อีกด้านหนึ่งที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางความวุ่นวายออกไปไม่ไกลนัก พื้นที่บริเวณหนึ่งถูกปิดผนึกเอาไว้ด้วยม่านพลังพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต ลวดลายอาคมสีดำปนทองไหลเวียนอย่างเงียบงันราวกับสายน้ำใต้พิภพ
ในพื้นที่นั้นมันตัดขาดทุกการรับรู้จากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ เสียงะเิ และแรงสั่นะเืจากการต่อสู้ทั้งหมดไม่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้แม้แต่น้อย ราวกับที่นี่คืออีกโลกหนึ่งที่ถูกแยกออก
ภายในม่านพลังนั้น จางเหวินนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างสงบ แต่พลังที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวกลับหนักอึ้งจนทำให้อากาศบิดเบี้ยวเล็กน้อยเป็ระยะ คลื่นพลังสีฟ้าหมุนวนรอบกายเหมือนจักรวาลขนาดย่อมที่กำลังถือกำเนิด
ออร่าของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ขั้นที่หนึ่งยังคงแผ่ซ่านออกมาเป็จังหวะช้า ๆ
ก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน ใน่ที่เขาััได้ถึงการปรากฏตัวของกึ่งจักรพรรดิหลายคนที่พุ่งผ่านม่านฝนของเขามาได้และยังได้มุ่งหน้ามายังหาเขาอีกด้วย จางเหวินได้ตัดสินใจสร้างร่างแยกน้ำขึ้นมาก่อนที่จะส่งร่างแยกน้ำนั้นออกไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์ภายนอกทั้งหมด
ส่วนร่างจริงของเขาเลือกที่จะวาร์ปผ่านหยดน้ำฝนไปหาสถานที่ปลอดภัยและให้ระบบสร้างม่านพลังพิเศษปกปิดร่างจริงของเขาเอาไว้ เพื่อทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการทะลวงระดับการบ่มเพาะ
และเมื่อครู่ที่ผ่านมา… เขาพึ่งจะทะลวงผ่านระดับการบ่มเพาะของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไปได้และเขียนกฎของตัวเองขึ้นมานั้นคือ กฎแห่งต้นกำเนิดสสาร
ขณะเดียวกันภายนอกนั้นแรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ ออร่าของสัตว์ิญญาจำนวนนับไม่ถ้วนล้อมรอบร่างของหลินไท่จี๋ หลงหยานเทียน และร่างแยกน้ำของจางเหวินเอาไว้ แต่ทว่าความทั้ง 3 คนกลับกำลังจ้องมองไปยังบนท้องฟ้าที่ตอนนี้ร่างแสงสว่างบริสุทธิ์กำลังลอยลงมาอย่างช้าๆ
แสงนั้นทำให้กฎรอบตัวเงียบลงราวกับกำลังจะประกาศคำตัดสินบางอย่าง…
…..
……
…..
ใน่เวลาก่อนหน้านี้ ภายในเมืองดาบ์ บรรยากาศทั้งหมดเหมือนถูกความสิ้นหวังกลืนกินไปจนหมด เสียงฝนยังคงตกลงมาช้า ๆ ปะปนกับเสียงร้องไห้ เสียงคร่ำครวญ และเสียงสาปแช่งที่แ่เบาลงเรื่อย ๆ ราวกับผู้คนกำลังยอมรับชะตากรรมของตัวเอง
กลางถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เด็กชายคนหนึ่งกำลังกอดร่างน้องสาวที่หมดสติเอาไว้แน่น แขนเล็ก ๆ ของเขาสั่นเทา แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้
ตรงหน้าของเขา ชายชุดดำถือดาบเดินเข้ามาช้า ๆ
ทุกย่างก้าวเหมือนเสียงเคาะประตูแห่งความตายที่ดังขึ้น
เด็กชายะโทั้งน้ำตา
“อย่า… อย่าเข้ามา!”
ชาวเมืองรอบด้านะโด้วยความโกรธและสิ้นหวัง
“หยุดซะไอ้สารเลว!”
“อย่าทำร้ายพวกเขา!”
แต่ชายชุดดำไม่ได้หยุดแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาเ็าไร้ความรู้สึก
เขายกดาบขึ้น คมดาบสะท้อนแสงฝน ก่อนจะฟาดลง
ฟึ่บ!
เฟ้งงง!
คมดาบหยุดนิ่งกลางอากาศ เสียงโลหะกระทบบางอย่างดังสนั่น ก่อนที่แรงกระแทกมหาศาลจะะเิออก
ตูมมมมม!!!
ร่างของชายชุดดำถูกต่อยกระเด็นออกไปเหมือนหุ่นฟาง พุ่งไปกระแทกกำแพงบ้านจนพังทลาย
เสียงหนึ่งดังขึ้น มันเต็มไปด้วยความหนักแน่น อบอุ่น และพลัง
“เ้าหนู… เ้าเก่งมาก… หัวใจแบบนี้… ช่างหาได้ยากยิ่งนัก”
เด็กชายเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาสั่นไหว ภาพที่เห็นทำให้เขาน้ำตาไหลหนักกว่าเดิม
ชายวัยกลางคนยืนอยู่ตรงหน้า ชุดคลุมที่มีรอยดาบแทงทะลุทั่วร่างปลิวไสวท่ามกลางสายฝน เขาคือ คังห่าว เ้าเมืองดาบ์
“ท่านเ้าเมือง…”
เด็กชายพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ชาวเมืองที่อยู่ในบริเวณนั้นจ้องมองไปร่างกายของคังห่าว
ในวินาทีนั้น เหมือนมีแสงสว่างจุดขึ้นในหัวใจของทุกคน บางคนถึงขั้นมีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
คังห่าวย่อตัวลง ก่อนจะแตะศีรษะเด็กชายเบา ๆ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ที่เหลือ… ให้เป็หน้าที่ของข้าเอง”
เขาลุกขึ้นทันทีก่อนที่พลังของเขาจะค่อยๆ พุ่งทะยานออกมา
“วันนี้… ไม่ว่าใครที่ไหน… ก็ไม่มีใครทำอะไรชาวเมืองของข้าได้…”
ตูมมม!!
เขาพุ่งไปหาชายชุดดำทันที หมัดขวาซัดเข้าใส่ชายชุดดำที่โดนเขาชกไปก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว
แรงกระแทกะเิออก ร่างศัตรูถูกซัดลอยไป แต่ในเสี้ยววินาที เงาดำอีกเก้าเงาปรากฏขึ้น
พวกมันล้อมเขาเอาไว้ทุกด้าน ดาบ 9 เล่มสะท้อนแสงฝน คังห่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
พลังสีขาวดำเริ่มหมุนวนรอบตัวของเขา ชายชุดดำพุ่งเข้ามาพร้อมกัน
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
คลื่นดาบฟันเข้ามาจากทุกทิศ
คังห่าวหมุนตัว หลบอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะปล่อยหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังชีวิตซัดเข้าใส่คนหนึ่งจนหน้าอกยุบ
ตูม!!
อีกคนฟันดาบจากด้านหลัง คังห่าวยกมือรับ พลังแห่งความตายกัดกร่อนดาบจนแตกเป็ผุยผง
แต่ดาบอีกสามเล่มแทงเข้ามาพร้อมกันที่ใต้ท้องของเขา
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เืสีแดงสดสาดกระจายทั่วทั้งพื้น าแปรากฏทั่วร่าง แต่ดวงตาของเขาไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย
“ย๊าาา!”
พลังชีวิตะเิออกจนชายชุดดำทั้งหมดต้องถอยออกไป าแของคังห่าวบางส่วนสมานตัวทันที แรงสั่นะเืพุ่งออกเป็วงกว้าง แต่คลื่นดาบอีกชุดก็พุ่งเข้ามา ฟันผ่านไหล่ ทะลุสีข้าง เฉือนที่คอ
เืไหลอาบไปทั่วทั้งร่างของเขา
คังห่าวยืนอยู่กลางถนนที่แตกร้าว ลมหายใจเหนื่อยล้าแต่มั่นคง เืไหลตามแขนเสื้อหยดลงบนพื้นหินเป็จังหวะช้า ๆ เงาดำทั้ง 10 กระจายตัวล้อมเขาเป็วงกว้าง พวกมันต่อสู้ราวกับไม่รู้จักความเ็ปหรือความตาย คมดาบสะท้อนแสงสีหม่นเหมือนเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่กำลังรอจังหวะกัดเหยื่อ
ทันใดนั้นชายชุดดำ 2 คนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ดาบหนึ่งฟันจาก้า อีกเล่มแทงจากด้านข้าง คังห่าวก้าวเฉียงครึ่งก้าว หมุนไหล่หลบคมดาบ เสียงลมฉีกอากาศดังเฉียดหู ก่อนกำปั้นขวาจะอัดเข้าที่ท้องของคนแรกเต็มแรงจนเสียชีวิตในทันที
เสียงกระดูกยุบดังทุ้ม ร่างนั้นกระเด็นถอยหลัง แต่ยังไม่ทันได้ปรับจังหวะการหายใจ ดาบจากด้านหลังสามสายก็พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
คังห่าวเหยียบพื้นจนหินแตก พลังสีเทาดำพุ่งขึ้นจากฝ่าเท้า ก่อนจะหมุนตัวเตะกวาดเป็ครึ่งวงกลม แรงกระแทกอัดอากาศจนเกิดคลื่นกระแทก
ร่างของชายชุดดำสองคนตัดสินใจรับคลื่นพลังนั้นเอาไว้ก่อนที่จะถูกคลื่นพลังนั้นตัดครึ่งร่างทันที แต่ก็เปิดโอกาสให้อีกคนได้แทงดาบเข้าใส่หัวของคังห่าวเต็มๆ จนดาบทะลุหัว เืพุ่งออกมาเป็สาย
ดวงตาคังห่าวใสุดขีดแต่ทว่าร่างกายของเขาก็รักษาตัวเองทันทีก่อนที่จะกำดาบที่ถูกแทงเอาไว้แน่น พลังแห่งความตายไหลเข้าสู่แขนพร้อมต่อยสวนขึ้นตรงคางของชายชุดดำ เสียงกระแทกดังสนั่น ศีรษะของศัตรูหงายไปด้านหลังอย่างผิดรูป หลังจากนั้นเขาได้ดึงดาบที่ปักอยู่ที่หัวออก
เงาดำที่เหลือไม่หยุด พวกมันเปลี่ยนกระบวนท่าเป็การโจมตีต่อเนื่อง ดาบ 6 เล่มฟาดฟันเหมือนพายุเหล็ก คังห่าวก้าวถอยหลังทีละก้าว แขนขยับปัด ป้อง รับ หมัดและศอกโต้กลับทุกจังหวะ เสียงโลหะปะทะกับพลังดังถี่รัว เสื้อคลุมของเขาถูกฟันขาดหลายแห่ง เืไหลอาบลำตัว
ทันใดนั้นชายชุดดำ 3 คนะโขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนที่จะฟันดาบลงมาเหมือนผ่าูเา อีกสามคนด้านล่างก็แทงพร้อมกันจากสามทิศ คังห่าวสูดลมหายใจลึก
พลังสีเขียวอ่อนลุกขึ้นจากร่าง แผลทั่วตัวเริ่มสมานในชั่วพริบตา เขากระทืบเท้า พลังชีวิตะเิออกเป็วงกว้าง ดาบทั้งหกถูกสะท้อนออก ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าไปหาชายชุดดำ้าเหมือนสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง
หมัดขวาทะลุหน้าอกของชายชุดดำคนหนึ่ง ก่อนที่เข่าของเขาจะพุ่งเข้ากลางลำตัวจนกระดูกแตกเสียงดังกร๊อบ เืสาดกระเซ็นเต็มอากาศ แต่ดาบอีกเล่มฟันเข้าที่หลังจนเนื้อเปิด คังห่าวคำราม พลังแห่งความตายะเิออกจากแผล แรงกดดันทำให้ศัตรูชะงักเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งเพียงพอให้เขาคว้าคออีกคนแล้วบีบจนคอหัก
เหลืออีกสี่
พวกมันเปลี่ยนเป็กระบวนดาบประสาน จังหวะการฟันรวดเร็วและแม่นยำเหมือนหนึ่งเดียว ดาบหนึ่งเฉือนต้นขา เืไหลทันที อีกเล่มฟันสีข้างจนเขาถอยหลังครึ่งก้าว คังห่าวยกมือขึ้น พลังชีวิตและความตายหมุนวนเป็เกลียวรอบตัว ก่อนที่เขาจะชกหมัดลงพื้น
ตูม!!
พื้นดินยุบตัว คลื่นกระแทกกวาดทั้งสี่ล้มลง แต่พวกมันยังลุกขึ้นได้ทันที ดวงตาไร้อารมณ์และยังคงเ็า แม้บางคนาเ็สาหัสแต่ทว่าพวกมันไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้แม้แต่น้อย
คังห่าวหายใจแรง เืไหลเต็มตัว ร่างกายของเขาหนักอึ้งขึ้นทุกวินาที แต่สายตายังคงแน่วแน่ เขากำหมัดทั้งสอง พลังสองขั้วไหลรวมกันจนเกิดแสงสีเทา
ชายชุดดำคนหนึ่งพุ่งเข้ามาเร็วที่สุด ดาบแทงตรงหัวใจ คังห่าวไม่หลบ เพียงแต่เขาบิดตัวให้คมดาบเฉียดหัวใจไปเล็กน้อย ก่อนปล่อยหมัดสวนเต็มแรง ร่างนั้นทะลุอากาศไปกระแทกกำแพงจนแตก
อีกสามคนเข้าพร้อมกัน
คังห่าวก้าวเข้าใส่แทนที่จะถอย หมัดซัดคนแรกจนหน้าอกยุบ เตะหมุนฟาดคอคนที่สองจนคอหัก ก่อนคว้าดาบของคนสุดท้ายไว้ด้วยมือเปล่า คมดาบบาดฝ่ามือจนนิ้ว 2 นิ้วขาดออก แต่เขากระชากชายชุดดำคนสุดท้ายเข้าหาตัวแล้วใช้ศีรษะโขกจนกะโหลกแตก
ตึบ!
เงาดำคนสุดท้ายเสียชีวิตลงในที่สุดและชายชุดดำทั้งสิบก็นอนแน่นิ่งไร้ซึ่งลมหายใจใดๆ
คังห่าวยืนหอบกลางซากปรักหักพัง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยาแ เืไหลอาบเหมือนผ่านสนามรบมานับร้อยครั้ง ขาของเขาสั่นเล็กน้อย แต่ยังยืนตรง
สายตาของชาวเมืองบริเวณนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกแห่งสุขและดีใจ
“ขอบคุณท่านเ้าเมือง… ขอบคุณท่านเ้าเมือง… ที่ไม่เคยทอดทิ้งพวกเรา…”
“ชีวิตนี้ของข้า… เป็หนี้ท่าน…”
“ต่อให้ต้องตาย… ข้าก็จะไม่มีวันลืมวันนี้…”
“เมืองดาบ์จะไม่มีวันล่มสลาย!”
