ภายหลังที่อวิ๋นซีเล่าเหตุการณ์ที่ตนเองพบสมุนไพรล้ำค่าให้บิดาฟัง และพูดคุยถึงอาการาเ็ที่ยามนี้เริ่มดีขึ้นตามลำดับ เพียงแต่อวิ๋นซีฉุกคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้จึงลองสอบถามบิดาเพื่อยืนยันความคิดของตน
“ท่านพ่อท่านตอบซีซีมาตามตรงได้หรือไม่ ว่าท่านรู้สึกอย่างไรที่ต้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเตียงเช่นนี้เ้าค่ะ”
เฟิงหยางส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นและลูบศีรษะน้อย ๆ ของบุตรสาวก่อนจะตอบคำถามของนางอย่างไม่คิดปิดบัง “อันที่จริงพ่อรู้สึกเบื่ออยู่บ้างที่ไม่อาจลุกเดินไปที่ใดได้ หากมีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ทำคงจะดีไม่น้อยนะ ว่าแต่ซีซีถามเื่นี้ไปทำไมหรือ”
“นั่นน่ะสิลูก เ้าบอกเองมิใช่หรือว่าท่านพ่อต้องอยู่นิ่ง ๆ ไปสองสามเดือนถึงจะเริ่มขยับไปมาได้” ซูเหยาเองก็สงสัยกับคำถามของบุตรสาวเช่นกัน
อวิ๋นซีขยับตัวเล็กน้อยและอธิบายให้บิดามารดาได้เข้าใจ “เพราะซีซีรู้ว่าการนั่งอยู่เฉย ๆ มันน่าเบื่อและอาจทำให้คิดฟุ้งซ่านได้ ดังนั้นจึงฉุกคิดขึ้นมาว่าจะหาตำรามาให้ท่านพ่อได้อ่าน เพียงแต่ซีซีไม่รู้ว่าพวกท่านอ่านตำราเขียนตัวอักษรได้กี่มากน้อยหรือเ้าคะ”
“พ่อกับแม่ของเ้าพอจะอ่านออกเขียนได้เล็กน้อย แต่พี่ชายของลูกน่าจะอ่านตัวอักษรและเขียนได้มากกว่านะ”
“พี่ใหญ่จำตัวอักษรได้มากกว่าหนึ่งร้อยตัว และเขียนตัวอักษรเป็ประโยคทั่วไปได้นะซีซี”
‘ว้าว นี่พี่ชายของร่างนี้เป็เด็กมีพร์ด้านการเรียนหรือนี่ หึ ๆ ๆ ในอนาคตกิจการตระกูลจางจะต้องเป็ที่เลื่องลืออย่างแน่นอน’
“พี่ใหญ่มีความจำเป็เลิศมากเลยเ้าค่ะ เช่นนั้นซีซีจะนำตำรามาให้พวกท่านได้เรียนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็ปรัชญาหรือการค้าล้วนมีให้อ่าน รอให้ท่านพ่ออาการดีขึ้นกว่านี้พวกเราค่อยเริ่มทำการค้ากันเ้าค่ะ” อวิ๋นซีต้องวางรากฐานด้านความรู้ให้ครอบครัวเสียก่อน
“ซีซีอย่าบอกนะว่าในมิติของเ้านั้น...” เฟิงหยางเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นที่จะได้อ่านตำรา
“ท่านพ่อเข้าใจถูกต้องแล้วเ้าค่ะ พวกท่านรอประเดี๋ยวนะเ้าคะซีซีจะไปเอาตำรา รวมถึงกระดาษและปากกาที่ใช้แทนเขียนแทนพู่กันมาให้ ท่านพ่อมีเวลามากกว่าใครสามารถเรียนรู้ล่วงหน้าได้
ส่วนท่านแม่กับพี่ใหญ่ค่อยมาเรียนหลังจากเสร็จงาน หรือมีเวลาว่างตอนไหนก็หยิบตำราขึ้นมาอ่านได้ ซีซีก็จะวาดภาพเก็บไว้เผื่อเอาไปขายหาเงินมาเพิ่มอีกทางเ้าค่ะ”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะไปช่วยซีซีถือตำรานะขอรับ เดี๋ยวเดียวพวกเราก็กลับออกมาแล้ว”
“ได้สิจ้ะ แม่กับพ่อย่อมรอพวกลูกอยู่แล้วล่ะ”
สิ้นเสียงของมารดาอวิ๋นซีจับมือจื่อหานหายเข้าไปในมิติในพริบตา จากนั้นเข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตสุดอลังการ เดินตรงไปยังร้านขายหนังสือและอุปกรณ์การเรียนทันที
ไม่ว่าจะเป็งานก่อสร้างพื้นฐาน การอ่านแบบร่างบ้านเรือนที่สร้าง การบริหารโครงการนั้น ๆ การใช้วัสดุต่าง ๆ ในการก่อสร้าง หรือเป็หนังสือที่เกี่ยวกับการก่อสร้างอวิ๋นซีล้วนหยิบมันออกมาทั้งหมด
สุดท้ายที่ลืมไม่ได้ย่อมเป็กระดาษหลากหลายชนิด ที่มีขนาดเล็กใหญ่กว้างยาวแตกต่างกันจำนวนมาก และยังมีดินสอ ปากกา สีที่ต้องใช้เกี่ยวกับการวาดภาพสองพี่น้องหยิบจนครบ ก่อนจะออกจากมิติมาพร้อมกับรถเข็นใส่ของทั้งหมด
เฟิงหยางกับซูเหยาเบิกตากว้างเมื่อเห็นตำราหลายสิบเล่ม ที่บุตรสาวนำออกมาจากในมิติเพื่อให้พวกตนได้ศึกษา ทั้งสองใช้มือลูบคลำกระดาษอันแปลกตาและลื่นมืออย่างตื่นเต้น
“ซีซีโลกแห่งนั้นคงเจริญรุ่งเรืองมากใช่หรือไม่ แม้แต่กระดาษทำตำรายังทำได้เรียบเนียนขาวสะอาดเช่นนี้”
“แม่เห็นด้วยกับพ่อของเ้าตำราน่าอ่านมาก แม่คงได้ความรู้เพิ่มจากตำราของเ้าเป็แน่”
ทางด้านจื่อหานเลิกสนใจบิดามารดาของตน เมื่อเขาเลือกตำราที่ชอบติดมือออกมาหลายเล่ม ยามนี้แยกตัวไปนั่งอ่านยังมุมที่นอนของตน ปล่อยให้อวิ๋นซีพูดคุยกับบิดามารดาเพียงลำพัง
“ซีซีดีใจมากเ้าค่ะที่ท่านพ่อและท่านแม่ชอบ แต่ของท่านแม่ยังมีตำราทำอาหารมาเพิ่มให้ท่านด้วยนะ ต่อไปถึงจะเป็อาหารจานผักธรรมดา ท่านแม่ก็สามารถปรุงมันออกมาให้อร่อยล้ำเลิศได้เ้าค่ะ”
ซูเหยารับตำราเกี่ยวกับการทำอาหารมาเปิดดูก็ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ เพราะมันมีทั้งสีสันไหนจะวิธีการทำอย่างละเอียด แต่นางก็คิดถึงคนในตระกูลขึ้นมาจึงลองหยั่งเชิงถามบุตรสาวดูสักหน่อย
“แม่ชอบมากไว้จะลองทำให้ทุกคนได้ลองชิมนะ แต่ว่าซีซีจะเป็ไปได้ไหมถ้าเราจะให้คนในตระกูลจางได้รู้เื่นี้ อย่างไรเสียนี่ก็เป็ญาติที่เหลือไม่กี่คนของแม่แล้ว”
“ได้สิเ้าคะท่านแม่ แต่จะไม่บอกตอนนี้ว่ามีมิติวิเศษท่านแค่บอกเื่ที่เกิดกับซีซีและบอกแค่เพียงว่า ซีซีมีพลังที่ท่านเทพมอบให้ก็พอเ้าค่ะ” เื่มิติที่มีสิ่งของจากโลกอนาคตยังไม่อาจบอกใครได้
“ขอบใจซีซีมากแม่จะทำตามที่เ้าบอกก็แล้วกันนะ”
“เ้าค่ะท่านแม่”
เฟิงหยางเห็นว่าเลยกลางยามซวีจึงเตือนให้ภรรยาและบุตรทั้งสอง พักผ่อนเอาแรงจากการทำงานมาทั้งวัน “เอาล่ะตอนนี้พวกเ้าสามคนควรพักผ่อนได้แล้วนะ เื่อื่น ๆ ไว้จัดการในวันพรุ่งเถิด”
“เ้าค่ะท่านพี่ /ขอรับท่านพ่อ /เ้าค่ะท่านพ่อ”
ในการนอนพักผ่อนของสี่คนพ่อแม่ลูกในห้องเล็ก ๆ ในบ้านจางนั้น จื่อหานที่ชื่นชอบการอ่านตำราจึงนอนกอดตำราเล่มใหม่ไว้แนบอกอย่างแ่า ส่วนอวิ๋นซีพอหัวถึงหมอนไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็หลับไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวันนี้ออกแรงไปมากทำให้นางหลับสนิทแต่ถึงกระนั้นร่างกายก็ไม่เคยนอนนิ่งอยู่กับที่เช่นเคย
ทางด้านผู้าุโทั้งสองรวมถึงคู่ของจางเจิ้น พวกเขาถือได้ว่าคืนนี้เป็การนอนหลับที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้ที่ผ่านมาจะพอหาเลี้ยงครอบครัวให้กินอิ่มท้องได้ แต่อย่างไรก็ต้องประหยัดไว้ส่วนหนึ่งอยู่ดี
ดังนั้นการที่หลานสาวผู้เป็ดาวนำโชคมาอยู่กับตระกูลของตน แค่เพียงวันแรกก็สร้างความตื่นเต้นดีใจแก่พวกตนแล้ว แต่ยังมีเื่ที่จะทำให้ทั้งสี่คนต้องตกตะลึงอีกหลายอย่างหลังจากนี้ ซึ่งคนทั้งตระกูลสาบานอย่างหนักแน่นว่า จะเก็บเป็ความลับไปจนตายอย่างแน่นอน
