หวงซื่อมองหลี่ชิงชิงแวบหนึ่ง ชีวิตของเทพเ้าแห่งโชคลาภและหมอเทวดาในตระกูลหวังตรงหน้าผู้นี้ ผู้คนทั่วทั้งหมู่บ้านล้วนรู้กันดี นางเอ่ยในใจว่า แม้ว่าเ้าจะไม่ได้ทํางานหนัก แต่ก็ยังสามารถหาเงินได้มากมาย และยังตื่นมาทําซาลาเปากลางดึกทุกวัน เ้าที่เป็ครอบครัวของทหารประจำการก็ไม่ง่ายเลยมิใช่หรือ? ฮือ เป็ภรรยาของทหารนั้นไม่ง่ายเลย
หลี่ชิงชิงไม่รู้ว่าหวงซื่อมีความคิดต่างออกไป แล้วยังนึกถึงเื่ของนางอีก หญิงสาวเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อก่อนงานในไร่นาที่บ้านล้วนเป็ท่านทำ ในภายหลังท่านทําต่อไปก็เป็พอแล้วเ้าค่ะ”
หวงซื่อพยักหน้า สามีของนางมีสภาพเช่นนั้นแล้ว หากนางไม่ทำแล้วผู้ใดจะทำ จึงอดไม่ได้ที่จะร้องไห้เสียงดังแล้วเอ่ย “ชีวิตของข้าช่างขมขื่นนัก ข้ามันคนมีชีวิตที่ต้องทํางาน ข้ามันชีวิตอาภัพ”
“อย่าร้อง หยุด!” หลี่ชิงชิงจ้องหวงซื่อ เอ่ยเสียงสูงว่า “เมื่อก่อนท่านเป็เช่นนี้ ต่อไปก็ยังเป็เช่นนี้ ชีวิตของท่านไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง!”
หวงซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง พอคิดดูก็เป็เช่นนั้นจริงๆ แต่นี่ไม่ถูกต้อง เปลี่ยนแปลงสิ เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง นางร้องไห้พร้อมเอ่ยว่า “พ่อของลูกกลับมาจากกองทัพ ต่อไปเขาไม่ได้หาเงิน หาเงินให้ครอบครัวไม่ได้ แต่เขายังต้องกินข้าวที่บ้าน ยังต้องกินอาหารดีๆ เพื่อบำรุงร่างกาย ค่าใช้จ่ายในบ้านเพิ่มขึ้น... เหตุใดชีวิตข้าถึงได้ลําบากเพียงนี้หรือ?”
ที่นางกล่าวออกมาล้วนเป็ความจริง ในฐานะหญิงชาวบ้าน มีแม่สามีและบุตรสาวอายุน้อยที่ต้องเลี้ยงดู ปัญหาแรกก็คือเงิน เมื่อไม่มีเงินก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้
เมื่อก่อนเจิ้งหยวนอยู่ในกองทัพ ไม่ต้องกินข้าวที่บ้าน และยังนำเงินหนึ่งก้อนมาให้ครอบครัวยามกลับมาเยี่ยมญาติในทุกปี แต่ยามนี้เจิ้งหยวนกลับมาแล้ว เขาต้องกินข้าวที่บ้าน ส่วนเงินหนึ่งก้อนของทุกปีนั้นไม่มีแล้ว
เมื่อหวงซื่อนึกถึงชีวิตของตนเองในอนาคต ก็รู้สึกว่าตัวนางขมกว่าหวงเหลียน [1] เสียอีก
เจิ้งหยวนที่อยู่ในห้องนอนก็กำลังเช็ดน้ำตาเอ่ยกับหวังเฮ่า เขาไม่กล้าร้องไห้เสียงดัง ด้วยกลัวว่าจะถูกเฝิงซื่อและบิดามารดาของหวงซื่อที่อยู่ในห้องโถงข้างๆ ได้ยิน เขาเอ่ยพร้อมเสียงสะอื้น “ข้าทำผิดต่อพวกนาง”
หวังเฮ่าพยายามปลอบใจไม่หยุด “ท่านมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว อย่าได้คิดมาก ขอแค่ร่างกายหายดีแล้วค่อยหางานทํา ท่านยังอายุน้อย มีหลายสิ่งที่สามารถทําได้ บนใต้หล้านี้มีคนร่างกายพิการมากมาย มิใช่ว่าล้วนมีชีวิตกันอย่างดีหรือขอรับ”
เจิ้งหยวนได้ยินเสียงของหวงซื่อที่เอ่ยในลานบ้าน ก็อดพึมพําไม่ได้ว่า “มิสู้ข้าตายไปเสีย หากข้าตาย นางก็สามารถพาฮวาฮวาไปแต่งงานใหม่ได้ ท่านแม่ของข้าก็ไม่ต้องมาเห็นข้าเป็เช่นนี้...”
หวังเฮ่าเกิดความหวาดหวั่นในใจ เอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมทันที “ท่านไม่อาจมีความคิดเช่นนี้! แม้แต่มดก็ยังรักชีวิต ท่านยังสู้มดหนึ่งตัวไม่ได้หรือ?”
เจิ้งหยวนร้องไห้เงียบๆ “แต่ข้าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร?”
หวังเฮ่าให้คำชี้แนะอย่างจริงใจ “ท่านดูเถิด อาการของท่านวันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน วันนี้ก็ดีกว่าเมื่อวาน พรุ่งนี้ก็ดีกว่าวันนี้ ต่อไปก็จะดีขึ้นในทุกๆ วัน เมื่อร่างกายของท่านหายดีแล้ว ก็สามารถทํางานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงตนเอง จนกระทั่งมีเงินเก็บมอบให้พี่สะใภ้”
เจิ้งหยวนสะอึกสะอื้น “ข้าไร้แขนซ้ายแล้ว สามารถรับจ้างสิ่งใดได้ ผู้ใดจะจ้างข้าทำงาน?”
“หากไม่มีคนจ้างท่าน เช่นนั้นท่านก็ไปเป็พ่อค้าหาบเร่ ท่านไปซื้อเข็ม ด้าย เกลือ ม่ายหยาถังและอื่นๆ เดินขายตามตรอกซอกซอย จะมากจะน้อยก็ยังหาเงินได้” หวังเฮ่ากล่าวถึงตรงนี้ ทันใดนั้นก็เกิดความคิดขึ้นมา “ท่านยังสามารถไปที่โรงรับจํานํา ใช้เงินซื้อเสื้อผ้าเก่าๆ จำนวนหนึ่ง แล้วนำไปขายตามหมู่บ้าน แต่ก่อนข้าเคยทํางานเป็เสี่ยวเอ้อร์ที่โรงรับจํานํา นานๆ ครั้งโรงรับจํานําจะขายเสื้อผ้าเก่าที่รับจํานําไว้จนขายไม่ออกในราคาถูก”
เจิ้งหยวนตั้งใจฟังยิ่ง อดเอ่ยถามไม่ได้ว่า “ข้าพูดไม่เก่ง จะทำการค้าได้หรือ”
“ไม่มีผู้ใดทำการค้าเป็ั้แ่กำเนิด ท่านค่อยๆ เรียนรู้ ค่อยๆ ทําก็เป็แล้ว” หวังเฮ่าครุ่นคิด แล้วเอ่ย “ตอนแรกคงหาเงินได้ไม่มาก แต่ว่าท่านเป็คนซื่อสัตย์ เป็พ่อค้าหาบเร่ได้ระยะหนึ่งแล้ว ชาวบ้านจากสิบลี้แปดหมู่บ้านรู้จักท่าน และรู้ว่าท่านไม่ใช่คนหลอกลวง ก็จะมาซื้อของกับท่านบ่อยๆ การค้าของท่านก็จะดีขึ้นขอรับ”
พ่อค้าหาบเร่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้ ประการแรกคือต้องขยันเดิน หากอยากขายของได้รวดเร็ว ก็ต้องไปตามหมู่บ้านต่างๆ ต้องเดินอย่างน้อยวันละหลายสิบลี้ ประการที่สองคือต้องมีเงินทุนในการซื้อสินค้า ประการสุดท้ายคือต้องมีเวลาว่าง
ยามนี้ตามสภาพการณ์ของเจิ้งหยวนแล้ว หวังเฮ่าสามารถคิดออกเพียงพ่อค้าหาบเร่เท่านั้น
เจิ้งหยวนเป็คนมีความคิดเรียบง่าย เขาเคารพเลื่อมใสหวังเฮ่าที่ฉลาดและรู้อักษรมาตลอด คำแนะนำที่หวังเฮ่าให้เขาในครั้งนี้ เขารู้สึกว่าดีมากจึงเห็นด้วยกับวิธีนี้ แล้วยังคุยถึงเื่เงินทุนกับหวังเฮ่าอีกด้วย
หวังเฮ่ายังเอ่ยอีกว่า “ท่านวางใจได้ ภรรยาของข้าบอกแล้วว่ายาที่ให้ท่านล้วนไม่เก็บเงิน เงินที่ท่านนํากลับมาจากกองทัพ นอกจากเงินบางส่วนที่ต้องซื้อเนื้อมาบํารุงร่างกาย ก็ไม่ต้องจ่ายค่ายาเพิ่มแล้ว”
แท้จริงแล้วซื้อเนื้อสัตว์ใช้เงินไม่มาก แต่ยามีราคาแพงเกินไป อย่าว่าแต่ครอบครัวชาวนายากจนอย่างเจิ้งหยวน แม้แต่ครอบครัวตระกูลเล็กๆ ในอำเภอที่มีเงินอยู่บ้าง ก็ยังจ่ายค่ายาให้คนป่วยในบ้านที่ต้องกินยาอยู่ตลอดไม่ไหว
หวังเฮ่าได้ความจากหลี่ชิงชิงก่อนจะมาว่า ไม่เก็บเงินค่ายาของเจิ้งหยวน
“ขอบคุณยิ่ง...” เจิ้งหยวนร้องไห้อีกครั้งด้วยความซาบซึ้งใจ
“ข้าจะเรียกพี่สะใภ้เข้ามาสนทนา” หวังเฮ่าตบไหล่ขวาของเจิ้งหยวนเบาๆ รอจนเขาเลิกร้องไห้แล้วจึงออกจากห้องนอน เห็นสตรีสองคนยืนอยู่ในลานบ้าน เงาด้านหลังร่างผอมสูงอรชรผู้นั้นก็คือหลี่ชิงชิง ชายหนุ่มเอ่ยว่า “ชิงชิง เ้าคุยกับพี่สะใภ้เป็อย่างไรบ้าง?”
หลี่ชิงชิงหมุนกายแล้วเดินมาหา เอ่ยเสียงนุ่มว่า “ข้าออกความเห็นให้พี่สะใภ้แล้ว รอให้พี่ใหญ่เจิ้งสุขภาพดีขึ้นจึงหาอะไรให้พี่ใหญ่เจิ้งทํา นั่นคือขายซาลาเปาของบ้านเรา สถานที่คือตำบลชิงอวี๋ที่พี่รองของข้าเคยขายมาก่อน รอให้พี่ใหญ่เจิ้งเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง ค่อยให้เขาซื้อของมาทําการค้าเอง”
ก่อนหน้านี้คนในวงศ์ตระกูลเสนอกับตระกูลหวังว่า จะรับซื้อซาลาเปาจำนวนมากไปขายข้างนอก แต่ว่ามีคนเสนอมากเกินไป หากรับปากผู้นี้ไม่รับปากผู้นั้นก็จะทำให้ผู้คนเกิดความไม่พอใจ ดังนั้นตระกูลหวังจึงไม่รับปาก โดยอ้างว่าทําซาลาเปาจำนวนมากขนาดนั้นไม่ไหว
ครั้งนี้หลี่ชิงชิงเห็นว่าตระกูลเจิ้งลำบากเกินไป จึงยื่นมือเข้ามาช่วยสักแรง แต่หลี่ชิงชิงไม่ได้จะให้เจิ้งหยวนขายซาลาเปาในระยะยาว เพียงให้เขาขายหนึ่งถึงสองปี พอเขามีเงินและเรียนรู้การทำการค้าเป็แล้ว ก็ให้เขารับซื้อสินค้าอื่นมาขาย ไม่ต้องขายซาลาเปาอีกต่อไป
หวงซื่อมิใช่คนโง่เขลา และได้ยินมาว่าคนในวงศ์ตระกูลอยากขายซาลาเปาของครอบครัวตระกูลหวังแต่ไม่สําเร็จ นางคุกเข่าลงเสียงดังตุ้บพลางโขกศีรษะสามครั้งไปทางหวังเฮ่าสามีภรรยา และเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจยิ่งนัก “พวกเ้าเป็ผู้มีพระคุณอันใหญ่หลวงของครอบครัวข้า บุญคุณของพวกเ้า พวกข้าจะจดจําไปชั่วชีวิต!”
“พี่สะใภ้รีบลุกขึ้นเถิด” หลี่ชิงชิงเพิ่งจะประคองหวงซื่อขึ้นมา ก็เห็นเฝิงซื่อวิ่งออกมาจากห้องโถงหลัก เฝิงซื่อคุกเข่าลงพร้อมโขกศีรษะอยู่ข้างๆ หวงซื่อ
“พวกเ้าช่วยชีวิตบุตรชายข้าเอาไว้ และยังหาหนทางรอดให้ พวกเ้าเป็คนดีที่ยายแก่อย่างข้าได้พบเจอในชีวิตนี้ หากชีวิตนี้ข้ามิอาจตอบแทนบุญคุณพวกเ้าได้ ก็จะขอตอบแทนในชาติหน้า” เฝิงซื่อร้องไห้อย่างหนัก หลังจากถูกหวังเฮ่าประคองขึ้นมา นางยังเรียกเจิ้งฮวาออกมา ให้เด็กน้อยโขกศีรษะให้หวังเฮ่าสามีภรรยา
บิดามารดาของหวงซื่อล้วนเป็ชาวบ้านที่ซื่อตรงและพูดไม่เก่ง พวกเขากำลังจะคุกเข่าตาม ทว่าถูกหวังเฮ่าห้ามเอาไว้
“ข้ากับพี่ใหญ่เจิ้งเป็สหายกันมาั้แ่ยังเด็ก และยังไปเป็ทหารในกองทัพด้วยกัน เป็พี่น้องร่วมเป็ร่วมตาย พี่ใหญ่เจิ้งเกิดเื่เช่นนี้ ข้ากับภรรยารู้สึกว่าไม่อาจนิ่งดูดายได้” หวังเฮ่ากล่าวจากใจจริง และเขาก็ทําจริงๆ
---------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] หวงเหลียน (黄连) หมายถึง หนึ่งในสมุนไพรแห้ง ที่มีฤทธิ์เย็นและขมที่สุดในทางการแพทย์แผนจีน ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของหัวใจ ลำไส้ใหญ่ ตับ กระเพาะอาหาร
