“เธอเป็แฟนมึงจริงๆ เหรอ มึงสามารถเอากับเธอได้ตลอดเวลาที่้าได้เลยเหรอ เพื่อน” เสียงตื่นเต้นปนอิจฉาถามกลับมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“เออสิวะ เอ็งเห็นรูปเธอในชุดบีกินี่ นั่นแล้วใช่มั้ย เธอมีหน้าตาที่สวยมาก แล้วก็นมเธอนะ สุดยอดเลยเพื่อนเอ๋ย” เขาพูดพลางออกท่าทางทำไม้ทำมือประกอบ อย่างคล่องแคล่ว
“มันเต็มมือ จนล้นออกตามง่ามนิ้วเลยล่ะ ขณะที่กูโอบอยู่ด้านหลังของหล่อน และก็บีบขยำไปด้วย แบบนี้ๆ” ท่าทางประกอบดูจริงจังมากจน อีกฝ่ายตาค้างมองเห็นภาพรางๆ
“นอกจากนั้นนะ หล่อนยังเป็คนที่อ่อนไหวง่ายมาก กูแค่จับหัวนมของเธอแล้วบิดคลึงนิดหน่อยหล่อนก็เสียวสะท้านครวญครางไม่หยุดแล้วล่ะ” ทิวากรพูดพลาง ออกท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“หลังจากนั้น...หลังจากนั้นนะ...พวกเราก็ผลัดกันเร้าโรมต่ออีกเล็กน้อย แล้วกูก็กระหน่ำเข้าใส่ร่องเสียวของหล่อนแบบไม่ยั้งเลยล่ะ ร่องของหล่อนสุดยอดมาเลยเพื่อนเอ๋ย คับแน่น ตอดดีเป็บ้า...” เขายังพล่ามต่ออย่างได้อารมณ์ พลางมองหน้าเพื่อนที่มองมาตาค้างอย่างสะใจ
“กูชอบจับแก้มตูดของหล่อน ตอนที่เอากันท่าหมาน่ะ...”
“แต่เอ็งรู้ไหมวะ อะไรที่สุดยอดกว่า...พอพวกเราเอากันบ่อยๆ เข้า ก็จะไม่มีความอายกันในตอนร่วมรักกันอีกแล้ว”
“เธอชอบเป็คนทำเอง หล่อนจะจับแท่งเอ็นของกูใส่เข้าไปในร่องเสียวของเธอเองเลย แล้วก็ขย่มสุดแรงเลย”
“เสียวฉิบหาย...แต่กูก็ชอบนะ”
“หล่อนจะควบแบบนั้นจนถึง์เลยล่ะ”
“ถึง์ อะไรเหรอ” เสียงลิ้นอ้อแอ้ เหมือนลิ้นคับปากของนวพลถามกลับมาหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ก็ถึงจุดสุดยอด น้ำแตกสิวะ... ฮ่าๆ ที่เอ็งฟังนี่ คงเหมือนแค่ความฝันของคนไร้คู่นอน อย่างเอ็งสินะ” เสียงตอบอย่างดูิ่ดังมาจากใบหน้าที่ยิ้มละมัยของเพื่อนสนิท ทำให้อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกเสียฟอร์ม
“อะไร...มึงพูดอะไรของมึง กูเนี้ยนะไม่มีคู่นอน” นวพลโวยกลับหน้าแดงก่ำ เขารู้สึกเสียหน้าจริง
“เอ็งมีคู่นอนจริงๆ เหรอ ไม่มั้ง” เสียงถามอย่างไม่เชื่อถือดังกลับมา พลางจ้องตาเขาเขม็ง
“เห้ย! ตอนนี้เราเรียนมหาลัยกันแล้วนะโว้ย จะไม่มีคู่นอนได้ยังไง มึงคิดว่ากูต้องชักว่าวทุกวันงั้นเหรอวะ” ชายหนุ่มตอบกลับเพื่อนสนิทด้วยเสียงดังกว่าปกติ เพื่อกลบเกลื่อนความอับอายในใจ
“เหรอ งั้นเอ็งเอารูปมาให้กูดูหน่อยสิ” อีกฝ่ายแบมือมาตรงหน้าของเขา อย่างไม่เชื่อถือเพราะเขากับนวพลเป็เพื่อนกันมาหลายปีย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายเป็คนยังไง
“เอ่อ เดี๋ยวนะไม่แน่ใจ ในโทรศัพท์กูจะมีรูปของเธอไหม” เขาตอบพลางก้มหน้าค้นหาในโทรศัพท์ แต่ไม่วายกังวลใจ...ก็เขาไม่มีแฟนจริงนี่นา แต่จะยอมรับได้ไง...เสียฟอร์มแย่เลย
“ไอ้บ้าเอ้ย เลิกตอแหลได้แล้วน่า กูรู้เอ็งไม่มีคู่นอนหรอก” อีกคนกล่าวอย่างรู้ทันด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ ในความเหนือกว่า
“มึงหุบปากไปเลย กูกำลังหารูปอยู่โว้ย ” นวพลก้มหน้าเลื่อนจอโทรศัพท์ในมืออย่างเร่งรีบ หัวสมองหมุนติ้ว รูป...รูป มีรูปใครบ้างวะ...บ้าเอ้ย เราพูดอะไรไปเนี่ย...คิดสิ คิดสิ ทำไงดี เขาเริ่มเหงื่อซึม แทบสร่างเมา
‘เอ๊ะ รูปนี้...ั้แ่เมื่อไรนี่’ แล้วเขาก็เห็นภาพสาวสวยครึ่งตัวท่อนบน สวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีฟ้าอ่อนก็เลื่อนขึ้นมา ‘อือนี่พี่นุช นี่นา...ถ่ายเมื่อไร อ้อ...’
…
แล้วภาพในอดีตก็เลื่อนเข้ามาในความทรงจำของนวพล…
“นี่ต้น ขอดูโทรศัพท์ ของนายหน่อยดิ” หญิงสาวสวยในชุดเสื้อยืดคอกลมสีฟ้าอ่อนคอกว้างจนเห็นเนินอกขาวผ่องนูนเนียนที่ล้นทะลักผ่านขอบเสื้อ้าออกมาเกือบครึ่ง ยิ้มอย่างมีเลศนัย พลางยื่นมือเรียวขาวกับดินสอพองออกมาด้านหน้า
“เอ๊ะ โทรศัพท์ของผม ทำไมเหรอ” ชายหนุ่มรุ่นน้องทำหน้างง มองสาวสวยอย่างสับสน
“เลิกพูดได้แล้ว เอาโทรศัพท์ของนายมาให้ฉันเดี๋ยวนี้” แทบยังไม่ทันสิ้นเสียง โทรศัพท์ของเขาก็ตกไปอยู่ในอุ้งมือขาวผ่องนั้น
“เอ่อ...” เขาอึ้งไปชั่วขณะ มองหญิงสาวอย่างมึนงงไม่หาย
“แชะ แชะ แชะ” เสียงกดถ่ายภาพแบบเซลฟี่ดังรัวๆ อย่างต่อเนื่อง
“อะไรกันเนี่ย คิดว่าโทรศัพท์รุ่นนี้จะเซลฟี่ ได้ดีกว่านี้ซะอีก เฮ้อ.” เสียงหวานบ่นงึมงำ ขณะนิ้วเรียวยาวเขี่ยเลื่อนภาพหน้าจอไปมาช้าๆ ก่อนเขี่ยขยายเพื่อให้เห็นภาพชัดๆ
“ทำอะไรน่ะ เอาโทรศัพท์ของผมไปถ่ายทำไมอ่ะ” ชายหนุ่มรุ่นน้องโวยวายเสียงดังพลางไขว่คว้าเยื้อแย่งโทรศัพท์ ขณะที่หญิงสาวเบี่ยงหลบไปมาทำให้แขนชายหนุ่มััอกอวบนุ่มหยุ่น ของเธออย่างไม่ตั้งหลายครั้ง แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ใส่ใจอะไร
“ผมจะลบรูปทิ้งทั้งหมด” นวพลพูดอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อยึดโทรศัพท์คืนมาได้ พลางเขี่ยเลื่อนหน้าจอไปมา
“แค่ปล่อยรูป ทิ้งไว้ในโทรศัพท์ของนายเอง จะหนักหนาอะไร อย่างน้อยก็เหลือไว้สักรูปก็ยังดี” พอเห็นท่าทางของอีกฝ่าย หญิงสาวก็ส่งเสียงออดอ้อนออกไป อย่างไม่รู้ตัว
“เอ่อ ฉันให้นายเอาไปบอกเพื่อนว่าเป็รูปแฟนนายก็ได้นะ”เสียงหวานยั่วยวนแบบหยอกเย้า แต่ใบหน้าของคนพูดกลับเป็สีแดงระเรื่อขึ้นทันที...
...
“เจอแล้ว...” ภาพนี้เขาไม่ได้ลบออกไป
“นี่ไง รูปแฟนกู” เขายื่นโทรศัพท์ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“หา อะไรกัน คู่นอนเอ็ง สวยขนาดนี้เลยเหรอ” โทรศัพท์ถูกดึงไปทันที ตามมาด้วยเสียงที่ดูแคลน อย่างไม่เชื่อถือ
“เธอสวยใช่ไหมล่ะ กูไม่อยากพูดอะไรมาก เจอกันทุกวัน เอากันมาสามเดือนกว่าล่ะ หลังๆ ชักเบื่อ” นวพลพูดเสียงจริงจัง ออกท่าทางเหมือนผู้เชี่ยวชาญ เพื่อข่มอีกฝ่าย
ทิวากรทำท่าทางแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง...มึงอย่ามาหลอกกูเลยน่า ไอ้ต้น กูไม่เชื่อมึงหรอกโว้ย...
“เอ่อเอางี้ ไอ้ต้น ครั้งหน้าเอ็งก็พาสาวคนนี้ มาดื่มด้วยกันดีมั้ย” เสียงถามดูจริงจัง แต่สีหน้าเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อเขา
“ฮะ อะไรนะ” นวพลอุทานอย่างใ ใบหน้าแดงสลับขาวซีด ก่อนจะกลับมาแดงอีกครั้ง
“อะไรวะไม่ได้เหรอ กูคิดว่าเธอเป็คู่นอนของเอ็งจริงๆ ซะอีก แค่นี้พามาไม่ได้หรือไง” อีกฝ่ายยิ้มแบบเย้ยหยัน ส่งเสียงแบบดูแคลนมา
นวพลเริ่มเครียด ‘ไอ้เวรนี่ มันจะดูว่าเราก็โหกมันรึเปล่า สินะ แต่ถ้าเราทำให้มันเชื่อไม่ได้ มีหวังต้องเป็ตัวตลกในหมู่เพื่อนฝูงยันตายแน่’
“ตะ ตกลง มึงอยากเจอเธอเหรอ” เขาทำเป็ไม่ใส่ใจยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม พลางส่งเสียงออกไปอย่างไม่เห็นเป็เื่สลักสำคัญอะไร
“เออสิวะ แล้วเราจะได้สวิงกิ้งกันด้วย ดีไหมวะเพื่อน ฮ่าๆ” เพื่อนหนุ่มกล่าวพลางหัวเราะชอบใจ ถ้าได้อย่าที่พูดก็แจ่มสิวะ ถ้าไม่จริงก็ได้หัวเราะแบบสะใจ
นวพล ได้ยินแบบนั้นถึงกับสำลักเสียงดัง “ อ๊อกๆ...แค่กๆ...” ตอนนี้เอาไงดีล่ะ มึนเลยเรา
“ตะ ตกลง ได้อยู่แล้ว” เขาจำต้องไหลไปตามน้ำแบบจำยอม
แต่เขาคงจะคิดไม่ถึงว่า...แค่คำโกหกของเขาในวันนั้น จะปลี่ยนชีวิตพี่เลี้ยงสาวแสนสวยของเขาและเพื่อนของเธอไปตลอดกาล...
...
‘เฮ้อ ไอ้เหี้ยทิว...ไอ้เวรนี่ คงต้องออกไปเที่ยวกับเพื่อนสารเลวในมหาวิทยาลัยเป็ประจำแน่ๆ เลย... ตอนนี้ มันกลายเป็จอมวายร้ายไปซะแล้ว เห้อ แล้วทำไมเราถึงได้พูดไปแบบนั้นนะ ทีนี้จะทำไงดีล่ะเนี่ย กลุ้มโว้ย’
...
“ผมกลับมาแล้ว” นวพลเปิดประตูพลางส่งเสียงอ้อแอ้ เข้าไปในห้องก่อนที่ตัวจะปรากฏให้เห็น
“ว่าไง หนุ่มน้อย”เสียงหวานใสยั่วยวนทักทายกลับมา
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาชายหนุ่มน้ำลายฝืดคอ นงนุชนั่งชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้นด้านหน้าโซฟา กระโปรงสั้นของเธอร่นขึ้นสูงจนมองเห็นแพนตี้สีเหลืองสดภายในอย่างถนัดตา แต่เธอกลับกำลังยกกระป๋องเบียร์ในมือขึ้นดื่มต่อไป อย่างไม่ใส่ใจว่าชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาจะเห็นอะไรบ้าง
“เด็กน้อยต้น นายกลับบ้านช้านะ” เสียงหยอกเย้าของนงนุชดังมา ใบหน้ายิ้มระรื่นแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
“อะไรนะ ผมไม่ใช่เด็กแล้ว เป็รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยแล้วด้วย...”เสียงตอบมาแบบไม่สบอารมณ์ขณะที่สายตายังชำเลืองมองไปที่แพนตี้เหลืองสด กลางหว่างขาอวบขาวตัวนั้นเป็ระยะๆ
“นายต้นของพวกเรา เติบโตขึ้นแล้ว เขาชอบออกไปดื่ม ดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืน” ญารินดาหันไปบอกเพื่อนสาวทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
“โทรไปบอกครอบครัวเขาสิ แล้วบอกว่าหยุดส่งค่าเลี้ยงดูมาได้แล้ว พราะเขาโตแล้ว” นงนุชเสริมแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างยั่วเย้า
“โธ่เอ้ย เธอสองคนทำให้ผมอารมณ์เสียแล้วนะ บ้าจริงๆ เชียว” ชายหนุ่มโวยวายเสียงดังด้วยความโมโห
“นี่นายกล้าโวยวายใส่พวกฉันได้ยังไง” พี่เลี้ยงสาวสวยที่เริ่มตึงๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ส่งเสียงแหวมา “นายคิดว่าโตเป็ผู้ใหญ่แล้วเหรอ นายต้น”
“ปัง”
ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนดึงประตูปิดตามหลังทันที...เสียงปิดประตูอย่างรุนแรงทำให้สองเสียงแหลมใสหยุดชะงักทันที...
‘ทำไงดีเนี่ย ไปบอกไอ้ทิวแบบนั้นได้ยังไงวะ บอกว่าพี่นุชเป็คู่นอนของเรา กลุ้มโว้ย ถ้าพวกผู้หญิงรู้เข้า คงฆ่าเราแน่ๆ เลย’
ชายหนุ่มนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงในห้องนอนของตน อย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ ในจะภาพแพนตี้สีเหลืองสดนั่น แล้วยังเื่ที่โกหกเพื่อนสนิทอีก
แต่ในห้องนั่งเล่นสองสาวกำลังดื่มเบียร์ ดูทีวีและคุยกันอย่างสนุกสนาน นั่งนอนเล่นโดยไม่สนใจว่าชุดที่สวมใส่จะเปิดเผยร่างกายไปถึงไหนต่อไหน ถ้าเขาออกมาตอนนี้คงไม่ได้ตกตะลึงแค่แพนตี้สีเหลืองของนุงนุชแล้วแม้แต่แพนตี้ ลายขวางขาวแดงของญารินดาก็คงได้เห็นแบบเต็มสองตา
...
พี่ญา หรือญารินดา กับผมเติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็ก...อ้อ ลืมแนะนำตัวไปผมชื่อต้น หรือนวพล ครอบครัวของพวกเราอาศัยอยู่ทางภาคเหนือ ในอำเภอเล็กๆ ห่างไกล ครอบครัวของพี่ญาเปิดร้านขายของชำ ครอบครัวของผมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ใกล้ๆ กัน
พวกเราสองครอบครัวค่อนข้างสนิทกันมาก พ่อของพวกเราเป็เพื่อนกันมานานมากแล้ว พวกเขามักดื่มเหล้าด้วยกันประจำ เวลาว่างของแม่พวกเราคือจับกลุ่มเม้ามอย สอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้านเขาไปทั่ว
พวกเราจึงเติบโตมาด้วยกัน และค่อนข้างสนิทสนมกันมาก ผมอายุน้อยกว่าเธอสามปี พี่ญาจึงเป็พี่เลี้ยงคอยดูแลผมมาตลอด ั้แ่เป็เด็กเล็กๆ จนเติบโตเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
…
อ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า
แล้วช่วยคอมเมนต์กันด้วยน้าา
