ติ๊ง!
[ตรวจพบโลกคู่ขนานที่มีคล้ายคลึงกับนิยายของจ้าวฉินเสวียเป็อย่างสูง เฉินเฟิงในโลกใบนั้นเป็ผู้มีชีวิตนิรันดร์ คุณ้าลองััประสบการณ์ชีวิตในโลกนั้นหรือไม่]
ทันใดนั้นเอง ระบบััประสบการณ์ชีวิตรายสัปดาห์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นหลังจากเฉินเฟิงจัดการขายอสังหาริมทรัพย์ในเขตชานเมืองเสร็จ
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน เฉินเฟิงหันไปกล่าวกับสาวๆ ทั้งสี่คนข้างกาย
"ต้องรบกวนพวกเธออีกแล้วนะ ผมจะกลับไปนอนอีกหน่อย"
สิ้นประโยค เฉินเฟิงตอบตกลงลองััชีวิตในโลกคู่ขนาน จิติญญาของเขาจึงถูกดึงออกจากร่างและเขาก็หมดสติลงไปอีกครั้ง
ประเทศหลงแห่งดาวเคราะห์ฟ้าครามปี 2021 วันที่ 6 เดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติ หิมะมงคลนำพาปีแห่งความอุดมสมบูรณ์กำลังโปรยปราย
ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองปีใหม่ ผู้คนต่างพากันไปกราบไหว้ขอพร แต่ทหารขุดสุสาน [1] คนสุดท้ายแห่งแดนหลง กู่เยว่อู่ กลับเป็คนแรกที่เจาะเข้าสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ได้ สุสานของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
แม้จะเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่จอมโจรปล้นสุสานอย่างกู่เยว่อู่ก็ยังสามารถฝ่าฟันผ่านด่านต่างๆ มาได้ เขารอดพ้นจากแม่น้ำกรด ด่านป้องกันโจรในพระราชวังต้องห้าม จนมาถึงใต้โลงศพทองสัมฤทธิ์ลอยฟ้าในท้องพระโรงได้สำเร็จ
"ฮ่าๆ ฉันคือสุดยอดจอมโจรปล้นสุสานที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์สองพันปีแห่งแดนหลง!" กู่เยว่อู่เงยหน้ามองโลงศพสำริดที่ประดับประดาด้วยลวดลายอักษรโบราณและส่งเสียงหัวเราะอย่างลำพองใจ
"ไม่มีใครสามารถปล้นสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้แห่งนี้ได้ แต่วันนี้ ฉันได้ขุดสุสานจนทะลุปรุโปร่งด้วยตัวคนเดียว โลงศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ลอยอยู่เหนือหัวฉันแล้วตอนนี้"
ทันใดนั้นเอง!
เฉินเฟิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนโลงศพสำริดนั้นลืมตาตื่นขึ้นหลังจากหลับใหลเป็เวลานานกว่าเอกชวด [2]
"ไอ้โจรปล้นสุสานชาติชั่ว ข้าจะฆ่าล้างตระกูลเ้าสิบชั่วโคตร!" เขามองด้วยสายตาทรงพลังดุจสายฟ้า จิตสังหาระเิออกพร้อมเสียงคำรามลั่น
"เ้ากล้าบุกเข้าสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ขัดขวางการกลั่นยาอายุวัฒนะของข้า ขัดขวางข้าที่เกือบจะก้าวเข้าสู่อาณาจักรเหนือธรรมชาติ! เ้าทำลายัหยกที่หล่อเลี้ยงชีพจรัมายาวนานกว่าสองพันปี ทำให้หกสิบปีแห่งการบำเพ็ญเพียรของข้าต้องสูญเปล่า!"
สิ้นเสียงไม่ทันไร เฉินเฟิงหายตัวจากบนโลงศพสำริดแล้วปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ากู่เยว่อู่ในพริบตา
"ข้าขออภัยต่อท่านฮ่องเต้จิ๋นซี ข้า..." กู่เยว่อู่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขารีบคุกเข่าก้มหัวร้องขอความเมตตา
"ผู้น้อยมีตาหามีแววไม่ ไม่อาจมองเห็นยอดเขาไท่ซาน ข้าบุกรุกสุสานท่านโดยไม่ได้ตั้งใจ ข้าขอวิงวอนให้ท่านเมตตา สังหารข้าแต่เพียงผู้เดียว โปรดอย่าฆ่าล้างตระกูลข้าเลย"
กู่เยว่อู่รู้สึกหวาดกลัวขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเขาได้ยินเสียงคำรามอันป่าเถื่อนภายในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งควรจะมีเพียงเขาคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่
เขายิ่งตื่นตระหนกยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำว่า 'อาณาจักรเหนือธรรมชาติ' ขอบเขตการฝึกตนที่เคยได้ยินเพียงแค่ในตำนานเท่านั้น
ด้วยความที่กู่เยว่อู่อยู่ในระดับกลั่นลมปราณขั้นสามเท่านั้น เขาจึงรับรู้ได้ทันทีว่าบุคคลเบื้องหน้าต้องเป็ตัวตนระดับผู้บรรลุขั้นกลั่นลมปราณไม่ผิดแน่
จะมีใครหน้าไหนที่อยู่บำเพ็ญตบะในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ได้เป็ระยะเวลายาวนานถึงหกสิบปี นอกจากตัวจิ๋นซีฮ่องเต้ผู้คืนชีพด้วยยาอายุวัฒนะตามตำนานเสียเอง?
"อาณาจักรกลั่นลมปราณขั้นสาม?" เฉินเฟิงมองสำรวจระดับการฝึกตนของโจรปล้นสุสานที่คุกเข่าขอความเมตตาตรงหน้าและพึมพำด้วยความประหลาดใจ
"ไม่คาดคิดเลยว่าแค่โจรปล้นสุสานอย่างเ้า จะสามารถฝึกตนจนถึงอาณาจักรกลั่นลมปราณขั้นสามได้ในยุคสิ้นธรรมเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เ้าสามารถบุกทะลวงสุสานจักรพรรดิของข้าได้"
"ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าจะให้โอกาสเ้าไถ่บาป ข้าจะเมตตาเอาเพียงอายุขัยและโชคลาภสิบชาติของเ้า แล้วข้าจะปล่อยครอบครัวของเ้าไป"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี คำพูดของเฉินเฟิงยังคงดังก้องอยู่ในหู เฉินเฟิงไม่รอให้กู่เยว่อู่ตอบตกลงหรือปฏิเสธ เขาใช้เคล็ดวิชาอสูรเทาเที่ย [3] เขมือบโลกา
ทันใดนั้น ระดับพลังการฝึกตนของกู่เยว่อู่รวมถึงอายุขัยอีกเจ็ดสิบปีที่เหลือในชาตินี้ก็ถูกเฉินเฟิงดูดกลืนจนหมดสิ้น!
หากท่าน้าให้ข้าตาย ข้าก็จะตาย!
ยิ่งไปกว่านั้น อดีตชาติเฉินเฟิงคือจิ๋นซีฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่
ในเมื่อกู่เยว่อู่กล้าปล้นสุสานของเขา เป็ผลให้การบำเพ็ญเพียรอันยาวนานกว่าเอกชวดต้องสูญเปล่า!
ส่วนคำพูดเกี่ยวกับการเอาอายุขัยและโชคลาภสิบชาตินั้นเป็เพียงคำขู่
เพียงชั่วพริบตา ร่างกายของกู่เยว่อู่หลงเหลือเพียงร่างหนังหุ้มกระดูกเหี่ยวแห้งไร้ชีวิต ล้มลงบนพื้นหินหยกสีขาวของท้องพระโรง
"แม่*เอ้ย ปิดด่านฝึกตนห้าปีแล้วเหรอ ตอนนี้เป็ปี 2021 แล้วเหรอวะ!"
เฉินเฟิงมองดูนาฬิกาข้อมือแบบกลไกยี่ห้อโม๋ตูผายบนข้อมือซ้าย พบว่าวันที่บนหน้าปัดแสดงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2021 เขาระงับความโกรธไว้ไม่อยู่จนเผลอสบถออกมา
เฉินเฟิงคือผู้เป็ะ มีชีวิตอยู่มาห้าพันปี เขาคือร่างแบ่งภาคของกวงเฉิงจือซึ่งเป็ร่างอวตารของเต๋าเตอเทียนจุน(เทพองค์เดียวกับไท่ซ่างเหล่าจวิน)
ทุกๆ หนึ่งร้อยปี เขาจะแยกิญญาส่วนหนึ่งและอวตารลงมาจากเขาคุนหลุนเพื่อเวียนว่ายในการเกิดใหม่ในโลกมนุษย์เพื่อัักับโลกมนุษย์
เขาเคยชี้เส้นทางเซียนให้ซวนหยวนหวงตี้ในฐานะบรรพจารย์แพทย์แห่งฉีหวง
เขาเคยใช้ตราประทับพลิกฟ้าสังหารเจี๋ยเจี้ยวเสิ่งมู่(พระมารดาเทพฝ่ายเจี๋ยเจี้ยว)
เขายังเคยเป็าาจีฟา(พระเ้าโจวอู่หวัง)ที่มีความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งเกลียดกับนางซูต๋าจี หญิงสาวผู้ถูกขนานนามว่างามล่มเมือง
เขาคือจิ๋นซีฮ่องเต้ ฮ่องเต้ฮั่นอู่และจักรพรรดิถังไท่จง
เขาคือตู้เยว่ยง เ้าพ่อแห่งโม๋ตูในยุคสาธารณรัฐ
บัดนี้เป็ชาติภพที่ห้าสิบ ิญญาทั้งสี่สิบเก้าชาติภพก่อนหน้าได้รวมเป็หนึ่งเดียว บรรลุขั้นกึ่งจอมปราชญ์
แต่เพื่อบรรลุขั้นจอมปราชญ์ เฉินเฟิงจำต้องเริ่มฝึกฝนใหม่แต่ต้น เขาจึงบำเพ็ญเพียรในยุคสิ้นธรรมนี้นานนับเจ็ดสิบปี
ตู้เยว่ยงซึ่งเป็ชาติภพที่สี่สิบเก้าของเฉินเฟิงได้ตื่นขึ้นพร้อมความทรงจำในอดีตก่อนสิ้นใจ เขาจึงจัดเตรียมสถานะเฉินเฟิงไว้ให้กับร่างจริงและยกทุกสิ่งของตระกูลตู้ เ้าพ่อแห่งโม๋ตูให้กับเขา
ปี 1956 มู่ตงเสวีย ผู้หญิงที่ตู้เยว่ยงรักสุดหัวใจ ถูกเ้าสำนักเทียนเหมินผู้เป็ศัตรูคู่อาฆาตฆ่าตาย
หลังจากิญญารวมเป็หนึ่ง เฉินเฟิงรับรู้บางสิ่งจากเขาคุนหลุนและออกจากการปิดด่านฝึกตนเป็ครั้งแรกหลังจากการบรรลุชั้นเทพ
อย่างไรก็ตาม เฉินเฟิงผู้เริ่มฝึกฝนใหม่ได้เพียงห้าปี กำลังฝึกตนอยู่ในขั้นกลั่นลมปราณขั้นห้า เขาใช้ทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตมู่ตงเสวียไว้ได้ทันก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ทำให้เธอมีชีวิตรอดในสภาพนอนเป็ผักอีกหกสิบปี
เพื่อรักษามู่ตงเสวียให้หายดีและฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้นาง เฉินเฟิงไม่สามารถกลับไปูเาคุนหลุนได้ เขาจึงต้องไปบำเพ็ญเพียรที่สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ซึ่งเป็ชาติภพที่ยี่สิบหกของเขา เป็เวลากว่าเอกชวดแล้ว
ทั้งหมดเขาทำเพื่อกลั่นเอาสรรพคุณยาอายุวัฒนะครึ่งเม็ดที่เหลืออยู่ในศพของจิ๋นซีฮ่องเต้และบำเพ็ญตนใหม่เพื่อกลับไปยังระดับพลังอาณาจักรเทพ
ก่อนปิดด่านฝึกตน เฉินเฟิงเข้ากำราบตระกูลใหญ่ทั้งเก้าในโม๋ตูที่คิดต่อต้านอำนาจของตระกูลตู้ และใช้พินัยกรรมที่ร่างตู้เยว่ยงเตรียมไว้ให้ เข้าควบคุมหุ้นห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ของทุกตระกูล!
เขาสั่งให้ทายาทของตระกูลเ่าั้มาที่หน้าหลุมศพของตู้เยว่ยงในอีกหกสิบปีข้างหน้า ซึ่งเป็ปี 2016 เพื่อรอให้เขากลับมาเพื่อรักษามู่ตงเสวีย
หากตระกูลไหนไม่โผล่หน้ามา เขาจะล้างบางทั้งตระกูล
ทว่า กลับกลายเป็เขาที่ช้าไปห้าปี!
"ในชาตินี้ ข้า เฉินเฟิง ต้องยืนหยัดบนจุดสูงสุดแห่งมวลมนุษยชาติ!" เฉินเฟิงรำลึกถึงชีวิตชาติก่อนๆ ของเขา จึงอดถอนหายใจไม่ได้
ตอนนี้นาง... คงตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำจากชาติภพก่อนทั้งหมด ด้วยวิธีการพิเศษที่ข้าทิ้งไว้ จำเื่ราวมากมายทั้งรักทั้งเกลียดของพวกเราในอดีตชาติได้
หลังจากถอนหายใจ เฉินเฟิงจัดการเก็บกวาดทุกอย่าง ก่อนจะเดินออกไปทางอุโมงค์ที่กู่เยว่อู่ขุดไว้ พร้อมทั้งซ่อมแซมกลไกและอุโมงค์ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
เพื่อไม่ให้มีโจรปล้นสุสานคนใดสามารถเข้าไปในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้อีกได้
ในเวลาเดียวกัน ทางทิศตะวันตกของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ตำรวจสี่นายจับปืนแน่น จ้องมองอุโมงค์ที่มีเสียงก้องกังวานดังขึ้นเรื่อยๆ
ตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ที่จบจากโรงเรียนตำรวจด้วยคะแนนท็อป เขาเพิ่งเข้าประจำการที่สถานีตำรวจฉางอานได้ไม่นาน เขาถามกับตำรวจหญิงรูปงามที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยความกังวล
"หัวหน้าครับ ไอ้โจรปล้นสุสานกู่เยว่อู่คนนี้มีฉายาว่าทหารขุดสุสานคนสุดท้าย เขาทั้งนิสัยโเี้และมีพลังที่เราไม่รู้ ทางกรมส่งพวกเรามาแค่สี่คนจะเอาเขาอยู่เหรอครับ?"
"ถ้าพวกคุณสามคนกลัวมากก็ไปซุ่มอยู่หลังฉันสักสิบเมตรไป" ตำรวจหญิงพูดตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ใบหน้างดงามแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"ในฐานะผู้นำตระกูลผู้พิทักษ์สุสาน หลินว่านชิงคนนี้ต่อให้เหลืออยู่คนเดียวก็จะเฝ้าระวังหน้าอุโมงค์ขุดสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องจับโจรปล้นสุสานให้ได้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตำรวจชายทั้งสามคนแม้จะยังคงหวาดกลัว แต่ก็เกิดรู้สึกละอายใจและยืนหยัดประจำที่อย่างมั่นคง
ไม่นานนัก เฉินเฟิงก็ซ่อมแซมกลไกทั้งหมดที่ถูกทำลายจนเสร็จสิ้น ทั้งยังเสริมความแข็งแรงให้กับด่านสุดท้ายตรงหน้าแล้วค่อยๆ ถอยออกมาจากปากอุโมงค์
"กู่เยว่อู่ หยุด อย่าขยับ! ยกมือขึ้น!"
"แกขุดสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ พวกเราต้องจับแกไปรับโทษ!"
เช้าตรู่ฟ้ายังไม่ทันสางดี เป็เวลาเพียงตีห้า เฉินเฟิงเพิ่งออกจากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ยังคิดจะแอบกลับไปตระกูลตู้อย่างเงียบๆ แต่กลับถูกตำรวจสี่นายที่เฝ้าอยู่จับได้คาหนังคาเขา!
เมื่อเฉินเฟิงหันขวับไปตามเสียง เขาก็เห็นตำรวจสี่นายกำลังจ่อปืนมาที่ตน
หนึ่งในนั้นเป็ตำรวจหญิงสาวสวยหน้าตาคุ้นเคย กำลังรายงานผ่านเครื่องส่งสัญญาณบนบ่า
"รายงานศูนย์! พวกเราจับกู่เยว่อู่ โจรปล้นสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ได้คาหนังคาเขา!"
เสียงนางยังคงไพเราะน่าฟังไม่เปลี่ยนแปลง เฉินเฟิงอดยิ้มทั้งน้ำตาไม่ได้ เขายกมือขึ้นตามคำสั่ง แต่สายตายังคงมองสำรวจหลินว่านชิงั้แ่หัวจรดเท้าอย่างไม่เกรงใจ
เฉินเฟิงรู้สึกเสียดายเวลาขึ้นมาทันที เขาคิดว่าน่าจะซ่อมอุโมงค์ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยหาทางออกที่มีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ แม้มันจะยุ่งยากกว่านี้มาก แต่ก็ยังดีกว่าสถานการณ์ในตอนนี้
ชายผู้มีชีวิตะ ดำรงอยู่ยืนยาวถึงห้าพันปีอย่างจิ๋นซีฮ่องเต้ กลับถูกตำรวจจับในฐานะโจรปล้นสุสาน ซ้ำยังเป็ตอนที่เดินออกจากสุสานของตัวเองด้วย?!
ถ้าพวกเทพฝั่งฉ่านเจี้ยวรู้เื่นี้คงขำจนน้ำตาไหล!
หลังจากสำรวจใบหน้าหลินว่านชิงอย่างละเอียด เฉินเฟิงก็มั่นใจว่าเธอคือมู่ตงเสวียที่กลับชาติมาเกิด
แต่น่าเสียดายที่ด้วยศาสตร์การแพทย์ฉีหวง เฉินเฟิงมองออกได้ทันที
ตำรวจสาวที่กำลังจ่อปืนมาที่เขาผู้นี้ไม่มีร่องรอยความทรงจำจากชาติภพก่อน
แถมเธอยังป่วยเป็โรคร้าย มีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงครึ่งปีเท่านั้น
เชิงอรรถ
[1] ทหารขุดสุสาน โม่จินเสี่ยวเว่ย เป็ตำแหน่งทางการทหารที่มีหน้าเพื่อขุดสุสานหาของมีค่า
[2] เอกชวด เป็การนับเวลาตามระบบกาลจีนโบราณ หมายถึงหนึ่งรอบอายุคน(60ปี)
[3] เทาเที่ย เป็อสูรแห่งความตะกละตามตำราซานไห่จิง มีร่างกายเป็แกะ มือเหมือนมนุษย์ เขี้ยวคมดั่งเสือ ดวงตาแปลกประหลาดซ่อนอยู่ใต้แขน ส่งเสียงราวกับเด็กทารก เป็อสูรที่มีแต่ความตะกละตะกลาม กินทุกอย่างที่ขวางหน้า
