ยิ่งลึกเข้าไปในหุบเขาัหลับ ต้นไม้ที่เคยเขียวชอุ่มก็เริ่มแปรสภาพเป็ลำต้นยืนต้นตาย ใบไม้ร่วงหล่นจนเหลือแต่กิ่งก้านสีดำเกรียมราวกับถูกไฟเผา หินตามทางเดินมีคราบสีเหลืองปนเขียวเกาะติด และที่เลวร้ายที่สุดคือหมอกสีเทาอมเหลืองที่ลอยต่ำเรี่ยพื้นส่งกลิ่นฉุนกึกจนแสบจมูก
เซียวหลันและหลี่หยางสวมหน้ากากผ้าที่บุด้วยผงถ่านกัมมันต์ซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินใหญ่เหนือหุบเหวที่มองลงไปเห็นต้นตอของมฤตยูเน่าเปื่อย
เบื้องล่างคือลานกว้างหน้าถ้ำขนาดมหึมา มีชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำปักลายแมงมุมแดงเดินลาดตระเวนกันขวักไขว่ พวกมันกำลังควบคุมทาสชาวป่าที่ถูกล่ามโซ่ให้ตักน้ำจากลำธารขึ้นมาต้มในเตาหลอมขนาดใหญ่ที่เรียงรายกันนับสิบเตา ไอควันที่พวยพุ่งจากเตาหลอมเ่าั้คือต้นเหตุของหมอกพิษ
"พวกมันกำลังกลั่นอะไรบางอย่าง" หลี่หยางกระซิบพลางสังเกตการเคลื่อนไหวของเวรยาม "และทิ้งกากของเสียสีเหลืองข้นลงไปในลำธาร"
เซียวหลันหยิบกล้องส่องทางไกลที่ดัดแปลงจากเลนส์แว่นขยายขึ้นมาส่องดู
“เตาหลอมพวกนั้นมีดินประสิว กำมะถัน และแร่ส้มป่อย" นางพึมพำก่อนจะเบิกตากว้าง "บ้าฉิบ! พวกมันกำลังสกัดกรดกำมะถันเข้มข้นปริมาณมหาศาล!"
"กรดกำมะถัน? มันคืออะไร?" หลี่หยางถาม
"มันคือน้ำกรดที่กัดกร่อนโลหะให้ละลายได้ในพริบตา และถ้าโดนิัมนุษย์ เนื้อจะไหม้เกรียมจนถึงกระดูก!" เซียวหลันอธิบายเสียงเครียด "พวกมันจงใจปล่อยกากกรดพิษลงลำธารเพื่อทำลายหมู่บ้านด้านล่าง แต่เป้าหมายหลักคือการสกัดกรดบริสุทธิ์เพื่อเอาไปทำเป็อาวุธเคมีา!"
ตรงกลางลานมีชายหัวโล้นร่างั์ผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังเสือ บนใบหน้าของมันมีรอยแผลเป็รูปใยแมงมุม มันกำลังหัวเราะร่วนขณะทดลองสาดน้ำกรดในขวดแก้วใส่เนื้อหมูดิบก้อนโต เนื้อหมูนั้นเกิดฟองฟู่และละลายกลายเป็น้ำเหลืองเน่าเฟะภายในเสี้ยววินาที
"นั่นคงจะเป็หัวหน้าของพวกมัน" หลี่หยางจับด้ามดาบ "เราบุกเข้าไปเชือดมันเลยดีไหม? ข้าจัดการยามหน้าถ้ำได้ภายในสามลมหายใจ"
"ช้าก่อน" เซียวหลันดึงแขนเขาไว้ “ศัตรูมีเป็ร้อย แถมมีน้ำกรดเป็อาวุธ ถ้าเ้าพลาดโดนสาดใส่หน้า ข้าไม่รับรักษานะ"
นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ถ้ำจนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับกระสอบแป้งนับร้อยใบที่วางซ้อนกันเป็ูเาอยู่ภายในถ้ำลึกเข้าไป
"พวกมันเอาแป้งข้าวโพดและแป้งสาลีมาทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น?" หลี่หยางมองตาม
"พรรคหมื่นพิษมักจะใช้แป้งเป็ตัวประสานในการปั้นยาพิษเป็ลูกกลอน" เซียวหลันแสยะยิ้ม รอยยิ้มของหมอปีศาจที่หลี่หยางเห็นทีไรก็อดขนลุกไม่ได้ "และพวกมันคงไม่เคยเรียนวิชาเคมี ถึงได้เก็บแป้งฝุ่นปริมาณมหาศาลไว้ในที่ปิดทึบแบบนั้น”
“เ้าหมายถึงอะไร”
"หลี่หยาง... เ้าเคยเห็นแป้งะเิไหม?"
อดีตแม่ทัพขมวดคิ้ว "แป้งทำขนมน่ะรึจะะเิได้? มันไม่ใช่ดินปืนนะเซียวหลัน"
"วิทยาศาสตร์จะเปิดโลกให้เ้าเอง" นางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบมีดสั้นออกมา "ข้า้าให้เ้าลอบเข้าไปในถ้ำ กรีดกระสอบแป้งพวกนั้นให้ขาดแล้วใช้ลมปราณของเ้าพัดให้ผงแป้งฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่วถ้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ห้ามจุดไฟเด็ดขาดจนกว่าข้าจะให้สัญญาณ"
หลี่หยางแม้จะไม่เข้าใจหลักการ แต่เขาก็เชื่อใจนางอย่างหมดหัวใจ “ได้! แล้วเ้าล่ะ?"
“ข้าจะไปปรับค่า pH ให้ลำธารนี้สักหน่อย"
ภายในถ้ำพรรคหมื่นพิษ
หลี่หยางกลืนร่างไปกับเงามืดบนเพดานถ้ำเคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียงดุจิญญา เขาโรยตัวลงมาหลังูเากระสอบแป้งข้าวโพด ดาบอ่อนในมือตวัดรัวเร็วราวกับสายฟ้า กรีดกระสอบนับร้อยใบจนขาดวิ่น
จากนั้นเขารวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วฟาดออกไปสุดแรงเกิด
พายุฝ่ามือเหมันต์!
ลมปราณอันรุนแรงพัดกรรโชกประดุจพายุไต้ฝุ่นหอบเอาผงแป้งนับพันชั่งฟุ้งกระจายลอยขึ้นสู่อากาศจนขาวโพลนไปทั่วทั้งถ้ำปิดทึบ ทัศนวิสัยลดลงเหลือศูนย์ทันที
"แค่กๆ! เกิดอะไรขึ้น! พายุหรือ!" พวกสมุนพรรคหมื่นพิษที่อยู่ในถ้ำต่างสำลักผงแป้งและมองไม่เห็นกันและกัน
หัวหน้าหัวโล้นที่อยู่หน้าถ้ำได้ยินเสียงโวยวายจึงลุกขึ้นตวาด "เกิดบ้าอะไรขึ้นข้างใน! ไปดูซิ!"
ในจังหวะนั้นเองเซียวหลันที่แอบปีนขึ้นไปอยู่บนชะง่อนหินเหนือปากถ้ำก็จุดคบเพลิงในมือจนสว่างวาบ
"เฮ้! ไอ้พวกบ้าพิษ!" นางะโเรียกความสนใจ
หัวหน้าหัวโล้นเงยหน้าขึ้นมามอง "นังเด็กบ้า! เ้าเป็ใคร! กล้าบุกรุกถิ่นพรรคหมื่นพิษรึ! ทหาร! ยิงหน้าไม้ใส่มัน!"
"พรรคหมื่นพิษงั้นรึ? งั้นรับนี่ไป ะเิฝุ่นมรณะ"
เซียวหลันขว้างคบเพลิงที่ลุกโชนเข้าไปในปากถ้ำที่ตอนนี้เต็มไปด้วยฝุ่นแป้งที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ!
"หลี่หยาง! ออกมาเร็ว!" นางะโสุดเสียง
เงาสีดำของหลี่หยางพุ่งพรวดออกมาจากถ้ำราวกับลูกธนู เขาะโคว้าเอวเซียวหลันแล้วพุ่งตัวกระโจนลงไปในบึงน้ำลึกข้างลำธารทันที
วินาทีที่เปลวไฟจากคบเพลิงัักับอนุภาคของผงแป้งที่แขวนลอยอยู่ในอากาศในพื้นที่ปิดทึบ ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุดก็อุบัติขึ้น!
บูมมมมมมมมมมมมมม!!!!!
เสียงะเิกัมปนาทสั่นะเืไปทั้งหุบเขา ลูกไฟขนาดั์สีส้มอมแดงพวยพุ่งทะลักออกมาจากปากถ้ำราวกับัพ่นไฟ คลื่นกระแทกรุนแรงจนเตาหลอมน้ำกรดหน้าถ้ำปลิวว่อนแตกกระจาย
"อ๊ากกกก!"
สมุนพรรคหมื่นพิษและหัวหน้าหัวโล้นถูกลูกไฟและคลื่นกระแทกกลืนกินหายไปในชั่วพริบตา แรงอัดอากาศมหาศาลบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ถ้ำหินถล่มครืนลงมาปิดปากทางเข้าจนมิด
ที่ใต้น้ำหลี่หยางกอดเซียวหลันไว้แน่น แรงสั่นะเืส่งผ่านมาถึงใต้น้ำจนหูอื้อไปหมด เมื่อเสียงะเิสงบลงทั้งคู่ก็ตะเกียกตะกายโผล่หัวขึ้นมาหอบหายใจ
ภาพเบื้องหน้าคือลานกว้างที่กลายเป็ทะเลเพลิง ฐานทัพของพรรคหมื่นพิษถูกลบหายไปจากแผนที่ด้วยแป้งทำขนม
หลี่หยางมองผลงานทำลายล้างด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง "เ้า... เ้าทำได้ยังไง? นั่นมันแค่แป้ง!"
"เมื่ออนุภาคที่ติดไฟได้ เช่น ผงแป้ง ผงถ่าน หรือแม้แต่ฝุ่นขี้เลื่อย กระจายตัวในอากาศในปริมาณที่พอเหมาะ และอยู่ในพื้นที่ปิด..." เซียวหลันอธิบายขณะปีนขึ้นฝั่งพลางบีบน้ำออกจากผม "อ็อกซิเจนจะแทรกซึมอยู่รอบๆ ทุกอนุภาค เมื่อมีประกายไฟมันจะลุกไหม้พร้อมกันในเสี้ยววินาที สร้างแรงดันและความร้อนมหาศาล นี่แหละฝันร้ายของโรงงานแป้งในยุคของข้า"
หลี่หยางกลืนน้ำลาย “ถึงข้าจะฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ข้าสาบานเลยว่าจะไม่ยอมให้เ้าเข้าครัวไปทำขนมปังเด็ดขาด"
เซียวหลันหัวเราะก่อนที่สีหน้าจะกลับมาจริงจัง นางเดินไปที่ก้อนหินปูนขนาดใหญ่ั์ที่อยู่ริมลำธารซึ่งมีรอยร้าวจากการะเิเมื่อครู่
"งานยังไม่จบ" นางหยิบสิ่วและค้อนออกมาจากกระเป๋ากันน้ำ "กรดในลำธารยังไหลลงไปที่หมู่บ้าน เราต้องแก้ไขมัน"
"หินนี่ช่วยได้รึ?"
"นี่คือหินปูนมันมีฤทธิ์เป็ด่าง" เซียวหลันอธิบาย "เมื่อด่างเจอกับกรดกำมะถัน มันจะทำปฏิกิริยากันกลายเป็น้ำ เกลือ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลำธารนี้จะกลับมาปลอดภัย"
หลี่หยางสีหน้างุนงงแต่ก็ไม่รอช้า เขาใช้ดาบและลมปราณฟาดฟันใส่หินปูนั์ก้อนนั้นจนมันแตกออกเป็ก้อนเล็กก้อนน้อยร่วงหล่นลงไปในลำธารสีเหลือง
ฟู่ๆๆๆ!
ฟองอากาศสีขาวฟู่ขึ้นมาเต็มผิวน้ำ ควันก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นสู่อากาศ ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นอย่างรุนแรง น้ำที่เคยเป็พิษเริ่มใสสะอาดขึ้นเรื่อยๆ ตามสายน้ำที่ไหลชะล้างลงไป
เซียวหลันถอนหายใจยาว ปัดมือที่เปื้อนฝุ่น "เอาล่ะ แหล่งน้ำปลอดภัยแล้ว โรคเนื้อเน่าจะไม่ลุกลามอีก"
แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับ...
แกรก...
เศษหินกองหนึ่งขยับเขยื้อน ชายหัวโล้นที่มีรอยแผลเป็แมงมุมแดงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากซากปรักหักพัง สภาพของมันไหม้เกรียมไปครึ่งซีกแต่ยังไม่ตาย มันพุ่งเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำกรดที่ยังเหลือรอดอยู่ในมือหมายจะสาดใส่เซียวหลันจากด้านหลัง
"ตายซะ นังปีศาจ!"
ฉัวะ!
ไม่ต้องให้เซียวหลันขยับตัว หลี่หยางเพียงแค่ตวัดข้อมือเบาๆ ดาบอ่อนก็ตัดทะลุข้อมือของมันขาดกระเด็น ขวดน้ำกรดร่วงแตกลงบนพื้น กัดกร่อนขาของมันเองจนเกิดควันโขมง
"อ๊ากกก!" ชายหัวโล้นล้มลงดิ้นทุรนทุราย
หลี่หยางเอาดาบจ่อคอหอยมัน แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ใครส่งพวกเ้ามาสร้างฐานผลิตอาวุธที่นี่?"
ชายหัวโล้นกัดฟันแน่น "หึ... พวกเ้าคิดว่าล่มพรรคหมื่นพิษได้แล้วจะชนะรึ? นายท่านของข้าเตรียมพร้อมต้อนรับพวกเ้าอยู่ที่เมืองบาดาลแล้ว กองทัพของนายท่านจะกวาดล้าง... อ่อก!"
มันชิงกัดลิ้นตัวเองตายเพื่อหนีการรีดเค้นความลับ
เซียวหลันเดินมาดูศพพร้อมคิ้วขมวดเข้าหากัน “เมืองบาดาลกับนายท่านเหรอ? ดูเหมือนว่ากวาดล้างวังหลวงแล้วจะยังมีเชื้อชั่วหลงเหลืออยู่อีกนะ"
“บางทีเื่พวกนี้อาจจะโยงไปถึงปริศนาการล่มสลายของตระกูลข้าในอดีตก็ได้นะ" หลี่หยางเก็บดาบเข้าฝัก "ดูเหมือนทริปแดนใต้ของเรา จะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เซียวหลัน"
