หลังทหารม้าสามพันนายได้เคลื่อนทัพออกไปก่อน บรรยากาศในลานฝึกก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทหารทุกนายะโขึ้นบนหลังม้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกเดินทาง เสียงคนโห่ม้าร้องดังประสาน เสียงล้อหมุนเริ่มดังขึ้น ธงโบกสะบัดเต็มท้องฟ้า เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย รวมไปถึงองค์ชายรองโดมิงเกวซต่างพากันปรากฏตัวอยู่ในลานฝึกนี้เพื่อรอส่งกองทัพออกเดินทาง
เดิมทีซุนเฟยก็ได้รับคำเชิญให้ไปเข้าร่วมพิธีกล่าวคำสัตย์สาบาน แต่เขาเลือกที่จะไม่ออกไปปรากฏตัวที่ลานฝึก
อากาศที่เหน็บหนาวในวันนี้ แทบจะทำให้ลมหายใจกลายเป็น้ำแข็ง ใน่เวลานั้น ลมหายใจที่อุ่นร้อนของเหล่าพลทหารกว่าหกหมื่นนายกลายเป็หมอกเมฆลอยขึ้นฟ้า ทันใดนั้น เสียงแตรที่ดังประหนึ่งสายฟ้าผ่าก็ดังลั่นไปทั่วผืนฟ้า ทหารกว่าหกหมื่นนายเริ่มเคลื่อนพลอย่างเป็ระเบียบ
ฉากทั้งหมดเป็ภาพที่อลังการอย่างมาก
นี่เป็ครั้งแรกที่ซุนเฟยได้เห็นทหารจำนวนมหาศาลเคลื่อนพลแบบนี้ หอกแหลมหนาแน่นดุจผืนป่า มวลมนุษย์มหาศาลดุจสายน้ำ บรรยากาศอบอวลไปด้วยจิตสังหาร กลิ่นอายฆ่าฟันแผ่ออกมาจากร่างของเหล่าทหารนับหมื่นจนเปลี่ยนเป็แรงกดดันที่น่าเกรงขาม ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นแรงกดดันที่น่าเกรงขามนี้ แต่มันก็ลอยอบอวลเต็มท้องฟ้า แม้แต่ลมหายใจที่เหล่าพลทหารกว่าหกหมื่นนายพ่นออกมาเป็กลุ่มไอสีขาวลอยขึ้นไปในอากาศ มันก็ยังถูกแรงกดดันที่มองไม่เห็นทะลวงจนเป็รูโหว่ กลายเป็ภาพที่น่าเหลือเชื่อขึ้นมา
จิตสังหารแผ่ออกมาจากตัวเหล่าทหารหลายหมื่นนายยิ่งขยายกว้างขึ้น ทำให้ซุนเฟยที่เป็นักรบระดับสูงยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนตัวเล็กลง
ในขณะเหล่าพลทหารกำลังเคลื่อนทัพอย่างไม่หยุดหย่อน ก็มีเสียงโห่ร้องประหนึ่งน้ำตกลอยขึ้นมาในกองทัพ ในที่สุดซุนเฟยก็เห็นร่างของ 'เทพาแห่งเซนิท' องค์ชายอังเดร อาร์ชาวินที่สวมชุดเกราะสีดำ ทรงม้าศึกสีขาวยืนเด่นเป็สง่าท่ามกลางการคุ้มกันของเหล่าอัศวินยอดฝีมือจาก 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก'
ภายใต้ธงยาวรูปหมีขาวสองหัวที่เป็สัญลักษณ์ของราชวงศ์ ร่างของแม่ทัพที่บัญชาการทหารหกหมื่นนายแสดงท่าทีองอาจสง่างาม บรรยากาศอันแข็งแกร่งและกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยความสูงส่งและน่าเกรงขาม มันได้สร้างความมั่นใจให้แก่ทุกคน ทุกการกระทำและทุกการเคลื่อนไหวของเขาจะฉายขึ้นในดวงตาของเหล่าทหารนับหมื่นนาย ร่างกายของเขาหยัดตรง เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ไร้ผู้ต้าน
ซุนเฟยสังเกตอย่างละเอียดก็พบว่า กลิ่นอายฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากตัวของเหล่าทหารนับหมื่นกำลังห่อหุ้มร่างของ 'เทพาแห่งเซนิท' อยู่ ราวกับว่าพลังของเหล่าทหารนับหมื่นช่วยเพิ่มพลังให้แก่อาร์ชาวิน
และด้วยกลิ่นอายเหล่านี้ ทำให้อังเดร อาร์ชาวินที่ไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่หรือโดดเด่นอะไรดูสง่างามผ่าเผยขึ้นมาทันตา บรรยากาศสูงส่งและน่าเกรงขามที่ซุนเฟยไม่เคยััได้จากร่างของอาร์ชาวินมาก่อน แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกำลังกระจายออกมาจากร่างของเขาประหนึ่งเขื่อนแตก
ทันใดนั้น ราวกับว่า 'เทพาแห่งเซนิท' จะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขาหันหน้าไปมองรอบๆ ก่อนที่สายตาของเขาจะกวาดมาหยุดอยู่ที่ร่างของซุนเฟย จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นร่างของแม่มดสาวแพรีสนั่งอยู่ข้างๆ ซุนเฟย
บรรยากาศใน่เวลานั้น ดูคลุมเคลือขึ้นมาแปลกๆ อย่างอธิบายไม่ถูก
ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลกัน แต่ซุนเฟยราวกับได้ยินเสียงร้องฮึขึ้นจมูกจาก 'เทพาแห่งเซนิท' ดังอยู่ข้างๆ หู
เสียงร้องฮึนี้ ราวกับจะกระตุ้นให้กลิ่นอายฆ่าฟันของเหล่าทหารทะยานขึ้นฟ้า บรรยากาศองอาจกล้าหาญไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ กระจายไปทั่วบริเวณ
ตอนนี้เอง ซุนเฟยเพิ่งจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า สมญานาม 'เทพาแห่งเซนิท' องค์ชายอาร์ชาวิน ไม่ใช่สิ่งที่เกินจริงแต่อย่างใด
เดิมที ความประทับใจของซุนเฟยที่มีต่อองค์ชายอาร์ชาวินก่อนหน้านี้ไม่ได้ดีเด่อะไรนัก แม้อีกฝ่ายจะเป็ถึงนักรบระดับหกดาว และเป็ยอดฝีมือที่หาจับตัวได้ยากคนหนึ่งในราชอาณาจักร แต่เมื่อเทียบพลังของเขากับเหล่าอัศวินผู้ตัดสินทั้งสิบแล้ว พลังของพวกเขาไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรนัก หลังจากซุนเฟยสามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินทั้งสี่คนได้ เขาก็ไม่มีความจำเป็ต้องเห็น 'เทพาแห่งเซนิท' คนนี้อยู่ในสายตาอีก
แต่ตอนนี้ ซุนเฟยเข้าใจในทันทีว่า ฉายา 'เทพาแห่งเซนิท' ของอาร์ชาวินคนนี้ไม่ได้มาเพราะมีพลังที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็เพราะพร์ในการทำา บรรยากาศและวิธีการที่เขาควบคุมกองทัพต่างหาก
เมื่อไรที่อาร์ชาวินบัญชาการเหล่าทหาร เมื่อนั้นจะเขาจะแสดงให้เห็นถึงความเป็ 'เทพาแห่งเซนิท' อย่างแท้จริง ตอนนี้เขาดูเหมือนเทพาจริงๆ สู้รบไร้พ่าย ยุทธศาสตร์ที่ตีไม่แตก ชัยชนะที่อยู่ใกล้เอื้อมมือ สมแล้วกับฉายาเหล่านี้
อาร์ชาวินในตอนนี้ เปล่งประกายมากเสียจนซุนเฟยรู้สึกด้อยไปเลย
ซุนเฟยลองถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า หากเป็ตัวเองเป็ผู้ออกคำสั่งรบ เขาจะยังคงสีหน้าไม่สะทกสะท้านราวกับว่ามองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งเหมือนองค์ชายใหญ่ที่สวมเกราะดำ ควบอาชาสีขาวคนนั้นไหม? และจะรวมพลังและจิตใจของพลทหารหลายหมื่นนายเข้าไว้ด้วยกันได้หรือเปล่า?
คำตอบสุดท้ายนั่นคือ ไม่ได้
ในตอนนี้เอง ซุนเฟยพลันรู้สึกหดหู่ขึ้นมาเล็กน้อย
“ฮ่าๆๆ อะไรล่ะนั่น หรือว่า ท่านถูกความองอาจขององค์ชายใหญ่ข่มขวัญเข้า?”
ดวงตาที่งดงามของแม่มดแพรีสเต็มไปด้วยประกายแสงระยิบระยับ เมื่อเห็นซุนเฟยมีท่าทางเหมือนกับกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ ทำไมนางจะไม่รู้ว่าในใจของเขาตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่นางจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“อเล็กซานเดอร์ ความจริงแล้ว ท่านไม่จำเป็ต้องนำเื่ของคนอื่นมากดดันตัวเองเลยนะ บนโลกใบนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่เทพเ้าบนสรวงสรรค์เองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เ้ารู้ไหม? ข้าเองก็เหมือนกัน อีกอย่าง ในราชอาณาจักรนี้ก็มีคนมากมายที่ไม่ชอบองค์ชายใหญ่เหมือนกัน แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับว่า ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา นับั้แ่ก่อตั้งราชอาณาจักรเซนิทขึ้น องค์ชายใหญ่เป็ดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในหมู่ผู้บัญชาการกองทัพของราชอาณาจักรทั้งหมด ถ้าเป็เื่การบัญชาการรบแล้วล่ะก็ ในราชอาณาจักรนี้ นอกจากองค์จักรพรรดิยาซินแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นที่จะเป็คู่ต่อสู้ขององค์ชายใหญ่ได้ คนอย่างเขาเกิดมาเพื่อทำา ทักษะการบัญชาการรบของเขามาจากความรักและความเอ็นดูที่พระเ้ามีให้ต่อเขา เป็พร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ตราบใดที่เขามีทหารอยู่ใต้บัญชาการ ไม่ว่าจะศึกไหนก็ไม่คณนามือเขา และตราบใดที่เขาอยู่ในกองทัพ เขาคือ 'เทพาแห่งเซนิท'”
เมื่อได้ฟังแม่มดสาวแพรีสเล่าเื่ราวขององค์ชายใหญ่อาร์ชาวินอย่างละเอียด ซุนเฟยก็ค่อยๆ พบว่า ตัวเองนั้นไม่เคยเข้าใจถึงเื่ราวของอังเดร อาร์ชาวินอย่างแท้จริง ในโลกใบนี้ยังมีผู้คนและเื่ราวอีกมากมายที่ตัวเขาเองไม่อาจเข้าใจได้อย่างแท้จริง
ทว่า...
“ไม่ว่าเขาจะมีทหารนับพันหรือม้านับหมื่น แต่ข้าก็จะทำลายพวกเขาด้วยหมัดของข้า!”
ไม่ช้า ซุนเฟยก็สลัดอารมณ์เชิงลบทิ้งไปจนหมดแล้วกำหมัดทั้งสองข้างแน่น ทันใดนั้น ความมั่นใจของเขาก็เพิ่มขึ้นมาหลายร้อยเท่า
เพราะเขาเริ่มเข้าใจสิ่งสำคัญบางอย่างได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ เส้นทางของผู้แข็งแกร่งมีมากมายนับไม่ถ้วน บางที การบัญชาการทหารนับหมื่นอาจจะเป็เส้นทางผู้แข็งแกร่งที่อาร์ชาวินเลือก แต่ซุนเฟยกลับชอบวิธีอีกแบบ ซุนเฟยไม่คิดจะฝากความปลอดภัยของตัวเองไว้กับคนอื่น แม้ว่าคนเหล่านั่นจะเป็ผู้ติดตามที่แสนภักดีของตัวเองก็ตาม
ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง ไม่้าทหารนับพันหรือม้านับหมื่น แค่มีกำปั้นหมัดเหล็กที่แข็งแกร่งก็พอ
แค่เคารพตัวเอง จึงจะเป็ผู้ยิ่งใหญ่
เ้ามีเส้นทางของเ้า ข้าย่อมมีเส้นทางของข้า
แม่มดสาวแพรีสดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่า ซุนเฟยจะสามารถสลัดอารมณ์เชิงลบที่เกิดจากบรรยากาศที่องค์ชายอาร์ชาร์วินสร้างขึ้นมาได้รวดเร็วเช่นนี้
ในตอนนั้น ไม่รู้ทำไม ในขณะที่นางกำลังมองชายคนนี้ แต่จิตใจกลับนึกไปคิดถึงบุรุษอีกคน
เมื่อหกปีก่อน เด็กชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่ชอบอุ้มสุนัขตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด ยืนอยู่บนประตูพระราชวังเป็ครั้งแรกและกำลังมอง 'เทพาแห่งเซนิท' ที่กลับมาพร้อมชัยชนะ นี่เป็ครั้งแรกที่ศัตรูเก่าได้มาพบกัน ในตอนนั้น โดมิงเกวซดูเหมือนจะตะลึงไปชั่วครู่ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มหาวออกมาทีหนึ่ง ก่อนที่นางจะได้ยินเสียงบ่นประโยคหนึ่งของเด็กชายคนนั้นว่า ‘น่าเบื่อจะตาย สั่งการทหารพวกนั้นจะสนุกเท่าเลี้ยงหมาได้อย่างไร…’
“ใช่แล้ว ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ข้าสงสัยอยู่ เหลือเวลาแค่ครึ่งเดือนก็จะถึงวันครบกำหนดที่สองเทพนักรบผู้พิทักษ์ประลองฝีมือกันไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้ สองราชอาณาจักรดันเปิดฉากทำาขึ้นมาเสียก่อน แล้วกำหนดการประลองจะยังคงดำเนินต่อไปไหม?” ซุนเฟยเปิดหัวข้ออื่นขึ้นมา พลางจ้องไปยังูเาเทพนักรบที่สูงเทียมเมฆ
“ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการประลองระหว่างสอง 'เทพนักรบผู้พิทักษ์' ได้หรอก าที่ปะทุขึ้นยิ่งจะทำให้การต่อสู้ระหว่างพวกเขาดุเดือดขึ้นมากกว่า” แม่มดสาวแพรีสส่ายหัว ก่อนจะยื่นมือไปปัดผมของตัวเองที่ถูกลมพัดจนปลิว แล้วพูดต่อไปว่า “แต่การประลองของเทพนักรบผู้พิทักษ์จะส่งผลกระทบต่อผลการรบของราชอาณาจักร นี่เป็การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้าทางใต้เลยสักนิด”
“ถ้าอย่างนั้น เ้ารู้หรือไม่ว่า ท่านเทพนักรบผู้พิทักษ์คราซิกมีโอกาสชนะการประลองกี่เปอร์เซ็นต์?” ซุนเฟยถามขึ้นมา
“ไม่มีใครสามารถเอาชนะท่านคราซิกได้” แพรีสตอบกลับมาแบบกำปั้นทุบดิน
ซุนเฟยนิ่งเงียบ
เพราะซุนเฟยไม่รู้จักเทพนักรบผู้พิทักษ์ และไม่รู้ว่าเทพนักรบผู้พิทักษ์คราซิกที่ใครๆ ต่างยกย่อง พลังของเขาอยู่ในระดับไหน ระดับจันทราหรือระดับสุริยะ? แต่ดูเหมือนว่า ประชาชนทั้งราชอาณาจักรเซนิทจะศรัทธาในตัวเทพนักรบผู้พิทักษ์คราซิกคนนี้เหลือเกิน แม้แต่แม่มดสาวแพรีสยังเชื่อใจในตัวเขาคนนี้มาก เทพนักรบผู้พิทักษ์คราซิก เขาเป็คนอย่างไรกันแน่นะ?
เมื่อหมดหัวข้อสนทนา ซุนเฟยจึงกล่าวลา
“อเล็กซานเดอร์ จำสัญญาที่เ้ารับปากข้าไว้ได้หรือไม่” แม่มดสาวแพรีสที่มองตามแผ่นหลังของซุนเฟยพลันเอ่ยขึ้นมา
“หือ?”
“จำไว้ว่า ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าตอนไหน ถ้าข้าร้องขอ ท่านจะต้องช่วยองค์ชายโดมิงเกวซหนึ่งครั้ง แค่หมัดเดียว ท่านจำได้ไหม?” แพรีสะโ ถ้าซุนเฟยััได้ไม่ผิด ดูเหมือนว่าแพรีสกำลังรอคำตอบจากเขาอยู่ น้ำเสียงของนางติดจะเครียดด้วยซ้ำ
“อืม”
……
……
ภายใต้การเฝ้ามองและเสียงอวยพรของประชาชนที่ทอดสายตามองตามหลังกองทัพเซนิทที่กำลังออกเดินทาง พวกเขาเหมือนัดำที่กำลังเหินข้ามเทือกเขามอร์โรและมุ่งหน้าไปทางใต้ ไม่ช้า พวกเขาก็ค่อยๆ กลืนหายไปในเส้นขอบฟ้า
หลังจากที่ซุนเฟยและแม่มดสาวแพรีสแยกจากกัน ซุนเฟยก็ไม่ได้รีบร้อนกลับไปที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดทันที เขาปลอมตัวเป็คนธรรมดาเพื่อเดินเล่นรอบๆ ค่ายทหารอาณาจักรบริวารรอบหนึ่ง เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวของอาณาจักรบริวารที่เข้าสู่รอบสุดท้าย หนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็มาถึงค่ายทหารของอาณาจักรไบแซนไทน์
ซุนเฟยตัดสินใจเปิดเผยตัว ทำให้สายตาที่จ้องมาด้วยความเคลือบแคลงสงสัยของชาวไบแซนไทน์เปลี่ยนเป็ตกตะลึง
ทันใดนั้นซุนเฟยก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวไบแซนไทน์ ทันทีที่ได้ยินรายงานจากทหาร คอนสแตนติน าาแห่งไบแซนไทน์ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาหา เขารีบร้อนเสียจนแม้แต่รองเท้าก็ยังไม่ได้สวมด้วยซ้ำ นอกจากาาหนุ่มแล้วก็มีอิซาเบลล่า ว่าที่ราชินีแห่งอาณาจักรที่เดินเคียงคู่ออกมาจากเต็นท์ของาาเพื่อออกมาต้อนรับ
ชาวไบแซนไทน์เเทบจะทั้งหมดต่างนับถือซุนเฟยเหมือนเป็วีรบุรุษกู้โลก
------------------
