บทที่ 31
เสี่ยวจินคือใคร
หลินซีนั่งแท็กซี่ผีกลับบ้านตามเคยแล้วทิ้งตัวลงนอนสลบเหมือด
บ่ายโมงตรง ป้าอู๋ทำกับข้าวเสร็จแล้วจึงมาเคาะประตูเบาๆ “คุณผู้หญิงคะ ทานข้าวได้แล้วค่ะ”
หลินซีพลิกตัว “ทราบแล้วค่ะ ขออีกห้านาทีนะ”
ป้าอู๋รออยู่ครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นวี่วาวคนออกมา เธอจึงค่อยๆ แง้มประตูดู เห็นสีหน้าหลินซีดูแย่มาก เหมือนคนอดหลับอดนอนร้องไห้มาทั้งคืน
ป้าอู๋พึมพำเบาๆ “คุณชายเพิ่งแต่งงานก็ออกไปต่างประเทศทันที มิน่าล่ะคุณผู้หญิงถึงร้องไห้ฟูมฟายทั้งคืนแบบนี้”
ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว ในเมื่อพ่อบ้านหลิวไม่อยู่ เธอต้องเป็คนปกป้องความรักของคุณชายและคุณผู้หญิงเอง! ป้าอู๋รีบหยิบมือถือส่งข้อความหาเ้านายทันที:
【คุณชายคะ คุณผู้หญิงป่วยหนักมากค่ะ ไม่ยอมทานอะไรมาวันนึงกับอีกคืนแล้ว】
【หลินซีเป็อะไร? ป้าอู๋รีบพาไปโรงพยาบาลเลยนะ】
【คุณผู้หญิงไม่ยอมไปค่ะ ร้องไห้มาทั้งคืนเลย ป้ากล่อมไม่ไหวแล้ว คุณชายรีบกลับมาเถอะค่ะ เธอ้าคุณ】
【ป้าอู๋ ดูแลเธอให้ดี ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้】
ป้าอู๋วางมือถือลงพร้อมรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ปกติคุณชายจะดูเ็า แต่พอพูดถึงคุณผู้หญิงกลับร้อนรนขนาดนี้ คุณชายต้องรักคุณผู้หญิงมากแน่ๆ แค่แสดงออกไม่เป็เท่านั้นเอง เธอต้องเรียนรู้จากพ่อบ้านหลิวให้มาก เพื่อสร้างโอกาสให้ทั้งคู่! ป้าอู๋ยืนยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว
“ป้าอู๋ ยืนยิ้มอะไรหน้าห้องฉันคะ?” หลินซีเดินหาวออกมา ป้าอู๋รีบซ่อนมือถือทันที
“เปล่าค่ะคุณผู้หญิง กับข้าวเสร็จแล้วค่ะ”
“ขอบคุณค่ะป้า ทานด้วยกันไหมคะ?”
“ไม่ดีกว่าค่ะ พ่อบ้านหลิวตามให้รีบกลับ” ป้าอู๋โบกมือแล้ววิ่งจู๊ดออกไปทันที “คุณผู้หญิงทานตามสบายเลยนะคะ!”
หลินซีลูบหน้าตัวเอง... หน้าเราน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? ป้าอู๋เห็นหน้าเราแล้ววิ่งหนีทำไม?
กลิ่นหอมของอาหารลอยเตะจมูก หลินซีลงไปทานมื้อเที่ยง ต้องยอมรับว่าฝีมือป้าอู๋สุดยอดมาก เธอเบิ้ลข้าวมากกว่าปกติไปหนึ่งชาม พออิ่มหนำสำราญเธอก็พาตุ๊กตากระดาษทั้งห้าออกไปซื้อเมล็ดพันธุ์
เมื่อวานเธอถามฟู่จิงเหยาแล้ว เขาบอกว่าที่ดินในบ้านใช้ได้ตามสบาย เธอเลยกวาดมาเรียบ ทั้งแตงกวา มะเขือเทศ พริก พริกขี้หนู มะเขือยาว แตงโม ฟักทอง... ซื้อทุกอย่างที่มีขาย กลับมาถึงวิลล่า หลินซีก็นอนบนเก้าอี้โยกดูเหล่าตุ๊กตากระดาษทำสวน
เสี่ยวมู่ กับ เสี่ยวจิน ก้มหน้าก้มตาขุดหลุมฝังเมล็ดอย่างขยันขันแข็ง เสี่ยวสุย กับ เสี่ยวฮั่วโปรยเมล็ดตามใจชอบ ส่วน เสี่ยวถู่ใช้พลังพิเศษย้ายเมล็ดลงดินโดยตรง พอฝังเสร็จ เสี่ยวสุยก็สูดลมหายใจเข้าแล้วพ่นน้ำออกมาประดุจสายฝนรดน้ำแปลงผัก
เสี่ยวมู่ปรบมือดีใจ “เ้านาย ดูสิคะ งอกแล้วๆ!”
หลินซีเพ่งมอง เมล็ดที่เพิ่งปลูกไปเมื่อกี้เริ่มผลิใบอ่อนสีเขียวออกมาเล็กๆ เสี่ยวมู่ใช้พลังธาตุไม้ช่วย พืชผักพวกนี้จะโตเร็วมาก อีกสองสัปดาห์ก็น่าจะเก็บกินได้แล้ว
หลินซีกวักมือเรียก “มานี่กันให้หมดเลย”
ตุ๊กตากระดาษสี่ตัวเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งอย่างเป็ระเบียบ เสี่ยวถู่ที่เพิ่งมาใหม่ทำหน้างงๆ แต่ก็เลียนแบบเพื่อนไปยืนเข้าแถวด้วย
“เ้านาย มีอะไรเหรอครับ?”
“จะแบ่งแต้มบุญให้จ้ะ” หลินซีประสานอิน ร่างกายเธอเปล่งแสงสีทองจางๆ แทรกด้วยประกายสีม่วง เธอแตะหน้าผากตุ๊กตากระดาษทีละตัว ทั้งห้าตัวหมุนตัวไปมาอย่างมีความสุข
“สบายจังเลย ขอบคุณค่ะเ้านาย!” แต้มบุญสีทองนั้นล้ำค่ามาก ช่วยเพิ่มตบะบารมีได้มหาศาล
หลังจากให้รางวัลเสร็จ หลินซีก็นอนลงบนเก้าอี้โยกตามเดิม เธอเริ่มง่วงอีกแล้ว จึงเอาผ้าห่มคลุมโปงและหลับลึกไป ส่วนเหล่าตุ๊กตากระดาษก็แยกย้ายไปฝึกวิชา เสี่ยวถู่ตัดสินใจหมอบลงบนพุงเ้านายเพื่อรับพลัง
ฟู่จิงเหยารีบเร่งกลับมาถึงบ้าน และสิ่งที่เขาเห็นคือ... หลินซีนอนหลับตาสนิท มือสองข้างวางทิ้งอย่างไร้เรี่ยวแรง บนตัวมีกระดาษแผ่นบางๆ วางทับอยู่ ซึ่งดูคล้ายกับกระดาษเหลืองที่ใช้ในงานศพเหลือเกิน
ฟู่จิงเหยาชะงักกึก... เขามาไม่ทันเหรอ!
วินาทีนั้น ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา เขาไม่ควรทิ้งเธอไว้ลำบากคนเดียว ไม่ควรกลับมาช้าแบบนี้ หัวใจเขาปวดแปลบจนหายใจไม่ออก... เธอจากเขาไปอีกแล้วเหรอ?
เดี๋ยวนะ ทำไมถึงใช้คำว่า "อีกแล้ว"?
ฟู่จิงเหยาไร้สติจะคิดต่อ มือเขาสั่นรัว เสียงสะอื้นในลำคอ “หลินซี... ขอโทษนะ ที่ผมเพิ่งมา...”
“ใครมารบกวนเวลานอนอีกเนี่ย?!” หลินซีสะบัดผ้าห่มออก พอเห็นผู้ชายมายืนข้างเตียงก็ใจนหงายหลังตกจากเก้าอี้โยกลงไปกองกับพื้น ทั้งคู่จ้องหน้ากันด้วยความอึ้ง
หลินซี “คุณกลับมาได้ไงเนี่ย?!”
ฟู่จิงเหยา “คุณยังไม่ตาย?!”
หลินซีกะพริบตาปริบๆ “ใครบอกคุณว่าฉันตายแล้ว?”
ความเศร้าหยุดลงกะทันหัน ฟู่จิงเหยาเข้าใจเื่ทั้งหมดทันที... โดนป้าอู๋ปั่นเข้าให้แล้ว บรรยากาศเงียบกริบด้วยความอับอาย หลินซีมองเขาอย่างสงสัย
“ไหนบอกว่าเจ็ดวันไงคะ ทำไมกลับมาเร็วจัง?”
ฟู่จิงเหยากระแอมไอแก้เขิน “งานที่บริษัทเสร็จก่อนกำหนดน่ะ”
“อ้อ...” หลินซีปัดเก้าอี้ออก
“คุณทำฉันใจนล้มเลยเนี่ย”
“ขอโทษที” ฟู่จิงเหยายื่นมือมาพยุงเธอขึ้น หลินซีคว้ามือเขาแล้วยันตัวลุกขึ้น
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อน” ฟู่จิงเหยาลังเลครู่หนึ่ง
“หลินซี คุณอยากไปโรงพยาบาลหน่อยไหม?”
หลินซีหันมามอง “ไม่ได้เจ็บตรงไหน ไม่ต้องค่ะ”
ฟู่จิงเหยาขมวดคิ้ว “แต่ป้าอู๋บอกว่าคุณป่วยหนัก ไม่ยอมทานข้าวมาทั้งวัน”
หลินซีลูบท้อง “ฉันไม่ได้ป่วยค่ะ มื้อเที่ยงเพิ่งฟาดไปสามชาม”
ฟู่จิงเหยาได้แต่ทอดถอนใจ... คนในบ้านตระกูลฟู่นี่มัน "อัจฉริยะ" การแสดงทุกคนจริงๆ
หลินซีเห็นเขาสีหน้าเปลี่ยนไปมาเลยถาม “มีอะไรอีกคะ?”
“เปล่าครับ” ฟู่จิงเหยาหาเื่คุยแก้เขิน
“คุณไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวผมเตรียมมื้อเย็นให้”
หลินซีพยักหน้า “ตกลงค่ะ”
พอเธอลับสายตา ฟู่จิงเหยาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อกี้มันน่าอายชะมัด ป้าอู๋คงไม่มาทำมื้อเย็นแล้ว เขาเลยเปิดตู้เย็นดูว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง สมัยเรียนต่างประเทศเขาเคยฝึกทำอาหารง่ายๆ มาบ้าง
หลินซีอาบน้ำเสร็จเดินลงมา กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารลอยมาปะทะจมูกจนเธอรีบวิ่งไปที่ห้องอาหาร บนโต๊ะมีกับข้าวสี่อย่าง: ไข่เจียวมะเขือเทศ, ผัดผักกาดหอม, หมูผัดพริก และซุปผักกุ้งสด หลินซีตาโตด้วยความทึ่ง
“ฟู่จิงเหยา คุณทำอาหารเป็ด้วย!”
ฟู่จิงเหยายิ้มมุมปาก “ผมทำเป็แค่ไม่กี่อย่าง สู้ป้าอู๋ไม่ได้หรอก ทานแก้ขัดไปก่อนนะ”
หลินซีตาเป็ประกาย “หมูผัดพริก ของโปรดฉันเลย มีจานนี้ฉันทานข้าวได้สามชาม!”
ฟู่จิงเหยายิ้มกว้างขึ้น “คราวก่อนที่บ้านปู่เห็นคุณชอบทานเผ็ด ผมเลยลองเปิดคลิปทำตามดู ไม่รู้รสชาติจะเป็ยังไง”
“แค่ดมก็รู้ว่าอร่อยแล้วค่ะ” หลินซีตักข้าวให้เขา “มาค่ะ ทานกัน”
ทั้งคู่ทานมื้อเย็นไปอย่างเงียบๆ ฟู่จิงเหยาทานรสจืด ส่วนหมูผัดพริกจานนั้นลงไปอยู่ในพุงหลินซีเกลี้ยง หลังทานเสร็จหลินซีจะล้างจานแต่เขาบอกให้ทิ้งไว้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าอู๋มาจัดการ
หลินซีนั่งลงบนโซฟา ฟู่จิงเหยานั่งฝั่งตรงฉันม ต่างคนต่างทำธุระของตน หลินซีนึกถึงแปลงผักจึงบอกเขา
“เมื่อบ่ายฉันปลูกเมล็ดพันธุ์ไปหมดแล้วนะคะ” ฟู่จิงเหยาเงยหน้ามอง “ลำบากคุณแล้ว”
หลินซีบอกเรียบๆ “ไม่ลำบากเลยค่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องยกความดีความชอบให้พวกเสี่ยวจิน”
เสี่ยวจิน? อีกแล้วเหรอ! ฟู่จิงเหยาเม้มปาก ถามออกไปอย่างดูเหมือนไม่ใส่ใจ
“คุณกับเสี่ยวจินดูสนิทกันมากเลยนะ” หลินซีลูบกำไลมือ “เสี่ยวจินโตมากับฉันค่ะ พวกเราเป็เหมือนครอบครัว”
ฟู่จิงเหยาก้มหน้าลง ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้แล่นเข้ามาในใจ เขานิ่งไปพักหนึ่งก่อนถาม
“ผมพอจะมีเกียรติได้พบ ‘คุณเสี่ยวจิน’ คนนี้บ้างไหมครับ?”
หลินซีชะงัก “คุณ... หมายถึงท่าน?”
ฟู่จิงเหยาเริ่มคิดหนัก “หรือว่าเป็ ‘คุณผู้หญิงเสี่ยวจิน’?”
หลินซีตอบอ้อมแอ้ม “เสี่ยวจินไม่ใช่คนค่ะ เขาเป็จิติญญาแห่งแร่ธาตุบนูเา”
“จิติญญา?” คราวนี้เป็ฟู่จิงเหยาที่อึ้งไปเลย
“มันคืออะไรครับ?” หลินซีเคาะกำไล “ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว ฉันจะแนะนำ ‘ครอบครัว’ ของฉันให้รู้จักนะคะ”
ทันใดนั้น ตุ๊กตากระดาษห้าตัวที่มีรูปลักษณ์ต่างกันก็มายืนเรียงแถวบนโต๊ะกาแฟ พร้อมใจกันชูมือขึ้นสูงแล้วะโประสานเสียง: “สวัสดีคร้าบบบ/ค่าาา!”
ฟู่จิงเหยา: (?!!)
