได้ ถ้าได้แบบนั้นก็คงจะดีมาก จะได้ช่วยชาวบ้านแก้ปัญหาได้ถูกจุดและรวดเร็ว”
“ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหมเพราะยังไม่เคยทำ จะลองดูแต่คงต้องใช้พลังจำนวนมาก ที่จะบังคับให้เกิดก้อนเมฆขึ้น ข้าต้องไปหาที่เงียบสักที่หนึ่งก่อน”
“เ้าอยู่ตรงนี้ก็ดีแล้วฝากดูด้วย อย่าให้ใครไปรบกวน ข้าอาจจะต้องใช้สมาธิหรือพลังค่อนข้างสูง จะลองดูถ้าฝนตกลงมาพวกเราจะได้กลับบ้านกัน คนที่มีธาตุดินขุดหลุมใส่น้ำไปถึงไหนแล้วน่ะ”
“เดี๋ยวข้าไปดูให้แล้วจะรีบกลับมา ศิษย์พี่รออยู่ตรงนี้แหละ”อู๋ห่าวรีบวิ่งออกไปดูกลุ่มที่มีธาตุดิน กำลังขุดหลุมใส่น้ำ ทั้งที่น้ำได้จากคนมีธาตุน้ำมีแค่น้อยเดียว ไม่มีทางที่จะไหลมาลงหลุมที่พวกเขาขุด
“พวกเ้าขุดต่อไปไม่ต้องหยุด เผื่อจะมีน้ำมาจากที่อื่น น้ำที่ได้จากคนที่มีพลังธาตุน้ำไม่พอ แต่ไม่ต้องหยุดนะข้าไปก่อนละ”
“ศิษย์พี่พวกเขาขุดได้เยอะแล้ว มีที่รองรับน้ำไหนจะมีหนองน้ำอีก ถ้าลูกพี่ทำสำเร็จ ชาวบ้านก็จะมีน้ำทำไร่ทำสวน ก่อนที่จะเข้าหน้าหนาวอย่างแน่นอน”
จู๋จื่อเดินเข้าป่าข้างสวนของชาวบ้าน และทะยานตัวขึ้นไปอยู่บนยอดไม้ต้นใหญ่ รวบรวมพลังธาตุลมที่มี บังคับอากาศทั้งหมดให้รวบรวมกันกลายเป็ก้อนเมฆก้อนใหญ่ จนบดบังแสงอาทิตย์
ก้อนเมฆหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ และใหญ่กระจายเต็มพื้นที่ของสามหมู่บ้าน จนมืดครึ้มไปหมด เป็สัญญาณให้รู้ว่าอีกไม่นาน ถ้าก้อนเมฆลอยลงต่ำกว่านี้จะเกิดฝนตก
มีอู๋ห่าวเริ่มเลื่อมใสศรัทธาในตัวศิษย์พี่ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เป็ความรู้สึกจากข้างในจริงๆ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดก้อนเมฆได้ยังไง นอกจากเขาเท่านั้นที่ยืนเป็ต้นทางให้ศิษย์พี่
จู๋จื่อและอู๋ห่าวเดินไปสมทบกับอาจารย์ ที่ได้ให้ลูกศิษย์คนอื่นเตรียมตัวหาที่หลบฝน พวกเขาไม่รู้ว่าฝนจะตกมาได้ยังไงทั้งที่ก่อนหน้านี้ ท้องฟ้าก็สว่างสดใสไม่มีเมฆสักก้อน
“ดีเลยถ้าฝนตกพวกเราจะได้กลับบ้านกัน อาจจะเป็ด้วยพลังธาตุน้ำที่เราช่วยกันบังคับ ทำให้เกิดเมฆฝนขึ้นมาได้”อาจารย์เฟยฉีพูดขึ้น ทำให้คนที่มีพลังธาตุน้ำยิ้มด้วยความดีใจ ที่ตัวเองมีความสามารถ ถึงกับจะทำให้ฝนตกลงมาได้
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ลูกศิษย์และอาจารย์ต้องเข้าไปหลบฝน อยู่ในบ้านของผู้นำหมู่บ้าน
ชาวบ้านต่างดีใจถ้าฝนตกมาเยอะขนาดนี้ คงพอให้พวกเขาทำสวนผักที่เสียหายขึ้นมาใหม่ และทันได้เก็บก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง
ฝนตกอยู่ประมาณหนึ่งชั่วยาม ทำให้หนองน้ำที่อยู่แถวนั้นเต็ม แต่ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ จู๋จื่อมองสายฝนที่ยังเทลงมาอย่างหนัก ด้วยสีหน้าวิตกกังวลกลัวว่าน้ำจะเยอะไป
“ตอนที่อยากให้ฝนตกก็ไม่ได้คิด ใช้แต่พลังรวบรวมหอบเอาก้อนเมฆ มาอยู่รวมกันให้หนาแน่น ตกเยอะขนาดนี้น้ำคงจะไม่ท่วมใช่หรือไม่ แล้วทำยังไงให้มันหยุดล่ะ หรือว่าต้องใช้พลังให้ก้อนเมฆเคลื่อนไปที่อื่น”
“ศิษย์พี่ถ้าฝนตกไม่หยุดแบบนี้ ต่อไปอีกสักหนึ่งชั่วยามข้าว่าน้ำต้องท่วมแน่ มองดูหนองน้ำที่อยู่ตรงนั้นสิ น้ำเริ่มปริ่มขอบตลิ่งแล้ว”
“สงสัยตอนที่รวบรวมก้อนเมฆใช้พลังเยอะไปหน่อย เ้าดูต้นทางให้ข้าหน่อย ต้องสลายก้อนเมฆให้ไปตกที่หมู่บ้านอื่นก่อนที่น้ำจะท่วม”
จู๋จื่อแยกออกจากไปยืนอยู่คนเดียวเงียบๆ มุมหนึ่งของบ้าน แล้วใช้พลังธาตุลมพัดให้ก้อนเมฆกระจายไปที่อื่น ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ฝนก็หยุดตกท้องฟ้าเปิดสว่าง ก้อนเมฆได้กระจายเป็ฝนตกเป็หย่อมๆตามหมู่บ้านอื่นและหายไป
อู๋ห่าวที่รู้ความลับอยู่คนเดียว รู้สึกอึดอัดไม่รู้จะบอกใคร เขาคิดว่าถ้ากลับไปถึงบ้าน ต้องเล่าให้ผู้เป็ปู่ได้ฟัง ว่ามีคนที่เก่งกาจกว่าอาจารย์อีกมาปรากฏตัวขึ้นแล้ว
หลังจากฝนหยุดตกก็เป็เวลาเย็นแล้ว แต่อาจารย์บอกว่าทุกคนสามารถกลับบ้านได้ จู๋จื่อทะยานตัวขึ้นม้าตัวใหญ่และวิ่งออกไป จนทุกคนมองตามแทบไม่ทัน
ทั้งอาจารย์และศิษย์ ต่างมองตามด้วยความใ ว่าเด็กหญิงทำไมถึงขี่ม้าได้ไว เหมือนขี่ลมแบบนั้นกัน
“ท่านปู่กับหนูดำข้ากลับมาแล้ว ไม่ได้เจอแค่หนึ่งคืน ข้าคิดถึงท่านปู่กับหนูดำมาก”
“เ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว เป็ยังไงบ้างล่ะไปทำภารกิจครั้งแรกเหนื่อยไหม แก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้หรือเปล่า อยากหรือไม่ ”
“หลานไปต้องแก้ได้อยู่แล้วเ้าค่ะ ท่านปู่ทำไมคนที่นี่มีพลังธาตุในเมืองนี่ ถึงมีพลังแค่น้อยนิดเอง ขนาดบังคับน้ำยังออกมาแค่ฉี่เด็กผู้หนึ่งเท่านั้น”
“คนที่มีธาตุไฟก็บังคับได้แค่นิดเดียวเอง มันเป็เพราะอะไรกัน ทั้งที่ในเมืองนี้ก็มีพลังปราณนี่นา”
“ทุกคนปกติกันดี ยกเว้นเ้าที่ได้กินโอสถเปิดพลังระดับสูงเข้าไป ทำให้พลังของเ้าเยอะกว่าผู้ใดยังไงล่ะ คนผิดปกติคือเ้าต่างหาก”
“แล้วมีอีกอย่างหนึ่ง ในป่าที่ติดกับหมู่บ้านมีสัตว์อสูรระดับหนึ่งอาศัยอยู่เยอะเลย ข้ายังได้สังหารสุนัขหมาป่าไป ห้าตัวและเสือโคร่งอีกหนึ่งตัวด้วย พวกมันจะมาทำร้ายพวกเรา ”
