หม้อสัมฤทธิ์ กระทั่งในลัทธิปีศาจยังถือว่าเป็วิชาต้องห้าม!
ย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้ว มีอัจฉริยะลัทธิปีศาจคนหนึ่งไม่ชอบการบำเพ็ญเพียรจึงได้เกิดเป็ขั้นเป็ตอนการสร้างวิชาหม้อสัมฤทธิ์ขึ้นมา มันเป็วิชาที่โเี้อำมหิตแสนพรรณนา แม้แต่ลัทธิปีศาจที่เห็นชีวิตคนเป็เพียงขี้หมูราขี้หมาแห้ง พอได้ยินชื่อวิชาต้องห้ามนี้ยังอกสั่นขวัญแขวน ทว่าก็มิอาจต้านทานความเย้ายวนของวิชาต้องห้ามนี้ได้
เส้นทางแห่งยุทธ์คือการบำเพ็ญเพียร ใช้การควบแน่นของลมปราณทำลายขีดจำกัดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยปกติกว่าจะสำเร็จเป็ขั้นเหินนภา อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายสิบปีหรืออาจยาวนานถึงหนึ่งร้อยปี
อัจฉริยะลัทธิปีศาจผู้นั้นไม่อยากเสียเวลาครึ่งชีวิตไปกับการบำเพ็ญเพียรอันแสนน่าเบื่อ แม้สุดท้ายจะสำเร็จเป็ผู้ไร้เทียมทานใต้หล้าฟ้าได้ แต่ก็ทำให้พลาด่เวลาที่ดีที่สุดในชีวิตไป
ด้วยเหตุนั้นเขาจึงใช้หลักการบำเพ็ญเพียรคู่ สร้างวิชาต้องห้าม ‘หม้อสัมฤทธิ์’ ขึ้นมา
ใช้สตรีเป็หม้อสัมฤทธิ์ ให้นางกลืนกินของล้ำค่าฟ้าดินเพื่อให้มวลกล้ามเนื้อทุกส่วนเป็สิ่งล้ำค่า ในเวลาเดียวกัน ขั้นบำเพ็ญเพียรของสตรีก็จักเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ
ว่ากันว่าอัจฉริยะลัทธิปีศาจมีหม้อสัมฤทธิ์เป็พันหม้อโดยหม้อสัมฤทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือจอมยุทธ์ขั้นเหินนภา!
หลังจากเตรียมการหลายสิบปี ในที่สุดอัจฉริยะผู้นั้นก็ลงมือ และนั่นเป็ครั้งแรกที่วิชาหม้อสัมฤทธิ์ปรากฏขึ้นบนทวีปเฉียนหยวน ด้วยการผสมผสานของหยินและหยาง บุรุษสามารถดูดซับลมปราณทั้งหมดที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของสตรีได้โดยตรงโดยมิต้องปรับเปลี่ยนอะไรใดๆ
เมื่อกลืนกินหม้อสัมฤทธิ์พันหม้อเสร็จสิ้น อัจฉริยะลัทธิปีศาจก็ข้ามก้าวขีดจำกัดสำเร็จเป็ขั้นเหินนภา เป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนบนทวีปเฉียนหยวน!
ั้แ่นั้นมาหม้อสัมฤทธิ์ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งทวีปเฉียนหยวน แม้วิชาต้องห้ามหม้อสัมฤทธิ์จะเป็การบำเพ็ญเพียรคู่รูปแบบหนึ่ง ทว่าอำมหิตเหี้ยมยิ่งกว่าการบำเพ็ญเพียรคู่แบบดั้งเดิมหลายเท่า
จุดประสงค์ของการบำเพ็ญเพียรคู่นั้นก็เพื่อเสริมสร้างพลังซึ่งกันและกัน ปรับสมดุลระหว่างหยินหยาง แต่วิชาต้องห้ามหม้อสัมฤทธิ์กลับเป็การ่ชิงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองเพียงฝ่ายเดียว
วิชาต้องห้ามหม้อสัมฤทธิ์แพร่สะพัดอยู่ในทวีปมานานมากแล้ว มันถูกพัฒนามาหลายยุคหลายสมัย มิใช่แค่ลัทธิปีศาจเท่านั้นที่ใช้ หลายคนในลัทธิเต๋าก็ใช้วิชาต้องห้ามนี้เช่นกัน แม้ในปัจจุบันมิได้แพร่หลายน่าพรั่นพรึงเช่นเมื่อก่อนก็ตาม
หากทว่าฝ่ายที่เป็หม้อสัมฤทธิ์ย่อมไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ เลย
“กายลาวัณย์เป็หม้อสัมฤทธิ์ชั้นยอด ถ้าเ้าหลอมนางเป็หม้อสัมฤทธิ์ ข้ารับประกันได้เลยว่าเ้าจักต้องสำเร็จเป็ขั้นเหินนภาได้ในเวลาไม่ถึงสิบปี กลายเป็ผู้แข็งแกร่งโดยแท้จริงของทวีปเฉียนหยวน” เฒ่าปีศาจสาบานจริงจัง
“เป็ขั้นเหินนภาในสิบปี...!” กระทั่งจูชิงยังสูดหายใจอย่างอดมิได้
สำหรับจอมยุทธ์สิบปีถือว่าไม่นาน ถ้าเป็จอมยุทธ์ทั่วไปเดาว่าในสิบปีน่าจะอยู่แค่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหรือไม่ก็ขั้นหลอมลมปราณ หากเป็พวกมีพร์ก็น่าจะอยู่ขั้นหลอมลมปราณสูงสุด ส่วนผู้ที่สามารถสำเร็จเป็ขั้นเหินนภาได้นั้นไม่น่ามี เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีคนที่เป็อัจฉริยะเก่งกาจเฉกเช่นนั้นอยู่ด้วย
จูชิงจ้องมองซั่งกวานเหยียนหลาน คิดไม่ถึงเลยว่าซั่งกวานเหยียนหลานจักเป็เพชรเป็งาม เสียงในใจลึกๆ เรียกร้องให้เขาหลอมสตรีผู้นี้เป็หม้อสัมฤทธิ์
ทว่าจูชิงกลับส่ายหัว เขาอยากสำเร็จเส้นทางแห่งยุทธ์ด้วยตัวเอง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวันใช้วิธีเฉกเช่นนั้นโดยเด็ดขาด!
เฒ่าปีศาจมองจูชิงด้วยความประหลาดใจ “เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าเวลาของเ้ามีไม่มาก หากเ้าบำเพ็ญเพียรไม่ทัน เมื่อใดที่ปราณมรณะแข็งแกร่งยิ่งกว่า ถึงเพลานั้นเ้าจักไม่ต่างอะไรกับคนตาย”
“เ้าคิดว่าข้าจักแพ้พ่ายให้กับปราณมรณะอย่างนั้นรึ?” จูชิงเบะปาก
“หาทางออกให้ตัวเองย่อมดีกว่าเสมอไม่ใช่รึ” เฒ่าปีศาจถอนหายใจ
หลังจากรู้เื้ัของจูชิง ถึงเป็เขายังต้องทำหน้าที่ผู้พิทักษ์เด็กหนุ่มอย่างเต็มที่ ถ้ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับจูชิง เฒ่าปีศาจไม่น่าเหลือกระทั่งเศษเสี้ยวิญญา
ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นชุบชีวิตจูชิงให้ฟื้นคืนขึ้นมาจากความตายได้ บางทีเขาอาจทำได้อีกเป็ครั้งที่สอง แต่เฒ่าปีศาจไม่เหลือโอกาสครั้งที่สองแล้ว
“ข้าไม่้าหม้อสัมฤทธิ์!” จูชิงกล่าวอย่างมั่นใจ
จอมยุทธ์ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง หากไม่มีความมั่นใจ เขาจะเผชิญหน้ากับความยากลำบากในอนาคตได้อย่างไร
“หม้อสัมฤทธิ์ใช่ว่าหาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ ถ้าพลาดโอกาสนี้ไปเ้าจักไม่มีโอกาสอีก” เฒ่าปีศาจโน้มน้าว
“ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจักเดินบนเส้นทางแห่งยุทธ์ด้วยวิถีของข้า!” จูชิงพูด
ขณะที่จูชิงตัดสินใจ เขารู้สึกว่าปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก!
“ข้าอยากทำตามใจตัวเอง!” จูชิงยิ้ม
“ตอนนี้คงยังไม่มีใครรู้ใช่หรือไม่ว่านางเป็กายลาวัณย์” จูชิงเอ่ยถาม
“แน่นอนสิ เ้าคิดว่าทุกคนเก่งกาจเหมือนกับข้ารึ?” เฒ่าปีศาจเบ้ปาก
จูชิงหัวเราะเล็กน้อย “ถ้าพวกเขาไม่รู้เช่นนั้นปล่อยนางไปก็ไม่เห็นเป็อะไร”
“เ้าแน่ใจรึ จำไม่ได้หรือว่าก่อนหน้านี้นางทำอะไรกับเ้าไว้” เฒ่าปีศาจกลอกตา
“มิตรย่อมดีกว่าศัตรู อีกอย่างถ้านางคิดฆ่าข้าจริง ข้าก็คงตายไปแล้ว!” จูชิงยิ้ม
ซั่งกวานเหยียนหลานมองจูชิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เดิมทีนางคิดว่าตัวเองจะต้องตาย ทว่าอีกฝ่ายกลับปล่อยนางไปง่ายๆ เสียอย่างนั้น!
“เ้าไปเถอะ อย่าเปิดเผยพลังนี้ให้ใครเห็น ไม่เช่นนั้นเ้าจักต้องโดนฆ่าสักวันหนึ่ง” จูชิงกล่าว
ซั่งกวานเหยียนหลานหน้าแข็งค้าง นางไม่คิดเลยว่าจูชิงจะมองพลังของนางออก มันเป็ความลับ ความลับที่เก็บซ่อนไว้เนิ่นนานหลายสิบปี ไม่มีใครรู้นอกจากนาง
“เ้ารู้ได้ยังไง เ้าเป็ใครกันแน่?” ซั่งกวานเหยียนหลานเบิกตาทั้งสองกว้าง
“วิชาหว่านเสน่ห์เป็วิชาของลัทธินอกรีต หากเ้าพึ่งพามันมากเกินไปจะส่งผลกระทบต่อเส้นทางแห่งยุทธ์ของเ้าในภายภาคหน้า” จูชิงสั่งสอนซั่งกวานเหยียนหลานเหมือนกับคนแก่
นางเกิดมาพร้อมกับเสน่ห์ มิว่าเป็ชาย หญิง เด็ก หรือคนชรา ไม่มีใครต้านทานเสน่ห์ของนางได้ และเพราะมันนางจึงได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล ไม่ว่าในจักรวรรดิต้าฉีหรือการที่ผ่านด่านทดสอบก็เพราะเป็เสน่ห์ อีกทั้งยัง่ชิงโสมเืมาได้อีก ซั่งกวานเหยียนหลานไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะมีคนมองมันออก
“โชคดีล่ะ ข้าขอตัวก่อน” จูชิงบอกลา
“เดี๋ยว!” ซั่งกวานเหยียนหลานเรียกจูชิงไว้ก่อน
“มีอะไร?” จูชิงขมวดคิ้ว
“เ้ารู้จักวิชาหว่านเสน่ห์ งั้นเ้าก็น่าจะรู้จักวิธีการฝึกฝนมันใช่หรือไม่?” ซั่งกวานเหยียนหลานถามเสียงตะกุกตะกัก
“ตอบนางไปว่าถ้าเ้ามาเป็สาวใช้ของข้า จักเป็ประโยชน์ต่อเ้าในภายหลัง” เฒ่าปีศาจกล่าว
“สาวใช้!” จูชิงหน้ามืดทะมึน
เฒ่าปีศาจถลึงตาใส่จูชิง “โง่เง่าเสียจริง นางเป็กายลาวัณย์ ถ้าฝึกฝน《ระบำปีศาจ์》จักต้องยอดเยี่ยมแสนพรรณนา เพียงแค่ยิ้มก็สามารถทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่งได้ในพริบตา จักรวรรดิจะล่มสลายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคำพูดของนาง!”
“สุดยอดขนาดนั้นเลยรึ!” จูชิงตะลึงจังงัน
“เ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ วิชาหว่านเสน่ห์ไม่ได้มีพลังทำลายล้างน่ากลัวเช่นวรยุทธ์อื่นๆ แต่มันมีผลกับจิตใจ คนที่จิตใจถูกครอบงำล้วนทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” เฒ่าปีศาจกล่าวอย่างภาคภูมิ
“อีกทั้งนางก็หน้าตาสะสวยเหมาะที่จะเป็สาวใช้ให้กับเ้ายิ่งนัก” เฒ่าปีศาจพูด
“เ้ายังคิดที่จะหลอมนางเป็หม้อสัมฤทธิ์อยู่งั้นรึ?” จูชิงมองเฒ่าปีศาจด้วยความฉงนสงสัย เขารู้จักเฒ่าปีศาจดี ตาแก่นี่ไม่มีทางยอมละทิ้งความคิดตัวเองง่ายๆ
เฒ่าปีศาจแค่นเสียงหึ “เ้าหนู ข้าเฒ่าปีศาจพูดคำไหนคำนั้น หาได้เป็คนหน้าไม่อายอย่างที่เ้าพูดไม่”
จูชิงััได้ว่าเฒ่าปีศาจกำลังโกรธ เขายิ้มเจื่อนๆ เพราะเข้าใจเฒ่าปีศาจผิดไป
“เ้าอยากฝึกฝนวิชาหว่านเสน่ห์ก็ย่อมได้ แต่ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ” จูชิงยิ้มเ้าเล่ห์ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนเลวที่กำลังใช้อมยิ้มล่อล่วงสาวน้อย
“เงื่อนไขอะไรงั้นรึ?” ซั่งกวานเหยียนหลานยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกของตัวเองแล้วมองจูชิงด้วยสายตาหวาดระแวง
“เ้าต้องเป็สาวใช้ของข้า สาบานว่าจะจงรักภักดีกับข้าไปชั่วชีวิต” จูชิงพูดตามที่เฒ่าปีศาจบอก
“สาวใช้?” ซั่งกวานเหยียนหลานมองจูชิงอย่างสับสน นางคิดไม่ถึงว่าจูชิงจะเสนอเงื่อนไขนี้ นางเป็บุตรสาวของสามนตราช สถานะสูงศักดิ์ยิ่งยวดในจักรวรรดิต้าฉี ไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องมาเป็สาวใช้ของใคร
ถ้าอีกฝ่ายเป็ผู้าุโขั้นเหินนภา ซั่งกวานเหยียนหลานอาจตอบรับ ทว่าจูชิงเป็แค่ขั้นหลอมกายาเจ็ดชั้นฟ้า ขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำกว่านางเสียอีก
“โอกาสมีครั้งเดียว ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป เ้าจะไม่มีโอกาสอีก แม้ว่าเ้าจักคุกเข่าวิงวอนต่อหน้าข้า ข้าก็ไม่วันสอนวิธีฝึกฝนวิชาหว่านเสน่ห์ให้กับเ้า” จูชิงกล่าว
ซั่งกวานเหยียนหลานเม้มริมฝีปากแน่น นางกำลังใช้คิดอย่างหนัก ความคิดทั้งหมดขัดแย้งกันอยู่ภายในใจ อีกฝ่ายมองความสามารถของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นั่นหมายความว่าเขารู้จักความสามารถของนางเป็อย่างดี นางไม่คิดว่าจูชิงโกหก ทว่าในเวลาเดียวกันนางก็ไม่อาจทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองไปเป็สาวใช้ให้กับคนที่มีขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำกว่าตัวเอง
“งั้นก็ช่างเถอะ” จูชิงยิ้ม เดิมทีเขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว แต่เพราะเฒ่าปีศาจบอกให้ทำ เขาก็เลยทำ อย่างไรเสียถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมเฒ่าปีศาจก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
“ก็ได้ ข้าตกลง!” ขณะที่จูชิงกำลังหันหลังเดินกลับ ซั่งกวานเหยียนหลานก็ตัดสินใจ
นางมีความฝันอยากเป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป ตอนนี้โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว นางจักปล่อยให้มันหลุดมือไปได้อย่างไร
“ทำพิธีสาบานด้วยโลหิตหมื่นปีศาจ ถ้าเ้าผิดคำสาบาน เ้าจักถูกพลังหมื่นปีศาจกลืนกิน” จูชิงหยดเืหนึ่งหยดลงกลางระหว่างคิ้วของซั่งกวานเหยียนหลาน ก่อนที่โลหิตหยดนั้นจะแทรกซึมประทับลงกลางระหว่างคิ้วภายใต้การขับเคลื่อนของพลังลึกลับ
