“เนี่ยเทียน!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของอวี๋ถงดังลอยมาจากด้านหลัง เสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้น
“เ้าเด็กบ้า! เ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก!”
เสียงคำรามของเฟิงหลัวราวกับเสียงฟ้าคำรณบนพื้นที่ราบ เปี่ยมล้นไปด้วยความพลุ่งพล่านเกรี้ยวกราดไม่ต่างกัน
ทว่าเนี่ยเทียนกลับไม่สนใจใยดี ไร้ซึ่งความคิดที่จะเหลียวหลังไปมอง กลับยิ่งเพิ่มความเร็วมากกว่าเดิมเพื่อไล่ตามพวกอันซืออี๋และพันเทาไป
“กลิ่นกายของนางผู้นั้นช่างหอมยิ่งนัก...” เขาแอบคิดอยู่กับตัวเอง
เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดถึงได้หน้ามืดตามัวจนเลียใบหูของอีกฝ่าย
ตอนนั้นเขารู้สึกแค่ว่ากลิ่นจากร่างของอวี๋ถงหอมหวาน มองเห็นส่วนโค้งที่งดงามตรงหน้าอกของนาง มองเห็นใบหูใสสะอาดราวหยกเนื้อดีที่อยู่แนบชิดตัวเองจึงมิอาจควบคุมความปรารถนาในใจได้ จนทำเื่ที่ทั้งห่ามและบ้าบิ่นลงไป
หลังทำเสร็จ เขาก็รู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม ดังนั้นตอนที่อวี๋ถงดิ้นรนสุดชีวิต เขาถึงไม่ได้กรีดมีดลงไปบนผิวของนาง
ทว่าตอนที่หมุนตัวกลับมาเขาก็ไม่รู้สึกเสียใจอีก เขารู้สึกว่าที่ตัวเองไม่ได้ปาดเนื้ออีกฝ่ายถือเป็การชดเชยต่อการกระทำที่บุ่มบ่ามของเขาแล้ว
เขาจึงไม่รู้สึกผิดอีก
“ตูมๆๆ!”
ูเาลูกเตี้ยที่ห่างออกไปไกลยังคงมีเสียงพื้นดินสั่นคลอนดังสนั่นหวั่นไหวลอยมา พื้นดินตรงเขตนั้นคล้ายเกิดคลื่นลูกั์ แล้วค่อยๆ ส่งผลกระทบไปยังูเาที่อยู่รอบด้าน
เขาที่ร้อนใจ้าไปรวมตัวกับพวกพันเทาไม่รู้ความเคลื่อนไหวในบริเวณนั้น แต่กลับรู้ว่าเวลากระชั้นชิดมากขึ้นทุกที
และเขาก็ไม่รู้ว่าัเพลิงตัวนั้นจะสามารถถ่วงเฟิงหลัวได้นานเพียงใด ไม่รู้ว่าเฟิงหลัวจะตามมาทันเมื่อใด
เขาปลดปล่อยกระแสจิตแผ่ออกไปรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เคลื่อนไปข้างหน้าพลางค้นหาปราณจิติญญาและเงาร่างของพวกอันซืออี๋
“ตูม!”
เสียงดังกัมปนาทดังออกมาจากด้านในูเาเตี้ยๆ ลูกหนึ่งข้างกาย ูเาลูกนั้นส่ายไหวอย่างรุนแรง คล้ายกำลังจะพังถล่มลงมา
“ครืนๆๆ!”
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าพลันปริแตกออกเกิดเป็ร่องลึกแคบยาว ในร่องลึกเ่าั้มีแสงไฟโผล่วับแวมเหมือนกำลังจะพุ่งทะลักออกมา
“แย่แล้ว!”
เขาเดินเลี่ยงร่องลึกที่ค่อยๆ ขยายกว้างเ่าั้ ในใจก็ยิ่งหนักอึ้ง พลันตระหนักได้ว่าเื่ที่ร้ายแรงยิ่งกว่ากำลังจะเกิดขึ้น
ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาที่ซ่อนอยู่ในจุดลึกใต้ดินเพื่อใช้ปิดผนึกสัตว์เพลิงพิภพถูกหยุดยั้งไม่ให้หินหนืดไหลทะลักออกมา หลังจากที่ถูกเกราะัเพลิงและสัตว์เพลิงพิภพขุดเจาะ จึงทำให้ตลอดทั้งค่ายกลที่อยู่ใต้ดินต่างก็เริ่มพังทลาย!
มีเพียงค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาสูญเสียประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์แบบ ูเาเล็กเตี้ย พื้นดินตลอดทั้งเทือกเขาชื่อเหยียนถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้!
เมื่อหินหนืดร้อนแรงที่ซุกซ่อนอยู่ในจุดลึกใต้ดินของเทือกเขาชื่อเหยียนถูกฉีกกระชากให้เกิดรอยปริแตกหนึ่งเส้น หลังจากที่ค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภาสิ้นประสิทธิภาพ มันก็จะะเิออกมาในทั่วทุกพื้นที่!
อีกไม่นานเท่าไหร่ “ูเาไฟที่ดับแล้ว” ทุกลูกตลอดทั้งเทือกเขาชื่อเหยียนก็จะกลายมาเป็ูเาไฟที่พร้อมปะทุทันที และจะพ่นหินหนืดร้อนระอุที่น่าหวาดกลัวออกมา
“เนี่ยเทียน!”
เขาคิดอย่างลึกซึ้ง ขณะที่กำลังเหม่อลอย พลันได้ยินเสียงะโเรียกของอันซืออี๋
เขาหันไปมองตามเสียง พบว่าด้านข้างูเาหัวโล้นเบื้องหน้า พวกอันซืออี๋กำลังมองมายังเขาด้วยท่าทางร้อนรน
รอจนเขาวิ่งมาถึง หลังจากที่ทุกคนมองเห็นเขาแล้ว คนเ่าั้ถึงได้ผ่อนลมหายใจออก
ทว่าความร้อนใจและกระวนกระวายในดวงตาของพวกเขายังคงอยู่ คล้ายกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาร้ายแรง
“พวกเ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างแปลกใจ
ในการคำนวณของเขา เวลาครึ่งเค่อ พวกอันซืออี๋น่าจะหนีไปได้ไกลยิ่งกว่านี้ ไม่ควรมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่
ระยะห่างสั้นๆ แค่นี้ หากพวกเฟิงหลัวและอวี๋ถงสลัดหลุดมาได้ ใช้เวลานิดเดียวพวกเขาก็จะตามมาเจออีกครั้ง
หากเฟิงหลัวคิดลงมือสังหารพวกเขาอย่างเหี้ยมโหดโดยไม่สนใจสิ่งใดจริงๆ ไม่ใช่เพื่อ้าให้อวี๋ถงกำจัดมารในใจ เกรงว่าเขาคงไม่มีแม้แต่โอกาสเสี้ยวเดียว คงตายไปั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว
“ตำแหน่งนี้ไม่ปลอดภัยนะ! รีบไปเร็วเข้า!” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างร้อนรน
“พวกเราก็อยากไปให้ห่างจากจุดนี้เหมือนกัน น่าเสียดาย...” ใบหน้าพันเทาขมขื่น รอจนเขาเข้ามาใกล้แล้วจริงๆ ถึงได้ชี้ให้เขาดู “เ้าดูเอาเองก็แล้วกัน”
เนี่ยเทียนมองนิ่ง เข้าใจทันทีว่าเหตุใดพวกพันเทาถึงได้ไม่เดินหน้าต่อ
เบื้องหน้าพวกพันเทามีร่องลึกกว้างที่ปริแตกออกจากพื้นดินอยู่แห่งหนึ่ง ร่องนั้นมีหินหนืดเดือดปุดๆ ซึ่งกำลังไหลกรากอย่างช้าๆ
ร่องลึกนั้นกว้างมากเกินไป ด้วยตบะของทุกคนล้วนไม่มีใครสามารถข้ามผ่านไปได้
หากฝืนทดลองทำ มีความเป็ไปได้มากถึงแปดเก้าส่วนว่าจะตกลงไปกลางทาง ร่วงลงไปในน้ำหินหนืดที่เดือดพล่าน ร่างถูกหลอมละลายเป็น้ำสีเื ไม่เหลือแม้แต่กระดูก
“ถ้าจะให้ตกไปตายในหินหนืดนี้ก็สู้ไปต่อสู้ให้รู้ดำรู้แดงกับพวกเฟิงหลัวดีกว่า ต่อให้ต้องสู้จนตัวตาย ก็ดีกว่าตกลงไปในร่องลึกนั่น” อันอิ่งพูดพร้อมถอนหายใจ
ควันสีแดงเข้มข้นลอยกรุ่นออกมาจากในหินหนืดนั้น ทำเอาทุกคนที่ยืนอยู่ใกล้ถูกเผาจนเหงื่อโชกไปทั้งร่าง
หินหนืดเ่าั้ยังคงเพิ่มปริมาณขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ดูท่าแล้วอีกไม่นานเท่าใดก็จะพูนล้นออกมาแล้วไหลไปทั่วทุกแห่ง
“นี่...”
เนี่ยเทียนมองหินหนืดเ่าั้ก็ไร้ซึ่งวิธีรับมือเช่นกัน ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะดี
มีเพียงผู้ฝึกลมปราณที่อยู่ในขอบเขตลี้ลับเหมือนอาจารย์ของเขาเท่านั้นถึงจะสามารถโบยบินกลางอากาศ ข้ามผ่านร่องลึกไปได้
นอกจากนี้แล้ว ก็คือผู้ฝึกลมปราณที่มีอาวุธวิเศษซึ่งช่วยในการบิน ทั้งยังต้องมีเรือนกายแข็งแกร่งมากพอเท่านั้น ถึงอาจจะพออาศัยพลังของอาวุธวิเศษพาข้ามร่องลึกนั่นไปได้
ทว่าดูจากท่าทางของอันซืออี๋และพันเทาแล้ว เขาก็รู้ว่าทุกคนไม่มีอาวุธวิเศษที่ว่านั่น
ขณะที่พวกเขากำลังใคร่ครวญว่าควรจะข้ามร่องลึกนั่นไปได้อย่างไร พื้นดินด้านล่างูเาหัวโล้นบริเวณใกล้เคียงหลายลูกก็ส่งคลื่นที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมออกมา
“ดูทางนั้น!” เจียงหลิงจูกรีดร้องเสียงแหลมชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
บนผนังของูเาหินลูกนั้น ในบรรดาถ้ำขนาดั์มากมายมีหินหนืดร้อนลวกทะลักพรวดออกมาตามการสั่นะเืของูเาหิน ภายใต้แรงผลักดันจากพลังบางอย่าง หินหนืดเ่าั้จึงพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศดุจน้ำพุ หลังจากที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้วก็ร่วงทลายลงมาราวกับน้ำตกเปลวเพลิง
ท้องฟ้าและแผ่นดินของพื้นที่บริเวณนั้นกลายมาเป็มหาสมุทรเพลิงในบัดดล ไม่หลงเหลือสิ่งมีชีวิตใดๆ อีก
“ไม่!”
ห่างออกไปไกล มีเงาร่างพร่าเลือนแต่กลับคุ้นตาทุกคนร่างหนึ่งกรีดร้องโหยหวน บินทะยานออกมาจากถ้ำใหญ่ั์นั้นอย่างบ้าคลั่ง
เขาเพิ่งจะออกมาจากปากถ้ำ ในถ้ำที่อยู่ด้านหลังของเขาก็มีหินหนืดสีแดงฉานพุ่งทะลักออกมา
ร่างของเขาที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศกำลังจะร่วงลงสู่ด้านล่างพลันถูกหินหนืดพุ่งเข้ากระแทกอย่างรุนแรง
ทุกคนที่ยืนมองอยู่ห่างกันไกลมาก แต่กลับมองเห็นว่าเืเนื้อของเขาถูกหลอมละลายลงไปในพริบตาเดียว
รอจนลาวาที่ปะทุราวน้ำพุนั้นพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้วร่วงลงมา โครงกระดูกโล่งๆ ที่ไร้ซึ่งเืเนื้อของเขาก็ค่อยๆ หลอมละลายแล้วร่วงลงมาพร้อมกับหินหนืดเ่าั้
ทุกคนล้วนรู้ดีว่า คงไม่ต้องรอให้ร่วงลงมาถึงพื้น โครงกระดูกของเขา... ก็อาจจะละลายหายไปั้แ่อยู่กลางอากาศแล้ว
“นั่นมันเฟ่ยลี่” อันซืออี๋มีสีหน้าซับซ้อน
บนใบหน้าของนาง เนี่ยเทียนมองไม่เห็นแววสมน้ำหน้า กลับเห็นเป็ความจนใจและขมขื่นอย่างคนที่เห็นใจกันมากกว่า
เนี่ยเทียนรู้ว่าอันซืออี๋โกรธเกลียดเฟ่ยลี่มากเพียงใด รู้ว่านางปรารถนาอยากจะให้เฟ่ยลี่ตายไปเร็วๆ ทว่าตอนนี้เฟ่ยลี่ตายไปจริงๆ แล้ว อีกทั้งยังตายอย่างน่าอนาถมากด้วย ทว่านางกลับไร้ซึ่งความปีติยินดีใดๆ
ที่เป็อย่างนี้เพราะนางรู้สึกว่าความน่าสังเวชของเฟ่ยลี่ จะเกิดขึ้นกับตัวของพวกเขาในท้ายที่สุด
“รออยู่ที่นี่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา” พันเทามองประเมินไปรอบด้าน พลันพูดขึ้นมาว่า “บริเวณใกล้เคียงนี้ยังมีูเาบางส่วนที่ยังไม่พังถล่ม ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้หากคิดจะหนีไปก่อนที่เทือกเขาชื่อเหยียนจะเต็มไปด้วยหินหนืดก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย ถ้าเป็แบบนี้ก็สู้หาูเาที่ไม่ถล่มแล้วขึ้นไปหลบภัยบนยอดเขาชั่วคราวดีกว่า”
“แน่นอน สุดท้ายแล้ววิธีนี้อาจแก้ไขอะไรไม่ได้ บางทีพวกเราอาจจะยังต้องตายอยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียนแห่งนี้”
“แต่อย่างน้อยพวกเราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้่เวลาหนึ่ง สามารถมีชีวิตได้นานอีกหน่อยหลังจากที่เทือกเขาชื่อเหยียนเอ่อล้นไปด้วยลาวา”
“บางที ่เวลานั้นพวกเราอาจเจอความหวังที่จะเอาชีวิตรอด หรือไม่ก็... อาจมีใครมาช่วยพวกเราได้ทัน”
พันเทามองไปที่ทุกคน เอ่ยความเห็นของเขาออกมา เสนอการตัดสินใจที่น่าจะชาญฉลาดมากที่สุดในเวลานี้
“พันเทาพูดถูก!” อันซืออี๋เป็คนแรกที่เห็นด้วย
นางพยายามบังคับให้ตัวเองสงบสติแล้วสังเกตไปรอบูเาหินเ่าั้ แล้วจึงมองเห็นูเาหินแห่งหนึ่งที่บนผนังไม่มีถ้ำมากเท่าไหร่นัก ขณะที่พื้นดินสั่นะเื ูเาหินลูกนั้นก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ ไม่มีสัญญาณว่าจะพังถล่มแต่อย่างใด
“ที่นั่นก็แล้วกัน!” นางชี้ไปทีู่เาหินแห่งนั้น
ขณะที่นางพูด เนี่ยเทียนเองก็สังเกตเห็นความแข็งแกร่งของูเาหินลูกนั้นเช่นกัน จึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ตกลง ที่นั่นแหละ พวกเรารีบพุ่งขึ้นไปบนยอดเขาให้เร็วที่สุด!”
ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ไม่มีความคิดเพ้อฝันว่าจะข้ามร่องลึกใหญ่ั์นั่นไปได้อีก ทว่าเปลี่ยนมาหมุนตัวกลับ มุ่งหน้าขึ้นไปยังยอดเขาที่อยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกลนัก
“ครืนๆ!”
ระหว่างทาง พื้นดินที่พวกเขาเหยียบย่ำก็เกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง ทั้งยังปรากฏเป็ร่องลึกแคบยาวอย่างต่อเนื่อง
ูเาบริเวณใกล้เคียงหลายลูกทนภาระหนักไม่ไหว เมื่อพื้นดินสั่นะเือย่างรุนแรง บางลูกก็เกือบจะถล่ม บางลูกก็มีหินหนืดแผดเผาไหลทะลักออกมา
“เร็วเข้า!”
พวกเขากระตุ้นพลังิญญาในร่างกาย ห้อตะบึงไปอย่างบ้าคลั่ง ข้ามผ่านร่องลึกแคบยาวร่องแล้วร่องเล่า หลบเลี่ยงลาวาที่ไหลรินช้าๆ จนค่อยๆ ไปถึงยอดเขา
“รีบขึ้นไปเร็วเข้า!”
ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เดินข้ามผ่านทางหินที่ขรุขระ มุ่งหน้าพุ่งขึ้นไปบนยอดเขาโดยไม่หยุดพัก
-----
